เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40: การจัดทีมส่วนตัว

บทที่ 40: การจัดทีมส่วนตัว

บทที่ 40: การจัดทีมส่วนตัว


"สวัสดีค่ะประธานหลิน ฉันชื่อเกาเหวิน เริ่มงานตั้งแต่วันนี้ในตำแหน่งผู้ช่วยของคุณค่ะ"

หลินลี่โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นพิจารณาหญิงสาวตรงหน้าที่แผ่รังสีของเวิร์กกิ้งวูแมนระดับหัวกะทิออกมาทั่วร่าง

เธอสวมชุดสูททำงานสีดำพอดีตัว ใบหน้าดูจริงจังที่มีเครื่องสำอางแต่งแต้มเพียงบางเบา อายุราวสามสิบปี สวมรองเท้าส้นสูงสีดำที่ทำให้ส่วนสูงเกือบแตะหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร บุคลิกโดยรวมให้ความรู้สึกที่เฉียบคมและดุดันมาก

หลินลี่ก้มลงมองข้อมูลที่เฉินเชาเพิ่งส่งเข้ามาในมือถือ แววตาฉายความประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามองเกาเหวิน: "คุณเกาจบจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด?"

เกาเหวินพยักหน้า: "ใช่ค่ะประธานหลิน"

"จบสแตนฟอร์ด ทำไมถึงยอมมาเป็นผู้ช่วยล่ะครับ?"

"ข้อแรก เงินเดือนที่ประธานเฉินเสนอให้ถือว่าดีมากค่ะ เกินกว่าที่ฉันคาดไว้ ข้อต่อมา ฉันคิดว่าด้วยสถานการณ์ของประธานหลิน ในอนาคตน่าจะมีพื้นที่ให้เติบโตได้สูงมาก และการที่ฉันได้อยู่ข้างกายประธานหลิน ทำให้ประธานหลินได้เห็นความสามารถของฉัน ในอนาคตฉันเองก็จะมีโอกาสเติบโตที่ดีเช่นกัน พูดง่ายๆ ก็คือ การที่ฉันมาเป็นผู้ช่วยให้ประธานหลิน ก็ถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งค่ะ"

"คุณจริงใจมาก แล้วก็โน้มน้าวผมได้สำเร็จด้วย เอาเป็นว่านับจากนี้ไป เราคือพาร์ทเนอร์ที่ใกล้ชิดกันที่สุด แต่ก่อนอื่นผมอยากรู้ว่า สัญญาเก็บรักษาความลับเซ็นแล้วใช่ไหมครับ?"

"เซ็นเรียบร้อยแล้วค่ะ"

"งั้นเรื่องแรกในฐานะผู้ช่วยของผมที่คุณต้องรู้คือ... ในด้านชีวิตส่วนตัวของผม คุณจะต้องรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ 'เพื่อนสนิทต่างเพศ' ของผมจำนวนหนึ่ง อืม... และต้องให้ความร่วมมืออย่างแข็งขันในการช่วยผมสับราง... เอ้ย ประสานงานจัดการพวกเธอให้ลงตัวด้วยนะครับ"

"คุณหมายถึง?"

"ก็อย่างที่คุณคิดนั่นแหละครับ"

"เข้าใจแล้วค่ะ ประธานหลินทำให้ฉันยิ่งมั่นใจในความจริงข้อหนึ่งมากขึ้นไปอีก"

"อะไรเหรอครับ?"

"ผู้ชายยิ่งเก่งก็ยิ่งไว้ใจไม่ได้จริงๆ ผู้หญิงเรายังไงก็ต้องพึ่งพาตัวเองสินะคะ"

......

หลินลี่มุมปากกระตุก ชั่วขณะหนึ่งเขาไม่แน่ใจว่าเธอกำลังชมหรือกำลังด่าเขาอยู่กันแน่

"เอาล่ะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถือว่าเราเริ่มร่วมงานกันอย่างเป็นทางการ ระยะเวลาหนึ่งปี ถ้าถึงเวลานี้ในปีหน้าคุณยังอยู่ข้างกายผม เงินเดือนจะเพิ่มให้สองเท่า แล้วก็ไม่ต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้น เวลาไม่มีคนนอกเรียกผมว่า 'อาลี่' ก็พอ ส่วนผมจะเรียกคุณว่า 'พี่เหวิน' โอเคไหม?"

"รับทราบค่ะ อาลี่"

......

"เอาล่ะ งั้นเราไปดูรถคันใหม่กับคนขับรถของผมกันเถอะ"

หลินลี่เอามือล้วงกระเป๋ากางเกง เดินออกจากห้องทำงานด้วยท่าทางเกียจคร้าน โดยมีเกาเหวินเดินตามหลังมาติดๆ โดยเว้นระยะห่างหนึ่งช่วงตัว

เมื่อเดินออกจากตึกสำนักงานไปยังจุดที่เฉินเชาบอก มองไปแต่ไกลก็เห็นรถ SUV คันหนึ่งจอดเด่นเป็นสง่าเตะตามาแต่ไกลในลานจอดรถ

เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปใกล้ ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก็ก้าวลงมาจากรถ เอามือไพล่หลัง ยืนแยกขาเล็กน้อย รอคอยพวกเขาอย่างสงบนิ่ง

"สวัสดีครับประธานหลิน ผมชื่อหวังเป้า ต่อไปจะรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยและเป็นคนขับรถให้คุณครับ"

เมื่อทั้งสองหยุดยืน ชายร่างกำยำสูงใหญ่ที่ดูอายุราวสามสิบต้นๆ ก็แนะนำตัวด้วยน้ำเสียงกังวานและเคร่งขรึม

หลินลี่มองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วยิ้มถาม: "เมื่อก่อนเคยเป็นทหารเหรอ?"

หวังเป้าตอบทันควัน: "ครับ"

"สังกัดหน่วยไหนล่ะ?"

"ไม่สะดวกเปิดเผยครับ"

"อ้อ เข้าใจละ"

หลินลี่พยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะหันไปพิจารณารถที่จอดอยู่ด้านหลังหวังเป้า

Mercedes-Benz G65 ซูเปอร์ SUV จากค่ายเบนซ์ ดีไซน์ภายนอกเป็นเอกลักษณ์ด้วยเส้นสายตัวถังที่แข็งแกร่งและรูปทรงเหลี่ยมจัด แสดงถึงกลิ่นอายของรถออฟโรดที่ดุดันสุดๆ

ภายในห้องโดยสารใช้วัสดุหรูหราและอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีไฮเอนด์ อย่างระบบจัดการห้องโดยสารและข้อมูล COMAND, แอร์ออโต้, เบาะนั่งสปอร์ตปรับไฟฟ้า ฯลฯ

ในด้านสมรรถนะออฟโรด G65 มาพร้อมกับดิฟล็อก 3 ตัวและโหมดการขับขี่แบบ All-terrain รับมือได้ทุกสภาพถนนที่ซับซ้อน

นอกจากนี้ G65 ยังมีความสูงจากพื้นถนนที่สูงมาก และระบบช่วงล่างที่ยอดเยี่ยม มอบสมรรถนะการลุยและการผ่านอุปสรรคที่เหนือชั้น

ตอนที่เฉินเชาถามความต้องการเรื่องรถ เขาเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก แต่ไม่คิดว่าเฉินเชาจะเลือกคันนี้มาให้

รุ่นนี้ความปลอดภัยก็ถือว่าใช้ได้ แม้จะไม่ใช่ที่สุด แต่เขาก็พอใจ รูปลักษณ์ก็ถือว่าถูกใจเขาอยู่

"งั้นก็ดี ลองนั่งดูหน่อยซิว่ารถคันนี้เป็นยังไง ไปกันเถอะ ไปส่งผมที่มหาวิทยาลัย"

หลินลี่เรียกทั้งสองคน แล้วเปิดประตูหลังขึ้นไปนั่งเป็นคนแรก

เกาเหวินนั่งคู่กับหวังเป้าที่เบาะหน้า เมื่อเครื่องยนต์สตาร์ท ความรู้สึกทรงพลังราวกับสัตว์ร้ายตื่นจากการหลับใหลก็ส่งผ่านมา แต่เมื่อรถเริ่มเคลื่อนตัวกลับนิ่งเรียบอย่างเหลือเชื่อ ประสบการณ์การโดยสารยอดเยี่ยมมาก

"พี่เหวิน เดี๋ยวช่วยเตรียมเบอร์มือถือสำหรับใช้ทำงานให้ผมสักเบอร์นะ ต่อไปนอกจากคนที่ผมเป็นฝ่ายขอคอนแทกต์เอง ถ้ามีคนอื่นมาขอให้ให้เบอร์ทำงานไปให้หมด"

หลังจากซึมซับความรู้สึกอยู่ครู่หนึ่งและเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไร หลินลี่ก็เริ่มสั่งงานจริงจัง

เกาเหวินที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับหันข้างมามองกระจกมองหลัง: "เรื่องนี้ฉันเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ นอกจากนี้ตารางงานงานประกาศรางวัลไป๋อวี้หลานเดือนหน้า ฉันก็จองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมไว้ให้แล้ว ที่พักของฉันกับหวังเป้าอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยเหรินหมินไม่ถึงสิบนาที ถ้าต้องการจะไปไหนแจ้งล่วงหน้าได้เลยค่ะ"

หลินลี่พยักหน้าอย่างพอใจ เอนตัวพิงเบาะหลัง: "ดูเหมือนพี่เหวินจะมั่นใจมากว่าผมจะต้องยอมรับคุณแน่ๆ ถึงได้จัดการเรื่องหลังจากนี้ไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว"

เกาเหวินพยักหน้า: "ถ้าแค่นี้ยังไม่มีความมั่นใจ ฉันคงไม่มาสมัครงานที่หนานซุนคัลเจอร์หรอกค่ะ"

"นั่นสินะ งั้นต่อไปก็ต้องรบกวนพี่เหวินช่วยเป็นธุระให้ด้วยนะครับ"

"เป็นหน้าที่อยู่แล้วค่ะ"

หลินลี่หลับตาลง เริ่มครุ่นคิดถึงแผนการหลังจากนี้

ตอนนี้ทีมงานรอบตัวเขาเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว แผนต่อไปคือภาพยนตร์ที่เขาจะกำกับเองในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน และซีรีส์เว็บเรื่องต่อไปที่บริษัทจะผลิต

เดิมทีเขามีแค่แผนทำหนัง แต่เมื่อพิจารณาว่าบริษัทจะพึ่งพาเขาทำมาหากินคนเดียวไม่ได้ บวกกับช่วงนี้เป็นยุคทองที่ซีรีส์เว็บทำเงินได้มหาศาล เขาจะพลาดโอกาสโกยเงินระลอกนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด

อีกอย่าง การสร้างทีมกองถ่ายของตัวเอง และปั้นผู้กำกับในสังกัด ก็เป็นสิ่งที่ต้องรีบทำ

เขามีผลงานอยู่ในมือมากมาย ในหัวยังมีบทดีๆ อีกเพียบ แต่ลำพังตัวเขาคนเดียว ต่อให้ทำงานงกๆ ไม่พักตลอดทั้งปีก็ถ่ายทำไม่ทัน

ส่วนเรื่องจะทำธุรกิจดูแลศิลปินดาราด้วยไหม เขายังลังเลอยู่

จริงๆ แล้วเสี่ยวเถียน (เถียนซีเวย) เคยบอกเขาหลายครั้งว่ามีหลายบริษัทอยากเซ็นสัญญากับเธอ แต่เธออยากเซ็นกับหนานซุนคัลเจอร์ของหลินลี่มากกว่า ทว่าเขาก็ปฏิเสธไปโดยอ้างว่าตอนนี้บริษัทยังไม่มีแผนและไม่มีประสบการณ์ด้านการบริหารศิลปิน

ในแง่หนึ่ง ถ้ามีศิลปิน ก็ต้องหาทรัพยากรมาป้อน ต้องช่วยดันให้ดัง ช่วงแรกต้องลงทุนสูง

ในอีกแง่หนึ่ง สมมติว่าศิลปินดังแล้ว พอนานๆ ไปก็อาจจะมีปัญหาเรื่องส่วนแบ่งผลประโยชน์จนมองหน้ากันไม่ติด ถึงได้มีกรณีในอนาคตที่พอดาราดังหน่อยก็ชอบแยกตัวไปเปิดสตูดิโอส่วนตัวกันหมด ดังนั้นมันเลยดูเหมือนงานที่เหนื่อยเปล่าและอาจไม่ได้ดีเสมอไป

ที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าเสี่ยวเถียนเข้ามาอยู่ในบริษัทเขา แล้วหลังจากนั้นตูตู (เฉินตูหลิง) จะเข้ามาด้วยจะทำยังไง? หรือถ้าในอนาคตมีคนอื่นเข้ามาอีกจะทำยังไง? ตอนนี้ต่างคนต่างอยู่แบบ "เสือสองตัวไม่ควรอยู่ถ้ำเดียวกัน" มันก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?

ไอ้เรื่องรถไฟชนกัน หรือสถานการณ์ "ทุ่งสังหารแห่งความรัก" เนี่ย... อยู่ให้ห่างไว้จะดีกว่า!

ระหว่างที่ความคิดกำลังฟุ้งซ่าน รถก็มาถึงหน้าประตูมหาวิทยาลัยเหรินหมินพอดี

เมื่อเกาเหวินเตือนสติ หลินลี่ก็ดึงความคิดกลับมา บอกลาทั้งสองคนแล้วลงจากรถเดินเข้าประตูมหาวิทยาลัย

แต่รถ G65 คันนี้มันสะดุดตาจริงๆ แค่จอดอยู่ตรงนั้นก็ดึงดูดสายตาผู้คนมากมาย และพอมองเห็นหลินลี่ลงมาจากรถ ทุกคนต่างก็ทำสีหน้าประมาณว่า 'อ๋อ ที่แท้ก็เขานี่เอง'

ถ้าเป็นรถคนอื่น พวกเขาอาจจะนินทาหมั่นไส้สักหน่อย แต่พอเป็นหลินลี่ พวกเขาจะรู้สึกแค่ว่า ยอดนักเขียนและผู้กำกับใหญ่แห่งเหรินต้าของพวกเรา... โคตรเจ๋ง

อย่าว่าแต่ G65 เลย ต่อให้วันไหนหลินลี่ขับ Aston Martin One-77 ออกมา พวกเขาก็คงรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา

บางทีหลังจากวันนี้ไป เวลาพวกเขาเจอเพื่อนจากมหาวิทยาลัยสุยมู่ (ชิงหวา) หรือจิงต้า (ปักกิ่ง) บทสนทนาอาจจะกลายเป็นแบบนี้...

เด็กสุยมู่: "ช่วงนี้ยุ่งอะไรอยู่?"

เด็กเหรินต้า: "อ๋อ นายรู้ยังว่าหลินลี่เด็กเหรินต้าของพวกเราขับ G65?"

เด็กจิงต้า: "เย็นนี้กินไรดี?"

เด็กเหรินต้า: "อ้อ นั่นสิ หลินลี่เด็กเหรินต้าของพวกเราขับรถเบนซ์ G65 เชียวนะ"

......

ต้องยอมรับว่า ทางมหาวิทยาลัยเหรินหมินทำการโปรโมตหลินลี่ได้ดีมาก ในฐานะนักศึกษาปัจจุบันที่มีชื่อเสียงที่สุด เหรินต้าแทบจะเอารูปเขาไปแปะไว้หน้าประตูมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว

"แต่ไม่รู้ว่าไอ้เรื่องที่ผมโดดเรียนบ่อยๆ เนี่ย ทางมหาวิทยาลัยจะช่วยแก้ตัวให้ไหมนะ? แล้วถ้าขืนยังขาดเรียนแบบนี้ต่อไป สิทธิ์โควตาเรียนต่อปริญญาโทของผมจะยังมีหวังอยู่ไหมเนี่ย?"

หลินลี่คิดเตลิดไปไกล จู่ๆ ก็นึกกังวลเรื่องนี้ขึ้นมา

ในเวลาเดียวกัน บัญชีเวยป๋ออย่างเป็นทางการของหนานซุนคัลเจอร์ก็ได้ประกาศแผนการสร้างภาพยนตร์ที่หลินลี่เคยเกริ่นไว้ในคอมเมนต์ก่อนหน้านี้

"หนานซุนคัลเจอร์: ภาพยนตร์เรื่อง 'เปยซางนี่หลิวเฉิงเหอ' (Cry Me a Sad River) ที่ดัดแปลงจากนิยายต้นฉบับของนักเขียน @หนานซุน จะเริ่มถ่ายทำในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยมีผู้กำกับชื่อดัง @หลินลี่ เป็นผู้กำกับ โปรดติดตาม!"

ชั่วพริบตาเดียว ปริมาณการเข้าชมมหาศาลก็ทำให้เวยป๋อล่มไปอีกครั้งในระยะเวลาสั้นๆ!

จบบทที่ บทที่ 40: การจัดทีมส่วนตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว