- หน้าแรก
- ย้อนเวลาล่าฝัน ผมเกิดใหม่เป็นซุปตาร์ยอดนักเขียน
- บทที่ 33: จิ้งจอกสาว
บทที่ 33: จิ้งจอกสาว
บทที่ 33: จิ้งจอกสาว
ต้องยอมรับในประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่จริงๆ ผ่านไปไม่ถึงสองวัน ด้วยความร่วมมือของสวีเฟย ทางเทนเซ็นต์วิดีโอก็ตัดต่อตัวอย่างประกาศวันฉายความยาวเกือบสองนาทีออกมาเสร็จสรรพ พร้อมปล่อยขึ้นหน้าแรกของแพลตฟอร์มวิดีโอ แค่กดเข้าแอปฯ ก็เห็นทันที
ในขณะเดียวกัน บัญชีเวยป๋ออย่างเป็นทางการของหนานซุนคัลเจอร์และเทนเซ็นต์วิดีโอก็ได้รีโพสต์ตัวอย่างนี้ เรียกแขกให้ชาวเน็ตขาเผือกเข้ามารุมมุงกันยกใหญ่
เทนเซ็นต์วิดีโอ @หนานซุนคัลเจอร์
รายงานตัววันนี้ กับ "พวกเรา" ที่น่ารักที่สุดในโลก
คำคุณศัพท์ที่งดงามที่สุดในโลกคือคำว่า——น่ารัก (Lovely)
ผู้กำกับ | @หลินลี่
นักแสดงนำ | @หลี่หมิงเต๋อ @เถียนซีเวย @โหยวฮ่าวหราน @หวังจื่อเสวียน @หลี่หมิงหยวน @หลี่ซิง
อำนวยการสร้าง | หนานซุนคัลเจอร์ & เทนเซ็นต์วิดีโอ
ดำเนินการผลิต | @หนานซุนคัลเจอร์
28 เมษายนนี้ มาร่วมย้อนวัยเยาว์ไปด้วยกัน ไม่เจอกันไม่เลิกรา
หลินลี่และเหล่านักแสดงนำต่างก็พากันรีโพสต์โพสต์นี้
สิ่งที่น่าสนใจคือ นี่เป็นโพสต์แรกของบัญชีทางการหนานซุนคัลเจอร์ ถ้าไม่ได้บัญชีของเทนเซ็นต์แท็กมา ชาวเน็ตหลายคนคงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีบัญชีนี้อยู่
"ขอมามุงหน่อย นี่คือบริษัทของเทพหนานซุนเหรอ?"
"สรุปคือจับมือกับเทนเซ็นต์สินะ งานนี้พี่กางเกง (Youku) กับพี่กีวี่ (iQIYI) คงเหงื่อตกกีบกันเป็นแถว"
"ตัวอย่างรอบนี้ดูมีดีเทลกว่ารอบที่แล้วอีก ดูน่าสนุกจัง"
"กรี๊ดดด! ชอบนางเอกมาก รู้สึกว่าน้องน่ารักสุดๆ ไปเลย"
"เทนเซ็นต์ให้เกียรติมากนะเนี่ย ขึ้นหน้าแรกให้เลย"
"วันที่ 28 เหรอ เร็วมาก ปักหมุดรอเลย นั่งเฝ้าหน้าจอแล้ว!"
ความคึกคักบนโลกออนไลน์พักไว้ก่อน ตอนนี้หลินลี่ที่กำลังไถมือถืออ่านคอมเมนต์ชาวเน็ต จู่ๆ ก็ได้รับสายที่คาดไม่ถึง
"สวัสดีค่ะ ใช่คุณครูหนานซุนหรือเปล่าคะ?"
ทันทีที่กดรับสายและได้ยินประโยคแรก หลินลี่ก็รู้ทันทีว่าปลายสายคือใคร เสียงเล็กๆ อ้อนๆ เหมือนเด็กอันเป็นเอกลักษณ์แบบนี้ ฟังแล้วกระดูกแทบละลาย
"สวัสดีครับ ผมเองครับ พี่หยางมี่ใช่ไหมครับ?"
"ฉันเองค่ะ ไม่นึกเลยว่าคุณครูหนานซุนจะจำเสียงฉันได้ทันทีขนาดนี้"
"เสียงของพี่หยางมี่คงมีไม่กี่คนหรอกครับที่จำไม่ได้ ไม่ทราบว่าพี่หยางมี่โทรมามีคำสั่งอะไรหรือเปล่าครับ?"
"คุณครูหนานซุนนี่เป็นคนตรงไปตรงมาจังเลยนะ คือแบบนี้ค่ะ ละครสามชาติสามภพเพิ่งฉายจบไป แล้วฉันก็เพิ่งปิดกล้องหนังกลับมาจากต่างประเทศพอดี เลยคิดว่าอยากจะนัดเลี้ยงข้าวคุณครูหนานซุนเพื่อแสดงความขอบคุณสักหน่อยน่ะค่ะ"
"เรื่องขอบคุณอะไรนั่นมันเกินไปแล้วครับ ละครดังได้ก็เพราะฝีมือการแสดงของพี่หยางมี่ต่างหาก แต่ถ้าจะนัดกินข้าวทำความรู้จักกันผมยินดีครับ พี่หยางมี่เองก็เป็นไอดอลของผมเหมือนกัน"
"จริงเหรอคะเนี่ย ฉันรู้สึกเป็นเกียรติจัง งั้นเดี๋ยวฉันส่งโลเคชั่นไปให้นะคะ เจอกันสักทุ่มนึง สะดวกไหมคะ?"
"ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวเจอกันครับ"
"งั้นไว้เจอกันนะคะ คุณครูหนานซุน"
หลังวางสาย หลินลี่ลูบคางตัวเองเบาๆ พลางครุ่นคิดถึงจุดประสงค์ของหยางมี่
คราวก่อนในเวยป๋อ เขาก็เคยโต้ตอบกับหยางมี่ไปบ้าง เพราะยังไงละครก็ดัดแปลงมาจากผลงานของเขา ก็ต้องมีการแสดงออกกันหน่อย
ทุกคนรู้ดีว่าละครเรื่อง "สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่" จะต้องดังแน่ๆ เพราะดัดแปลงมาจากนิยายระดับท็อปไอพีของหนานซุน บวกกับได้ตัวแม่ระดับท็อปอย่างหยางมี่มานำทัพนักแสดงหนุ่มหล่อสาวสวย แต่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะดังระเบิดระเบ้อจนกลายเป็นปรากฏการณ์ขนาดนี้
นับตั้งแต่สามชาติสามภพเริ่มออกอากาศ คนดูละครก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระแสพูดคุยในเวยป๋อผุดขึ้นไม่หยุด ยึดพื้นที่พาดหัวข่าวบันเทิงแทบทุกสำนัก เรียกได้ว่าชื่อเสียงโด่งดังเปรี้ยงปร้าง
ในช่วงที่ละครฉาย ยอดอ่านแฮชแท็กหลักพุ่งทะลุ 10,300 ล้านครั้ง ครองอันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์ละครจีน ยอดวิววิดีโอรวมทุกแพลตฟอร์ม 5,800 ล้านวิว สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ยอดโพสต์จากดารา 173 โพสต์ ยอดอินเทอร์แอคชั่น 17.245 ล้านครั้ง ครองอันดับหนึ่ง ยอดผู้ติดตามของดาราในเรื่องเพิ่มขึ้นรวม 15.35 ล้านคน ก็อันดับหนึ่งอีก แถมยังสร้างคำฮิตจากละครกว่า 955 คำ ซึ่งคำเหล่านี้ปรากฏในเวยป๋อกว่า 2.2 ล้านครั้ง
นี่แค่เศษเสี้ยวเดียว ผลกระทบต่อเนื่องที่สามชาติสามภพสร้างขึ้นนั้นประเมินค่าไม่ได้เลย
ช่วงนั้นคุณเดินออกจากบ้านไป ไม่ว่าจะป้ายรถเมล์ ในรถไฟใต้ดิน หรือในห้างสรรพสินค้า จะเห็นโปสเตอร์และสติกเกอร์ธีมสามชาติสามภพเต็มไปหมด
แม้แต่กิจกรรมบริษัท หรืองานแสดงในโรงเรียน ก็ยังต้องเกาะกระแสสามชาติสามภพ นี่คือกระแสฟีเวอร์ระดับชาติที่ยิ่งใหญ่จริงๆ
ความจริงที่ละครเรื่องนี้ดังระเบิดมีหลายปัจจัย อย่างแรกคือผู้แต่งต้นฉบับคือ "หนานซุน" แค่จุดนี้ก็การันตีความสนใจมหาศาลตั้งแต่ประกาศสร้างแล้ว
ต่อมาคือการแคสติ้ง พมาชาวเน็ตรู้ว่าผู้รับบท "ไป๋เฉี่ยน" คือหยางมี่ ทุกคนก็วางใจ
เพราะใครที่เคยดูละครย้อนยุคของหยางมี่ไม่มีคำว่าผิดหวัง บทบาทก่อนหน้านี้อย่าง ซีเหยา, เสวี่ยหยวน, เฟิงฉิงเสวี่ย มีตัวไหนบ้างที่ทำให้คนดูผิดหวัง แค่มองหน้าสวยๆ ก็คุ้มค่าเน็ตแล้ว!
แม้พระเอกจะโดนวิจารณ์หนักในช่วงแรก แต่พอละครฉาย เขาก็ใช้ฝีมือการแสดงขั้นเทพพิชิตใจคนดูได้สำเร็จ
บวกกับการแจ้งเกิดของตี๋ลี่เร่อปา, เกาเหวยกวง และคนอื่นๆ พูดได้เลยว่าละครเรื่องนี้สร้างประโยชน์ให้คนจำนวนมาก
หลินลี่ลูบคางเบาๆ นึกขึ้นได้ว่าดูเหมือนปีหน้าจะเป็นช่วงเวลาที่หยางมี่หย่าร้าง... งั้นช่วงเวลานี้ เธอกับสามีคนนั้นน่าจะทางใครทางมันกันแล้วหรือเปล่านะ?
หืม? ความคิดดูจะเตลิดไปไกลหน่อยแล้ว
...
หนึ่งทุ่มตรง ร้านเนื้อแกะต้มต้าไป๋หยางแห่งเมืองหลวง
ก่อนมาหลินลี่ลองเช็กข้อมูลร้านนี้ดู เขาว่ากันว่าเดิมทีร้านนี้อยู่ในเมือง แต่มีช่วงหนึ่งที่ทางการเข้มงวดเรื่องเตาถ่าน พวกเขาเลยย้ายออกมานอกเมือง
เจ้าของร้านเป็นพวกศิลปินรักอิสระ ไม่เน้นรวย เน้นทำตามแพชชั่น
เนื้อร้านนี้ดีมาก มีให้เลือกหลากหลาย ชิ้นส่วนไหนของแกะที่ลวกกินได้ ร้านนี้มีหมด
น้ำจิ้มรสเด็ด พริกน้ำมันเจียวสดใหม่ ซอสงา ซอสดอกกุยช่าย เต้าหู้ยี้ ต้นหอมซอย ผักชีซอย บวกน้ำตาลทราย ขนมเปี๊ยะย่าง (เซาปิ่ง) คือทีเด็ด สองชิ้นหนึ่งชุด ทำสดใหม่ กรอบร่วนสุดๆ หลายคนกินเสร็จต้องหิ้วกลับบ้านอีกเป็นสิบชิ้น
แถมราคายุติธรรม เฉลี่ยหัวละ 90 หยวน คุ้มค่าความอร่อยแน่นอน
ข้อเสียอย่างเดียวคือไปกินช่วงวันหยุดยาวไม่ได้
อย่างที่บอก เจ้าของร้านทำเพราะใจรัก ดังนั้นร้านนี้หยุดยาวมาก ช่วงตรุษจีนปิดตั้งแต่ 23 ค่ำเดือน 12 ยาวไปจนหลังเทศกาลโคมไฟโน่นถึงจะเปิด
อินดี้ขนาดนั้นแหละ เงินช่วงตรุษจีนก็ไม่เอา ทำอะไรเขาไม่ได้จริงๆ
และด้วยเหตุนี้ ร้านนี้เวลาเปิดเลยคนแน่นมาก ดาราศิลปินหลายคนชอบมาเช็กอินที่นี่
ปลายเดือนเมษายนในปักกิ่ง อุณหภูมิเริ่มอุ่นขึ้น กลางวันสิบกว่าองศา พอตกกลางคืนก็เหลือเลขตัวเดียวประมาณ 3-5 องศา หลินลี่เลยสวมเสื้อโค้ทกันลมทับมาตัวหนึ่ง
เมื่อเดินเข้าห้องส่วนตัว ก็พบว่ามีคนมารออยู่แล้ว พอมองไป ก็เห็นใบหน้าสวยเฉี่ยวพร้อมรอยยิ้มหวาน เท้าคางจ้องมองเขาอยู่ ดวงตาคู่สวยที่ดูคล้ายสุนัขจิ้งจอกนั้นดึงดูดสายตาเป็นพิเศษ
หลินลี่ถอดหน้ากากอนามัยออกพลางเอ่ยทัก: "สวัสดีครับพี่หยางมี่ รอนานไหมครับ"
หยางมี่ถึงลุกขึ้นยืน ใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางบางๆ ประดับด้วยรอยยิ้ม ผมยาวสลวยถูกรวบไว้ด้านหลัง
ความสวยของเธอหลังแต่งงานไม่เพียงไม่ลดลง แต่กลับเพิ่มเสน่ห์ความเย้ายวนแบบผู้ใหญ่เข้าไปอีก
เสื้อฮู้ดสีดำเข้ารูปที่สวมอยู่ ไม่อาจปิดซ่อนรูปร่างอันยอดเยี่ยมของเธอได้ หลินลี่เผลอใช้หางตาแอบมองไปแวบสองแวบ
"อืม... ใหญ่จริงด้วย!"
หยางมี่ยืนนิ่ง ยื่นมือขวามาทางหลินลี่ เสียงอ้อนๆ อันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้น: "คนเลี้ยงก็ต้องมาถึงก่อนสิคะ ยินดีที่ได้เจอกันครั้งแรกค่ะ คุณครูหนานซุน ได้ยินชื่อเสียงมานาน"
หลินลี่ยื่นมือไปจับมือเธอ สัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่ม เขาเอ่ยยิ้มๆ: "ผมต่างหากที่ต้องพูดคำนั้น ดูละครพี่หยางมี่มาตั้งเยอะ ในที่สุดก็ได้เจอตัวจริงสักที"
หยางมี่ปล่อยมือ แล้วเอามือไพล่หลัง: "เราเลิกเยินยอกันเองเถอะค่ะ นั่งก่อนสิ อาหารฉันสั่งไว้แล้ว เดี๋ยวคงมาเสิร์ฟ คุยไปกินไปดีไหมคะ?"
หลินลี่พยักหน้าเห็นด้วย เขาถอดเสื้อโค้ทแขวนไว้ด้านข้าง เหลือเพียงเสื้อยืดสีขาว แล้วนั่งลงตรงข้ามหยางมี่
พอนั่งลง หยางมี่ไม่ได้พูดอะไร แต่กลอกตาคู่งามสำรวจหลินลี่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ส่วนหลินลี่ก็ไม่พูดอะไรเช่นกัน ประสานมือวางบนโต๊ะ ปล่อยให้เธอพิจารณาตามสบาย
ครู่หนึ่ง หยางมี่ก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจเบาๆ: "ฉันเดาว่าคงมีคนพูดแบบนี้กับคุณเยอะแล้ว แต่ฉันก็ยังอยากพูดอยู่ดี ด้วยอายุ รูปร่างหน้าตาของคุณ กับชื่อเสียงระดับเทพเจ้าของ 'หนานซุน' มันยากที่จะเชื่อจริงๆ ว่าเป็นคนคนเดียวกัน"
หน้าตาของหลินลี่ถูกสเปกเธอจริงๆ ต่างจากดาราชายส่วนใหญ่ในวงการที่หน้าตาออกไปทางหวานๆ
ในสายตาเธอ หลินลี่จัดอยู่ในหมวดเดียวกับพี่เฉิน (เอดิสัน เฉิน) คือมีความขี้เกียจๆ ปนความดิบเถื่อนนิดๆ ดูมีเอกลักษณ์มาก
บวกกับคาแรคเตอร์นักเขียนอัจฉริยะ สำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่แล้วมันดึงดูดใจมาก แน่นอนว่ารวมถึงเธอด้วย
หลินลี่พยายามควบคุมสายตาไม่ให้มองต่ำ จ้องตาเธอตอบ: "พี่หยางมี่ลองคิดดูสิครับ โลกนี้ไม่เคยขาดแคลนอัจฉริยะและคนดวงดี อย่างคนใกล้ตัวเราก็พี่เหลยแห่งจงกวนซุน (Xiaomi) ชีวิตของแกนี่ขนาดนิยายแนวเกิดใหม่ยังไม่กล้าเขียนเวอร์ขนาดนั้นเลย"
หยางมี่พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะยิ้มกว้าง: "เลิกเรียกคุณครูๆ เถอะ ฉันแก่กว่า เรียกคุณว่าอาลี่ ส่วนคุณก็เรียกฉันว่าพี่มี่ (เจ๊มี่) ดีไหม?"
หลินลี่พยักหน้า ยิงมุกตลก: "แน่นอนครับ พี่มี่เป็นดาราดังไม่กี่คนที่ผมรู้จัก เพื่อนร่วมห้องผมชอบพี่มาก ถ้ารู้ว่าวันนี้ผมมาหาพี่แล้วไม่หนีบมันมาด้วย คงอกแตกตายแน่"
หยางมี่ได้ยินก็เอามือปิดปากหัวเราะ "คิกคิก" ทันใดนั้นก็เกิดแรงกระเพื่อมไหวของคลื่นลูกใหญ่ หลินลี่รีบตั้งสติ ย้ายสายตาไปมองทางอื่น
บ้าเอ๊ย... วันนี้ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ไว้ ท้าทายตัวเองว่าจะไม่มองตรงนั้น!
ตอนนั้นเองประตูห้องก็เปิดออก พนักงานเสิร์ฟยกอาหารมาวางจนครบ แล้วถอยออกไป
"ดื่มหน่อยไหม?"
"จะสะดวกเหรอครับ?"
"ผู้ช่วยฉันรออยู่ข้างนอก"
"โอเคครับ งั้นดื่มนิดหน่อยพอ"
เมื่อได้รับคำตอบตกลง หยางมี่ก็หยิบเหล้าเหมาไถที่เตรียมไว้ออกมา เทใส่เหยือกพักเหล้า และเริ่มรินให้ทั้งสองคน
หลินลี่จะช่วย แต่เธอห้ามไว้ ก็เลยปล่อยตามนั้น
"กินรองท้องก่อน แล้วค่อยดื่ม ไม่งั้นเสียสุขภาพแย่"
หลินลี่รับคำ ในใจคิดว่าสมเป็นพี่สาวคนสวย รู้จักดูแลคนจริงๆ
กินไปได้สักพัก หยางมี่ก็ยกแก้วขึ้น: "อาลี่ ยินดีที่ได้เจอกันครั้งแรกนะ ฉันอยากรู้จักเธอมานานแล้ว ขอบคุณจริงๆ ที่เขียนผลงานดีๆ อย่างสามชาติสามภพออกมา ทำให้ฉันได้กลับมายืนบนจุดสูงสุดในวงการอีกครั้งด้วยบทไป๋เฉี่ยน"
หลินลี่ยิ้มบางๆ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ยกแก้วขึ้นบ้าง: "พี่มี่ถ่อมตัวเกินไปแล้ว ถ้าไม่ได้การแสดงยอดเยี่ยมของพี่ ละครเรื่องนี้ก็คงไม่ดังระเบิดขนาดนี้หรอกครับ"
ดื่มรวดเดียวหมดแก้ว หยางมี่หรี่ตาเรียวรีเหมือนจิ้งจอก: "งั้นไม่พูดมากความแล้วนะ ความรู้สึกทั้งหมดอยู่ในเหล้าแก้วนี้แล้ว"
หลินลี่ทึ่งในความตรงไปตรงมาของสาวปักกิ่งคนนี้ ก็กระดกหมดแก้วเช่นกัน: "พี่มี่ใจนักเลงจริงๆ สมเป็นชาวปักกิ่งขนานแท้"
หยางมี่ได้ยินก็เท้าคาง ใบหน้าสวยที่เริ่มแดงระเรื่อเผยรอยยิ้มภาคภูมิใจ เพิ่มความเย้ายวนขึ้นอีกสามส่วน ดูเหมือนจิ้งจอกน้อยจอมโอ้อวดไม่มีผิด
เหล้าผ่านไปสามรอบ ทั้งสองคุยกันอย่างถูกคอ เริ่มมีอาการมึนเมาเล็กน้อย เหล้าขวดที่สองก็พร่องไปเกือบหมดแล้ว
"พี่มี่ ดึกแล้วมั้งครับ วันนี้พอแค่นี้ก่อนไหม?"
หลินลี่เห็นหยางมี่เริ่มเมาแล้ว จึงเอ่ยถาม เพราะยังไงตอนนี้เธอก็ยังมีสถานะเป็นภรรยาที่มีทะเบียนสมรสอยู่ เขาต้องระวังตัวหน่อย
หยางมี่ดูเวลาในมือถือ ก็เห็นว่าดึกแล้วจริงๆ
จุดประสงค์ของการนัดเจอวันนี้ก็ถือว่าบรรลุแล้ว ระหว่างคุยเธอพบว่าหลินลี่คุยง่ายกว่าที่คิด วันหลังถ้ามีเรื่องต้องขอร้องคงไม่ยาก
เธอเก็บของ สวมเสื้อแจ็คเก็ตวอร์มตัวโคร่งทับ แล้วหันมาบอกหลินลี่: "อาลี่ งั้นพี่ไปก่อนนะ กันไว้เผื่อมีปาปารัสซี่อยู่ข้างนอก ดึกป่านนี้ถ้าโดนถ่ายรูปไปคงยุ่งยาก"
หลินลี่พยักหน้าเข้าใจ: "งั้นผมไม่ไปส่งนะพี่มี่ ไว้เจอกันใหม่ครับ"
หยางมี่โบกมืออย่างไม่ถือสา: "ไม่เป็นไรๆ แอดวีแชทกันแล้ว ว่างๆ ก็ทักมาคุยเล่นได้ พี่เล่น RoV (Honor of Kings) เก่งนะ ว่างๆ มาเล่นด้วยกัน"
หลินลี่มุมปากยกขึ้น: "แน่นอนครับ ไม่มีปัญหา ว่างแล้วเดี๋ยวทักไป"
"บ๊ายบาย"
"บ๊ายบายครับ"
มองดูแผ่นหลังอรชรของหยางมี่เดินออกจากห้องไป หลินลี่ก็เริ่มใส่เสื้อผ้า เตรียมตัวกลับบ้าง
แต่จู่ๆ หยางมี่ก็ถอยหลังกลับมา เอนตัวพิงขอบประตู หันมามองเขา ใบหน้าประดับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ น้ำเสียงอ้อนๆ แฝงแววหยอกล้อ
"จริงสิ เมื่อกี้ลืมบอกไป... คราวหน้าถ้าอยากดู ก็มองตรงๆ ได้เลยนะจ๊ะ~"
ทิ้งเสียงหัวเราะใสราวระฆังเงินไว้ แล้วเดินจากไป ปล่อยให้หลินลี่ยืนงงเป็นไก่ตาแตกด้วยความเขินอายอยู่คนเดียว
ส่วนหยางมี่ที่อยู่นอกห้อง ก้าวเดินด้วยฝีเท้าเบาสบาย ราวกับแม่ทัพที่ได้รับชัยชนะ ฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
"เจ้าเด็กแสบ ต่อให้ชื่อเสียงโด่งดังหรือเก่งแค่ไหน ก็เสร็จเจ๊อยู่ดีแหละ ฮึ~"
...
(จบบท)