เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60: ข้ายินดีรับโทษ (ฟรี)

บทที่ 60: ข้ายินดีรับโทษ (ฟรี)

บทที่ 60: ข้ายินดีรับโทษ (ฟรี)


บทที่ 60: ข้ายินดีรับโทษ

เพื่อป้องกันคนในห้องหนี เจ้าหน้าที่จุดเทียนไขเล่มหนาเท่าแขนเด็กหลายเล่มจนสว่างไสว ยังไงก็ไม่ใช่ของบ้านตัวเอง เผาไปเถอะ

ท่ามกลางแสงเทียนสว่างจ้า นายผู้เฒ่าโจวกำลังนั่งคร่อมบีบคอหญิงสาวคนหนึ่งกดลงกับพื้น ที่หัวเตียงมีคนนอนล้มอยู่คนหนึ่ง หน้าอกมีเลือดพุ่งออกมาไม่หยุด คนคนนั้นคือโจวฝูคัง

ส่วนหญิงสาวที่ถูกกดอยู่กับพื้นคือ เฉียวเหลียน เมื่อเห็นภาพนี้ สวีต้าถึงกับผงะ "ตาแก่คิดจะกินไก่วัด (พลอดรักกับลูกสะใภ้) ถึงขั้นแทงลูกชายตัวเองก่อนเลยรึ? ใจร้อนขนาดนั้นเชียว?"

เขาเกลียดนายผู้เฒ่าโจวเข้าไส้ เลยซ้ำเติมอย่างออกรส

หวังฉีหลินกล่าว "อย่าพล่าม รีบไปลากตัวออกมา"

สวีต้าลากนายผู้เฒ่าโจวออกมาเหมือนลากหมา คนที่อยู่ข้างล่างไม่ใช่ภรรยาของโจวฝูคัง แต่เป็นสาวใช้ตระกูลโจวและภรรยาใหม่ของโจวมาจื่อ... เฉียวเหลียน หน้าอกของเฉียวเหลียนมีเลือดไหลออกมา

โชคดีที่นางเป็นคนเจ้าเนื้อ กรรไกรของนายผู้เฒ่าโจวเลยแทงไม่ถึงหัวใจ

เห็นดังนั้น สวีต้าก็ถอนหายใจ "บรรพบุรุษกล่าวไว้ดีจริงๆ อกอิ่มเปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี (เฟิงสยงฮว่าจี๋ - ล้อคำว่า เฟิงซยงฮว่าจี๋ ที่แปลว่าเปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี)"

นายผู้เฒ่าโจวได้สติกลับมา เขามองลูกชายที่นอนกองอยู่หัวเตียง แล้วหันมองเฉียวเหลียนที่กรีดร้องอยู่บนพื้น ใบหน้าซีดเผือด "นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ข้า... ข้า... ข้า... ใต้เท้า ข้าไม่ได้ทำนะ..."

สวีต้ายืนยัน "เจ้าทำนั่นแหละ ข้าเห็นกับตา"

นายผู้เฒ่าโจวทั้งกลัวทั้งโกรธทั้งร้อนใจ สวีต้าเลยปลอบใจว่า "ข้าเป็นคนมีข้อเสียอยู่อย่าง คือเป็นคนปากตรงกับใจ พูดอะไรไม่เข้าหู นายผู้เฒ่าอย่าเก็บไปใส่ใจนะ"

"เจ้าจะพูดอะไร?" นายผู้เฒ่าถาม

"ข้าจะบอกว่า ตอนนี้เจ้าไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว ยังไงก็หนีโทษประหารไม่พ้น"

ต่งจี้หู่ผลักประตูห้องด้านในเข้าไป พบอีกร่างนอนอยู่... ภรรยาของโจวฝูคัง นางใจไม่แข็งพอ ถูกแทงเข้าหัวใจตายคาที่

รายนี้ไม่ใช่ฝีมือนายผู้เฒ่าโจวแน่ๆ มีเงาร่างหนึ่งกำลังวิ่งโซซัดโซเซออกจากลานบ้าน แต่ถูกเจ้าหน้าที่หน้าประตูถีบล้มคว่ำเสียก่อน โจวจวิ้น (โจวมาจื่อ)

หวังฉีหลินกล่าวเสียงเครียด "ผีตนนี้ร้ายกาจมาก มันสร้างภาพลวงตาได้" พูดถึงตรงนี้เขาก็เหลือบมองสวีต้า การที่ผีตนนั้นบุกเข้ามาในบ้านได้กะทันหัน ต้องเป็นฝีมือเจ้านี่แน่ๆ

สวีต้าเข้าใจความหมาย จึงกล่าวว่า "ตั้งแต่เด็ก พ่อสอนข้าว่าทำผิดต้องถูกลงโทษ แต่ครั้งนี้ล่ะ? ต้นเหตุหลบหนีความผิด เด็กไร้เดียงสาต้องมารับเคราะห์แทนจนตัวตาย ถ้าพวกเราไม่ทวงความยุติธรรมให้พวกเขา ใครจะทำ? หวังพึ่งนายอำเภอเรอะ?" เขาพูดย้ำ "ข้าไม่เชื่อใจพวกขุนนางหน้าโง่พวกนั้น พวกนั้นยังยุติธรรมสู้ผีไม่ได้เลย"

หวังฉีหลินเงียบกริบ ใจจริงเขาก็อยากทำแบบนั้น เสียดายนายผู้เฒ่าโจวยังไม่ถูกผีทรมานจนตาย

ค่ำคืนผ่านไปโดยไร้คำพูด เช้าวันรุ่งขึ้น หลังทานอาหารเสร็จพวกเขากำลังจะออกเดินทาง ม้าเร็วหลายตัวควบเข้ามาในหมู่บ้านดั่งพายุหมุน

"ใครน่ะ?" เจ้าหน้าที่ตะโกนถาม ตราไม้สีดำขนาดใหญ่กว่า ตราไม้โลหิต หนึ่งเท่าตัวถูกโยนลงมา เจ้าหน้าที่เงียบกริบราวกับจั๊กจั่นในฤดูหนาว

สือโจวซาน ต้าอิน (ตราประทับใหญ่) แห่งอำเภอจี๋เสียงมาถึงแล้ว

สือโจวซานบุกเข้ามาในบ้านอย่างรีบร้อน พอเห็นหวังฉีหลินและพวกปลอดภัยดีก็โล่งอก "ข้ายังมาทันเวลา พวกเจ้าไม่เป็นอะไร"

ต่งจี้หู่ถาม "ใต้เท้า เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ?"

สือโจวซานทำหน้าเคร่งขรึม "ปีศาจที่อาละวาดในหมู่บ้านนี้ไม่ใช่ มารทารก เจ้าคนทึ่มนี่เตรียม ผงทรายแมงมุม มาเก้อแล้ว มันใช้กับปีศาจตนนี้ไม่ได้!"

เขาหยุดเล็กน้อย แล้วเชิดหน้าอย่างภาคภูมิ "พวกเจ้าสามคนสะเพร่าเกินไปแล้ว ตอนเปิดโลงไม่ได้ตรวจสอบศพเด็กผู้หญิงข้างในหรือ? บนร่างนางถูกลง ยันต์ปิดประตูสวรรค์ (สั่วเทียนเหมินฝู) ไว้ เมื่อประตูสวรรค์ถูกปิด วิญญาณย่อมออกไม่ได้ จะกลายเป็นมารทารกได้ยังไง?"

ต่งจี้หู่กล่าวด้วยความเลื่อมใส "ใต้เท้าปรีชายิ่ง ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง แต่ถึงพวกเราจะตรวจดูศพก็คงดูไม่ออกหรอกขอรับ พวกเราจะไปรู้จักยันต์ปิดประตูสวรรค์ได้ยังไง? ต้องเป็นใต้เท้าผู้รอบรู้กว้างขวางเท่านั้นถึงจะมีสายตาเฉียบแหลมเช่นนี้"

สือโจวซานกล่าว "พวกเจ้าไม่รู้จักยันต์ปิดประตูสวรรค์ก็ไม่แปลก ยันต์นี้เป็นวิชาลับของสำนักเหมาซานดำ (เฮยเหมา) หาดูได้ยาก แต่น่าเสียดายที่คนลงยันต์ดันมาเจอกับข้า หึๆ ข้าจะลองวัดฝีมือกับมันสักตั้ง!"

เขายิ้มมุมปาก ทุกอย่างอยู่ในการควบคุม

ต่งจี้หู่ยิ้มตาม "งั้นมันคงซวยแน่แล้ว ในอำเภอจี๋เสียงจะมีใครเป็นคู่มือใต้เท้าได้"

สือโจวซานโบกมือ "คำพูดแบบนี้เราพูดกันเองได้ ขืนพูดออกไปจะกลายเป็นเรื่องน่าขัน พึงรู้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน..."

หวังฉีหลินงงเป็นไก่ตาแตก เช้าตรู่ขนาดนี้ก็เริ่มโม้แล้วเหรอ? กินข้าวหรือยัง? ดื่มน้ำแกงหรือยัง?

สวีต้ากระซิบกับต่งจี้หู่ "เจ้าเสือ เมื่อวานเจ้าถ่อมตัวไปนะ จริงๆ แล้วที่เจ้าได้เป็น โหยวซิง (ดาราพเนจร) ไม่ใช่เพราะมุกมังกรหรือของวิเศษอะไรหรอก แต่เพราะความสามารถในการประจบของเจ้าล้วนๆ"

ต่งจี้หู่ไม่สนใจ ยังคงทำหน้าชื่นชมฟังคำสอนของสือโจวซานต่อไป

สือโจวซานพล่ามอยู่นานกว่าจะเข้าเรื่อง "เล่าคดีในหมู่บ้านให้ข้าฟังอย่างละเอียดอีกรอบ พวกเจ้าเจอผีตัวนั้นหรือยัง? ข้าสงสัยว่าคดีนี้มีคนบงการ"

"เจอแล้วขอรับ"

"เล่ามาซิ มันรูปร่างหน้าตายังไง? พวกเจ้าหนีรอดจากมือมันมาได้แบบครบสามสิบสอง แสดงว่าใต้เท้าหวังมีฝีมือไม่เบา"

"ใต้เท้าหวังมีฝีมือจริงๆ ขอรับ เขาฟันผีตนนั้นตายไปแล้ว" สวีต้ากล่าวพร้อมรอยยิ้ม

สือโจวซานเบิกตากว้าง เขาแปลกใจจริงๆ

หวังฉีหลินเองก็แปลกใจ เขาคิดว่าคดีนี้จบไปแล้ว แต่พอนึกถึงยันต์คุ้มกันบ้านของตระกูลโจวและ 'ยันต์ปิดประตูสวรรค์' ที่สือโจวซานพูดถึง คดีที่เหมือนจะกระจ่างแล้วกลับดูซับซ้อนขึ้นไปอีก พวกเขาทุกคนเป็นเพียงหมากในกระดาน คนเดินหมากตัวจริงยังไม่ปรากฏตัว

สือโจวซานมองหวังฉีหลินด้วยสายตาชื่นชม เข้าไปตบไหล่ "ดีมาก ใต้เท้าหวังทำได้ดีมาก แต่ถึงผีจะถูกกำจัดไปแล้ว คดีก็ยังไม่ถือว่าจบ คุมตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดกลับไปที่ที่ทำการ ข้าจะสอบสวนต่อ"

ต่งจี้หู่ยิ้มแห้งๆ "เรียนใต้เท้า ผู้เกี่ยวข้องตายไปเกือบหมดแล้วขอรับ"

สือโจวซานโกรธจัด "อะไรนะ?"

ต่งจี้หู่ฝืนใจรายงาน "เมื่อคืนผีตนนั้นบุกเข้าไปในบ้านนี้ ฆ่าตัวการหลักไปสองคน เหลือแค่ตาเฒ่าคนเดียวที่ตอนนี้ก็กลายเป็นบ้าไปแล้ว..."

สือโจวซานสะบัดแขนเสื้อตวาด "เป็นไปไม่ได้! หมู่บ้านนี้มีเรื่องผีมาเป็นสิบวัน ผีตนนั้นเข้าบ้านนี้ไม่ได้มาตลอด แสดงว่าในบ้านต้องมีของดีคอยสะกดมันไว้! แล้วเมื่อคืนมันจะเข้าไปได้ยังไง?"

เขาจ้องเขม็งไปที่ทั้งสามคน แววตาดุดัน

หวังฉีหลินลอบถอนหายใจ สือโจวซานได้เป็นต้าอินคงไม่ใช่เพราะเส้นสาย เขาเป็นคนเก่งจริงๆ ยังไม่ทันฟังรายละเอียดคดี แค่ประโยคเดียวก็จับจุดสำคัญได้แล้ว

"พวกเจ้า... ใครไปยุ่งกับของสิ่งนั้น?!"

ใบหน้าของสือโจวซานดำทะมึนราวกับผ้าขี้ริ้วก้นหม้อ บิดทีน้ำคงหยดติ๋ง

สวีต้าเชิดหน้าเดินออกไป ล้วงยันต์แผ่นหนึ่งออกมา "เรียนใต้เท้า..."

"ข้าน้อยสั่งให้ใต้เท้าสวีแกะยันต์คุ้มกันบ้านแผ่นนี้ออกเองขอรับ ข้าน้อยตั้งใจจะล่อให้ผีเข้ามาในลานบ้านเพื่อรุมจัดการ แต่นึกไม่ถึงว่ามันจะร้ายกาจเกินคาด" หวังฉีหลินชิงพูดตัดหน้า

สือโจวซานก้าวพรวดเข้าประชิดตัว ตวาดเสียงกร้าว "เจ้าตั้งใจ? เจ้านึกไม่ถึง? ใต้เท้าหวัง ผู้เกี่ยวข้องในคดีตายเพราะเจ้าเจ้ารู้ไหมว่าเจ้าทำผิดมหันต์แค่ไหน?"

หวังฉีหลินประสานมือ "ข้าน้อยทราบดี ดังนั้นข้าน้อย ยินดีรับโทษ ขอใต้เท้าโปรดปลดข้าน้อยออกจากตำแหน่งแล้วสอบสวนความผิดด้วยเถิด!"

ต่งจี้หู่แอบยกนิ้วโป้งให้ในใจ: สุดยอด ใต้เท้าหวังอายุยังน้อย นึกไม่ถึงว่าจะเป็นจอมวางแผนตัวยง ถึงขั้นวางยาใต้เท้าสือได้

มุมปากของสือโจวซานกระตุกยิกๆ

เขาจ้องหน้าหวังฉีหลินเขม็ง แล้วกระชากยันต์ออกจากมือ พลางกล่าวว่า "ใต้เท้าหวังพูดเกินไปแล้ว แม้เจ้าจะทำผิดพลาดครั้งใหญ่ แต่ก็ได้สร้างผลงานใหญ่เช่นกัน ถือว่าหักล้างกันไป ไม่มีรางวัลให้แล้วกัน"

หวังฉีหลินรีบแย้ง "ใต้เท้าสือ ข้าน้อยเห็นว่าผลงานในคดีนี้เป็นของข้าน้อย ใต้เท้าสวี และใต้เท้าต่งร่วมกันทำ แต่ความผิดนั้นเกิดจากข้าน้อยเพียงคนเดียว ผลงานไม่อาจลบล้างความผิด..."

"ข้าบอกว่าหักล้างกันไป ก็คือหักล้างกันไป!" สือโจวซานกดไหล่เขาแน่น กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง

เจ้าหน้าที่หน้าประตูและชาวบ้านที่มุงดูต่างซาบซึ้งใจ มีคนอุทานชื่นชม "ให้เกียรติซึ่งกันและกัน สามัคคีปรองดอง ความสัมพันธ์ของใต้เท้าทั้งสองช่างน่าประทับใจยิ่งนัก"

จบบทที่ บทที่ 60: ข้ายินดีรับโทษ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว