เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 273 น้ำราด

บทที่ 273 น้ำราด

บทที่ 273 น้ำราด


“มา ๆ ๆ ทุกคนกินลูกท้อกัน เป็นท้อกรอบไม่ใช่ท้อนิ่ม กินแล้วน้ำไม่เยิ้มมือหรอก” จี้เยวี่ยเริ่มโชว์เปิดกล่องให้ทุกคนดู

จี้เยวี่ยควักกุญแจออกมาปาดลงบนกล่อง ท่าทางคล่องแคล่ว ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นมือเก๋าที่มีประสบการณ์แกะพัสดุมาอย่างโชกโชน

“เดี๋ยวฉันไปปอกให้ค่ะ” จี้เสวี่ยหยิบลูกท้อเดินเข้าครัวไปปอกเปลือก

ตอนที่ซุนจี้ข่ายมาถึงก็เห็นภาพนี้ คนสี่คนถือลูกท้อคนละลูก แทะกันอย่างเมามัน เสียงกรุบกรอบ สดกรอบ รสสัมผัสดี

“ไหนว่าจะทำน้ำราดไง?” ซุนจี้ข่ายทำหน้างง

เขาทิ้งลิซ่าแฟนเก่าที่เตรียมจะมาสานสัมพันธ์ต่อ เพื่อมาปรึกษาเรื่องวิธีทำน้ำราดที่นี่ แต่ผลคือคนกลุ่มนี้กลับนั่งกินลูกท้ออยู่บนโซฟา

“ลูกท้อแม่ฉันส่งมาให้ ซุนจี้ข่ายนายจะกินไหม?” จี้เยวี่ยถาม

“กิน”

จี้เยวี่ยคัดลูกท้อที่สุกงอมจากในกล่องลูกหนึ่ง โยนให้ซุนจี้ข่าย “ไปปอกเอง มีดผลไม้อยู่ในครัว”

“ซุปนกพิราบยังต้มไม่เสร็จ กินลูกท้อไปก่อนเถอะ” เจียงเฟิงบอก กัดลูกท้อในมือคำใหญ่

ลูกท้อที่แม่จี้เยวี่ยซื้อมาจากในเมืองก็อร่อยดีเหมือนกันแฮะ

ซุนจี้ข่ายปอกลูกท้อเสร็จ ก็เข้าร่วมกองทัพแทะลูกท้อ

“บ้านเธอปลูกท้อเหรอ?” ซุนจี้ข่ายถาม

“แม่ฉันซื้อมาจากในเมืองน่ะ” จี้เยวี่ยบอก

ซุนจี้ข่าย: ???

ซุนจี้ข่ายนึกขึ้นได้ว่า ตั้งแต่ปู่อายัดบัตรทุกใบและไล่เขาออกจากบ้าน พร้อมสั่งห้ามไม่ให้ใครช่วยเหลือ แม่เขาก็ไม่เคยติดต่อมาอีกเลย พ่อเขายังแอบส่งเสื้อผ้ารองเท้ามาให้บ้าง แล้วยัดเงินใส่ไว้ในเสื้อผ้าเพื่อช่วยเหลือเขา

ขนาดลูกพี่ลูกน้องที่ไม่ค่อยสนิทหรือถึงขั้นไม่ค่อยกินเส้นกัน ตอนเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างก็ยังส่งบ๊ะจ่างมาให้พร้อมยัดเงินใส่มาด้วย

มีแค่แม่แท้ ๆ ของเขาคนเดียว ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของซุนกวนอวิ๋นอย่างเคร่งครัด นอกจากจะไม่ให้ความช่วยเหลือใด ๆ แล้ว ยังห้ามไม่ให้พ่อแท้ ๆ ของซุนจี้ข่ายช่วยด้วย พ่อซุนจี้ข่ายจะส่งเสื้อผ้ามาให้ก็ต้องแอบส่ง

แม่ของจี้เยวี่ยอยู่ไกลเป็นพันลี้ยังอุตส่าห์ส่งลูกท้อจากบ้านเกิดมาให้ แต่แม่เขาแม้แต่ข้อความเดียวยังไม่อยากจะส่ง

ข้อความอวยพรเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างที่ซุนจี้ข่ายส่งให้แม่ทางวีแชต จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการตอบกลับ

ซุนจี้ข่ายถอนหายใจ แม้จะชินชากับความเย็นชาของแม่แท้ ๆ มานานแล้ว แต่ก็ยังอดรู้สึกเศร้าไม่ได้

เจียงเฟิง & อู๋หมิ่นฉี & จี้เยวี่ย & จี้เสวี่ย: ???

“เขามองท้อแล้วเกิดอารมณ์ศิลปินเหรอ?” จี้เยวี่ยกระซิบถาม

“อาจจะใช่ ไม่แน่แฟนเก่าเขาอาจจะชอบกินลูกท้อ” เจียงเฟิงกระซิบเดา

“ลิซ่าแฟนเก่าเขาเป็นคนอังกฤษ น่าจะไม่กินลูกท้อมั้ง” อู๋หมิ่นฉีแย้ง

ซุนจี้ข่าย “...ฉันได้ยินนะ”

กว่าซุนจี้ข่ายจะกินลูกท้อในมือหมด ซุปนกพิราบในครัวก็ใกล้ได้ที่แล้ว

5 คนเบียดกันอยู่ในครัว ดวงตา 10 คู่จ้องเขม็งไปที่ซุปนกพิราบและน้ำมันไก่บนเคาน์เตอร์ แม้แต่จี้เยวี่ยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรก็ยังทำเป็นจ้องเขม็งตามไปด้วย

“นายแน่ใจนะว่าเติมน้ำมันไก่แล้วจะเวิร์ก?” ซุนจี้ข่ายสงสัย

“ไม่แน่ใจ ก็เรากำลังจะลองกันอยู่นี่ไง” เจียงเฟิงพูดจบก็ลงมือ

ละลายแป้ง ผสมกับซุปนกพิราบทำน้ำแดงใส

“ราดน้ำมันไก่ตอนไหน?” ซุนจี้ข่ายมองเปลวไฟเล็ก ๆ บนเตาแล้วถาม

“ไม่รู้” เจียงเฟิงตอบอย่างซื่อสัตย์ “ก็เพราะไม่รู้อะไรเลยไง ถึงเรียกนายมาลองด้วยกัน”

ซุนจี้ข่าย: ...

เขารู้สึกเหมือนหลงกลลงเรือโจรซะแล้ว

“ปุดแล้ว ราดเลย” อู๋หมิ่นฉีบอก

เจียงเฟิงอุ่นน้ำมันไก่ให้ละลาย แล้วราดลงไป

เร่งไฟขึ้นนิดหน่อย คนน้ำแดงในหม้อช้า ๆ รอจนดูข้นหนืดพอสมควร ก็ปิดไฟ

ต่อไปคือช่วงเวลาแห่งปาฏิหาริย์

เจียงเฟิงหยิบช้อน ตักน้ำแดงขึ้นมาหนึ่งช้อน

ค่อย ๆ เทลงมา

น้ำแดงในมือค่อย ๆ ไหลลงมา

ถึงจะไม่ได้ไหลเป็นสายน้ำตกเหมือนน้ำ แต่ก็ไหลจริง ๆ

ดีกว่าน้ำแดงแบบเดิมที่หยดติ๋ง ๆ เหมือนหยดน้ำใหญ่ ๆ ตั้งเยอะ

ทั้งสามคนตื่นเต้นขึ้นมาทันที

“ได้ผล ได้ผลจริง ๆ ด้วย!” เจียงเฟิงตื่นเต้นจนน้ำตาแทบไหล

กี่วันกี่คืนที่ผ่านมา กี่ครั้งที่ล้มเหลว กี่ครั้งที่ท้อแท้ ในที่สุดวันนี้ก็ประสบความสำเร็จเล็ก ๆ ด้วยวิธีของเฉากุ้ยเซียง

ถึงแม้วิธีจะไม่ใช่ของเขา ไอเดียก็ไม่ใช่ของเขา แต่ใช้ได้ผลก็ถือว่าดี!

“เหมือนจะได้ผลจริง ๆ แฮะ” ซุนจี้ข่ายจ้องน้ำมันไก่บนเคาน์เตอร์พลางครุ่นคิด “นายคิดเรื่องราดน้ำมันไก่ได้ยังไง?”

“จู่ ๆ ก็แวบเข้ามาในหัว เพิ่งนึกได้เมื่อกี้นี้เอง” เจียงเฟิงตอบ

พูดจบก็เอาตะเกียบแตะน้ำแดงมาชิมรสชาติ

“รสชาติเป็นไง?” ซุนจี้ข่ายเริ่มกังวล ถ้าเติมน้ำมันไก่แล้วทำให้รสชาติเพี้ยน ความสำเร็จเมื่อกี้ก็สูญเปล่า

“ก็โอเคนะ ฉันว่ารสชาติไม่ได้โดดอะไร พวกนายลองชิมดูสิ” เจียงเฟิงหลีกทางให้ ถ้าพูดถึงความไวในการรับรส เขาเทียบอู๋หมิ่นฉีกับซุนจี้ข่ายไม่ได้

อู๋หมิ่นฉีและซุนจี้ข่ายต่างหยิบตะเกียบมาชิมน้ำแดง

“ฉันว่าไม่มีปัญหานะ” อู๋หมิ่นฉีบอก

“ไม่มีปัญหา ใช้ได้” ซุนจี้ข่ายกินนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียนฝีมือซุนกวนอวิ๋นมาบ่อยที่สุด เขาจึงมีสิทธิ์ออกเสียงมากที่สุด

“งั้นพรุ่งนี้เราใช้วิธีนี้ลองทำกัน” เจียงเฟิงสรุป

จี้เยวี่ยเห็นท่าทางทั้งสามคนเหมือนจะแยกย้าย เลยถามว่า “จบแล้วเหรอ?”

“จบแล้ว” เจียงเฟิงเตรียมล้างหม้อและทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัว

“จบแล้วเหรอ แล้วนกพิราบตัวนั้นทำไง? นายเอาไปตุ๋นกินเองเถอะ เทียนหมาอยู่ในตู้เย็น เดี๋ยวฉันหยิบให้” จี้เยวี่ยพูดพลางจะเปิดตู้เย็นหยิบเทียนหมา

เธอไม่กล้าเก็บวัตถุดิบที่เตรียมเสร็จแล้วแบบนี้ไว้ในบ้านหรอก ไม่งั้นเกิดกลางดึกเธอวาดรูปเสร็จเดินออกมาจากห้อง บังเอิญเดินผ่านครัว บังเอิญเห็นนกพิราบ บังเอิญจับนกพิราบใส่หม้อ เติมน้ำใส่เทียนหมาและเครื่องปรุง บังเอิญตุ๋นซุปนกพิราบเทียนหมาหม้อเบ้อเริ่ม แล้วบังเอิญกินซุปหม้อนั้นเข้าไป การลดความอ้วนตลอดหลายวันมานี้ไม่สูญเปล่าหรอกเหรอ?

“เมื่อเที่ยงฉันได้ยินน้าหวังบ่นว่าอยากกินนกพิราบตุ๋น เย็นนี้เอาไปตุ๋นให้น้าหวังกินเถอะ เดี๋ยวฉันเอาไปให้เอง” อู๋หมิ่นฉีอาสา

“ใช่ ๆ ๆ เอาไปให้น้าหวัง น้าหวังช่วงนี้ผอมลง ต้องกินบำรุงเยอะ ๆ” จี้เยวี่ยสนับสนุน

สหายหวังซิ่วเหลียนช่วงนี้ผอมลงไปเยอะจริง ๆ ทำเอาป้าสะใภ้ใหญ่อิจฉาตาร้อน

น้ำราดนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียนมีความคืบหน้าแบบก้าวกระโดดเป็นครั้งแรก ทุกคนต่างฮึกเหิม

ทุกคนหิ้วลูกท้อคนละถุงแยกย้ายกลับบ้าน เจียงเฟิงหิ้วไปหลายถุงหน่อย เพราะทั้งตึกนี้มีแต่คนตระกูลเจียงอยู่

ซุนจี้ข่ายกลับถึงบ้าน วางลูกท้อลง นั่งคิดบนโซฟาสักพัก รู้สึกว่าความคืบหน้าของน้ำราดนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียนครั้งนี้ อาจจะเป็นโอกาสให้เขาได้กลับไปที่จวี้เป่าโหลว

ไตร่ตรองและชั่งน้ำหนักอยู่ครู่หนึ่ง ซุนจี้ข่ายก็ส่งวีแชตหาพ่อ

ซุนจี้ข่าย: พ่อ อยู่ไหมครับ สะดวกคุยโทรศัพท์ไหม?

ซุนฉางผิงพ่อของซุนจี้ข่ายตอบกลับทันควัน: สะดวก

ซุนจี้ข่ายโทรออกทันที

“ฮัลโหล ลูกชาย มีอะไรเหรอ? เงินหมดแล้วใช่ไหม? แม่แกไปบ้านลุงสองสามวันนี้ พ่อจะได้หาโอกาสส่งเสื้อผ้าหน้าร้อนไปให้” ซุนฉางผิงถาม

ซุนจี้ข่าย: ...

“พ่อ ผมมีเงินพอใช้ ผมหางานได้แล้ว ปู่อยู่บ้านไหม?”

“อยู่?”

“ช่วงนี้อารมณ์เป็นไงบ้าง?”

“ไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

ซุนจี้ข่ายคิดแล้วก็พูดว่า “รบกวนพ่อหาโอกาสบอกปู่หน่อย ว่าช่วงนี้ผมกับเจียงเฟิงแล้วก็อู๋หมิ่นฉีกำลังวิจัยน้ำราดนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียนกันอยู่ เราเจอวิธีที่ดีกว่าแล้ว ผมอยากเชิญปู่ ถ้ามีโอกาส ให้มาลองชิมที่ไท่เฟิงโหลวในเป่ยผิงดูหน่อย”

“น้ำราดนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียน?” ซุนฉางผิงไม่มีความรู้เรื่องทำอาหาร

“ใช่ครับ พ่อบอกปู่ตามนี้ก็พอ” ซุนจี้ข่ายบอก

“ได้ เดี๋ยวพ่อหาเวลาบอกปู่ให้ อีกอย่าง จี้ข่าย แม่แกไม่ติดต่อแก แกก็อย่าโกรธแม่เลยนะ ช่วงนี้อารองแกเคลื่อนไหวไม่หยุด ปู่แกก็ปล่อยเกียร์ว่าง แม่แกกลัวว่าถ้าติดต่อแกแล้วปู่เขาจะโกรธ” ซุนฉางผิงว่า

“ผมรู้ครับ พ่อรีบพักผ่อนเถอะ” ซุนจี้ข่ายบอก แล้ววางสาย

เขารู้มาตลอดว่าแม่ไม่รักเขา

ซุนเจิ้งชิงลูกพี่ลูกน้องของเขาร่างกายอ่อนแอขี้โรค ไม่มีความสามารถหรือพรสวรรค์อะไร แต่อาสะใภ้รองกับอารองก็รักลูกพี่ลูกน้องเขามาก

เขาแข็งแรงและฉลาดหลักแหลมมาตั้งแต่เด็ก แต่แม่กลับไม่รักเขาเลยสักนิด

ตอนนี้เขารู้แล้วว่า ไม่ใช่แม่ทุกคนจะรักลูกตัวเอง แม่เขารักสิ่งต่าง ๆ มากเกินไป ทั้งลุง ลูกพี่ลูกน้อง เงินทอง ฐานะ ชื่อเสียงจอมปลอม แม่เขาไม่มีเวลาจะมารักเขา และไม่มีแรงเหลือมาเผื่อแผ่ความรักให้เขา

เขาเคยรักแม่ แต่แม่กลับไม่รักเขา เหมือนกับที่พ่อเขารักแม่มาก แต่แม่กลับไม่รักพ่อเขาเลย

ซุนจี้ข่ายชินชาไปนานแล้ว

เพียงแต่ยังคงมีความหวังเล็ก ๆ อยู่บ้างเท่านั้น

อีกด้านหนึ่ง เจียงเฟิงแจกลูกท้อให้แต่ละบ้านเสร็จ ก็ยังคงใช้วิธีเดิมแกล้งขอไปเข้าห้องน้ำ เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดูวิธีทำน้ำราดปลิงทะเลต้าอู เพื่อเตรียมตัวสำหรับฝึกซ้อมพรุ่งนี้

หาชื่อเฉากุ้ยเซียงเจอ ข้างหลังเปลี่ยนเป็น (2/9) แล้ว กดเปิดดู

[กุ้งสองสี ระดับ A]

ผู้ทำ: เฉากุ้ยเซียง

รายละเอียดเมนู: นี่เป็นเมนูขึ้นชื่อของอาหารตระกูลถานที่ยอดเยี่ยมในทุกด้าน ผู้ทำใช้ทักษะการทำอาหารอันยอดเยี่ยมรังสรรค์เมนูนี้ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ เรียกได้ว่าเป็นเมนูระดับสูงที่ครบเครื่องทั้งสีสัน กลิ่น และรสชาติ ไม่เพียงแค่รสชาติ แต่ยังเปี่ยมไปด้วยความรักที่เฉากุ้ยเซียงมีต่อครอบครัว กลายเป็นความทรงจำแรกเริ่มเกี่ยวกับอาหารเลิศรสของเซวียเซ่าเฮิง ทำให้เขาลืมไม่ลง ภายใน 10 นาทีหลังรับประทานจะทำให้นึกถึงคนในครอบครัวที่รักที่สุด

จำนวนครั้งที่ทำได้ต่อวัน (0/5)

เจียงเฟิง: ???

กุ้งสองสี???

ปลิงทะเลต้าอูตุ๋นน้ำแดงของฉันล่ะ?

จบบทที่ บทที่ 273 น้ำราด

คัดลอกลิงก์แล้ว