- หน้าแรก
- ครัวนี้มีค่าประสบการณ์
- บทที่ 325 ของว่าง
บทที่ 325 ของว่าง
บทที่ 325 ของว่าง
เช้าวันรุ่งขึ้น เจียงเฟิงกับอู๋หมิ่นฉีไปไท่เฟิงโหลวด้วยกันก่อน
หัวไชเท้าและแตงโมที่เหลือไม่กี่ลูกที่บ้านถูกแกะสลักหมดเกลี้ยงตั้งแต่เมื่อคืน อู๋หมิ่นฉีอยากแกะสลักจานผลไม้ลายกระเรียนอวยพรวันเกิดสวย ๆ ให้ทันก่อนวันเกิดเจียงเว่ยหมิง ก็ต้องรีบใช้เวลาที่เหลือฝึกฝนแบบเร่งด่วนสักหน่อย
ส่วนเจียงเฟิง ทักษะมีดของเขาเหนือกว่าอู๋หมิ่นฉี แน่นอนว่าต้องมาช่วยแนะนำเธอ
ถ้าพูดเรื่องใช้ผักผลไม้แกะสลักของ ทั่วทั้งไท่เฟิงโหลวคงไม่มีใครมีประสบการณ์โชกโชนไปกว่าเจียงเฟิงอีกแล้ว
สมัยที่ยังต้องหลอกขายหัวไชเท้าแกะสลักเพื่อหาเงิน เจียงเฟิงเป็นคนทีสามารถแกะสลักได้แม้กระทั่งสาวเรือรบเลยนะ
แต่มันขายดีจริง ๆ มหาวิทยาลัยสายวิทย์ไม่เคยขาดแคลนโอตาคุ บางทีเงินของพวกโอตาคุก็หลอกง่ายกว่าเงินผู้หญิงซะอีก
อู๋หมิ่นฉีแกะสลักจานผลไม้ลายกระเรียนอวยพรวันเกิด ส่วนเจียงเฟิงฝึกทำไก่อวิ้นต่อ ไก่อวิ้นจานแรกที่ทำพังยังไม่ออกจากเตา จางกวงหังก็มาทำงานแล้ว
“วันนี้ทำไมมาเช้าจัง?” เจียงเฟิงทักทายจางกวงหัง
“เมื่อวานไปปีนเขามา กลางคืนนอนเร็ว ก็เลยตื่นเช้า อีกอย่างก็ไม่มีอะไรทำด้วยเลยมาที่นี่” จางกวงหังตอบ หยิบวัตถุดิบออกจากถุง เตรียมฝึกทำไก่หญ้าฝรั่น
จางกวงหังน่าจะเป็นคนเดียวในไท่เฟิงโหลวที่เวลาฝึกทำอาหารจะพกวัตถุดิบมาเอง
“จริงสิ เมื่อวานฉันเหมือนจะลืมบอกนายไป พรุ่งนี้เป็น...”
“เมื่อคืนจี้เยวี่ยบอกฉันแล้ว พรุ่งนี้เป็นวันเกิดอาจารย์เจียง” จางกวงหังบอก “แต่เวลากระชั้นชิดขนาดนี้ ฉันก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะเตรียมของขวัญอะไรดี”
“ปู่สามบอกแล้วว่าไม่รับของขวัญ ท่านไม่ชอบกินของเลี่ยน ๆ อย่างเค้กด้วย พรุ่งนี้เรามาช่วยกันห่อบ๊ะจ่าง กินสุกี้หม้อไฟ แล้วตอนเย็นลุงใหญ่ฉันจะทำบะหมี่อายุยืนให้ปู่สามชามหนึ่ง” เจียงเฟิงบอก
“งั้นพรุ่งนี้ฉันทำเมนูถนัดให้อาจารย์เจียงสักจานถือเป็นการอวยพรวันเกิดแล้วกัน” จางกวงหังว่า “เมื่อวานนายไปโรงพยาบาลเหรินอีได้อะไรกลับมาบ้างไหม?”
“ไม่รู้สิ” เจียงเฟิงจ้องในหม้อ เห็นว่าได้เวลาแล้ว ก็ตักขึ้น
[ไก่อวิ้น (ล้มเหลว) ระดับ B]
“ไม่ได้อะไรเลย” เจียงเฟิงยอมรับความจริง เริ่มเก็บกวาดขยะที่ตัวเองเพิ่งสร้าง เอาไก่อวิ้นที่ล้มเหลวใส่กล่อง เตรียมเอาไปเป็นของว่างมื้อดึกให้เจียงโส่วเฉิงที่โรงพยาบาลเหรินอี
“เที่ยงนี้ฉันมีธุระต้องไปโรงพยาบาลเหรินอี จะกลับมาตอนบ่าย ไปก่อนนะ” ก่อนไปเจียงเฟิงไม่ลืมบอกจางกวงหัง
“ช่วงนี้นายไปโรงพยาบาลเหรินอีบ่อยนะ” จางกวงหังทัก
“รู้จักเพื่อนที่โรงพยาบาลเหรินอีหลายคน รับปากว่าจะสอนพวกเขาทำอาหาร สัญญาไว้แล้วจะผิดคำพูดไม่ได้” เจียงเฟิงยิ้ม
เขาคงบอกไม่ได้หรอกว่าเพราะฉันยังมีภารกิจรองที่โรงพยาบาลเหรินอีทำไม่เสร็จ เลยต้องไปปั่นภารกิจ
เจียงเฟิงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องแต่งตัว หิ้วไก่อวิ้นที่เพิ่งออกจากเตาไปโรงพยาบาลเหรินอี เนื่องจากมีแค่ชุดเดียวเขาเลยขี้เกียจใส่กล่องเก็บความร้อน ยังไงก็เป็นของเสีย ระยะทางจากไท่เฟิงโหลวไปโรงพยาบาลเหรินอีก็ไม่ไกลมาก ไปถึงคงยังไม่เย็นชืด
พอถึงโรงพยาบาลเหรินอี เจียงเฟิงก็พุ่งตรงไปแผนกฉุกเฉิน
หมอและพยาบาลแผนกฉุกเฉินส่วนใหญ่รู้จักเจียงเฟิงกันหมด แม้แต่พยาบาลที่ไม่เคยกินข้าวฟรีของเจียงเฟิงก็ยังรู้จัก พอเห็นเขามาก็ช่วยชี้ทางให้
“หมอเจียงอยู่ในห้องพักค่ะ” พยาบาลที่เคาน์เตอร์บอก
“ขอบคุณครับ” เจียงเฟิงตรงดิ่งไปที่ห้องพัก
เจียงโส่วเฉิง หมอซุน และหมอสวี่กำลังซดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันดังซู้ดซ้าดในห้องพัก ทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นบะหมี่รสเนื้อพริกดองและรสผักดองสูตรโบราณ
ไอ้เจ้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเนี่ยดมแล้วหอม แต่กินแล้วเฉย ๆ นานทีปีหนกินสักครั้งยังพออร่อย แต่ถ้าให้กินทุกวันคงไม่มีใครทนไหว
หมอซุนกับหมอสวี่ทนไม่ไหวแล้ว
พวกเขาอยากจะโยนบะหมี่ทิ้งใจจะขาด แต่ความจนมันค้ำคอ
พวกเขาอยากจะกินบะหมี่ให้หมด แต่ลิ้นและกระเพาะประท้วง
คิดไปคิดมา พวกเขาตัดสินใจหาตัวช่วย ให้เจียงโส่วเฉิงมาช่วยกินบะหมี่
ความช่วยเหลือที่แค่ขยับปากก็ช่วยได้แบบนี้ เจียงโส่วเฉิงยินดีช่วยเต็มที่ นี่เลยเป็นที่มาของภาพที่เจียงเฟิงเปิดประตูเข้ามาเห็น
เจียงโส่วเฉิงเห็นเจียงเฟิงมา ในมือหิ้วของกินมาด้วย ก็วางชามลงทันที ตาลุกวาว พูดว่า “น้องเล็กมาแล้วเหรอ!”
เจียงเฟิงเห็นเจียงโส่วเฉิงกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ก็เผลอมองมือถือโดยอัตโนมัติ ยังไม่ 10 โมง จะข้าวเช้าก็ไม่ใช่ จะข้าวเที่ยงก็ไม่เชิง
“พี่เฉิงยังไม่ได้กินข้าวเช้าเหรอครับ?” เจียงเฟิงยื่นกล่องในมือให้เจียงโส่วเฉิง “นี่ไก่อวิ้นที่ผมเพิ่งทำ อาจจะเย็นไปหน่อยนะครับ”
เจียงโส่วเฉิงรับกล่องไปด้วยรอยยิ้ม เปิดออก แล้วดันชามตรงหน้าไปข้าง ๆ “ก็แค่กินเล่นเป็นของว่างน่ะ”
เจียงโส่วเฉิงอ้าปาก งับไก่อวิ้นเข้าไปหนึ่งชิ้น
เคี้ยวไปสองสามที เจียงโส่วเฉิงก็พูดว่า “น้องเล็ก ไก่เปรี้ยวหวานของนายหวานไปหน่อยนะ”
“เมนูนี้ผมกำลังแกะสูตรอยู่ เป็นเมนูใหม่ เรียกว่าไก่อวิ้น” เจียงเฟิงอธิบาย
พอได้ยินว่าเป็นเมนูใหม่ เจียงโส่วเฉิงก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขาชื่นชมจิตวิญญาณของน้องเล็กที่หมั่นค้นคว้าวิจัยเมนูอาหารแบบนี้ที่สุด เลยกินไปอีกหลายชิ้น
“น้องเล็ก เมนูนี้ทำยากไหม? ถ้าไม่ยากเที่ยงนี้ทำมาอีกสักที่สิ แต่อย่าทำหวานขนาดนี้นะ” เจียงโส่วเฉิงค่อนข้างชอบรสชาติของไก่อวิ้น ถึงระดับความหวานจะไม่ค่อยเหมาะกับผู้ใหญ่เท่าไหร่
“ได้ครับ งั้นผมไปครัวน้อยก่อนนะ” เจียงเฟิงบอก
เจียงเฟิงแวะไปตลาดซื้อวัตถุดิบที่ต้องใช้ เนื่องจากภารกิจหลักวันนี้คือแนะนำฉินเวยเวยทำอาหาร นอกจากวัตถุดิบทำไก่อวิ้นแล้ว เขาเลยซื้อผักกาดขาวกับผักกวางตุ้งติดมือมาด้วย เพื่อให้เจียงโส่วเฉิงได้กินมื้อเที่ยงเพื่อสุขภาพที่มีครบทั้งเนื้อและผัก
ตอนที่เจียงเฟิงหิ้ววัตถุดิบไปถึงครัวน้อย ฉินเวยเวยเตรียมวัตถุดิบรออยู่แล้ว ทุกอย่างล้างทำความสะอาดเรียบร้อย
เจียงเฟิงกวาดตามองวัตถุดิบที่ฉินเวยเวยเตรียมมา มีแต่ผักไม่มีเนื้อสัตว์เลย ดูท่าฉินเวยเวยจะรู้ระดับฝีมือตัวเองดี ว่าแค่ผัดผักก็เต็มกลืนแล้ว อย่าหวังจะแตะต้องพวกเนื้อสัตว์เลย
ฉินเวยเวยเป็นคุณหนูที่ไม่เคยแตะงานบ้านงานเรือน ไม่ใช่แค่แยกชนิดธัญพืชไม่ออก แต่แยกซีอิ๊วขาวกับซีอิ๊วดำไม่ออกด้วยซ้ำ เป็นมือใหม่หัดเข้าครัวที่สอนยากยิ่งกว่าฝางจั๋วเยวี่ยซะอีก เจียงเฟิงสอนเธอไม่ใช่แค่ต้องปากเปียกปากแฉะ แต่ต้องคอยยืนจ้องหม้ออยู่ข้าง ๆ เตรียมพุ่งเข้าไปกู้สถานการณ์ตลอดเวลา
หลังจากผ่านเหตุการณ์หวาดเสียวมาหลายรอบ ฉินเวยเวยก็ทำมื้อเที่ยงแห่งความกตัญญู 4 กับข้าว 1 ซุปสำเร็จอย่างทุลักทุเล เจียงเฟิงปั่นภารกิจได้ 5 แต้ม แล้วเริ่มเตรียมมื้อเที่ยงให้เจียงโส่วเฉิง
เฉียนลี่จวนยังคงต้มซุปเหมือนเดิม เที่ยงนี้เธอต้มซุปกระดูกหมูเห็ดโคนญี่ปุ่น เจียงเฟิงสังเกตวิธีทำของเฉียนลี่จวนคร่าว ๆ ถึงจะช่วยแนะนำไปบ้าง แต่ดูเหมือนผลลัพธ์จะไม่ค่อยดีนัก เที่ยงนี้จวงหลินคงต้องรับกรรมอีกตามเคย
ฝางจั๋วเยวี่ยต้มข้าวต้มขาวเหมือนเดิม แต่คราวนี้ท่าทางเปลี่ยนไป อารมณ์ก็เปลี่ยนไป ฝางจั๋วเยวี่ยใช้มือซ้ายถือตะเกียบคนข้าวต้ม มือขวาพิมพ์มือถือมือเดียว ต้มข้าวต้มไปจีบสาวไป
“เสี่ยวฝาง วันนี้ดูอารมณ์ดีจัง แก้โจทย์ออกแล้วเหรอจ๊ะ?” เฉียนลี่จวนถาม
“แก้ได้แล้วครับ เมื่อคืนแก้ได้ปุ๊บปั๊บเลย” ฝางจั๋วเยวี่ยยิ้ม
เมื่อคืนกับข้าวสองอย่าง เหล้าหนึ่งแก้วตกถึงท้อง เขาได้ทำลายโครงสร้างมิติทั้งหมด ปีนออกมาจากมิติพิศวงที่วนลูปไม่จบสิ้นได้สำเร็จ