เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 185 ผักดอง

บทที่ 185 ผักดอง

บทที่ 185 ผักดอง


สองผู้เฒ่ากะเวลามากินข้าวเที่ยงพอดี ถ้าประเมินจากปริมาณลูกค้าตามปกติแล้ว ช่วงเวลานี้ร้านอาหารตามสั่งเจี้ยนคังน่าจะใกล้ปิดให้บริการช่วงมื้อเที่ยงแล้ว เจียงเจี้ยนคังก็คงทำกับข้าวไปแล้วกว่าครึ่ง ขอแค่สองผู้เฒ่าเข้าไปเสริมทัพในครัวหลังร้าน ทำเมนูเด็ดเพิ่มอีกสักสองสามอย่าง มื้ออาหารของวันนี้ก็สามารถปิดฉากลงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แต่วันนี้แตกต่างออกไป ตอนนี้ใกล้จะบ่ายโมงแล้ว แต่ร้านอาหารตามสั่งเจี้ยนคังกลับยังคงมีลูกค้าทยอยมาไม่ขาดสาย แถมเจียงเฟิงยังถูกส่งให้มาเช็ดโต๊ะที่โถงด้านหน้าอีก

เจียงเว่ยกั๋วได้กลิ่นอายของความไม่ปกติโชยมา

เจียงเฟิงที่กำลังเช็ดโต๊ะตัวที่อยู่ใกล้ประตูที่สุดสังเกตเห็นสองผู้เฒ่าก่อนใคร

“คุณปู่ครับ คุณปู่สาม” เจียงเฟิงกล่าว “พ่อผมเพิ่งเริ่มทำกับข้าว คาดว่าคงต้องรออีกสักพักเลยครับ”

เจียงเว่ยหมิงเหลือบไปเห็นเมนูมดไต่ต้นไม้กับเหลียงเฟิ่นเสฉวนบนโต๊ะของลูกค้า ก็เอ่ยถามพลางยิ้ม “วันนี้แม่หนูอู๋ทำเมนูใหม่เหรอ?”

“ไม่ใช่เธอครับ แต่เป็นพ่อของเธอมา กำลังช่วยอยู่ในครัวหลังร้านครับ” เจียงเฟิงอธิบายไปพลาง เก็บจานเปล่าบนโต๊ะไปพลาง เช็ดโต๊ะให้สะอาดอย่างคล่องแคล่ว

เจียงเว่ยหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปพูดกับเจียงเว่ยกั๋ว “พ่อของแม่หนูอู๋น่าจะเป็นอู๋ฮั่นเสวีย ลูกชายคนโตของเฒ่าอู๋ คนที่ฉันเคยเล่าให้แกฟังนั่นแหละ พรสวรรค์ไม่เลวเลย ตอนนี้น่าจะเป็นหัวหน้าเชฟของภัตตาคารตระกูลอู๋แล้ว เข้าไปดูกันเถอะ ฉันไม่ได้เจอเขามาสิบกว่าปีแล้ว”

อู๋ฮั่นเสวียยังคงกำลังผัดเมนูมดไต่ต้นไม้อยู่

เขาจำไม่ได้แล้วว่านี่เป็นกระทะที่เท่าไหร่ ต่อให้เป็นตอนที่อยู่ภัตตาคารบ้านอู๋ เขาก็ไม่ค่อยมีช่วงเวลาที่ยุ่งขนาดนี้ แล้วก็ไม่เคยต้องมาทำอาหารไม่กี่เมนูซ้ำ ๆ ด้วยความถี่สูงและเข้มข้นขนาดนี้มาก่อน

อู๋ฮั่นเสวียปาดเหงื่อบนหน้าผาก ตักมดไต่ต้นไม้ในกระทะใส่จาน

“ฉีฉี ยังเหลืออีกกี่เมนู?” อู๋ฮั่นเสวียถาม

อู๋หมิ่นฉีดูบนกระดาษ “เหลียงเฟิ่นเสฉวน 3 ที่ ไก่ตุ๋นเกาลัด 1 ที่ค่ะ”

เจียงเจี้ยนคังเริ่มแทะแตงกวาอยู่ข้าง ๆ แล้ว

“พ่อครับ! ลุงสาม!” พอเห็นสองผู้เฒ่ามา เจียงเจี้ยนคังก็รีบเข้าไปต้อนรับ รายงานความคืบหน้าในการทำอาหารของตัวเอง “ผมทำสามสหายผัดซอสไปจานหนึ่ง ไก่ผัดพิทักษ์วังจานหนึ่ง แล้วก็ปลาหิมะตุ๋นน้ำแดงอีกจานหนึ่ง พ่อดูสิครับ...”

เจียงเว่ยกั๋วกวาดตามองบนเขียง เห็นวัตถุดิบสำหรับทำสองกรอบสะดุ้งไฟที่เจียงเจี้ยนคังเตรียมไว้แล้ว ก็เลยกล่าวว่า “ในเมื่อมีแขกมา งั้นฉันจะทำเมนูดี ๆ เพิ่มอีกสักสองสามอย่างก็แล้วกัน”

“ได้เลยครับ!” เจียงเจี้ยนคังยิ้มหน้าบานทันที

เจียงเว่ยหมิงเดินไปอยู่ข้าง ๆ อู๋ฮั่นเสวีย แล้วกล่าวว่า “นายพักผ่อนเถอะ ที่เหลือฉันจัดการเอง เจ้าเล็ก สองกรอบสะดุ้งไฟเก็บไว้ให้ฉันทำปิดท้ายนะ”

ถ้าพูดถึงฝีมืออาหารหลู่ (ซานตง) แล้ว เจียงเว่ยกั๋วสู้เจียงเว่ยหมิงไม่ได้

“ได้” เจียงเว่ยกั๋วรับคำ

ในที่สุดอู๋ฮั่นเสวียก็ได้หยุดพักหายใจ เขารับกระดาษทิชชูที่อู๋หมิ่นฉียื่นมาให้ซับเหงื่อ แล้วพูดคุยอย่างเกรงใจกับเจียงเว่ยหมิง “คุณอาเจียงครับ ช่วงหลังปีใหม่ พ่อผมได้ยินข่าวของคุณอาจากฉีฉี ท่านก็พูดมาตลอดเลยว่าอยากจะมาพบคุณอาสักครั้ง”

“คำพูดจริง ๆ ของพ่อนายคงไม่ได้สุภาพขนาดนี้หรอกมั้ง แล้วตอนนี้เขาสบายดีหรือเปล่า?” เจียงเว่ยหมิงหัวเราะ

สมัยนั้นในเมืองหลวงของมณฑลเสฉวน ก็มีเชฟเจียงเว่ยหมิงกับอู๋ซิวจวิน (ปู่ของอู๋หมิ่นฉี) สองคนนี้แหละที่มีชื่อเสียงที่สุด ฝีมือทำอาหารก็ทัดเทียมกัน เมนูที่เจียงเว่ยหมิงถนัดที่สุดไม่ใช่หัวปลาราดพริก แต่เป็นเต้าฮวยน้ำซุปไก่ เพียงเพราะเคยได้รับคำชมจากแขกต่างชาติ ก็เลยกลายเป็นเมนูสัญลักษณ์ที่ข่มอู๋ซิวจวินอยู่ขั้นหนึ่งมาโดยตลอด

ก็เพราะเหตุนี้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในตอนนั้นเลยไม่ค่อยจะราบรื่นนัก เจียงเว่ยหมิงเป็นคนอารมณ์ดี แต่อู๋ซิวจวินกลับเป็นคนอารมณ์ร้อน เหมือนกับเจียงเว่ยกั๋ว สมัยนั้นทุกครั้งที่คุยกับเจียงเว่ยหมิง ในคำพูดก็มักจะแฝงไปด้วยการเหน็บแนมแดกดันอยู่เสมอ

ตอนนี้เวลาผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว พอย้อนกลับไปนึกถึงอดีต ก็รู้สึกคิดถึงอยู่บ้างเหมือนกัน

“ดูคุณอาพูดเข้าสิครับ เวลาผ่านไปตั้งหลายปี พ่อผมยังจะเป็นเหมือนเมื่อก่อนได้ยังไง? ท่านสุขภาพแข็งแรงดีครับ ตอนนี้ก็ยังแวะเวียนไปจับตะหลิวในครัวหลังร้านอยู่บ่อย ๆ” อู๋ฮั่นเสวียดื่มน้ำไปอึกหนึ่ง แล้วพูดต่อ “ท่านบอกว่า ไว้ครั้งหน้าถ้าเจอคุณอา จะขอประลองฝีมือทำอาหารกับคุณอาสักหน่อย”

“เกรงว่าคงจะมีแค่ประโยคนี้แหละที่เป็นเรื่องจริง นิสัยของเขานี่ ไม่เปลี่ยนไปเลยจริง ๆ ฉันแก่แล้ว แข่งไม่ไหวแล้วล่ะ แค่ทำหัวปลาราดพริกจานหนึ่งก็เหนื่อยแทบแย่ เมนูอย่างผักกาดขาวในน้ำต้มสุกนั่นคงทำไม่ไหวไปนานแล้ว สู้เขาไม่ได้ตั้งนานแล้วล่ะ” เจียงเว่ยหมิงยิ้มขื่น

“ลุงสามครับ ลุงทำผักกาดขาวในน้ำต้มสุกเป็นด้วยเหรอครับ?” เจียงเจี้ยนคังตาเป็นประกาย ตอนเด็ก ๆ เจียงเจี้ยนกั๋วยังเคยโดนตีเพราะเมนูนี้อยู่เลย พวกเขาพี่น้องหลายคนมีความทรงจำต่อเมนูระดับภัตตาคารหลวงจานนี้ฝังใจแบบสุด ๆ

“ฉันใช้ชีวิตอยู่ที่เสฉวนมาครึ่งค่อนชีวิต ย่อมต้องทำเป็นอยู่แล้ว แต่ก็สู้ปู่ของอู๋หมิ่นฉีไม่ได้หรอก ผักกาดขาวในน้ำต้มสุกของเขาน่ะถือเป็นที่สุดของเสฉวนทั้งแผ่นดินแล้ว จริงสิ ตอนนี้เมนูนี้ยังเป็นเมนูชูโรงของร้านพวกนายอยู่หรือเปล่า?” เจียงเว่ยหมิงถาม

“หลายปีมานี้พ่อผมก็ไม่ค่อยได้ทำแล้วเหมือนกันครับ ปีหนึ่งทำไปไม่กี่ครั้งเอง ไม่ใช่เมนูชูโรงมานานแล้วครับ” อู๋ฮั่นเสวียกล่าว

ระหว่างที่กำลังคุยกัน มดไต่ต้นไม้ก็ออกจากกระทะพอดี

แค่ดูหน้าตา ก็รู้แล้วว่าเหนือกว่าจานที่อู๋ฮั่นเสวียทำอยู่หลายขั้น

“ฝีมือทำอาหารของคุณอานี่ นับวันก็ยิ่งล้ำเลิศขึ้นนะครับ” อู๋ฮั่นเสวียเอ่ยชม

อู๋ฮั่นเสวียกับเจียงเว่ยหมิงคุยกันไปเรื่อยเปื่อย เจียงเว่ยกั๋วตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารตั้งใจจะโชว์ฝีมือต่อหน้าแขก อู๋หมิ่นฉีกับเจียงเจี้ยนคังรับบทเป็นจีนมุงอยู่ในครัวหลังร้าน ส่วนเจียงเฟิงก็กำลังหัวหมุนอยู่ที่โถงด้านหน้า

รอจนกับข้าวทั้งหมดออกจากกระทะจนสามารถเริ่มกินข้าวได้ ความวุ่นวายที่โถงด้านหน้าก็เริ่มจะคลี่คลายแล้ว เหลือลูกค้าเพียงประปรายไม่กี่คนที่ยังคงนั่งกินข้าวอยู่

กับข้าวมีไม่มาก แต่ล้วนเป็นเมนูที่เจียงเว่ยกั๋วกับเจียงเว่ยหมิงถนัดทั้งนั้น เจียงเฟิงเหนื่อยมาทั้งเที่ยง ตลอดการกินข้าวก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาโซ้ยอย่างเดียว ไม่มีอารมณ์จะไปคุยเล่นหรือสนใจอย่างอื่น

อู๋ฮั่นเสวียกับเจียงเว่ยหมิงนาน ๆ ทีก็จะทักทายพูดคุยกันสองสามประโยค แต่แม่ของอู๋หมิ่นฉีกลับคุยเก่งอย่างไม่น่าเชื่อ ชวนเจียงเจี้ยนคังกับหวังซิ่วเหลียนคุยไปหลายหัวข้อ และพอหัวข้อเริ่มเบนไปทางเรื่องการดูแลผิว สหายเจียงเจี้ยนคังก็ถูกเตะออกจากวงสนทนาไปอย่างไม่ใยดี

เจียงเฟิงกินข้าวไปถึงสองชามครึ่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาวางตะเกียบลงอย่างพึงพอใจ

“รอบรองชนะเลิศนายจะทำมันเทศเคลือบน้ำตาลเหรอ?” พอเห็นเจียงเฟิงกินเสร็จแล้ว อู๋หมิ่นฉีที่ยุติการต่อสู้ไปนานแล้วก็เอ่ยถาม

“อืม” เจียงเฟิงพยักหน้า “แล้วเธอทำอะไรล่ะ?”

“เคาหยกผักดอง”

“ผักดอง (หยาไช่)?” เจียงเฟิงไม่เคยได้ยินชื่อผักชนิดนี้

“เป็นผักดองชนิดหนึ่งของทางฝั่งเราน่ะ คล้าย ๆ กับผักดองเหมยไช่ (ผักกาดดองเค็มตากแห้ง) วิธีทำจริง ๆ ก็คล้ายกับเคาหยกนั่นแหละ เพียงแต่จะเผ็ดหน่อย” อู๋หมิ่นฉีอธิบาย

เจียงเฟิงรู้สึกเคลือบแคลงกับคำว่า ‘หน่อย’ ที่อู๋หมิ่นฉีพูด

“เธอแจ้งวัตถุดิบกับผู้จัดงานหรือยัง? ผักดองหยาไช่ทางฝั่งเราน่าจะหาไม่ง่ายนะ ถ้าเกิดคุณภาพไม่ดีขึ้นมาจะทำยังไง?” เจียงเฟิงเริ่มเป็นห่วงคู่แข่ง

“เมื่อคืนฉันโทรศัพท์ไปบอกผู้จัดงานเรื่องนี้แล้ว ฉันรู้ว่าแถวบ้านเรามีร้านเก่าแก่ร้านหนึ่งขายผักดองหยาไช่คุณภาพดีมาก ก็เลยให้ที่อยู่พวกเขาไปด้วย เมื่อเช้านี้เจ้าหน้าที่ของรสเลิศโทรศัพท์มาแจ้งฉัน บอกว่าเจ้าหน้าที่ของพวกเขาออกเดินทางไปเสฉวนแล้ว” อู๋หมิ่นฉีกล่าว

เจียงเฟิง: ...

เขาลืมไป เจ้าหน้าที่ของ ‘รสเลิศ’ นั้นสารพัดประโยชน์ทำได้ทุกอย่าง

“จริงสิคะ คุณอาเจียง วันนี้ตอนบ่ายหนูขอยืมครัวหลังร้านฝึกซ้อมหน่อยได้ไหมคะ?” อู๋หมิ่นฉีหันไปมองเจียงเจี้ยนคัง

“ใช้ได้ตามสบายเลย ขาดเหลืออะไรก็บอกอา เดี๋ยวอาไปซื้อมาให้” เจียงเจี้ยนคังตอบตกลงอย่างรวดเร็ว

“รบกวนพวกคุณอาจริง ๆ เลย ขอบคุณมากนะคะ” แม่ของอู๋หมิ่นฉีกล่าว

“ไม่เป็นไรจ้ะ เรื่องเล็กน้อย เจ้าลูกชายก็ต้องฝึกซ้อมเหมือนกัน ตอนบ่ายก็ยกครัวให้เด็ก ๆ พวกนี้ใช้ไปเลย ปกติก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว คุณแม่อู๋คะ เมื่อกี้คุณบอกว่ามาสก์หน้ายี่ห้อนั้นมันชื่ออะไรนะคะ?” หวังซิ่วเหลียนดึงหัวข้อกลับมาที่เรื่องการดูแลผิว

“เป็นยี่ห้อที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่าไหร่น่ะค่ะ ฉันเคยเห็นที่ญี่ปุ่นเมื่อก่อน แต่ว่าใช้ดีมากเลยนะคะ เพียงแต่ว่า...”

เจียงเจี้ยนคังยังคงถูกเตะออกจากวงสนทนาอย่างต่อเนื่อง

“พ่อคะ พ่อเอาผักดองหยาไช่มากี่กระปุก?” อู๋หมิ่นฉีถามขึ้นอีก

“สองกระปุก”

“แล้วผักดองล่ะคะ เอามาไหม?”

“เอามา”

“ผักดอง? ทางนั้นพวกเธอทำเคาหยกต้องใช้ผักดองด้วยเหรอ?” เจียงเฟิงตกใจ

“ไม่ใช่สำหรับทำเคาหยกหรอก แต่เอามาให้พวกนายกินน่ะ” อู๋หมิ่นฉีอธิบาย

“หา?”

“ก่อนหน้านี้นายเคยบอกว่าหัวไชเท้าเปลือกแดงดองกับถั่วฝักยาวดองที่บ้านฉันทำอร่อยไม่ใช่เหรอ ฉันก็เลยให้พ่อถือโอกาสติดมือมาด้วยสองกระปุกน่ะ” อู๋หมิ่นฉีกล่าว

“งั้น... งั้นก็เกรงใจแย่เลย” เจียงเฟิงนึกถึงผักดองที่ได้กินตอนเปิดเทอมขึ้นมาทันที ในปากก็พลันน้ำลายสอ

ผักดองเสฉวน อร่อยมาก!

ขนาดพริกดองยังอร่อยเลย!

“ก็แค่ผักดองสองกระปุกเอง ไม่เห็นเป็นอะไรเลย”

แม่ของอู๋หมิ่นฉีแอบเหลือบมองอู๋หมิ่นฉีแวบหนึ่ง ที่มุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ

“คุณแม่อู๋คะ พรุ่งนี้พวกเราไปเดินชอปปิงกันดีกว่าไหม ที่ใจกลางเมืองมีร้านหนึ่งเหมือนพรุ่งนี้ของจะลงใหม่พอดีเลย” หวังซิ่วเหลียนรู้สึกว่าเธอกับแม่ของอู๋หมิ่นฉีช่างถูกคอเหมือนรู้จักกันมานาน ยิ่งคุยก็ยิ่งเข้าขากัน

“ดีเลยค่ะ” แม่ของอู๋หมิ่นฉียิ้มแล้วกล่าว

จบบทที่ บทที่ 185 ผักดอง

คัดลอกลิงก์แล้ว