เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 220 อาจารย์ของผมเก่งมาก

บทที่ 220 อาจารย์ของผมเก่งมาก

บทที่ 220 อาจารย์ของผมเก่งมาก


เจียงเว่ยเซิงไม่เข้าใจสถานการณ์ เดินเข้าไปข้างใน

จากนั้น...

เจียงเว่ยเซิง: (°ー°〃)

╭(°A°)╮

(°Д°≡°Д°)

(°Д°≡°Д°)

(;Д;)

เจียงเว่ยเซิงขาสั่นพั่บ ๆ แทบอยากจะเดินหนีออกไป เขาได้ใช้ท่าทางอาการที่สมจริงของตัวเอง มาตีแผ่ให้ทุกคนได้เข้าใจถึง ‘สภาพจิตใจ’ ของนักเรียน ม.ปลาย ที่แอบเล่นมือถือในเวลาเรียนแล้วหันไปเจอครูประจำชั้นแอบส่องอยู่ที่หน้าต่างหลังห้อง และคู่รักวัยเรียนที่เดินจูงมือกันในโรงเรียนแล้วบังเอิญเดินไปจ๊ะเอ๋กับครูฝ่ายปกครองเข้าอย่างจัง

“เถ้า... เถ้าแก่น้อยครับ การจัดจานของโอวหยางกับหลัวอวี่จัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะคุณยังไม่กลับมา เถ้าแก่ท่านนั้นก็เลยดูไปแล้วครับ” ซางหมิงรู้สึกว่าไม่ว่าสุดท้ายจะถูกรับเข้าทำงานหรือไม่ การเรียกเถ้าแก่ไปเลยย่อมไม่ผิดแน่นอน

คนกลุ่มนี้ดูแวบเดียวก็รู้เลยว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นเถ้าแก่กันทั้งนั้น!

เจียงเจี้ยนคังพยักหน้าให้เจียงเฟิงทีหนึ่ง เป็นสัญญาณบอกว่าสองคนเมื่อสักครู่นี้ผ่านเกณฑ์แล้ว

“เสี่ยวเฟิง คนที่อยู่ข้าง ๆ ลูกนี่คือ...” เจียงเจี้ยนคังสังเกตเห็นสีหน้าที่ดูไม่ปกติของเจียงเว่ยเซิง มองตามสายตาที่ตกตะลึงปนความหวาดกลัว หวาดกลัวปนความประหลาดใจ ประหลาดใจปนความตื่นตระหนก และในความตื่นตระหนกก็ยังแฝงไว้ด้วยอารมณ์ความรู้สึกมากมายที่ยากจะอธิบายของเขาไป ก่อนพบว่าชายคนนี้กำลังสบตากับเจียงเว่ยหมิงอยู่

“เว่ยเซิง” เจียงเว่ยหมิงกล่าวอย่างจนใจ ในน้ำเสียงเจือไว้ด้วยรอยยิ้มจาง ๆ

“แหะ” เจียงเว่ยเซิงหัวเราะแห้ง ๆ สมองที่เริ่มไม่ค่อยยืดหยุ่นแล้วกำลังหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว พยายามจะหาเหตุผลดี ๆ สักข้อว่าทำไมฉันถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้ภายในเวลาเพียงแค่สิบกว่าวินาที

เดี๋ยว ๆ ไม่สิ ทำไมอาจารย์ของฉันถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?

หรือว่าอาจารย์ของฉันก็มาสมัครงานด้วยเหมือนกัน?

“เธอหนีออกจากบ้านอีกแล้วสินะ” บนใบหน้าของเจียงเว่ยหมิงประดับไปด้วยรอยยิ้ม ส่ายหน้าอย่างจนใจ เหมือนกับเมื่อ 40 กว่าปีก่อนไม่มีผิด

เจียงเว่ยเซิงเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน ไม่มีพรสวรรค์ด้านการเรียนหนังสือเลยสักนิด แต่พ่อแม่ของเขากลับตั้งใจอยากจะให้เขาเรียนหนังสือเก่ง ๆ เพื่อที่จะได้มีหน้ามีตา แค่ระดับมัธยมต้นก็เรียนไปตั้ง 5 ปี สอบเข้าโรงเรียนอาชีวะไม่ได้ก็เลยต้องดิ้นรนไปเข้าเรียนมัธยมปลายจนได้ เดิมทีคิดว่าแค่ทนเรียนไปสามปีก็จะจบการศึกษาแล้ว แต่ใครจะไปรู้ว่าปีที่เขาอยู่ ม.6 กลับบังเอิญไปตรงกับการรื้อฟื้นระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยพอดี

หลังจากที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ติด พ่อแม่ของเขาก็ให้ทางเลือกเขาสองทาง ทางเลือกที่หนึ่ง ซ้ำชั้น ทางเลือกที่สอง ทุบขาให้หักแล้วค่อยกลับไปซ้ำชั้น

เจียงเว่ยเซิงเลือกทางเลือกที่สาม ถึงแม้จะถูกพ่อแม่วิ่งไล่ตีไปทั่วทั้งเมืองก็ยังดื้อรั้นจะไปเรียนทำอาหาร

ตอนที่เขายังเรียนหนังสืออยู่ เขาเคยไปกินข้าวที่ร้านอาหารของรัฐแค่สองมื้อ มื้อหนึ่งคือตอนที่เขาสอบเข้ามัธยมปลายได้ในที่สุด พ่อแม่ของเขาให้รางวัลเขา ส่วนอีกมื้อหนึ่งคือตอนก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย พ่อแม่ของเขาเลี้ยงให้กำลังใจเขา

อาหารทั้งสองมื้อนั้นล้วนเป็นเจียงเว่ยหมิงที่ลงมือทำด้วยตัวเอง

ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนของปีนั้น ประชาชนทุกคนในเมืองหลวงของแดนฉู่คงจะไม่มีวันลืม ภาพที่พ่อแม่ของเจียงเว่ยเซิงถือไม้คลึงแป้งวิ่งไล่ตีเขาไปทั่วทั้งเมือง

ตอนหลังพ่อแม่ของเจียงเว่ยเซิงก็ไม่ยอมอ่อนข้อตกลง เขาเลยหนีออกจากบ้านเอง วิ่งไปที่บ้านของเจียงเว่ยหมิงเพื่อขอเป็นศิษย์

ถูกพ่อแม่จับตัวกลับไป ก็หนีออกจากบ้านอีกครั้ง วิ่งไปที่บ้านของเจียงเว่ยหมิงเพื่อขอเป็นศิษย์อีก

ถูกพ่อแม่จับตัวกลับไปอีก ก็หนีออกจากบ้านต่อไป วิ่งไปที่บ้านของเจียงเว่ยหมิงเพื่อขอเป็นศิษย์อย่างไม่ลดละความพยายาม

พ่อแม่ของเจียงเว่ยเซิงจนปัญญา เลยต้องหอบของขวัญไปที่บ้านเพื่อขอร้องให้เจียงเว่ยหมิงช่วยรับลูกชายโง่ ๆ คนนี้ไว้ ให้เขาไปทำงานจิปาถะในห้องครัว ลำบากสักหน่อยเดี๋ยวก็รู้เองว่าการเรียนหนังสือมันดีแค่ไหน

ไม่มีใครคาดคิดว่า เจียงเว่ยเซิงจะทำทีเดียวลากยาวมาถึง 40 ปี

เขาไปฆ่าปลาอยู่ที่แผนกสัตว์น้ำ ทั้งตัวเหม็นคาวปลาไปหมด ตอนกลางคืนนอนหลับได้กลิ่นตัวเองยังเหม็นจนต้องตื่น

เขาไปหั่นผักอยู่ที่เขียง ทุกวันบนมือมีแต่แผลใหม่มาแทนที่แผลเก่า มีอยู่ครั้งหนึ่งลงมีดทีเดียวตัดปลายนิ้วตัวเองขาดไปครึ่งหนึ่ง เลือดไหลนอง ถึงแม้จะรีบส่งโรงพยาบาลทันที แต่ตอนหลังนิ้วนั้นมันก็ยังคงแหว่งอยู่ดี

เขาไปผัดกระทะอยู่ที่หน้าเตา บนแขนเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากน้ำมันกระเด็นใส่หรือไม่ก็น้ำร้อนลวก ฝึกสะบัดกระทะจนกระทั่งกลับถึงบ้านตอนกลางคืนถึงได้รู้ว่าแขนบวมไปหมดแล้ว พอเช้าวันต่อมาก็ไปที่ร้านอาหารของรัฐเพื่อฝึกต่อ

เดิมทีพ่อแม่ของเขาคิดว่าอีกไม่นานเขาก็คงจะยอมแพ้ แต่เขากลับทำต่อไปปีแล้วปีเล่า

ตอนที่ตัดปลายนิ้วตัวเองขาดไปครึ่งหนึ่ง แม่ของเขากอดมือเขาร้องไห้อยู่ที่โรงพยาบาล ร้องไห้ไปพลางพูดไปพลางว่า “ลูกเอ๊ย แม่กับพ่อไม่บังคับให้ลูกกลับไปเรียนหนังสือแล้วนะ เลิกทำเถอะ กลับบ้านกับพวกเราเถอะนะ ต่อไปลูกอยากจะทำอะไรก็ทำเลย”

เจียงเว่ยเซิงเพียงแค่ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้แม่ของเขาอย่างซื่อ ๆ แล้วพูดว่า “แม่ครับ ผมก็แค่อยากเป็นเชฟ”

ในปีที่ 4 ที่เจียงเว่ยเซิงทำงานจิปาถะอยู่ที่ร้านอาหารของรัฐ เขาก็ถูกเจียงเว่ยหมิงรับเป็นศิษย์

เป็นลูกศิษย์แบบที่ต้องยื่นน้ำชาโขกศีรษะอย่างเป็นทางการ

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เชฟทั่วทั้งเมืองหลวงของมณฑลต่างก็รู้กันหมดว่า อาจารย์เจียงคนนั้นที่มีฝีมือทัดเทียมกับหัวหน้าเชฟอู๋ แถมยังเคยได้รับคำชื่นชมจากแขกต่างบ้านต่างเมืองและผู้นำ ได้รับลูกศิษย์ที่พรสวรรค์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่กลับเชื่อฟังมาก ๆ มาคนหนึ่ง

ต่อมา ร้านอาหารของรัฐก็ปิดตัวลง

ร้านอาหารที่ดำเนินกิจการโดยเอกชนผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดหลังฝนทั่วทั้งเมืองหลวงของมณฑล

เจียงเว่ยเซิงได้เข้าไปทำงานในร้านอาหารที่ไม่เลวร้านหนึ่งจากการแนะนำของเจียงเว่ยหมิง ได้เป็นหัวหน้าเชฟ ทำงานมาโดยตลอดจนกระทั่งเกษียณอายุ

ถ้าชีวิตการทำงานของเขาสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างมีความสุข ช่วยลูกชายลูกสะใภ้เลี้ยงหลาน ออกไปเดินเล่นกับภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก หรือไม่ก็ปลูกดอกไม้เลี้ยงต้นไม้ ไปโรงน้ำชาดื่มชาดูงิ้วฟังเพลง ชีวิตของเขาก็คงจะสงบสุขและอิ่มเอมใจ

แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจียงเว่ยเซิงต้องการ เขาคือลูกศิษย์ของเจียงเว่ยหมิง เป็นลูกศิษย์เพียงคนเดียวของอาจารย์

เขาอยากจะเป็นเกียรติยศของอาจารย์ เป็นความภาคภูมิใจของอาจารย์ เมื่อคนอื่นพูดถึงเขา จะได้ไม่ต้องพูดอีกต่อไปว่า “เจียงเว่ยเซิง ก็ลูกศิษย์ที่ทั้งเชื่อฟังและกตัญญูมากของอาจารย์เจียงคนนั้นใช่ไง” แต่จะพูดว่า “โอ้ เจียงเว่ยเซิงคนนั้นน่ะเหรอ ก็ลูกศิษย์ที่ทั้งกตัญญูและเก่งกาจมากของอาจารย์เจียงคนนั้นไง”

เจียงเว่ยเซิงในวัยหกสิบปีกับเจียงเว่ยเซิงในวัยยี่สิบปีไม่มีอะไรแตกต่างกันเลยแม้แต่น้อย เขาในวัยยี่สิบปี สามารถปีนหน้าต่างตอนกลางดึกวิ่งไปซุ่มรออยู่ที่หน้าประตูบ้านของเจียงเว่ยหมิงได้ทั้งคืนเพื่อรอขอเป็นศิษย์ ส่วนเขาในวัยหกสิบปี ก็สามารถตกลงกับภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก แอบหนีลูกชายวิ่งมาสมัครงานเป็นเชฟที่เป่ยผิงได้

“คนรู้จักเหรอ?” เจียงเว่ยกั๋วรู้สึกว่าชื่อเจียงเว่ยเซิงนี้มันค่อนข้างคุ้นหู

“ลูกศิษย์ฉันเอง” เจียงเว่ยหมิงกล่าว

เจียงเว่ยกั๋ว: ???

เจียงเจี้ยนคัง: !!!

เจียงเว่ยเซิงยิ้มให้ทุกคน กลับดูคล้ายคลึงกับเจียงเว่ยหมิงอยู่บ้าง กล่าวว่า “ผมชื่อเจียงเว่ยเซิง เป็นเชฟครับ”

เจียงเว่ยหมิงพลิกดูเรซูเม่ในมือ เขาเพิ่งจะทดสอบไปตามลำดับที่เจียงโส่วเฉิงวางไว้ เรซูเม่ที่อยู่ข้างหลังยังไม่ได้ดูเลย

เรซูเม่ของเจียงเว่ยเซิงถูกสอดไว้ข้างล่าง

ชื่อ: เจียงเว่ยเซิง

อายุ: 63

สัญชาติ: ฮั่น

วุฒิการศึกษา: มัธยมปลาย

ตำแหน่งที่ต้องการ: หน้าเตา

...

เรซูเม่ของเจียงเว่ยเซิงเป็นลายมือเขียน บนหน้ากระดาษเล็ก ๆ เขียนทักษะและประสบการณ์การทำงานที่เขาทำได้ไว้เต็มไปหมด เจียงเว่ยหมิงกวาดสายตาอ่านทีเดียวสิบบรรทัด ก็เห็นประโยคสุดท้ายในทันที: อาจารย์ของผมเจียงหยวนเฉาเป็นหัวหน้าเชฟของร้านอาหารของรัฐในแดนฉู่ เก่งมาก ถึงแม้ผมจะสู้ท่านไม่ได้ แต่ก็เก่งมากเหมือนกัน

“อาจารย์ของเขาเก่งมาก ฉันรู้ดี รับเข้าทำงานเลยเถอะ” เจียงเว่ยหมิงยิ้มกล่าว

เจียงเฟิง & เจียงเว่ยกั๋ว & เจียงเจี้ยนคัง: ???

“มาช่วยหน่อย” เจียงเว่ยหมิงกล่าว

“ได้เลยครับ” เจียงเว่ยเซิงตื่นเต้นอย่างมาก

ล้อเล่นหรือเปล่า เขาคือเจียงเว่ยเซิงนะ เป็นลูกศิษย์สายตรงเพียงคนเดียวของอาจารย์! แค่เจียงเว่ยหมิงยกมือขึ้น เขาก็รู้แล้วว่าควรจะยื่นอะไรให้

เจียงเว่ยหมิงยกมือขึ้น

เจียงเว่ยเซิงยื่นจานส่งไปให้

“อันที่อยู่ข้าง ๆ” เจียงเว่ยหมิงกล่าว

เจียงเว่ยเซิงยื่นจานที่อยู่ข้าง ๆ ส่งไปให้

“ฉันหมายถึงน้ำแก้วนั้น”

ทุกคน: ...

อาจารย์ศิษย์คู่นี้... ดูเหมือนจะไม่ค่อยรู้ใจกันเท่าไหร่เลยนะ

จบบทที่ บทที่ 220 อาจารย์ของผมเก่งมาก

คัดลอกลิงก์แล้ว