- หน้าแรก
- ครัวนี้มีค่าประสบการณ์
- บทที่ 200 ตกลงทีมตกแต่ง
บทที่ 200 ตกลงทีมตกแต่ง
บทที่ 200 ตกลงทีมตกแต่ง
2 ทุ่มตรง ชาวตระกูลเจียงทุกคนและครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกของอู๋หมิ่นฉีมารวมตัวกันพร้อมหน้าที่ชั้น 2 ของร้านอาหารตามสั่งเจี้ยนคัง บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ในจำนวนนี้ สองพี่น้องเจียงเจวี้ยนเหลียนและเจียงเจวี้ยนชิงคือผู้ที่มีความสุขและตื่นเต้นที่สุด เพราะพวกเธอสามารถโดดเรียนพิเศษวิชาเคมีในคืนนี้ได้สำเร็จอีกครั้ง
นับตั้งแต่ที่เจียงเจี้ยนเช่อเริ่มหันมาสนใจผลการเรียนของลูกสาวทั้งสองอย่างจริงจัง เขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า นอกจากวิชาภาษาจีนแล้ว พวกเธอต้องเรียนพิเศษทุกวิชา ด้วยเหตุนี้ สองพี่น้องเจียงเจวี้ยนชิงและเจียงเจวี้ยนเหลียนจึงได้เริ่มต้นชีวิตอันแสนสุขกับการเรียนพิเศษ 8 คาบใน 7 วันต่อสัปดาห์
เจียงเฟิงกับเจียงเจี้ยนคังช่วยกันเฝ้าโจ๊กสองหม้อนั้นอยู่ในครัวหลังร้าน กับข้าวส่วนใหญ่ถูกยกไปเสิร์ฟจนเกือบครบแล้ว ถึงแม้อู๋ฮั่นเสวียจะมองเจียงเฟิงแล้วไม่สบอารมณ์ แต่เพื่อรักษาหน้าให้ลูกสาว เขาก็แทบจะแสดงสุดยอดวิชาที่ร่ำเรียนมาทั้งชีวิตออกมาในมื้ออาหารวันนี้จนหมดสิ้น
เนื้อต้มเสฉวน หมูผัดพริกเสฉวน มดไต่ต้นไม้ เต้าหู้ผัดพริกเสฉวน ไก่ผัดพิทักษ์วัง เครื่องในต้มพริกหมาล่า ไก่ตุ๋นแปะก๊วย บนโต๊ะมีกับข้าวทั้งหมดเพียงเก้าอย่าง เจ็ดอย่างในนั้นเป็นฝีมือของอู๋ฮั่นเสวีย ส่วนอีกสองอย่างที่เหลือคือขาหมูตงพัวของเจียงเจี้ยนคังและกล่องเต้าหู้ของเจียงเว่ยหมิง
ถ้าไม่ใช่เพราะสถานการณ์ไม่อำนวย อู๋ฮั่นเสวียก็คงจะทำปลิงทะเลผีเสื้อ ปลาเจียงถวนร้อยบุปผา และเป็ดคริสตัลสี่เหลี่ยมต่ออีกด้วยซ้ำ เมนูเหล่านี้ล้วนเป็นเมนูในงานเลี้ยงระดับสูงสุดของร้านอาหารตระกูลอู๋ หลายปีมานี้พอคุณปู่อู๋ค่อย ๆ วางมือจากการจับตะหลิว เมนูในงานเลี้ยงเหล่านี้ก็ตกเป็นหน้าที่ของอู๋ฮั่นเสวียในการทำแทน
เพราะว่าช่วงนี้เจียงเว่ยหมิงทำกล่องเต้าหู้ค่อนข้างบ่อย ทุกครั้งที่ทำก็จะได้รับคำชื่นชมอย่างเป็นเอกฉันท์จากทุกคน เขาจึงยังใช้เวลาไปค้นคว้าอัตราส่วนของไส้ที่อยู่ข้างในเพิ่มเติม ทุกครั้งที่ทำก็จะเป็นรสชาติที่แตกต่างกันไป อย่างเช่นวันนี้ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของการกินโจ๊ก ก็เลยทำเป็นไส้เจ
เห็ดหอม หน่อไม้ฤดูใบไม้ผลิ มะเขือเทศ แตงกวา เห็ดหูหนูดำ และถั่วลันเตา ตรงกลางยังผสมเนื้อสับลงไปเล็กน้อย สีสันสดใส ครบถ้วนทั้งห้าสี รสสัมผัสละเอียดอ่อน หน่อไม้ฤดูใบไม้ผลิในช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่ทั้งสด อ่อน และฉ่ำน้ำ กล่องเต้าหู้ไส้เจแบบนี้จึงมีรสชาติที่สดใหม่กลมกล่อมที่สุด
“โห กับข้าวเต็มโต๊ะขนาดนี้เลยเหรอครับ ต้องลำบากคุณอาอู๋แล้วจริง ๆ!” เจียงไจ้เต๋อมองกับข้าวโต๊ะนี้ตาเป็นประกาย เจียงเว่ยกั๋วดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือทำอาหารเสฉวนไม่ค่อยเป็น คนตระกูลเจียงทั้งโต๊ะนี้มีโอกาสได้กินอาหารเสฉวนนับครั้งได้เลย
“ใช่ค่ะ ใช่ค่ะ ต้องลำบากคุณลุงอู๋จริง ๆ เลย ทำกับข้าวเยอะแยะเต็มโต๊ะขนาดนี้ต้องเหนื่อยมากแน่ ๆ อ๊ะ โจ๊กก็เสร็จพอดีเลย หนูตักโจ๊กให้คุณลุงอู๋เองค่ะ” ถ้าจะพูดถึงทักษะในการประจบประแจงของคนในตระกูลเจียงแล้ว เกรงว่าคงไม่มีใครสู้เจียงเจวี้ยนเหลียนได้
เจียงเจี้ยนคังถือหม้อดินใส่โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับหม้อใหญ่เดินนำหน้า เจียงเฟิงถือจานใส่เครื่องเคียงเดินตามอยู่ข้างหลัง ไม่ใช่ผักดองเสฉวนที่อู๋ฮั่นเสวียพกมา แต่เป็นหัวไชเท้าแห้งกับถั่วฝักยาวดองที่หยิบมาจากร้านโจ๊กตระกูลฟาง ทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือของฟางเจิ้งทำเอง เอามากินคู่กับโจ๊กเข้ากันได้ดีที่สุด
วางโจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับกับเครื่องเคียงลงบนโต๊ะอย่างมั่นคง ทั้งสองคนก็ลงไปข้างล่างเพื่อยกของต่อ ในครัวหลังร้านยังมีโจ๊กอีกหม้อกับกากหมูอีกหนึ่งจานที่ยังไม่ได้ยกขึ้นมา
เจียงไจ้เต๋อนั่งอยู่ใกล้โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับที่สุด เขาเปิดฝาหม้อออก
กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่ว
อู๋ฮั่นเสวียใจกระตุกเล็กน้อย รู้สึกประหลาดใจ โจ๊กหม้อนั้นที่เจียงเฟิงต้มเมื่อตอนกลางวัน ตอนที่เพิ่งเปิดฝาหม้อออกมาใหม่ ๆ กลิ่นยังไม่หอมยั่วน้ำลายเข้มข้นเท่าหม้อที่อยู่ตรงหน้านี้เลย แค่ตัดสินจากกลิ่นหอมเพียงอย่างเดียว ระดับฝีมือของโจ๊กหม้อที่อยู่ตรงหน้านี้ก็เหนือกว่าโจ๊กหม้อเมื่อกลางวันไปแล้วหนึ่งขั้น
ไอ้เด็กนี่มันไปกินยาเซียนอะไรมา? เพียงแค่ช่วงบ่ายสั้น ๆ ฝีมือการต้มโจ๊กถึงได้ก้าวหน้าไปได้มากขนาดนี้
“โห ไม่นึกเลยว่าโจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับที่เสี่ยวเฟิงต้มจะหอมขนาดนี้!” เจียงเจี้ยนกั๋วเอ่ยชม
โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับถูกยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะแล้ว ก็หมายความว่าได้เวลาเริ่มกินข้าวแล้ว ทุกคนจึงไม่จำเป็นต้องมานั่งกล่าวชมกันตามมารยาททางธุรกิจอีกต่อไป ต่างก็ก้มหน้าก้มตาซดโจ๊กกินกับข้าวกันเสียงดังซู้ดซ้าด
โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับคำหนึ่ง เครื่องเคียงคำหนึ่ง ตามด้วยเนื้อต้มเสฉวนอีกคำหนึ่ง
ฟิน!
ชีวิตเยี่ยงเทพเซียนก็ไม่ขอแลก!
เจียงไจ้เต๋อโยนปณิธานการลดความอ้วนที่เพิ่งตั้งไว้เมื่อวานนี้ ว่าจะออกกำลังกายทุกวัน วันละหนึ่งชั่วโมง กินสลัดผักกับอกไก่สามมื้อ พยายามสลัดโสดให้ได้ภายในปีนี้ ทิ้งไปไว้เบื้องหลังในทันที ในหัวของเขาตอนนี้มีแต่โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับกับเนื้อต้มเสฉวนเต็มไปหมด
ยังมีหมูผัดพริกเสฉวน เครื่องในต้มพริกหมาล่า และไก่ตุ๋นแปะก๊วยอีก
เจียงไจ้เต๋อขอบอกเลยว่า ลดความอ้วนเหรอ? ลดความอ้วนอะไรกัน? ชาตินี้ก็ไม่มีทางลดความอ้วนได้หรอก มีเพียงการอาศัยมากินข้าวฟรีดื่มฟรีที่บ้านน้องเล็กเท่านั้นถึงจะสามารถประทังชีวิตต่อไปได้
หลังจากกินอิ่มดื่มหนำสำราญแล้ว ก็ถึงเวลาคุยโวโอ้อวดประจำวันอีกครั้ง ทว่ากำหนดการคุยโวในวันนี้คงต้องพักไว้ก่อน เพราะทุกคนยังมีธุระสำคัญต้องคุยกัน
ทีมตกแต่งที่เจียงเฟิงเคยไหว้วานให้เจียงไจ้เต๋อไปช่วยหาให้ก่อนหน้านี้มีข่าวคราวตอบกลับมาแล้ว หลังจากที่เจียงไจ้เต๋อคัดกรองในเบื้องต้น ก็เหลือทีมตกแต่งที่เข้าข่ายไว้สามเจ้า เขาปรินต์เอกสารข้อมูลโดยละเอียดติดมาด้วย ขอเพียงแค่เจียงเฟิงกับคุณปู่พยักหน้าตกลง เจียงเจี้ยนกั๋วก็จะได้ไปเจรจาต่อรองราคากับทีมตกแต่งต่อไป การรีโนเวทภัตตาคารไท่เฟิงโหลวก็สามารถเริ่มต้นขึ้นตามกำหนดการได้เลย
ทันทีที่การรีโนเวทเริ่มต้นขึ้นตามกำหนดการ วันเปิดร้านก็คงอยู่ไม่ไกลแล้ว
“น้องเล็ก ก่อนหน้านี้นายบอกว่านายไหว้วานคนไปทำแบบแปลนออกแบบมาให้แล้ว แบบแปลนยังอยู่ที่นายหรือเปล่า?” เจียงไจ้เต๋อถาม
“อยู่ครับ อยู่ในคอมพิวเตอร์ของผม” เจียงเฟิงกล่าว
“ถ้ามีแบบแปลนอยู่แล้ว พวกเราก็แค่ตกลงราคากันได้ก็เริ่มงานได้เลย ฉันไปสืบมาคร่าว ๆ แล้ว ถ้าทำเร็วหน่อย ทั้งรีโนเวทแล้วก็ตกแต่งใหม่ ภายในสามเดือนก็น่าจะเสร็จเรียบร้อย” เจียงไจ้เต๋อหยิบเอกสารข้อมูลหนาปึกของทีมตกแต่งทั้งสามเจ้าออกมาจากกระเป๋าเอกสาร ทำสำเนาไว้สองชุด ยื่นให้เจียงเฟิงกับเจียงเว่ยกั๋วคนละชุด
เจียงเว่ยกั๋วรับเอกสารมา มองดูสองทีก็อ่านไม่เข้าใจ รู้สึกปวดหัว ก็เลยโยนเอกสารไปให้เจียงเจี้ยนกั๋ว
เจียงเจี้ยนกั๋วดูไปนานแล้ว ก็เลยโยนเอกสารไปให้เจียงเจี้ยนเช่อ
เจียงเจี้ยนเช่อก็อ่านไม่เข้าใจเหมือนกัน เลยสุ่มยัดเอกสารใส่มือเจียงเจี้ยนเย่
เจียงเจี้ยนเย่เพิ่งจะรับมาก็ยัดเอกสารใส่มือเจียงเจี้ยนคังอย่างแข็งขัน
เอกสารปึกหนึ่งวนอยู่บนโต๊ะหนึ่งรอบ สุดท้ายก็วนกลับมาอยู่ข้าง ๆ ตัวคุณปู่เหมือนเดิม
อันที่จริงเจียงเฟิงก็อ่านไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน ท้ายที่สุดแล้ว คนเราก็มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ความเชี่ยวชาญของเขาคือการต้มโจ๊ก ไม่ใช่การมานั่งศึกษาเรื่องพวกนี้ อีกอย่างเขาก็เป็นแค่เด็กที่เรียนฟิสิกส์ จะไปดูออกได้ยังไงว่าทีมตกแต่งทีมไหนดีหรือไม่ดี
“ไม่ทราบว่าจะสะดวกให้ผมช่วยดูหน่อยได้ไหมครับ?” อู๋ฮั่นเสวียเอ่ยปากถามขึ้นมา
เจียงเจี้ยนคังแทบจะภาวนาให้มีคนมาช่วยดูเอกสารปึกนี้ที่เขาอ่านไม่เข้าใจเลยสักนิด เขายื่นเอกสารให้อู๋ฮั่นเสวียอย่างกระตือรือร้น อู๋ฮั่นเสวียรับเอกสารมาแล้วเริ่มพลิกอ่านอย่างละเอียด
อู๋ฮั่นเสวียขอบอกเลยว่า ถึงแม้เขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมลูกสาวของเขาที่ทั้งสาว สวย มีพรสวรรค์เป็นเลิศ ฉลาดเฉลียว ปราดเปรื่อง อ่อนโยน ใส่ใจคนอื่น ใจกว้าง มีการศึกษา รู้จักกาละเทศะ เข้าอกเข้าใจคนอื่น เคารพครูบาอาจารย์ สนิทสนมกับเพื่อนฝูง รักสัตว์ มีเมตตาต่อผู้อื่น ปฏิบัติตามกฎหมาย และมีทัศนคติที่ดีต่อชีวิตแบบนี้ ถึงได้ไปชอบไอ้เจ้าเด็กเจียงเฟิงที่นอกจากต้มโจ๊กเป็นแล้วก็ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่างได้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว นี่ก็คือทางเลือกของลูกสาว
เรื่องที่ตระกูลเจียงจะเปิดภัตตาคารไท่เฟิงโหลวที่เป่ยผิง เขาก็เคยได้ยินมาผ่าน ๆ หูมาบ้างเหมือนกัน ในฐานะว่าที่ดองกันในอนาคต เขาก็ย่อมต้องช่วยออกแรงบ้างเป็นธรรมดา
“บริษัทตกแต่งเฉิงจวีแห่งนี้...”
“อันที่จริง ในบรรดานี้ก็คือบริษัทเฉิงจวี...”
อู๋ฮั่นเสวียกับเจียงไจ้เต๋อพูดขึ้นมาพร้อมกันแทบจะในทันที
“คุณอาอู๋ก็รู้เรื่องด้านนี้ด้วยเหรอครับ?” เจียงไจ้เต๋อประหลาดใจเล็กน้อย “อันที่จริงบริษัทตกแต่งทั้งสามเจ้านี้ก็ดีมาก ๆ เลยนะครับ ถ้าดูจากประวัติการทำงานแล้ว เห็นได้ชัดว่าบริษัทเหม่ยอี้จะดีกว่าหน่อย แต่ผมว่าถ้าจะเลือกที่เหมาะสมล่ะก็ บริษัทเฉิงจวีจะเหมาะกับการตกแต่งของภัตตาคารไท่เฟิงโหลวมากกว่า”
“ใช่ บริษัทตกแต่งเฉิงจวีแห่งนั้นมีประสบการณ์ในการตกแต่งร้านอาหารสไตล์ย้อนยุคโบราณแบบบ้านพวกคุณอย่างโชกโชน ถึงแม้ผมจะไม่เคยติดต่อกับเขาโดยตรง แต่ผมก็ได้ยินมาว่าการรีโนเวทครั้งใหญ่ของร้านอาหารปาเป่าไจที่เป่ยผิงเมื่อสามปีก่อน ก็เป็นพวกเขาที่รับงานไป” อู๋ฮั่นเสวียกล่าว
“ใช่ครับ ดีไซเนอร์ของบริษัทตกแต่งแห่งนี้ก็เก่งมากด้วย มีชื่อเสียงในวงการของพวกเรามากเลยทีเดียว เพียงแต่ผมไม่รู้ว่าแบบแปลนตกแต่งของน้องเล็กมันเป็นยังไงบ้าง ถ้าไม่พอใจล่ะก็ จริง ๆ แล้วพวกเราสามารถจ้างดีไซเนอร์ของบริษัทเขามาออกแบบให้พวกเราใหม่ก็ได้ เพียงแต่ว่าราคามันจะค่อนข้างแพง แล้วก็จะเสียเวลามากด้วย” เจียงไจ้เต๋อกล่าว
“แบบแปลนตกแต่งของผมก็ดีอยู่นะครับ พรุ่งนี้เดี๋ยวผมถ่ายเอกสารไปให้แผ่นหนึ่ง” แบบแปลนตกแต่งที่เป็นรางวัลจากเกม เจียงเฟิงเคยดูไปนานแล้ว ถึงแม้จะดูไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็รู้สึกว่ามันน่าจะดีทีเดียว
รางวัลในด้านอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำอาหารของเกมนี้ ล้วนเชื่อถือได้มาก ๆ
“ไม่ต้อง ๆ พรุ่งนี้ตอนมื้อเย็นเดี๋ยวฉันแวะมาเอาเอง” เจียงไจ้เต๋อคำนวณในใจว่าเขาจะสามารถมาแอบกินข้าวเย็นฟรีได้อีกมื้อ
“ถ้าตกลงว่าจะเอาเจ้านี้ คืนนี้ฉันก็จะไปติดต่อพวกเขาเลย แต่ว่า ราคาของเจ้านี้มันค่อนข้างแพงหน่อยนะ ฉันประเมินว่าถ้าตกแต่งใหม่ทั้งหมด อย่างน้อย ๆ ก็คงต้องใช้เงิน 10 กว่าล้าน” เจียงไจ้เต๋อกล่าว
“10 กว่าล้าน?!” เจียงเฟิงรู้สึกว่าความยากจนมันจำกัดจินตนาการของเขาจริง ๆ
ตอนนั้นที่ศาสตราจารย์หลี่บอกกับเขา มันแค่ 3 ล้านเองไม่ใช่เหรอ!
“ภัตตาคารไท่เฟิงโหลวพื้นที่ใหญ่ขนาดนั้น เป็นร้านอาหารสามชั้น แถมยังเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่ยุคสาธารณรัฐจีนอีก หลายปีมานี้ก็ไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ดีเท่าไหร่ มันต้องรีโนเวทใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ข้างในยันข้างนอก แล้วยังต้องตกแต่งใหม่ด้วย 10 กว่าล้านนี่ยังถือว่าน้อยแล้ว” เจียงไจ้เต๋อกล่าว “ไม่เป็นไรหรอกน้องเล็ก เรื่องเงินนายไม่ต้องกังวล พวกเราหลาย ๆ บ้านช่วยกันรวบรวมดู 10 กว่าล้านก็น่าจะยังพอหามาได้อยู่”
“ใช่ ๆ เสี่ยวเฟิง เรื่องเงินนายไม่ต้องกังวล” เจียงเจี้ยนเช่อพยักหน้าสนับสนุน
“ถ้าเรื่องตกแต่งตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เรื่องการรับสมัครพนักงานก็ต้องเริ่มเตรียมการแล้วเหมือนกัน เรื่องเฮดฮันเตอร์เดี๋ยวฉันจะไปติดต่อให้เอง น้องเล็ก ตอนนี้นายก็ตั้งใจเตรียมตัวแข่งขันให้ดี ๆ เถอะ ถ้านายได้แชมป์ขึ้นมา ดูจากกระแสความร้อนแรงของรายการวาไรตี้ที่แตกยอดออกมาจากการแข่งขันของพวกนายในตอนนี้แล้ว ผลประโยชน์จากการโฆษณามันมีค่ามากกว่าอะไรทั้งหมดอีก” เจียงไจ้เต๋อช่วยเจียงเฟิงวิเคราะห์
เจียงเฟิงพยักหน้าอย่างจริงจัง
พอธุระสำคัญคุยจบแล้ว ก็ถึงเวลาแห่งการคุยโวโอ้อวดอันแสนสุข
ความจำของทุกคนต่างก็ดีมาก ยังสามารถหยิบเรื่องที่คุยโวค้างไว้เมื่อครั้งที่แล้วมาคุยต่อได้อีก
“ในเมื่อภัตตาคารไท่เฟิงโหลวจะเปิดแล้ว ถ้าให้ฉันพูดล่ะก็ พวกเราพี่น้องทุกคนก็ควรจะไปเป่ยผิงกันให้หมดเลยนะ!” เจียงเจี้ยนกั๋ว ตัวพ่อแห่งการคุยโวของตระกูลเจียง เป็นคนเปิดประเด็นก่อน
“ใช่ ๆ ๆ พวกเราต้องไปกันให้หมด” เจียงเจี้ยนคังสนับสนุน
“ต้องซื้อบ้านก่อน”
“ซื้อบ้านที่ตกแต่งเสร็จแล้วสิ บ้านที่ยังไม่ตกแต่งมันยุ่งยากเกินไป”
“บ้านที่ยังไม่ตกแต่งมันจะไปยุ่งยากอะไร ก็ให้เสี่ยวเต๋อเป็นคนออกแบบให้ก็สิ้นเรื่องแล้ว! พวกเราก็ซื้อโครงการเดียวกันไปเลย อยู่ชั้นบนชั้นล่าง เวลากินข้าวจะได้มากินด้วยกันได้”
“ใช่ ๆ ๆ ต้องซื้อโครงการเดียวกัน พ่อครับ โครงการผมก็ไปดูมาให้แล้วนะ สภาพแวดล้อมดีมากเลย”
“เหรอ ยังไงเสี่ยวเต๋อก็คิดการณ์ไกลกว่าจริง ๆ นั่นแหละ โครงการไหนล่ะ...”
“...”
อู๋ฮั่นเสวียที่หลงเข้ามาอยู่ท่ามกลางวงสนทนา: ???
แม่ของอู๋หมิ่นฉีที่รู้ตัวในทันทีว่าพวกเขากำลังคุยโวกันอยู่ ก็เลยนั่งดื่มน้ำเปล่าต่อไปอย่างใจเย็น
อู๋หมิ่นฉีที่คุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้มานานแล้ว ก้มหน้าก้มตาส่งข้อความวีแชตคุยกับเจียงเฟิง
อู๋ฮั่นเสวียเหลือบมองภรรยากับลูกสาว พอเห็นพวกเธอทั้งสองคนทำท่าทางเหมือนคุ้นเคยเป็นอย่างดี ก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นไปอีก
คนตระกูลเจียงพวกนี้เขาทำงานอะไรกัน พออ้าปากพูดทีก็สิบล้านร้อยล้าน
นี่มันคนประเภทไหนกันแน่?
หรือว่าจะเป็นปัญหาที่ตัวเขากันแน่ อันที่จริง ตอนนี้ใคร ๆ ก็สามารถซื้อบ้านในย่านวงแหวนรอบที่สองของเป่ยผิงได้หมดแล้ว?
พวกเขาทำงานอะไรกันแน่?
ทำไมถึงได้ดูคล่องแคล่วกันขนาดนี้!