- หน้าแรก
- ครัวนี้มีค่าประสบการณ์
- บทที่ 280 ตรัสรู้
บทที่ 280 ตรัสรู้
บทที่ 280 ตรัสรู้
เจียงเฟิงออกจากความทรงจำด้วยความรู้สึก “เชี่ยไรวะเนี่ย” เต็มสมอง
จางฉู่หลงคิดไปเองว่าตัวเองตกหลุมรักเฉากุ้ยเซียงตั้งแต่แรกเห็น แล้วตามจีบ จนได้แต่งงานเป็นภรรยาในที่สุด
แต่ความจริงคือเฉากุ้ยเซียงปิ๊งเขาตั้งแต่แรกเห็น ถึงขนาดยอมทุบกรอบหน้าต่างหย่งเหอจวีจนหัก
โชคดีที่จางฉู่ก็ตกหลุมรักเฉากุ้ยเซียงเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นกรอบหน้าต่างหย่งเหอจวีไม่รู้จะต้องหักอีกกี่รอบ
เจียงเฟิงได้แต่ทึ่งในใจว่าเฉากุ้ยเซียงนี่มันร้ายกาจจริง ๆ ก่อนจะกดเปิดหน้าต่างสถานะเพื่อดูเมนูที่ได้มาคราวนี้เงียบ ๆ
[ปูยัดไส้ส้ม ระดับ C]
ผู้ทำ: เฉากุ้ยเซียง
รายละเอียดเมนู: เป็นอาหารดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โด่งดังด้วยกระบวนการทำที่ซับซ้อนประณีตและรสชาติที่เข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ แม้ว่าตอนทำจะมีความผิดพลาดบางอย่างทำให้รสชาติสุดท้ายไม่เป็นที่น่าพอใจนัก แต่ด้วยความรู้สึกพิเศษของคนกิน จึงกลายเป็นหนึ่งในเมนูที่เฉากุ้ยเซียงจดจำไปชั่วชีวิต หากใช้คู่กับเมนูพิเศษอย่างบะหมี่จาเจี้ยงเมี่ยนจะช่วยยกระดับรสชาติได้อย่างมาก
จำนวนครั้งที่ทำได้ต่อวัน (0/10)
เจียงเฟิง: ...
เกมนี้อาศัยจังหวะที่เขาเดาได้แล้วว่าอาหารในความทรงจำของจางฉู่คืออะไร ก็เลยสปอยล์ออกมาโต้ง ๆ เลยว่าความทรงจำถัดไปคือบะหมี่จาเจี้ยงเมี่ยน
ดูเหมือนจะเลิกแคร์อะไรแล้วจริง ๆ
ปูยัดไส้ส้มไม่ถือว่ายากจริง ๆ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงหน้าส้มกับปู จะฝึกทำเมนูนี้ได้เร็วสุดก็น่าจะช่วงเดือนตุลาคม
เจียงเฟิงกลับสนใจเป็ดทานตะวันและปลิงทะเลต้าอูตุ๋นน้ำแดงที่อาจารย์เฝิงทำมากกว่า คราวนี้เขาได้เห็นขั้นตอนการทำปลิงทะเลต้าอูตุ๋นน้ำแดงครึ่งแรกแบบเต็ม ๆ ส่วนครึ่งหลังเคยดูเฉากุ้ยเซียงทำไปรอบหนึ่ง ตอนนี้มาดูอาจารย์เฝิงทำอีกรอบ อาจจะเป็นเพราะเฉากุ้ยเซียงกับอาจารย์เฝิงทำได้ลื่นไหลเกินไป ทำให้เจียงเฟิงเกิดภาพลวงตาว่าดูมาสองรอบแล้ว ตัวเองก็น่าจะทำได้เหมือนกัน
ถ้าไม่ไหวจริง ๆ เกิดทำพัง ก็ยังไปขอคำชี้แนะจากสองผู้เฒ่าได้
เจียงเฟิงดีดลูกคิดรางแก้วในใจ ตัดสินใจว่าอีกสองวันจะหาเวลามาลองทำเมนูนี้ดู
เทียบกับปลิงทะเลหนามแล้ว ปลิงทะเลดำราคาถูกกว่าเยอะ เอาปลิงทะเลดำมาฝึกทำ สหายหวังซิ่วเหลียนคงไม่เสียดายหรอก
น่าจะไม่เสียดายนะ
เดิมทีเจียงเฟิงกะว่าจะดูความทรงจำสองช่วงนี้รวดเดียวจบ แต่ตอนนี้พอดูความทรงจำของเฉากุ้ยเซียงจบ เขาก็ไม่ค่อยสนใจความทรงจำของจางฉู่เท่าไหร่แล้ว
ความทรงจำช่วงนี้ของเฉากุ้ยเซียงไม่ยาว ไม่ถึงหนึ่งวันด้วยซ้ำ แต่ได้ดูพวกอาจารย์เฝิงทำอาหารตั้งหลายอย่าง ดูไปเรียนรู้ไป เจียงเฟิงก็ใช้พลังงานไปไม่น้อย เขาเลยตัดสินใจพักความทรงจำของจางฉู่ไว้ก่อน ไว้วันพรุ่งนี้หรือมะรืนค่อยดู
เจียงเฟิงตัดสินใจไปดูละครตลกเบาสมองผ่อนคลายอารมณ์สักหน่อย
ช่วงเวลาดูละครตลกมักผ่านไปไวเสมอ พระนางในละครทำตัวตลก เจียงเฟิงก็นั่งคุยเล่นตลกกับหวังฮ่าวในวีแชตบนโซฟา เผลอแป๊บเดียวก็ 4 ทุ่มแล้ว
เพราะจำคำที่สหายหวังซิ่วเหลียนบอกได้ เจียงเฟิงเลยกะว่าจะชวนหวังฮ่าวมาเที่ยวเป่ยผิงสักสองวัน แต่เนื่องจากหวังฮ่าวต้องไปสวีทกับแฟนไม่มีเวลามาสนใจมิตรภาพจอมปลอมระหว่างเพื่อนร่วมห้อง หวังฮ่าวเลยบอกว่ารอวันชาติว่าง ๆ ค่อยมา
ใช่แล้ว หวังฮ่าวตกลงคบกับเจินเจินแล้ว แถมในเวลาสั้น ๆ แค่ไม่กี่เดือนเขายังลดน้ำหนักไปได้อีก 10 กิโลฯ เปลี่ยนจากคนอ้วนมาเป็นคนธรรมดาหน้าตาบ้าน ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
คุยกับหวังฮ่าวเสร็จเจียงเฟิงก็ไปอาบน้ำ อาบเสร็จออกมาก็ 4 ทุ่มครึ่งแล้ว อู๋หมิ่นฉียังไม่กลับมา
เจียงเฟิงรู้สึกแปลกใจ เลยโทรไปถามว่าอยู่ไหนแล้ว
“ฮัลโหล ฉีฉี กลับหรือยัง? อยู่ไหนแล้ว? ให้ไปรับไหม?” โทรติดปุ๊บ เจียงเฟิงก็ชิงถามก่อน
“ยังไม่กลับ ฉันยังอยู่ที่ไท่เฟิงโหลว” อู๋หมิ่นฉีตอบ “ซุนจี้ข่ายอยู่กับฉัน เขาเพิ่งได้ไอเดียใหม่เกี่ยวกับน้ำราดนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียน นายจะมาไหม?”
“ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” เจียงเฟิงบอก วางสายคว้ากุญแจแล้วออกจากบ้านทันที
น้ำราดนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียนไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือซุนจี้ข่ายไอ้หนุ่มคิ้วเข้มตาโตที่ดูทรงแล้วไม่ใช่คนดี ชอบหว่านเสน่ห์ใส่สาว ๆ ดันมาอยู่กับแฟนเขาในห้องสองต่อสองตอน 4 ทุ่มครึ่ง
โดยเฉพาะหมอนี่ช่วงก่อนเพิ่งโดนแฟนทิ้ง อยู่ในช่วงพักใจ เกิดซุนจี้ข่ายสมองกลับ นึกถึงความหลังวัยเยาว์ที่รู้จักกับอู๋หมิ่นฉีแม้จะไม่ค่อยได้คุยกัน ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่มีอะไรหรอก แล้วเกิดคิดไม่ซื่อขึ้นมา เขาเจียงเฟิงมิต้องเปลี่ยนชื่อเป็นเจียงลวี่ (เจียงเขียว - สวมเขา) หรอกเหรอ
ละครตลกวัยรุ่นที่เขาเพิ่งดูก็ถ่ายแบบนี้แหละ ตอนปิดทีวีเขายังรู้สึกว่าผมพระรองมันเขียว ๆ พิกล
เจียงเฟิงมาถึงไท่เฟิงโหลวก็เกือบ 5 ทุ่ม ประตูหน้าปิดแล้ว เขาเลยเข้าทางประตูหลังตรงไปที่ครัว
โถงมืดสนิท ในครัวไฟสว่างโร่ ซุนจี้ข่ายกับอู๋หมิ่นฉีอยู่กันสองต่อสอง บนโต๊ะทำอาหารมีนกพิราบที่เลาะกระดูกแล้ววางเรียงเป็นตับ
จำนวนขนาดนี้ ไม่ถึงตีหนึ่งตีสองอย่าหวังว่าจะทำเสร็จ
บนเตาทุกเตาจุดไฟต้มซุปนกพิราบอยู่ ข้างตัวซุนจี้ข่ายมีจานใส่นกพิราบอบเกาลัดแปดเซียนที่ทำเสร็จแล้ววางอยู่หลายจาน
เจียงเฟิงเห็นจำนวนนกพิราบพวกนี้ก็ตกใจนิดหน่อย หันไปถามอู๋หมิ่นฉีว่า “เขาทำเองหมดเลยเหรอ?”
อู๋หมิ่นฉีพยักหน้าอย่างจนใจ “ฉันแค่ช่วยเลาะกระดูก ที่เหลือเขาทำเองหมด ทำไม่หยุดมาหลายชั่วโมงแล้ว”
ซุนจี้ข่ายนี่เข้าขั้นบ้าแล้วนะเนี่ย กะจะเอาชนะนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียนให้ได้เลยสินะ
ซุนจี้ข่ายกำลังทำน้ำราด ขั้นตอนเหมือนกับที่พวกเขาสามคนวิจัยกันมาก่อนหน้านี้ และคล้ายกับขั้นตอนการทำน้ำราดของเฉากุ้ยเซียงและอาจารย์เฝิงที่เจียงเฟิงเห็นในความทรงจำ แต่ทว่าน้ำราดกลับไม่ไหลลงมาเป็นสายน้ำตก
เหมือนที่เคยทำเปี๊ยบ ยังขาดอะไรไปสักอย่าง
เจียงเฟิงใช้ช้อนตักชิมคำเล็ก ๆ รสชาติห่างไกลจากที่ซุนกวนอวิ๋นทำลิบลับ
สัญชาตญาณบอกเขาว่า ช่องว่างระหว่างนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียนที่พวกเขาทำกับที่ซุนกวนอวิ๋นทำ อาจจะไม่ใช่แค่น้ำราด
ยังมีอย่างอื่นอีก และเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพียงแต่พวกเขาไม่ได้ตระหนักถึงมันเลย
เจียงเฟิงเริ่มพยายามนึกย้อนถึงทุกคำพูดที่ซุนกวนอวิ๋นสอนเขาทำนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียนในวันนั้น ผ่านมาหลายเดือนแล้ว หลายคำพูดเขาจำไม่ค่อยได้แล้ว เขาจำได้ว่าน้ำราดคือหัวใจสำคัญ ซุนกวนอวิ๋นเคยบอกว่าน้ำราดช่วยรักษาอุณหภูมิของนกพิราบ รสสัมผัสของนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียนขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ต้องหาอุณหภูมิที่เหมาะสมจริง ๆ ให้เจอถึงจะทำเมนูนี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“ซุนจี้ข่าย ปู่นายเคยบอกไหมว่าหัวใจสำคัญของเมนูนี้คืออุณหภูมิ?” เจียงเฟิงถาม
“อุณหภูมิ?” ซุนจี้ข่ายอึ้งไป ทำหน้างง “ปู่บอกฉันแค่ว่าหัวใจสำคัญของเมนูนี้คือน้ำราด”
เจียงเฟิง: ???
ซุนจี้ข่าย: ???
ทั้งสองมองหน้ากันเลิ่กลั่ก รู้สึกเหมือนตัวเองเรียนนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียนของปลอมมา
“จำผิดแล้วมั้ง” ทั้งสองพูดพร้อมกัน
เจียงเฟิงได้แต่หันไปมองอู๋หมิ่นฉี วันที่สอนอู๋หมิ่นฉีก็อยู่ด้วย
“ปู่ซุนพูดจริง ๆ ว่าหัวใจสำคัญของเมนูนี้คืออุณหภูมิ อุณหภูมิเป็นตัวกำหนดรสสัมผัสของนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียน” อู๋หมิ่นฉียืนยัน
ซุนจี้ข่ายยิ่งงงหนัก รู้สึกว่าตัวเองอาจจะเป็นซุนจี้ข่ายตัวปลอม เขาจำไม่ได้เลยว่าซุนกวนอวิ๋นเคยพูดอะไรแบบนี้กับเขา
เห็นซุนจี้ข่ายทำหน้าสงสัยชีวิต เจียงเฟิงก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เลยถามว่า “ปู่ซุนสอนนายทำเมนูนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?”
“ปีกว่า ๆ เกือบสองปีแล้วมั้ง” ซุนจี้ข่ายตอบ
เจียงเฟิงเหมือนจะเข้าใจแล้ว
ซุนจี้ข่ายเรียนมาไม่ผิด เขาก็เรียนมาไม่ผิด เพียงแต่ซุนกวนอวิ๋นได้ปรับปรุงนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียนเพิ่มเติมในช่วงปีกว่า ๆ นี้
หรือจะพูดอีกอย่างคือ ซุนกวนอวิ๋นค้นพบวิธีทำนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียนที่ดีกว่าเดิม
อุณหภูมิกับน้ำราดสำคัญพอ ๆ กัน น้ำราดช่วยเพิ่มรสชาติให้ไส้ของนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียน ส่วนอุณหภูมิ ช่วยรักษารสชาติของตัวนกพิราบเอง
เจียงเฟิงเข้าใจแล้วว่าอะไรที่มันทะแม่ง ๆ ในความทรงจำของเฉากุ้ยเซียง ตอนอาจารย์เฝิงทำเป็ดทานตะวันจะปรุงรสแครอทที่ใช้แต่งจานไปด้วย เพราะอาหารที่ยกขึ้นโต๊ะคือให้ลูกค้ากิน ไม่มีแบ่งแยกหรอกว่าอันไหนแต่งจานอันไหนไม่แต่ง
พวกเขากินนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียนมักจะกินแต่ไส้ไม่กินเนื้อนกพิราบ เพราะรู้กันดีว่าไส้คือทีเด็ด แต่ก็อย่างที่อาจารย์เฝิงบอก อาหารที่ยกขึ้นโต๊ะคือให้ลูกค้ากิน ไม่ว่าลูกค้าจะกินหรือไม่ ในฐานะเชฟ พวกเขาต้องรับประกันรสชาติไม่ใช่แค่ไส้ แต่ต้องรวมถึงรสชาติของตัวนกพิราบด้วย
เจียงเฟิงรู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะรู้แล้ว ว่าควรทำนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียนยังไง
“ซุนจี้ข่าย ขอฉันลองหน่อย” เจียงเฟิงพูด
เจียงเฟิง: ขอข้าโชว์เหนือหน่อยเถอะ