- หน้าแรก
- ครัวนี้มีค่าประสบการณ์
- บทที่ 295 เมนูระดับตำนาน
บทที่ 295 เมนูระดับตำนาน
บทที่ 295 เมนูระดับตำนาน
ซุปบอร์ชที่เจียงเฟิงทำ ในแง่หนึ่งมันไม่ใช่ซุปบอร์ชอีกต่อไปแล้ว
วิธีทำซุปบอร์ชแบบต้นตำรับควรจะเป็น: เติมน้ำลงหม้อ รอจนน้ำเดือดแล้วใส่เนื้อวัว ใบกระวาน ต้นหอม ขิง ใช้ไฟกลางต้มหนึ่งชั่วโมง รอจนเนื้อเปื่อยนุ่มแล้วตักขึ้นพักให้เย็น หั่นเป็นลูกเต๋าขนาดเท่าหัวแม่มือ จากนั้นนำแป้งสาลีลงผัดในหม้อจนแป้งเหลืองและส่งกลิ่นหอม
จากนั้นใส่เนยลงหม้อ รอให้ละลาย ใส่ต้นหอม ขิง กระเทียม และใบกระวานลงไปผัดให้หอม ตามด้วยซอสมะเขือเทศ เนื้อวัว มะเขือเทศ กะหล่ำปลี มันฝรั่ง แครอท เติมน้ำต้มให้เดือด สุดท้ายเติมแป้งสาลีและเครื่องปรุงรสต่าง ๆ เล็กน้อย รอจนน้ำซุปข้นเหนียวก็ตักเสิร์ฟได้
แต่วิธีของเจียงเฟิงคือ เทวัตถุดิบทั้งหมดลงหม้อผัดด้วยไฟแรงก่อน แล้วก็ตุ๋นมั่ว ๆ รวมกัน
ดังนั้นซุปบอร์ชที่เจียงเฟิงทำ จริง ๆ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นซุปมั่วซั่วยูเครนได้เลย
ซุปมั่วซั่วยูเครนของเจียงเฟิงใช้เวลาทำนานกว่าซุปบอร์ชต้นตำรับพอสมควร เพราะยังไงก็ขึ้นชื่อว่าซุปตุ๋น จุดสำคัญมันอยู่ที่คำว่าตุ๋นนี่แหละ
ชายหนุ่มคนนั้นยกโจ๊กขาวกลับไปนานแล้ว เนื่องจากอากาศอบอ้าว ในครัวน้อยเลยไม่ค่อยมีคน คนที่เจียงเฟิงเจอทั้งหมดนับนิ้วมือข้างเดียวก็ยังเหลือ
นอกจากชายหนุ่มคนนั้นแล้ว คนอื่น ๆ ที่เหลือดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นมือเก๋าในการต้มโจ๊กตุ๋นซุป ไม่เปิดโอกาสให้เจียงเฟิงเข้าไปเสนอหน้าช่วยเลยสักนิด
จนกระทั่งเนื้อตุ๋นแครอทของคุณป้าใกล้จะได้ที่ ซุปบอร์ชของเจียงเฟิงก็สมควรแก่เวลาตักขึ้น หมูผัดซอสเต้าเจี้ยวก็ผัดเสร็จใส่จานแล้ว เจียงเฟิงก็ยังหาผู้เคราะห์...
ถุย หาคนที่ต้องการความช่วยเหลือรายที่ 3 ไม่เจอ
พอเห็นว่าเนื้อตุ๋นแครอทของคุณป้าใกล้จะได้ที่แล้ว เจียงเฟิงก็โทรหาเจียงโส่วเฉิง
“ฮัลโหล พี่รอง ตอนนี้ว่างไหม? ผมทำซุปบอร์ชกับหมูผัดซอสเต้าเจี้ยวไว้ให้ ถ้าว่างเดี๋ยวผมยกไปให้ตอนนี้เลย” เจียงเฟิงถาม
“ฮะ น้องเล็ก นายยังอยู่ที่โรงพยาบาลอีกเหรอ?” เจียงโส่วเฉิงตกใจจนหยุดเคี้ยวขาหมูรมควัน
“เมื่อวานผมไม่ได้บอกเหรอ ว่าช่วงนี้ที่ร้านค่อนข้างว่าง ผมจะมาทำกับข้าวให้พี่ทุกวันน่ะ?” เจียงเฟิงถาม
“หา นายบอกแล้วเหรอ? ไม่ได้บอกมั้ง! ไม่เป็นไร ๆ กำลังยังไม่ได้กินข้าวพอดี เมื่อกี้ฉันแค่กินของว่างรองท้องนิดหน่อย ยกมาเลย ทางนี้กำลังว่างพอดี” เจียงโส่วเฉิงทำเป็นมองไม่เห็นขาหมูรมควัน 4 ที่กับข้าวสวย 4 ที่บนโต๊ะ แล้วโกหกหน้าตาย
“งั้นโอเค เดี๋ยวผมยกไปให้” เจียงเฟิงวางสาย
“ป้าเฉียนครับ เนื้อตุ๋นน่าจะได้แล้ว ป้าเปิดฝาดูหน่อยสิครับ” เจียงเฟิงบอก
“จ้ะ” เฉียนลี่จวนที่เฝ้าเนื้อตุ๋นอยู่ในครัวตลอดเพราะกลัวจะเกิดความผิดพลาด รีบเดินเข้าไปเปิดฝาอย่างตื่นเต้น
พอเปิดฝา กลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นแครอทก็ฟุ้งกระจายไปทั่วครัวน้อย เนื้อวัวเปื่อยนุ่ม แครอทที่หั่นแบบทรงขัดตาทัพก็หอมหวานเข้าเนื้อ แค่เอาตะเกียบคีบเนื้อวัว ก็รู้สึกได้ว่าเนื้อแทบจะละลายหลุดออกจากกัน
“นี่คือเสร็จแล้วเหรอ?” เฉียนลี่จวนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
เนื้อตุ๋นแครอทที่ดูน่ากินขนาดนี้ เธอเป็นคนทำเองกับมือจริง ๆ เหรอเนี่ย!
“เสร็จแล้วครับ ปิดไฟได้เลย” เจียงเฟิงยิ้ม
เฉียนลี่จวนปิดไฟ ใช้ตะเกียบคีบเนื้อวัวขึ้นมาชิมรสชาติชิ้นหนึ่ง
“เสี่ยวเจียง เธอเนี่ยเทพจริง ๆ กับข้าวทำออกมาอร่อยเหมือนสามีป้าทำเลย!”
“ติ๊ง ทำอาหารสำเร็จ 1 เมนู ความคืบหน้าภารกิจ (3/100)”
“ติ๊ง ยินดีด้วย ผู้เล่นได้รับสูตรอาหารของเฉียนลี่จวน: เนื้อตุ๋นแครอท”
ได้สูตรอาหาร?!
สูตรอาหารสามารถได้มาด้วยวิธีนี้โดยไม่ต้องดูความทรงจำก็ได้เหรอ?!
เจียงเฟิงมองเฉียนลี่จวนที่มีสีหน้าดีใจ ยกหม้อดินเตรียมเดินออกไป แวบหนึ่งเขาก็รู้สึกหลากหลายอารมณ์ปนเปกัน
นี่ถือว่า เขาได้เป็นสักขีพยานการถือกำเนิดของสูตรอาหารหรือเปล่านะ?
พอเฉียนลี่จวนออกไป ในครัวน้อยก็เหลือแค่เจียงเฟิงคนเดียว เขาไม่ต้องระวังอะไรแล้ว จึงเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู
ในช่องสูตรอาหารมีชื่อสว่างขึ้นมาอีกหนึ่งชื่อ
เฉียนลี่จวน (1/1)
[เนื้อตุ๋นแครอท ระดับ D]
ผู้ปรุง: เฉียนลี่จวน
รายละเอียดเมนู: นี่เป็นอาหารในครัวเรือนที่มีชื่อเสียงมาก มักปรากฏบนโต๊ะอาหารของทุกบ้าน เป็นความทรงจำอันงดงามเกี่ยวกับโต๊ะอาหารในบ้านของใครหลายคน อาหารจานนี้เดิมทีควรเรียกว่าเนื้อตุ๋นแครอท (หูหลัวโป) แต่เนื่องจากคำเรียกติดปากเฉพาะของบ้านเฉียนลี่จวน จึงถูกเรียกว่าเนื้อตุ๋นแครอทแดง (หงหลัวโป) มาโดยตลอด เฉียนลี่จวนภายใต้คำแนะนำของเจียงเฟิง ได้ทำเมนูเนื้อตุ๋นแครอทแดงที่เหนือกว่าระดับฝีมือการทำอาหารของเธอมากจนสำเร็จด้วยตัวเอง เนื่องจากแฝงไปด้วยความรักและความห่วงใยที่มีต่อจวงหลิน รวมถึงความรู้สึกซับซ้อนอื่น ๆ ที่ยากจะอธิบาย จึงกลายเป็นอาหารจานที่เธอจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต เมื่อรับประทานแล้วภายใน 7 วันจะได้รับโชคที่ดีที่สุดในรอบปี
จำนวนครั้งที่ทำได้ภายใน 100 วัน (1/1)
เจียงเฟิงพูดไม่ออกแล้ว
จำนวนครั้งที่ทำได้ถูกใช้ไปแล้ว แสดงว่าเกมยอมรับว่าอาหารที่เฉียนลี่จวนทำภายใต้คำแนะนำของเจียงเฟิง ก็มีผลของบัฟเหมือนกัน
เมนูเทพที่ให้บัฟโชคดีโดยตรงแบบนี้ อย่าว่าแต่ 100 วันทำได้ครั้งเดียวเลย ต่อให้ปีนึงทำได้แค่ครั้งเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้คนถวิลหาแล้ว
เฉียนลี่จวนบอกว่าสามีเธอโชคร้ายมาก 50 ปีมานี้ไม่เคยดวงดีเลย
ได้กินอาหารจานนี้ จะเป็นครั้งที่เขาโชคดีที่สุดในรอบ 50 ปี
จวงหลินผู้โชคดีหารู้ไม่ว่า เขากำลังจะได้กินอาหารที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
เฉียนลี่จวนยกเนื้อตุ๋นเข้าห้องพักฟื้น แม่สามีของเธอยังคงอยู่ในห้อง กำลังปอกแอปเปิลให้จวงหลิน
“แม่คะ เนื้อเมื่อวานแบ่งให้หมอกับพยาบาลหมดหรือยังคะ?” เฉียนลี่จวนถาม
“แบ่งแล้ว แบ่งหมดแล้ว วันนี้ทำมาเยอะอีกแล้วเหรอ จริงสิแม่มีเรื่องจะคุยด้วย ออกมาหน่อย” แม่สามีเรียกเฉียนลี่จวนออกไป
เฉียนลี่จวนเดินตามแม่ออกไป ตอนออกไปยังไม่ลืมดึงประตูห้องให้ปิดสนิท
“ลี่จวน บอกแม่มาตามตรง อาการลูกชายแม่เป็นยังไงกันแน่” แม่สามีถาม
เฉียนลี่จวนหลบสายตา “แม่ทำไมจู่ ๆ ถึงถามเรื่องนี้ จวงหลินก็แค่ฟื้นตัวช้าหน่อยไม่ใช่เหรอคะ?”
“เมื่อกี้แม่อยู่ข้างนอก ได้ยินหมอคุยกับญาติเตียงข้าง ๆ ว่าอาการเขาไม่ค่อยดี บอกว่าแผลติดเชื้อหรืออะไรสักอย่าง แมก้ฟังไม่ค่อยเข้าใจ เขาเข้ามาทีหลังจวงหลิน ฟื้นตัวดีกว่าจวงหลินตั้งเยอะ อาการเขายังไม่ค่อยดีเลย แล้วอาการจวงหลินล่ะ?”
“ลี่จวน บอกแม่มาตามตรง ตั้งแต่พวกเขาสามคนโดนรถชนแม่ก็เตรียมใจไว้แล้ว แม่เป็นแม่เขา ต่อให้ลูกชายแม่จะไป แม่ก็ควรรู้ล่วงหน้า” เสียงของแม่สามีสั่นเครือ
“หมอบอกว่า จวงหลินจะรอดไหมก็ดูที่สองสามวันนี้แหละค่ะ ขอแค่สองสามวันนี้การติดเชื้อไม่แย่ลง ก็ไม่เป็นไร”
“แล้วถ้าแย่ลงล่ะ?”
“ถ้าแย่ลงก็คงต้องเตรียมงานศพ ต้องวัดดวงกันแล้วค่ะ” เสียงเฉียนลี่จวนแผ่วเบา
แม่สามีเฉียนลี่จวนปาดน้ำตา “แม่ไปห้องข้าง ๆ ละ เธอก็เช็ดน้ำตาไปล้างหน้าซะ อย่าให้เขาดูออก”
เฉียนลี่จวนเชื่อฟังแม่สามี ไปล้างหน้าล้างตา แล้วเดินกลับเข้าห้องพักฟื้น
จวงหลินถือถ้วยเริ่มกินเองแล้ว
เฉียนลี่จวนเห็นเข้าก็ร้อนรน ดุทันทีว่า “บอกแล้วไงว่าอย่าขยับ อย่าขยับ คุณกินไปกี่ชิ้นแล้ว?”
“แค่สองชิ้นเอง”
มองดูในถ้วยเขาก็เห็นว่ามีแค่แครอทไม่มีเนื้อจริง ๆ เธอแย่งถ้วยและตะเกียบมาจากมือเขา แล้วคัดเนื้อวัวที่เปื่อยนุ่มมาก ๆ จากหม้อดินมาให้สองชิ้น
“วันนี้เนื้อตุ๋นแครอทนี่คุณทำเองเหรอ?” จวงหลินถาม
“ใช่แล้ว ฉันทำเองทุกขั้นตอน เสี่ยวเจียงแค่ยืนแนะอยู่ข้าง ๆ นิดหน่อยเอง!”
“งั้นเสี่ยวเจียงที่คุณพูดถึงฝีมือต้องสูงมากแน่ ๆ แค่แนะนิดหน่อยเนื้อตุ๋นแครอทนี่ก็อร่อยเกือบจะเท่าฝีมือผมแล้ว” จวงหลินหัวเราะ
“กินโจ๊กหรือยัง?” เฉียนลี่จวนถาม
“กินแล้ว แม่ไปซื้อที่โรงอาหารมาให้เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ที่รัก พรุ่งนี้คุณต้มโจ๊กให้ผมหน่อยสิ โจ๊กโรงอาหารจืดชืดจะตาย”
“ฉันต้มแล้วมันจะมีรสชาติเหรอ? หมั่นไส้จริง! ได้ พรุ่งนี้ฉันต้มให้” หางตาเฉียนลี่จวนเจือรอยยิ้ม
“น้าเฉียนคะ ขอโทษนะคะขอถามหน่อย เสี่ยวเจียงที่น้าพูดถึง เป็นหลานน้าหรือเป็นใครเหรอคะ?” ญาติคนไข้เตียงข้าง ๆ ถามขึ้น
คนไข้เตียงข้าง ๆ แซ่ฉิน ทุกคนเรียกว่าเหล่าฉิน ลูกสาวเขาเป็นพนักงานออฟฟิศไม่ค่อยมีเวลามาเยี่ยม ส่วนใหญ่จ้างคนดูแลเฝ้าไข้ ลูกสาวเขามีชื่อที่ไพเราะมาก ชื่อฉินเวยเวย
“เป็นน้องชายของหมอเจียง หมอเจียงคนที่ตัวล่ำ ๆ นั่นแหละจ้ะ เสี่ยวเจียงเขาเป็นเชฟมืออาชีพ เห็นว่าสองวันนี้หยุด เลยมาช่วยทำกับข้าวให้หมอเจียง” เฉียนลี่จวนตอบ
“งั้นน้าช่วยคุยกับเขาให้หน่อยได้ไหมคะ ให้เขาช่วยแนะนำหนูหน่อย” ฉินเวยเวยท่าทางเกรงใจนิด ๆ “หนูก็ทำกับข้าวไม่เป็น แล้วพ่อหนูสองวันนี้เห็นน้าทำเนื้อตุ๋นแครอทให้ลุงจวงกิน แกก็อิจฉา พอป่วยแกก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ นิสัยเหมือนเด็ก หนูเลยอยากทำกับข้าวให้แกบ้าง”
เฉียนลี่จวนนึกถึงคำพูดที่แม่สามีบอกเมื่อครู่ ก็พอจะเดาได้ว่าที่ฉินเวยเวยอยากทำกับข้าวให้เหล่าฉิน ไม่ใช่เพราะเหล่าฉินทำตัวเป็นเด็ก แต่เป็นเพราะเธอรู้ว่าเหล่าฉินอาจจะมีเวลาเหลือไม่มากแล้ว
“ได้จ้ะ เย็นนี้พาไป น้าช่วยพูดกับเสี่ยวเจียงให้ เย็นนี้เสี่ยวเจียงน่าจะยังอยู่” เฉียนลี่จวนรับปาก
“ขอบคุณน้าเฉียนมากค่ะ!”
“จริงสิ พ่อหนูตอนนี้กินเนื้อวัวได้ไหม ถ้าได้เดี๋ยวแบ่งให้สักสองชิ้น? เนื้อตุ๋นแครอทฝีมือน้าวันนี้อร่อยมากเลยนะ ใช่ไหมตาเฒ่า?” เฉียนลี่จวนหันไปถามสามี
“ใช่ ๆ ๆ อร่อยมาก เหมือนฝีมือลุงเปี๊ยบเลย!” จวงหลินรีบสนับสนุน
“ขอบคุณน้าเฉียนมากค่ะ” ฉินเวยเวยหยิบถ้วยมาใส่เนื้อ