เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 240 มหาวิทยาลัยเกียวโต

บทที่ 240 มหาวิทยาลัยเกียวโต

บทที่ 240 มหาวิทยาลัยเกียวโต


ตอนที่เจียงเฟิงได้ยินว่านักข่าวต้องการสัมภาษณ์เชฟในครัวหลังร้าน ในใจก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง

ช่วงเที่ยงวันนี้ครัวหลังร้านยุ่งมาก ทั้งครัวเหมือนเครื่องจักรที่หมุนด้วยความเร็วสูง ตอนนี้ช่วงเวลาเร่งด่วนในการรับประทานอาหารผ่านไปแล้ว ตอนเปิดร้านเสียงแจ้งเตือนระบบก็ดังขึ้นในหัวของเจียงเฟิง เตือนเขาว่าภารกิจหลักเสร็จสิ้นแล้ว รางวัลภารกิจคือระบบบริหารจัดการพนักงานภัตตาคารไท่เฟิงโหลว

ตอนนี้ครัวหลังร้านพักผ่อนกันแล้ว เชฟที่โต๊ะพักอาหารและโต๊ะล้างกำลังทำความสะอาดครัว เดิมทีเจียงเฟิงอยากจะแวบไปดูรางวัลภารกิจและภารกิจหลักต่อไปคืออะไร แต่ก็ถูกฝางเหมยแจ้งว่านักข่าวอยากสัมภาษณ์พนักงานครัวหลังร้านของภัตตาคารไท่เฟิงโหลว

การสัมภาษณ์จัดขึ้นในห้องส่วนตัวชั้น 2 ทุกคนต่างก็รับเงินมาเขียนข่าว ไม่มีความขัดแย้งเรื่องการแข่งขัน ความสัมพันธ์ระหว่างนักข่าวด้วยกันจึงกลมเกลียวดี ถึงขั้นแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้เป็นระยะ

ทุกคนต่างก็มีเจตนาแอบแฝง คนที่อยากสัมภาษณ์จริง ๆ คือจางกวงหัง หรือจะพูดว่าแค่อยากได้รูปถ่ายของจางกวงหังก็ว่าได้ ตอนนี้จางกวงหังไปส่งเซี่ยมู่รุ่ยกลับสวนเฟินหยวนแล้ว คนอื่น ๆ ก็เลยสัมภาษณ์ไปงั้น ๆ ไม่ให้ตกหล่น ตั้งแต่เชฟหน้าเตา เชฟโต๊ะพักอาหาร ไปจนถึงเชฟโต๊ะล้าง ทุกคนมีส่วนร่วม เท่าเทียมกันหมด

นักข่าวไม่กี่คนคาดไม่ถึงเลยว่า การสัมภาษณ์ครั้งนี้จะได้อะไรกลับมาจริง ๆ

“สะดวกเปิดเผยประวัติการศึกษาของพวกคุณไหมครับ? หรือไม่ก็ประสบการณ์การเรียนทำอาหารอะไรทำนองนั้น” นักข่าวหูถามไปอย่างนั้นเอง

“มัธยมต้นครับ”

“ผมก็มัธยมต้นครับ”

“มัธยมปลายครับ”

“โรงเรียนวอร์ตันครับ”

“มหาวิทยาลัย A ครับ”

“มหาวิทยาลัย A ค่ะ”

“มหาวิทยาลัยเกียวโตครับ”

“เอ๊ะ?” เกือบทุกคนหันไปมองจางเว่ยอวี่ ในแววตาเต็มไปด้วยความหมายว่า ไอ้หนุ่มนี่ดูท่าทางซื่อบื้อเหมือนคนเรียนไม่เก่ง ไม่นึกเลยว่าจะจบจากมหาวิทยาลัยเกียวโต!

นักข่าวหู: ???

เหล่านักข่าว: ???

นักข่าวในห้องส่วนตัวเริ่มสงสัยในชีวิต นี่มันภัตตาคารอะไรกันเนี่ย ในครัวหลังร้านมีแต่คนระดับไหนกัน จบจากมหาวิทยาลัย A มหาวิทยาลัยเกียวโต โรงเรียนวอร์ตัน ทิ้งอนาคตอันสดใสของตัวเองวิ่งมาเป็นเชฟกันหมด

วินาทีนั้น ในใจของเกือบทุกคนก็นึกถึงสโลแกนโฆษณานั้นขึ้นมา “เชฟ อาชีพเงินเดือนสูง! เชฟ ไม่มีวันตกงาน!”

นักข่าวถามคำถามไร้สาระไปเรื่อยเปื่อย แต่ก็ไม่ได้ถามมั่วซั่วไปซะหมด อย่างเช่นบรรณาธิการเซียว ก็ถามคำถามที่มีสาระและมีความเป็นมืออาชีพอยู่บ้าง คำถามพวกนี้หลัก ๆ ต้องพึ่งซุนจี้ข่ายเป็นคนตอบ คนอื่นตอบไม่ได้

เจียงเฟิงดูออกแล้วว่า นักข่าวพวกนี้ก็ไม่มีคำถามจะถามแล้วเหมือนกัน

แต่ทำไมพวกเขาต้องอยู่ที่นี่ไม่ยอมไปไหนกันนะ? พวกเขารอใครกันแน่?

กำลังสงสัยอยู่ จางกวงหังก็ผลักประตูเข้ามา

นักข่าวที่เดิมทีกำลังเค้นสมองคิดคำถามอยู่ หยุดคิดคำถามทันที เหมือนนักข่าวบันเทิงที่ไปดักรอที่สนามบินเป็นสิบกว่าชั่วโมง แต่เจอดาราปลายแถวโนเนมจนกำลังจะถอดใจกลับบ้าน แล้วจู่ ๆ ซุปตาร์ระดับโลกก็เดินออกมาจากเกต พวกเขากรูเข้าไปล้อมจางกวงหังไว้ทันที

เจียงเฟิง: ...

โอเค เขารู้แล้วว่านักข่าวพวกนี้รอใคร

ตัวจริงมาแล้ว ตัวประกอบคนอื่นก็แยกย้ายกันได้

เพียงแต่ตอนนี้ ทุกคนต่างก็สนใจคำถามเดียวกันมาก

ซางหมิงและหานอีกู้ รวมถึงหนุ่ม ๆ อีกสองสามคนที่สนิทกับจางเว่ยอวี่มากในช่วงสองสามวันนี้ เข้าไปล้อมเขาไว้ ยิ้มแล้วถามว่า “ไม่นึกเลยว่านายจะจบจากมหาวิทยาลัยเกียวโตด้วย!”

“เฮ้อ ชายชาติทหารไม่พูดถึงความกล้าในอดีตหรอก” จางเว่ยอวี่แสร้งทำเป็นถ่อมตัวอย่างแนบเนียน

“จางเว่ยอวี่ นายจบเอกอะไรเหรอ?” เจียงเฟิงก็อยากรู้มากเช่นกัน

ตอนจางเว่ยอวี่มาสมัครงาน ในเรซูเม่ไม่ได้ระบุวุฒิการศึกษาเลย บวกกับทักษะการใช้มีดของเขาดี พื้นฐานแน่นปึ้ก พวกเขาเลยคิดมาตลอดว่าจางเว่ยอวี่น่าจะเหมือนกับหานอีกู้ ที่จบมัธยมต้นแล้วไม่ได้เรียนต่อแต่มาเรียนทำอาหาร

“ผมเรียนการเงิน” จางเว่ยอวี่กล่าว สีหน้าอมทุกข์ “นายไม่รู้หรอกว่าสมัยนี้ปริญญาตรีสาขาการเงินหางานยากแค่ไหน ถ้าไม่ใช่เพราะยื่นใบสมัครไปแล้วไม่มีบริษัทไหนรับ ฉันก็คงไม่มาสมัครเป็นเชฟที่นี่หรอก”

บนหน้าจางเว่ยอวี่เขียนไว้เต็มไปหมดว่าขาดเงิน

ทุกคน: ...

“จบมหาวิทยาลัยเกียวโตก็ยังยากเหรอ?” ซางหมิงทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ ในฐานะคนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แค่ 300 คะแนน ในใจเขาคิดว่าคนจบมหาวิทยาลัยเกียวโตทำได้ทุกอย่าง

“แน่นอนสิ นายดูซุนจี้ข่ายสิ เขาจบโรงเรียนวอร์ตันมาก็มาเป็นเชฟเหมือนกับฉันนี่แหละ” จางเว่ยอวี่กล่าว

ซุนจี้ข่าย: ...

“โรงเรียนวอร์ตันคือโรงเรียนอะไร? เหมือนพวกวิทยาลัยพยาบาลไหม แต่ของเขาเรียนธุรกิจโดยเฉพาะ วอร์ตันคือเมืองไหนเหรอ?” ซางหมิงถาม

จางเว่ยอวี่ & ซุนจี้ข่าย: ...

บางทีในสายตาของซางหมิง โรงเรียนวอร์ตันกับวิทยาลัยเทคนิคขั้นสูงเป่ยผิงคงไม่มีอะไรแตกต่างกัน

ซุนจี้ข่ายมีคำพูดนับหมื่นคำจุกอยู่ที่อกอยากจะพูดออกมา เขาอยากตะโกนบอกทุกคนที่นี่ว่า เขากับจางเว่ยอวี่ที่หางานไม่ได้แล้วหลงมาสมัครงานที่ภัตตาคารไท่เฟิงโหลวนั้นไม่เหมือนกัน

เขาซุนจี้ข่าย ลูกรักพระเจ้า เรียนทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก ทายาทภัตตาคารอันดับหนึ่งแห่งฝูเจี้ยน บัณฑิตเกียรตินิยมจากโรงเรียนวอร์ตัน สามสิบปีฝั่งตะวันออก สามสิบปีฝั่งตะวันตก แม้ตอนนี้จะอยู่ในจุดต่ำสุดของชีวิต ทว่า...

ทว่าตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรต่างจากจางเว่ยอวี่เลย

“ประมาณนั้นแหละ นายก็คิดซะว่าวอร์ตันเป็นเมืองหนึ่งในอเมริกาแล้วกัน” ซุนจี้ข่ายทำหน้านิ่ง เลิกคิดจะอธิบายให้ซางหมิงฟัง

“อเมริกาเหรอ นายเคยไปต่างประเทศด้วยเหรอ งั้นบอกหน่อยสิ ทางอเมริกามีเล่นไพ่นกกระจอกไหม?” ซางหมิงถาม

ทุกคน: ...

“พอแล้ว ๆ ยังมีเวลาทุกคนไปพักผ่อนก่อนเถอะ สี่โมงครึ่งต้องเริ่มเตรียมเปิดร้านรอบเย็นแล้ว” เจียงเฟิงกล่าว ทุกคนยุ่งมาทั้งเที่ยงก็เหนื่อยกันแล้ว มาโม้โอ้อวดไม่พักผ่อน เดี๋ยวตอนเย็นจะง่วงเอา

จากนั้นตอนลงบันไดมา ก็เห็นหวังซิ่วเหลียน ฝางเหมย และจี้เยวี่ยสามคนกำลังซุบซิบกันอยู่ ไม่รู้ว่าปรึกษาอะไรกัน หวังซิ่วเหลียนเห็นเจียงเฟิงก็เรียกไว้ ให้เขาไปซื้อเลมอนฝานที่ร้านสะดวกซื้อข้าง ๆ มาซองนึง เธอจะเอามาชงน้ำดื่ม

ได้รับคำสั่งแล้ว เจียงเฟิงก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเองกลับมาที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ตอนเดินผ่านครัวหลังร้านก็ชะโงกหน้าเข้าไปดู แล้วก็เห็นอู๋หมิ่นฉีกับจี้เสวี่ยจริง ๆ

ทั้งสองคนได้แรงบันดาลใจในช่วงสองวันนี้ กำลังคิดค้นเมนูใหม่ ขลุกอยู่ในครัวตลอดเวลา

“ฉีฉี ฉันจะไปซื้อเลมอนฝานที่ร้านสะดวกซื้อ เธอจะดื่มอะไรไหม?” เจียงเฟิงถาม

“ชามะนาว”

เจียงเฟิงหันไปมองจี้เสวี่ย ถามว่า “จี้เสวี่ยล่ะ?”

“ฉันดื่มน้ำเปล่าก็พอ” จี้เสวี่ยตอบ

“สวัสดิการพนักงาน”

จี้เสวี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “ชานมไข่มุกได้ไหม?”

“ได้แน่นอน”

เจียงเฟิงไปซื้อเลมอนฝานให้หวังซิ่วเหลียนที่ร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมงใกล้ ๆ เสร็จแล้วยังไม่ได้ไปร้านชานม แต่เห็นในร้านไม่มีคนจึงหาที่นั่งลง กดเปิดหน้าต่างคุณสมบัติเพื่อรับภารกิจหลักใหม่และรางวัลภารกิจ

ภารกิจหลักนี้เขาทำมานานเกินไป นานจนถ้าวันนี้เกมไม่เตือน เขาก็ลืมไปแล้วว่ายังมีภารกิจนี้อยู่

【ภารกิจหลัก】

1. [ลูกค้าประจำ] หากต้องการเป็นร้านที่มีชื่อเสียง จำเป็นต้องมีฐานลูกค้าจำนวนมาก และจำเป็นต้องมีลูกค้าประจำ โฮสต์ทำให้ภัตตาคารไท่เฟิงโหลวมีลูกค้าประจำ 10 คน ความคืบหน้าภารกิจ: (0/10)

คำแนะนำอย่างเป็นมิตร: ทำให้ภัตตาคารไท่เฟิงโหลวกลายเป็นภัตตาคารอันดับหนึ่งในใจลูกค้าก็เพียงพอแล้ว

เจียงเฟิง: ...

ภัตตาคารอันดับหนึ่งในใจ

คำคุณศัพท์นี้ออกจะเบียวและน่าอายไปหน่อย แถมความยากก็ไม่ใช่น้อย ๆ

บุ๋นไม่มีที่หนึ่ง บู๊ไม่มีที่สอง เชฟก็เช่นกัน รสนิยมความชอบของนักชิมแต่ละคนแตกต่างกัน ลางเนื้อชอบลางยา ถ้าจะบอกว่าร้านไหนอร่อยยังพอจะหาเหตุผลมาอธิบายได้ แต่ถ้าจะบอกว่าร้านไหนเป็นที่หนึ่ง หลายคนคงตอบไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงภัตตาคารอันดับหนึ่งในใจเลย

ช่างเถอะ ภารกิจน่ะนะ ถึงเวลาก็คงเสร็จเอง เหมือนกับ [เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร] ก่อนหน้านี้ ทั้งที่เจียงเฟิงไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เชฟทั้ง 5 คนกลับทยอยเสนอตัวเข้ามาเอง ภารกิจก็เสร็จสิ้นไปอย่างราบรื่นแบบงง ๆ

เจียงเฟิงเชื่อว่าขอแค่ภัตตาคารไท่เฟิงโหลวมีวาสนากับนักชิมเหล่านั้น นักชิมเหล่านั้นก็จะมองว่าภัตตาคารไท่เฟิงโหลวเป็นภัตตาคารอันดับหนึ่งของโลกเอง

เปิดไปที่ช่องไอเทม เจียงเฟิงเห็น [ระบบบริหารจัดการพนักงานภัตตาคารไท่เฟิงโหลว]

ตอนแรกที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ เขายังนึกว่าอันนี้จะเหมือนระบบสั่งอาหารที่ได้เป็นรางวัลก่อนหน้านี้ ที่เป็นแท็บเล็ต แต่ดูเหมือนเขาจะเข้าใจผิดไปเอง

[ระบบบริหารจัดการพนักงานภัตตาคารไท่เฟิงโหลว]: เลือกเปิดใช้งานได้เลย ไม่ต้องอัปเดตเกม

เจียงเฟิงกดเปิดใช้งาน

หน้าต่างคุณสมบัติไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

เจียงเฟิง: ???

ออกจากหน้าต่างคุณสมบัติ เจียงเฟิงพบว่ามุมขวาล่างของสายตามีวงกลมเพิ่มขึ้นมาอันหนึ่ง ในวงกลมเป็นเครื่องหมายคำถาม

เจียงเฟิงกดเปิดเครื่องหมายคำถามนั้นเงียบ ๆ

จบบทที่ บทที่ 240 มหาวิทยาลัยเกียวโต

คัดลอกลิงก์แล้ว