เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 53: เร่อปา

บทที่ 53: เร่อปา

บทที่ 53: เร่อปา


เวลาหนึ่งทุ่มตรง หลินลี่เดินทางมาถึงพิกัดที่หยางมี่ส่งให้

เขาคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าสถานที่ที่หยางมี่นัดเจอจะเป็นร้านเนื้อแกะย่างซินเจียง

ร้านนี้มีขนาดไม่ถึงสองร้อยตารางเมตร ธุรกิจดูท่าจะไปได้สวย เพราะเวลานี้ลูกค้าแทบจะเต็มทุกโต๊ะแล้ว

เมื่อหาห้องส่วนตัวที่อยู่ด้านในสุดตามที่อีกฝ่ายบอก พอมายืนอยู่หน้าประตูเขาก็ได้ยินเสียงสนทนาดังลอดออกมา เป็นเสียงโทน "มิลค์กี้วอยซ์" (เสียงอ้อนๆ หวานๆ) ที่มีสไตล์คล้ายคลึงกันสองเสียง

อืม ไม่ผิดตัวแน่นอน

เขาผลักประตูเข้าไป เสียงพูดคุยด้านในก็เงียบลงทันที

หลินลี่ปิดประตูตามหลัง กวาดสายตามองสำรวจสถานการณ์ภายในห้อง

ห้องส่วนตัวนี้ไม่ใหญ่มากนัก น่าจะประมาณสิบตารางเมตร แต่หญิงสาวสองคนที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะกลมนั้นสวยสะดุดตาจนทำให้มองข้ามสภาพแวดล้อมไปได้เลย

หลินลี่เผยรอยยิ้มการค้าตามความเคยชิน แล้วเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายก่อน "สวัสดีครับพี่มี่ สวัสดีครับพี่เร่อปา"

เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ก่อนหน้านี้ คนที่หยางมี่ต้องการแนะนำให้เขารู้จักก็คือดาราหญิงที่ดังที่สุดในค่ายเจียสิงรองจากเธอ... ตี๋ลี่เร่อปา

พูดตามตรง ความประทับใจที่เขามีต่อตี๋ลี่เร่อปานั้นค่อนข้างดี ในชาติก่อนตอนว่างๆ เขาเคยดูรายการวาไรตี้ของเธอ รายการหนึ่งของช่องแมงโก้ (Mango TV)

เขารู้สึกว่าสาวน้อยคนนี้ทำตัวได้น่ารักมากในรายการ ออกแนวโก๊ะๆ หน่อย ตลกหน้าตาย และบางทีก็ชอบเลียนแบบมีมตลกๆ ในเน็ต ซึ่งดูน่าสนใจมาก

เร่อปาในตอนนี้ยังไม่มีรัศมีนางพญาเดินพรมแดงเหมือนในอนาคต เธอสวมชุดกระโปรงยาวลายทางขาวดำ นั่งเรียบร้อยอยู่ข้างกายหยางมี่ พอเห็นเขาเดินเข้ามา เธอก็ยกมือปิดปากเล็กๆ นั่น แล้วลุกขึ้นยืนราวกับได้เจอไอดอล

ส่วนหยางมี่วันนี้แต่งตัวกระชากวัยสุดๆ สวมเอี๊ยมกระโปรงยีนส์สั้น เผยให้เห็นเรียวขายาวตรงสวย มัดผมเปียสองข้าง ดูไม่ออกเลยว่าอายุอานามปาเข้าไปสามสิบแล้ว

หลังจากหยางมี่ลุกขึ้น เธอก็เป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา "นักเขียนใหญ่มาถึงสักที งานประกาศรางวัลไป๋อวี้หลานเมื่อสองวันก่อนฉันดูอยู่นะ หล่อมากเลยล่ะ"

ตี๋ลี่เร่อปาทักทายด้วยความประหม่าเล็กน้อย "สวัสดีค่ะอาจารย์หนานซุน ฉันตี๋ลี่เร่อปาค่ะ"

เมื่อเห็นสาวน้อยเกร็งขนาดนี้ เขาจึงเริ่มหยอกล้อ "ช่วงนี้ผมเจอคนเรียกสารพัดชื่อเลยครับ ทั้งประธานหลิน ผู้กำกับหลิน อาจารย์หลิน แต่ผมว่าพี่เรียกผมว่า 'อาลี่' ดีกว่า ไม่งั้นผมจะรู้สึกผิดที่พวกพี่เลี้ยงข้าวแต่ผมไม่ได้เป็นคนจ่ายตังค์ ถ้าขืนเรียกอาจารย์ผมคงกินไม่ลง"

ตี๋ลี่เร่อปาฟังจบก็กลั้นขำไม่อยู่จนต้องเอามือปิดปาก หัวเราะออกมา บรรยากาศผ่อนคลายลงทันที ในใจเธอรู้สึกว่าท่านเทพหนานซุนคนนี้คุยง่ายกว่าที่คิด

หยางมี่เหลือบมองหลินลี่แวบหนึ่ง ก่อนจะบอกว่า "นายอย่ามาแกล้งเร่อปาของพวกเรานะ ยืนทำไมกัน นั่งลงคุยกันเถอะ"

หลินลี่ไม่ขัดศรัทธา นั่งลงฝั่งตรงข้ามสองสาว

หยางมี่ดันเมนูมาตรงหน้าหลินลี่ "ดูสิ จะกินอะไร"

เขารับเมนูมาติ๊กเลือกของที่อยากกิน แล้วส่งคืนให้หยางมี่ เธอก็ถือใบรายการออกไปส่งให้พนักงานที่รออยู่ด้านนอกทันที

พอกลับเข้ามา หยางมี่ถึงอธิบาย "ฉันกับเร่อปาสั่งไปก่อนหน้านี้แล้ว รอแค่นายคนเดียว ฉันสั่งเบียร์มาด้วยนะ กินปิ้งย่างทั้งที มีเบียร์หน่อยถึงจะเข้ากัน"

หลินลี่พยักหน้า "ผมไม่มีปัญหาครับ"

หลังจากสั่งอาหารเสร็จ ทั้งสามคนก็นั่งคุยสัพเพเหระกันสักพัก ในที่สุดก็เข้าสู่ประเด็นหลัก

หยางมี่มองหลินลี่ที่อยู่ตรงหน้าแล้วเอ่ยถาม "อาลี่ รู้สึกว่าเร่อปาของพวกเราเป็นยังไงบ้าง?"

เขารู้อยู่แล้วว่าหยางมี่หมายถึงอะไร จึงตอบกลับไปอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา "พี่มี่ พี่เร่อปาย่อมดีอยู่แล้วครับ โดยเฉพาะหลังจากเรื่อง 'กะรัตรัก' และ 'สามชาติสามภพ' ความนิยมก็แทบไม่ด้อยไปกว่าพี่เลย ก่อนมาวันนี้ผมก็พอจะเดาเจตนาของพี่ได้ แต่ว่านางเอกหนังเรื่องใหม่ของผมวางตัวไว้แล้ว และขอพูดตรงๆ นะครับ เครื่องหน้าสไตล์ลูกครึ่งของพี่เร่อปา เดิมทีก็ไม่เหมาะกับบท 'อี้เหยา' อยู่แล้ว"

หยางมี่รู้สึกไม่ยอมแพ้นิดๆ "นางเอกวางตัวใครไว้?"

"เฉินตูหลิง"

หลินลี่ไม่ได้คิดจะปิดบังเธออยู่แล้ว ยังไงก็ใกล้จะประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว

พอได้ยินคำตอบของหลินลี่ หยางมี่กับตี๋ลี่เร่อปาก็มองหน้ากัน ก่อนจะเผยสีหน้ามีเลศนัยออกมา

"งั้นสรุปว่านายกับเธอ...?"

"คิดมากน่าพี่มี่ แค่ถ้าพี่เคยอ่านนิยายเรื่องนี้ ลองนึกถึงบุคลิกของเธอดูสิ คิดว่าเหมาะมากไหมล่ะ?"

หยางมี่ลองนึกตาม ก็รู้สึกว่าจริงอย่างที่เขาว่า จึงได้แต่ตอบอย่างจนใจ "ก็ได้ ดูเหมือนจะเหมาะจริงๆ นั่นแหละ"

จังหวะนั้นเร่อปาก็ยกมือขวาขึ้นทำท่าขอพูด "ฉันก็คิดว่าเธอเหมาะนะคะ อีกอย่างบท 'เฟิ่งจิ่ว' เมื่อต้นปีก็ช่วยเพิ่มความนิยมให้ฉันเยอะมาก ต้องขอบคุณอาลี่จริงๆ ที่สร้างตัวละครดีๆ แบบนี้ขึ้นมา"

คำว่า 'อาลี่' ที่เธอเรียกนั้นดูสนิทสนมเป็นธรรมชาติมาก นับว่าเป็นคนที่รู้จักตีเนียนเข้าหาคนเก่งเหมือนกัน

ตัวเร่อปาเองรู้สึกพอใจมากแล้ว ตั้งแต่เข้าวงการมาเส้นทางของเธอก็ถือว่าราบรื่น ปีที่แล้วบทรองใน 'กะรัตรัก' ทำให้เธอดังเปรี้ยง ปีนี้ 'สามชาติสามภพ' ก็ส่งให้เธอก้าวขึ้นมาเป็นแถวหน้า ห่างจากระดับซูเปอร์สตาร์แค่ก้าวเดียว

"พี่เข้าใจก็ดีแล้วครับ"

หลินลี่เห็นเร่อปาว่านอนสอนง่ายแบบนี้ก็เบาใจ ไม่งั้นมื้อนี้คงกินข้าวลำบากน่าดู

ส่วนหยางมี่แอบตีเร่อปาใต้โต๊ะเบาๆ รู้สึกว่ายัยเด็กนี่ไม่ได้ดั่งใจเลย ยอมง่ายเกินไปแล้ว

ประจวบเหมาะกับที่พนักงานเคาะประตูบอกว่าจะเสิร์ฟไม้เสียบย่าง หลินลี่จึงลุกไปเปิดประตูช่วยยกถาดเข้ามา แล้วรินเหล้าให้ทุกคน

ดวงตาจิ้งจอกของหยางมี่กลอกไปมา เธอยกแก้วขึ้น "อาลี่ ครั้งก่อนฉันขอบคุณนายในส่วนของฉันไปแล้ว ครั้งนี้พาเร่อปามาด้วย หนึ่งคือขอบคุณที่ผลงานของนายทำให้พวกเราได้ซีรีส์ดีๆ สองนะ... ก็อยากจะถามว่า หลังจากหนังเรื่องนี้ นายมีโปรเจกต์อะไรที่พอจะใช้บริการเร่อปาของพวกเราได้บ้างไหม ช่วยดันน้องหน่อยสิ"

ตี๋ลี่เร่อปาได้ยินพี่มี่พูดตรงขนาดนี้ก็เขินนิดๆ ได้แต่ยกแก้วขึ้นตามแล้วมองไปที่หลินลี่

"ถ้าพูดถึงเรื่องนี้... ก็มีจริงๆ นั่นแหละ"

หลินลี่ยกแก้วกระดกหมดรวดเดียว แล้วค่อยตอบ

"โปรเจกต์อะไร? ละครหรือหนัง?"

แววตาของหยางมี่ฉายแววยินดี เธอกระดกเหล้าหมดแก้วตาม แล้วรีบถามอย่างใจจดใจจ่อ

ตี๋ลี่เร่อปาก็คาดไม่ถึงว่าจะราบรื่นขนาดนี้ เธอดื่มหมดแก้วตาม แล้วจ้องหลินลี่ตาแป๋วไม่กะพริบ

หลินลี่วางมือขวาบนโต๊ะ นิ้วเคาะพื้นโต๊ะเบาๆ ตามความเคยชิน "ผมมีผลงานอยู่เรื่องหนึ่ง เขียนเกี่ยวกับวิศวกรอวกาศกับซุปตาร์สาว"

"ดุจดวงดาวเกียรติยศ (You Are My Glory)!?"

ตี๋ลี่เร่อปาโพล่งตอบออกมาด้วยความดีใจ

หลินลี่เลิกคิ้วมองเธอด้วยความประหลาดใจนิดๆ "พี่เร่อปาเคยอ่านด้วยเหรอ?"

ตี๋ลี่เร่อปาขึ้นเสียงสูงด้วยความตื่นเต้น "แน่นอนสิคะ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ผู้หญิงชอบมากเป็นอันดับต้นๆ ในบรรดานิยายของคุณเลยนะ ทุกคนรอคอยให้เรื่องนี้ถูกสร้างเป็นซีรีส์มาก"

"เป็นงี้นี่เอง" เขาพยักหน้าทำความเข้าใจ

หยางมี่ตั้งสติได้ "งั้นหมายความว่า... เร่อปาเล่นได้ใช่ไหม?"

หลินลี่ส่ายหน้า "ผมแค่บอกว่าเตรียมจะถ่ายทำเรื่องนี้ ส่วนพี่เร่อปาจะเล่นได้ไหม..."

เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะพูดต่ออย่างตรงไปตรงมา "พี่มี่ พี่ลองคิดดูนะ ตัวเลือกของผมมีตั้งเยอะแยะ ทำไมผมต้องเลือกพี่เร่อปา แน่นอน ผมไม่ได้บอกว่าพี่เร่อปาไม่ดี แค่ผมอยากรู้ว่า สมมติผมให้เธอเป็นนางเอก พี่จะให้อะไรผมได้บ้าง? หรือพูดง่ายๆ ว่า 'เจียสิง' จะให้อะไรผมได้บ้าง?"

ทั้งหยางมี่และตี๋ลี่เร่อปาคาดไม่ถึงว่าหลินลี่ที่ดูเป็นมิตรมาตลอด จู่ๆ จะเปลี่ยนโหมดเป็นนักธุรกิจเขี้ยวลากดินแบบนี้ ทำเอาไปไม่เป็นกันทั้งคู่

บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มตก หลินลี่ไม่รีบร้อน เขานั่งกินไม้เสียบย่างไป จิบเบียร์ไป อย่างสบายใจเฉิบ ราวกับไม่มีใครอยู่ตรงนั้น

จะว่าไป มิน่าล่ะหยางมี่ถึงนัดมาที่นี่ รสชาติใช้ได้เลยแฮะ

ผ่านไปครู่ใหญ่ หยางมี่ถึงได้สติกลับมา

เธอวางแขนทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ เอามือเท้าคาง ส่งสายตายั่วยวนมองไปที่หลินลี่ "อาลี่ นายเรียกฉันพี่มี่ พี่มี่ มาตลอดไม่ใช่เหรอ นานๆ ทีพี่สาวคนนี้จะมีเรื่องขอร้องนายสักหน่อย นายจะใจร้ายปฏิเสธพี่เหรอ?"

หลินลี่ส่ายหน้า วาจาคมกริบ "พี่น้องครับแต่บัญชีต้องเคลียร์ ธุรกิจก็คือธุรกิจ พี่มี่ พี่อยู่ในวงการมาตั้งกี่ปี ไต่เต้ามาจนถึงจุดนี้ พี่น่าจะรู้ดีว่าทรัพยากรดีๆ ไม่ใช่แค่ขยับปากบนปากล่างแล้วจะได้มาง่ายๆ"

หยางมี่เห็นท่าทีแข็งกร้าวของหลินลี่ก็ปรับสีหน้าเป็นจริงจัง "งั้นนายต้องการอะไร เสนอมาได้เลย"

หลินลี่เหลือบมองตี๋ลี่เร่อปาที่จ้องเขาเขม็งอยู่ข้างๆ แล้วหงายไพ่ใบสุดท้าย "พี่มี่ดูเหมือนจะสนิทกับผู้กำกับหลินอวี้เฟินมากใช่ไหมครับ"

หยางมี่เข้าใจทันที "นายกำลังเล็งผู้กำกับหลินอยู่?"

หลินลี่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ น้ำเสียงเกียจคร้าน "อย่าพูดงั้นสิครับ ผมแค่ชื่นชมผู้กำกับหลินเป็นการส่วนตัว ถ้าพี่มี่สามารถออกหน้าไปเกลี้ยกล่อมให้ผู้กำกับหลินมากำกับเรื่องนี้ได้ ผมจะให้พี่เร่อปามารับบทนางเอก 'เฉียวจิงจิง'"

แน่นอนว่าเขาเล็งหลินอวี้เฟินไว้อยู่แล้ว ฝั่งเหวินมู่เหย่คงหมดหวัง แต่ตลาดเว็บดราม่าตอนนี้ยังเป็นทะเลสีคราม (Blue Ocean - ตลาดใหม่คู่แข่งน้อย) หลินอวี้เฟินคือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด

หยางมี่ขมวดคิ้ว "นายไม่รู้เหรอว่าผู้กำกับหลินเป็นคนของค่ายถังเหริน ปกติจะถ่ายแต่ละครของถังเหรินเท่านั้น? อีกอย่าง นายไม่กำกับเองเหรอ?"

หลินลี่ยักไหล่ แบมือสองข้าง "ผมต้องยุ่งเรื่องหนัง ยุ่งจนหัวหมุนแล้ว ส่วนเรื่องที่ว่าพี่มี่จะเชิญผู้กำกับหลินมาได้ไหม นั่นไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องพิจารณา"

หยางมี่ขมวดคิ้วมุ่น "นายนี่นะ!"

เจอกันสองครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอค้นพบว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้ไร้พิษสงเหมือนที่แสดงออกเลยสักนิด

ที่แท้ก่อนหน้านี้ที่เขาดูคุยง่าย ก็เพราะยังไม่ไปกระทบผลประโยชน์ของเขาเท่านั้นเอง!

ส่วนตี๋ลี่เร่อปาที่นั่งอยู่ข้างๆ มองดูพี่มี่ของเธอกับหลินลี่ประชันฝีปากกันไปมา ก็ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

ในความทรงจำของเธอ พี่มี่ที่ฉลาดเป็นกรดเหมือนจิ้งจอก น้อยครั้งนักที่จะตกเป็นรองแบบนี้ นี่ทำให้เธอเกิดความรู้สึกแปลกใหม่ต่อเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเธอถึงสี่ปีคนนี้

จากเด็กหัวกะทิ ม.เหรินต้า สู่นักเขียนอัจฉริยะ กลายมาเป็นผู้กำกับซีรีส์ฮิต และจากการเป็นเด็กหนุ่มท่าทางใจดีตอนแรกที่เจอ พลิกผันกลายมาเป็นนายทุนเขี้ยวลากดินที่พูดเรื่องธุรกิจแบบเนื้อๆ เน้นๆ... มันสร้างความรู้สึก "คอนทราสต์" (ขัดแย้ง) อย่างรุนแรงในใจเธอ

"โคตรเท่เลย!"

ตี๋ลี่เร่อปากรีดร้องในใจ เธอรู้สึกอยากจะทำความรู้จักผู้ชายตรงหน้าให้มากกว่านี้เหลือเกิน

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 53: เร่อปา

คัดลอกลิงก์แล้ว