เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 อนาคตที่สว่างไสว

ตอนที่ 3 อนาคตที่สว่างไสว

ตอนที่ 3 อนาคตที่สว่างไสว


ตอนที่ 3 อนาคตที่สว่างไสว

ติดตามข่าวสาร/พูดคุยเสนอแนะความคิดเห็นได้ที่เพจผู้แปล FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

ภายในฟาร์มไก่ขนาดใหญ่ ไก่หอมหวนห้าสีกำลังเดินไปมาอย่างสง่างาม มันก้มหัวลงเป็นครั้งคราว ดูเหมือนว่าไก่ตัวนี้กำลังสร้างอาณาเขตเป็นของตัวเอง

“นี่มันเป็นไก่หอมหวนห้าสีไม่ผิดแน่! แต่ไก่ตัวอื่นในฟาร์มไปอยู่ที่ไหนแล้วล่ะ?”

เอ็ดเวิร์ดมองไปที่ไก่ตัวใหญ่ยักษ์ ไก่ตัวนี้จะต้องมีพลังมหาศาลอยู่ไม่ผิดแน่ ตัวเขาที่เห็นแบบนั้นตกตะลึงเล็กน้อย

ก่อนหน้านี้มีไก่ทั้งหมดกว่าพันตัวอยู่ภายในฟาร์ม หรือว่าไก่ทั้งหมดจะถูกสัตว์วิเศษระดับทองคำกินเข้าไปหมดแล้ว? แม้จะคิดแบบนั้นแต่ในฟาร์มไก่ก็ไม่ได้มีร่องรอยของเลือดหรือกระดูกอยู่แม้แต่เพียงนิดเดียว

หลังจากที่ได้ยินสิ่งที่วัตสันพูดบนโต๊ะอาหาร เอ็ดเวิร์ดก็ได้พาภรรยาและลูกๆ ทั้งหมดมาที่ฟาร์มไก่ในทันที ผู้เป็นพ่อคนนี้อยากที่จะเห็นไก่ในตำนานอย่างถึงที่สุด

“ท่านพ่อครับ หลังจากที่ไก่หอมหวนห้าสีมาถึงที่นี่ ไก่ทุกตัวในฟาร์มก็ได้หนีหายไป พวกมันต้องกลัวไก่ตัวนี้แน่” วัตสันได้แต่เกาหัวในขณะที่พยายามพูดแก้ตัว

สำหรับวัตสัน ระบบที่ตัวเขามีมันมีความสำคัญเกินกว่าจะพูดถึง แม้แต่คนใกล้ตัวเองวัตสันก็ยังไม่กล้าพอ

“พวกมันหนีไปหมดแล้วอย่างงั้นเหรอ?”

เอ็ดเวิร์ดดูเหมือนจะไม่เชื่อในตอนแรก แต่ถึงแบบนั้นคุณค่าที่ไก่หอมหวนห้าสีมีก็ยังมีมากกว่าไก่พันตัวกว่าหลายรอยเท่า เมื่อคิดได้แบบนั้นเอ็ดเวิร์ดก็ได้พูดต่อ “ตามตำนานได้ว่าเอาไว้ ยิ่งสัตว์วิเศษทรงพลังมากเท่าไหร่ พวกมันก็มักที่จะต้องการอาณาเขตเป็นของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น ไก่หอมหวนห้าสีตัวนี้อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ มันคงจะไม่อยากให้ไก่ธรรมดาอาศัยอยู่ด้วย ยังไงซะการที่พวกเราโชคดีได้พบมันก็ดีมากแล้ว ในตอนนี้สิ่งที่ควรจะคิดถึงก็คือการทำอะไรก็ได้เพื่อไม่ให้มันหนีไป”

เอ็ดเวิร์ดรู้สึกมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเปน เมื่อไก่หอมหวนห้าสีวางไข่ ไข่ของมันที่ได้จะมีค่าไม่ต่างอะไรจากทองคำ ตราบใดที่ไก่ตัวนี้ยังอยู่ที่บ้าน เอ็ดเวิร์ดและครอบครัวก็ไม่ต้องกังวลที่จะอดอยากอีก เอ็ดเวิร์ดตัดสินใจประหยัดค่าใช้จ่ายจนกว่าวันนั้นจะมาถึง ตัวเขาจะต้องเก็บออมให้ได้มากที่สุด เมื่อวันใดที่ไก่หอมหวนห้าสีวางไข้ได้มากพอแล้ว เมื่อถึงตอนนั้นชีวิตของทุกคนก็จะต้องสบายขึ้นมากแน่

“ไก่ตัวนี้ทั้งอ้วนและยังดูน่าอร่อยอีก ไว้ค่อยจับมันทำสตูก็แล้วกัน” สการ์เล็ต ลูกสาวคนที่เจ็ดเอามือวางลงบนริมฝีปากสีชมพูในขณะที่พูด ตอนนี้สการ์เล็ตพยายามห้ามไม่ให้น้ำลายไหลอยู่นั่นเอง

เอ็ดเวิร์ดที่ได้ฟังแบบนั้นสั่นไปทั้งตัว

ท้ายที่สุดแล้วสการ์เล็ตก็ยังเด็กเกินกว่าจะรู้ว่าอะไรที่ควรจะกิน ถ้าหากสัตว์วิเศษตัวนี้ถูกจับกินจริง หัวใจของเอ็ดเวิร์ดก็คงจะแตกสลายแน่

“สการ์เล็ต ไก่ล้ำค่าแบบนี้พวกเราจะไปกินมันได้ยังไงกัน?”

ซีคกับเซโน่พูดออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

เอ็ดเวิร์ดที่ได้ฟังแบบนั้นค่อยโล่งใจขึ้นมาได้บ้าง ‘ยังดีที่ลูกคนที่สามกับสี่ของฉันยังมีความคิดอยู่’

ฝาแฝดคู่เดิมยังคงพูดต่อ “พวกเราจะต้องขายมันต่างหาก ถ้าหากขายมันได้บางทีพวกเราอาจจะซื้อหนังสติ๊กกับลูกแก้วได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดก็ได้นะ”

เอ็ดเวิร์ดที่ได้ฟังต่อรู้สึกโกรธจนสั่นไปทั้งตัว โชคยังดีที่แคทเธอรีนช่วยพยุงตัวของเขาไว้ได้ทัน

ทำไมกัน ทำไมเอ็ดเวิร์ดถึงได้ให้กำเนิดลูกที่ไม่ได้เรื่องแบบนี้? คนหนึ่งก็เห็นแก่กิน อีกสองคนก็ไม่ต่างกัน แล้วเมื่อไหร่กันที่ครอบครัวนี้จะมีโอกาสเติบโตมากกว่านี้

“ทุกคนครับ พวกเราไม่สามารถขายไก่ตัวนี้ได้หรอกนะครับ ถ้าหากพวกเราปล่อยให้มันวางไข่ต่อไปเรื่อยๆ พวกเราก็จะหากำไรได้มากขึ้นกว่าเดิม ไก่หอมหวนห้าสีสามารถวางไข่ได้ถึง 100 ฟองต่อวัน ถ้าหากแปลงเป็นเงิน พวกเราก็คงจะได้เหรียญทองราวๆ 100 เหรียญต่อวัน หลังจากที่เราหักรายจ่ายจากค่าอาหารไก่และรายจ่ายประจำวันของเราแล้ว พวกเราก็คงจะได้เหรียญทองกว่าหลายสิบเหรียญ และถ้าหากพวกเราเก็บสะสมต่อไป พวกเราจะต้องมีเหรียญทองกว่าหลายพันเหรียญในหนึ่งปีนี้แน่ครับ” วัตสันอธิบายด้วยรอยยิ้ม

แม้แต่เจ้าของฟาร์มไก่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดก็คงจะไม่มีโอกาสหาเงินได้สูงถึงขนาดนั้นได้

“วัตสัน ลูกเป็นคนที่มีเหตุผลจริงๆ” เอ็ดเวิร์ดอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วยอย่างสุดซึ้ง

เมื่อสิบปีก่อน วัตสันลูกคนสุดท้ายได้ถือกำเนิดขึ้น ในตอนแรกเอ็ดเวิร์ดไม่คิดที่จะสนใจในตัววัตสันเท่าไหร่ ลูกคนที่เจ็ดของเอ็ดเวิร์ดอย่างสการ์เล็ตได้เรียนรู้วิธีการล่าสัตว์และยังออกไปล่าสัตว์ได้เป็นครั้งคราวได้ ส่วนฝาแฝดซีคและซีโน่เองก็มีไหวหริบที่พอจะทำการแลกเปลี่ยนได้ เพราะแบบนั้นทั้งคู่จึงมีแววมากพอที่จะกลายเป็นพ่อค้า วัตสันในตอนยังเล็กเป็นเด็กที่ดูธรรมดาจนเกินไป และเพราะแบบนั้นจึงทำให้เอ็ดเวิร์ดมองข้ามตัวเขาไป

แต่สุดท้ายแล้วลูกชายคนเล็กคนนี้ก็ได้แสดงความโดดเด่นออกมา นอกจากนี้เขายังโชคดีพอที่จะพบกับไก่หอมหวนห้าสีด้วย เอ็ดเวิร์ดที่คิดเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดจึงตัดสินใจปล่อยให้วัตสันจัดการฟาร์มไก่ต่อไป

“น้องแปด สิ่งที่นายพูดพวกเราเข้าใจดี แต่พวกเราจะเก็บไก่หอมหวนห้าสีไว้ได้ยังไงกัน? ถ้าหากไก่หอมหวนต้องการที่จะหนีจริง พวกเราก็คงจะห้ามมันไว้ไม่ได้แน่ หรือจะให้พวกเราล่ามมันไว้ล่ะ? ยังไงซะพวกเราก็ไม่เคยเลี้ยงสัตว์วิเศษแบบนี้มาก่อน” ซีคได้ถามออกมาด้วยท่าทีที่สงสัย คำพูดของซีคได้ทำให้ความกระตือรือร้นทั้งหมดของเอ็ดเวิร์ดจางหายไป

ซีคพูดถูก แม้ว่าไก่หอมหวนจะเป็นสัตว์วิเศษระดับทองคำที่อ่อนแอที่สุด แต่ถึงแบบนั้นมันก็ยังไม่สามารถควบคุมสัตว์วิเศษแบบนี้ด้วยเชือกได้อยู่ดี แม้ว่าไข่ของไก่หอมหวนห้าสีจะมีค่ามาก แต่ถ้าหากหยุดไม่ให้ไก่หอมหวนห้าสีให้จากไปไม่ได้ก็คงจะไม่มีประโยชน์อยู่ดี ยิ่งไปกว่านั้นการดูแลไก่หอมหวนห้าสีให้ดีก็ยังเป็นเรื่องที่สำคัญ

“ทุกคนอย่าห่วงไปเลยนะครับ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไก่หอมหวนห้าสีตัวนี้จะอยู่ติดกับผม เพราะงั้นมันจะไม่หนีไปไหนครับ”

วัตสินได้อธิบายออกมาอย่างเขินอาย ตัวเขาโบกมือก่อนที่จะรีบสั่งการ “มานี่สิ จักรพรรดิไก่”

ไก่หอมหวนห้าสีที่มีใบหน้าอันหยิ่งผยองเมื่อครู่กำลังเดินตรงมา มันกระพือปีกก่อนที่จะวิ่งไปยังวัตสัน วัตสันได้ลูบหัวมันอย่างเสน่ห์หา

นี่มัน...เอ็ดเวิร์ดและคนอื่นๆ ต่างก็เหลือบมองกันอย่างตกใจ สัตว์วิเศษระดับทองคำที่งดงามทำไมถึงเชื่องแบบนั้นได้?

“ไก่ตัวนี้ชื่อจักรพรรดิไก่อย่างงั้นเหรอ? เป็นชื่อที่แปลกซะจริงนะ” เมื่อเห็นไก่อยู่ใกล้กับวัตสันแบบนั้น สการ์เล็ตก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปใกล้ “มานี่สิจักรพรรดิไก่”

จักรพรรดิไก่กลอกตามองมายังเธอ จากนั้นไก่หอมหวนก็ยกกรงเล็บก่อนที่จะกระทืบมันลงบนพื้น นี่ถือเป็นการเตือนเป็นอย่างดีว่าไม่ให้สการ์เล็ตเข้ามาใกล้ สการ์เล็ตที่เห็นแบบนั้นกลัวจนต้องเดินถอยกลับมา

“จักรพรรดิไก่ นี่คือพี่ของฉันเอง เธอมีชื่อว่าสการ์เล็ต แกจะต้องสุภาพกับเธอให้มากกว่านี้นะ ถ้าหากไม่ทำละก็ ฉันจะลงโทษงดให้อาหารแก”

วัตสันได้ตบหลังจักรพรรดิไก่ก่อนที่จะหันกลับมามองพี่น้องทั้งหลาย ทั้งผู้เป็นพ่อและพี่น้องทั้งหมดมองมายังวัตสันราวกับว่าตัวเขาเป็นสัตว์ประหลาด

วัตสันได้พูดต่อ “ทำไมทุกคนถึงได้มองผมแบบนั้นกันล่ะครับ? นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว พวกเราจะกินไข่กันเลยไหมครับ?”

“แน่นอน!” เอ็ดเวิร์ดเป็นคนแรกที่ตอบสนอง และแล้วตัวเขาก็ตัดสินใจได้ว่าจะมอบฟาร์มไก่ของครอบครัวให้กับวัตสัน

...

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทุกคนได้นั่งล้อมรอบโต๊ะอาหารเอาไว้แล้ว และสุดท้ายแล้วผู้เป็นแม่อย่างแคทเธอรีนเองก็เริ่มแจกไข่ให้กับทุกคน “ทุกคนจะได้ไข่คนละฟองนะ ระวังกันด้วยล่ะเด็กๆ”

ไข่หลากสีขนาดใหญ่ได้ถูกวางต่อหน้าทุกคน ไข่ทุกฟองที่ถูกวางกำลังปล่อยไอความร้อนออกมา มันเป็นไข่ที่เพิ่งจะถูกต้มนั่นเอง

วัตสันได้หยิบส้อมก่อนจะกะเทาะเปลือกไข่ ตัวเขาไม่รอช้ารีบใช้มีดเล่มเล็กผ่าไข่หลากสี ของเหลวสีทองได้ไหลออกมาในทันที แสงสีทองที่ได้เห็นดูอ่อนโยนราวกับแสงอาทิตย์ในยามเช้า กลิ่นหอมพิเศษที่ออกมาจากไข่ได้ครอบนำประสาทสัมผัสของทุกๆ คนไปอย่างสมบูรณ์แบบ

“กลิ่นนี่มันอะไรกัน!”

วัตสันได้ตักไข่ที่ถูกหั่นก่อนจะค่อยๆ ตักเข้าปาก ก่อนหน้านี้วัตสันเคยกินไข่ไปแล้ว นี่จึงเป็นไข่ใบที่สองของวัตสัน ไข่ที่ผ่านการปรุงสุกมีรสชาติที่ดีกว่าไข่ดิบ นอกจากรสชาติไข่อันนุ่มนวลแล้วก็ยังมีกลิ่นครีมเอ่อร้นไปทั่วปาก ถ้าหากจะบอกว่าไข่หลากสีอร่อยกว่าเนื้อก็คงจะไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย วัตสันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเหล่าขุนนางหรือผู้ยิ่งใหญ่ต่างก็ตามหาไก่หอมหวนห้าสีกันอย่างบ้าคลั่ง

ทุกๆ คนกินไข่กันอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับวัตสัน แก้มของสการ์เล็ตบวมเปล่งในขณะที่ค่อยๆ เลียนิ้วมือของเธออย่างเสียดาย “นี่เป็นไข่ที่รสชาติดีจริงๆ แต่น่าเสียดาย ถ้าหากไข่ยังรสชาติดีขนาดนี้ แล้วเนื้อไก่จะอร่อยแค่ไหน...”

ซีคกับซีโน่กำลังต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงไข่ที่เหลือ “ขออีกคำเดียว ขออีกแค่คำเดียว”

เอ็ดเวิร์ดได้กินไข่ให้เยอะที่สุดเท่าที่ทำจะได้ก่อนที่จะเอื้อมมือไปหาผู้เป็นภรรยา แคทเธอรีนได้ปัดมือที่กำลังคืบคลานอย่างไม่เต็มใจ “ยังมีลูกของพวกเราที่ยังอยู่ในห้อง นี่เป็นไข่สำหรับพวกเด็กๆ คุณน่ะพอได้แล้ว!”

เมื่อเห็นแคทเธอรีนกำลังสงสัย ในตอนนั้นเอ็ดเวิร์ดก็เริ่มเปลี่ยนเรื่องคุย “ฉันไม่ใช่คนเห็นแก่กินซะหน่อย เชื่อฉันสิ เอาล่ะ เป็นเพราะทุกคนมารวมตัวกันแล้ว ฉันขอประกาศเรื่องสำคัญเลยก็แล้วกัน! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปฟาร์มไก่ทั้งหมดจะตกอยู่ภายใต้การดูแลของวัตสัน ไข่ที่ผลิตได้ทั้งหมดจะถูกซีคและซีโน่ขาย ใครมีอะไรจะโต้แย้งไหม?”

ทุกคนต่างก็ต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงไข่ ดังนั้นทุกคนจึงไม่คิดที่จะโต้แย้งอะไร วัตสันยิ้มก่อนจะพูดตอบรับ “ขอบคุณครับพ่อ” วัตสันได้เหม่อมองดูดวงอาทิตย์ที่อยู่ด้านนอก ในตอนนี้แสงแดดอุ่นๆ กำลังส่องมายังร่างกายของวัตสัน

ในที่สุดวัตสันก็เห็นแสงแห่งความหวัง แสงแห่งความหวังจากต่างโลกก็ถูกจุดขึ้นแล้ว ด้วยไก่หอมหวนห้าสีที่มีวัตสันเชื่อว่าอนาคตที่สดใสกำลังรอตัวเขาอยู่แน่

ติดตามข่าวสาร/พูดคุยเสนอแนะความคิดเห็นได้ที่เพจผู้แปล FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 3 อนาคตที่สว่างไสว

คัดลอกลิงก์แล้ว