- หน้าแรก
- ครัวนี้มีค่าประสบการณ์
- บทที่ 170 กติกาการแข่งขันใหม่
บทที่ 170 กติกาการแข่งขันใหม่
บทที่ 170 กติกาการแข่งขันใหม่
ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายระดับประเทศมารวมตัวกันที่หลังเวที
เมื่อกี้เจียงเฟิงเพิ่งจะอ้างว่าไปเข้าห้องน้ำเพื่อแอบดูหน้าต่างคุณสมบัติ ภารกิจลับ [ความภาคภูมิใจของเจียงเว่ยกั๋ว] ในส่วนของการเอาชนะซุนจี้ข่ายนั้นสำเร็จลุล่วงแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่เข้ารอบชิงชนะเลิศ คำใบ้ภารกิจยังคงเป็น 'ขอให้ผู้เล่นใช้ทรัพยากรรอบตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด' ทำเอาคนงงไปหมด
คำใบ้ภารกิจแบบนี้มองยังไงก็เหมือนให้เขาฉวยโอกาสเล่นตุกติก แต่เขาจะไปใช้ทรัพยากรอะไรได้ ไปทำก้อนแป้งผักดอง 60 ก้อนที่บ้านหานกุ้ยซานเพื่อให้เขาช่วยใช้เส้นสายให้งั้นเหรอ? นี่มันไร้สาระเกินไปแล้ว!
ตลอดการแข่งขันทุกคนต่างก็ยืนไม่ค่อยได้ขยับไปไหน ไม่ได้ไปเข้าห้องน้ำด้วย นอกจากคนที่แกล้งไปเข้าห้องน้ำอย่างเจียงเฟิงแล้ว คนที่ไปเข้าห้องน้ำจริง ๆ ก็มีไม่น้อย บวกกับคนที่นั่งพัก ดื่มน้ำพักเหนื่อย เจ้าหน้าที่เลยให้เวลาทุกคนพักผ่อนปรับตัวสิบนาที แล้วอีกสิบนาทีค่อยมาประกาศกติกาการแข่งขันรอบต่อไป
รอจนกระทั่งคนสุดท้ายที่ไปเข้าห้องน้ำอย่างจางเชี่ยนกลับมา เจ้าหน้าที่ก็เรียกทุกคนมารวมตัวกันเพื่อประกาศกติกาการแข่งขัน
“ตั้งแต่การแข่งขันรอบ 8 คนเหลือ 4 คนเป็นต้นไป รูปแบบการแข่งขันของเราจะเปลี่ยนเป็นแบบหนึ่งต่อหนึ่งนะคะ เดี๋ยวจะให้ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านจับสลาก คนที่จับได้หมายเลขเดียวกันก็คือผู้เข้าแข่งขันที่จะต้องมาแข่งกันในกลุ่มเดียวกันค่ะ ธีมของแต่ละกลุ่มจะไม่เหมือนกัน กลุ่มที่หนึ่งคือรสเปรี้ยวหวาน กลุ่มที่สองคือโจ๊กหวาน กลุ่มที่สามคือรสเค็มกลมกล่อม และกลุ่มที่สี่คือรสเผ็ด ตอนนี้ขอเชิญผู้เข้าแข่งขันทุกท่านเริ่มจับสลากได้เลยค่ะ กล่องจับสลากอยู่ทางด้านขวามือของทุกท่าน กล่องสีแดงกล่องนั้นค่ะ” เจ้าหน้าที่ชี้ไปที่กล่องจับสลากสีแดงที่วางอยู่บนเก้าอี้ด้านขวามือ
หนึ่งต่อหนึ่ง?
จู่ ๆ เจียงเฟิงก็เกิดความคิดกล้าบ้าบิ่นขึ้นมา ถ้าเขาจับได้อยู่กลุ่มเดียวกับจี้เสวี่ย เขาเสนอเงินเดือนขั้นต่ำให้จี้เสวี่ยเดือนละสามหมื่น จี้เสวี่ยจะยอมออมมือถอนตัวจากการแข่งขันไหม?
ใช้เวลาเพียง 20 วินาทีเจียงเฟิงก็ได้สติ เขาไม่มีเงิน
กล่องจับสลากค่อนข้างเก่าโทรม น่าจะเป็นกล่องจับสลากที่หลงเหลือจากรายการวาไรตี้ไหนสักรายการของสถานีโทรทัศน์ประจำมณฑล ถูกนำมาเช็ด ๆ ถู ๆ แล้วก็เอาออกมาใช้เลย จ้าวซ่านอยู่ทางขวาสุด เลยเดินไปจ้วงมือหยิบลูกบอลสีแดงออกมาเป็นคนแรก บนนั้นเขียนเลข 1
อู๋หมิ่นฉีตามไปติด ๆ จับได้เลข 4
เจียงเฟิงทำได้เพียงภาวนาขอให้ตัวเองอย่าจับได้เลข 4 ไปด้วย แข่งทำอาหารรสเผ็ดกับอู๋หมิ่นฉี ใครแข่งก็รู้ดีว่าเป็นยังไง
หลังจากที่จางเชี่ยนซึ่งอยู่คิวข้างหน้าเจียงเฟิงจับได้เลข 2 เจียงเฟิงก็จับได้ลูกบอลสีแดงหมายเลข 2 เหมือนกัน
ทั้งสองคนมองหน้ากันไปมา
“บังเอิญจัง คุณก็ได้เลข 2 เหมือนกัน” เจียงเฟิงยิ้ม
“อื้ม ดูท่าฉันคงจะต้องตกรอบแล้วล่ะ” จางเชี่ยนยิ้มให้เจียงเฟิง
เจียงเฟิง: ...
คุณไม่เหลือช่องว่างให้ผมถ่อมตัวเลยนะ ทำผมไปต่อไม่ถูกเลย
“ไม่หรอกครับ ๆ ผมเห็นรอบนี้โจ๊กไก่เห็ดหอมที่คุณทำก็ออกมาดีมากเลยนะ” เจียงเฟิงกล่าว
“ฉันก็ทำได้ดีแค่ต้มโจ๊กกับตุ๋นซุปนิดหน่อยเท่านั้นแหละ”
จริง ๆ แล้ว การจับได้หัวข้อโจ๊กหวาน ถือว่าได้เปรียบสำหรับจางเชี่ยนมาก ประสาทการรับรสและรับกลิ่นของเธอไวจนน่ากลัว แต่เพราะข้อจำกัดทางร่างกาย แถมยังไม่ได้ฝึกฝนอย่างหนักเหมือนอู๋หมิ่นฉี ทั้งฝีมือมีดและการกลับกระทะเลยค่อนข้างแย่ ด้วยพรสวรรค์ของเธอ ถ้าไม่ใช่เพราะมาเจอเจียงเฟิง การแข่งทำโจ๊กหวาน เธอก็ยังมีโอกาสชนะสูงมาก
น่าเสียดายที่เธอต้องมาเจอกับเจียงเฟิง ที่ดูภายนอกเหมือนจะเป็นเชฟอาหารคาว แต่ลับหลังกลับเป็นยอดฝีมือด้านการต้มโจ๊ก
ไม่ถึงหนึ่งนาทีผลการแบ่งกลุ่มก็ออกมา จางกวงหังกับจ้าวซ่านอยู่กลุ่มที่หนึ่ง เจียงเฟิงกับจางเชี่ยนอยู่กลุ่มที่สอง กู่ลี่กับฉู่เผิงอยู่กลุ่มที่สาม อู๋หมิ่นฉีกับจี้เสวี่ยอยู่กลุ่มที่สี่ ในทันใดนั้น สายตาของทุกคนก็จับจ้องไปที่อู๋หมิ่นฉีกับจี้เสวี่ย
นี่มันช่างเป็นกลุ่มที่นองเลือดอะไรเช่นนี้!
บนใบหน้าของจ้าวซ่านที่แทบจะไม่มีตัวตนอยู่แล้ว เต็มไปด้วยความรู้สึกปลงตก ผ่อนคลายไปทั้งตัว ปล่อยวางชื่อเสียงลาภยศได้ในบัดดล ไหน ๆ ก็ต้องแพ้อยู่แล้ว ทำไมไม่แพ้ให้มันสง่างามหน่อยล่ะ แพ้ให้มันดูเท่ ๆ หน่อย แพ้ให้มันดูเหมือนสามสิบปีฝั่งตะวันออกสามสิบปีฝั่งตะวันตกหน่อย แพ้ให้ตัวเองดูเหมือนพระเอกขึ้นมาอีกนิดล่ะ?
แต่ไม่มีใครสนใจจ้าวซ่านเลย ทุกคนต่างก็อยากจะมองให้ออกว่าอู๋หมิ่นฉีกับจี้เสวี่ยรู้สึกยังไง
แต่ทั้งคู่ต่างก็ทำหน้านิ่งเป็นอัมพาต ต่อให้ในใจจะชักกระบี่ออกมาแล้ว ประกายดาบส่องประกายวูบวาบ คมดาบขาวโพลนปะทะกัน เลือดสาดกระเซ็นนองเป็นแอ่ง แต่บนใบหน้าก็ยังคงเรียบเฉยไม่ไหวติง ดูเป็นมิตรต่อกันดี
“เชื่อว่าผู้เข้าแข่งขันทุกท่านคงจะทราบกลุ่มของตัวเองและธีมการแข่งขันในรอบต่อไปแล้วนะคะ กติกาการแข่งขันในรอบนี้ค่อนข้างพิเศษ เราจะทำการแข่งขันไปทีละกลุ่มตามลำดับ แต่ละกลุ่มมีเวลาแข่งขันจำกัด 40 นาที ผู้เข้าแข่งขันในแต่ละกลุ่มจะต้องทำอาหารเมนูเดียวกัน ดังนั้นจึงต้องขอให้ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านปรึกษาหารือกัน เพื่อตัดสินใจเลือกเมนูที่จะใช้แข่งขันให้ได้โดยเร็วนะคะ” เจ้าหน้าที่สาวยิ้มหวาน “การแข่งขันรอบ 8 คนเหลือ 4 คน จะเริ่มในวันที่ 11 เมษายน เวลาสองทุ่มตรง ขอให้ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านมาถึงห้องเตรียมตัวก่อนเวลาบ่ายสามโมง และแจ้งวัตถุดิบที่ต้องการให้เราทราบก่อนเวลาสามทุ่มของวันที่ 10 นะคะ”
“ไม่ทราบว่าทุกท่านมีข้อสงสัยอะไรอีกไหมคะ?”
“40 นาทีมันสั้นเกินไปหรือเปล่าครับ”?
“ผมเอาน้ำซุปมาเองได้ไหมครับ”
“คือว่า...”
เจียงเฟิงที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ 'ผมยังไงก็ได้ ได้หมด ไม่มีปัญหา ผมโอเค ผมขอชิ่งก่อน' มาโดยตลอด พอเห็นท่าทางแบบนั้นก็เตรียมจะชิ่งหนี
“เจียงเฟิง” จู่ ๆ จางเชี่ยนก็เรียกเขาไว้ “พวกเราทำโจ๊กแปดเซียน(1)ได้ไหม?”
“ทำโจ๊กแปดเซียนเหรอ?” จริง ๆ แล้วเจียงเฟิงจะทำโจ๊กอะไรก็ได้ทั้งนั้น เพราะโจ๊กที่ค่อนข้างหากินได้ทั่วไปตามท้องตลาด เขาเคยต้มให้เฉินซิ่วซิ่วกินมาหมดแล้วเมื่อปิดเทอมฤดูร้อนปีที่แล้ว ไม่มีเมนูไหนที่เขาทำไม่เป็น
“ใช่ ทำโจ๊กแปดเซียน” จางเชี่ยนกล่าว “วันที่ 11 เป็นวันเกิดแม่ฉัน ท่านชอบกินโจ๊กแปดเซียนที่สุดเลย ต่อให้ต้องแพ้ ฉันก็อยากทำเมนูที่แม่ฉันชอบน่ะ”
“วันเกิดแม่คุณใกล้กับวันเกิดผมเลยนะ ผมเกิดวันที่ 16 น่ะ” เจียงเฟิงยิ้ม
อู๋หมิ่นฉีที่เพิ่งแอดวีแชตกับจี้เสวี่ยเสร็จ กำลังเตรียมจะกลับ พอได้ยินคำพูดของเจียงเฟิงก็หยุดฝีเท้าลง ถามว่า “นายเกิดวันที่ 16 เมษายนเหรอ?”
“อืม แต่โตป่านนี้แล้วก็ไม่ฉลองวันเกิดแล้วล่ะ ปกติก็แค่พ่อต้มบะหมี่ให้กินชามหนึ่งตอนเช้า ใส่ขาหมูแล้วก็ไข่ลวกอีกสองฟอง” เจียงเฟิงกล่าว
จางเชี่ยน: ???
บะหมี่ใส่ขาหมู?
“แล้วเธอล่ะ?” เจียงเฟิงถาม
“แปดตุลา” อู๋หมิ่นฉีกล่าว พลางปล่อยมุกแป้ก “โรงเรียนไม่เคยหยุดเลย”
เจียงเฟิงเดินออกไปพร้อมกับอู๋หมิ่นฉี เดินไปพลางถามไปพลาง “เธอกับจี้เสวี่ยตัดสินใจเรื่องเมนูได้รึยัง?”
“ยังเลย เธอทำอาหารรสเผ็ดไม่เป็นเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่” อู๋หมิ่นฉีกล่าว
เจียงเจี้ยนคัง หวังซิ่วเหลียน เจียงเว่ยกั๋ว และเจียงเว่ยหมิงยืนรอเจียงเฟิงอยู่ที่ประตู คนอื่น ๆ กลับไปก่อนแล้ว วันนี้ไม่มีโปรแกรมไปกินเลี้ยงกัน สองพี่น้องเจียงเจวี้ยนชิงกับเจียงเจวี้ยนเหลียนตอนกลับยังมีท่าทีผิดหวังเล็กน้อย
“แม่คะ!” อู๋หมิ่นฉีตะโกนเรียกหญิงวัยกลางคนที่สวมเสื้อโค้ตสีแดงและดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ซึ่งยืนอยู่ข้างถังขยะไม่ไกลนัก
“ฉีฉี” แม่ของอู๋หมิ่นฉียิ้มพลางเดินเข้ามา พอเห็นเจียงเฟิงก็พูดว่า “สวัสดีจ้ะ น้าเป็นแม่ของอู๋หมิ่นฉีนะ หนูคือเจียงเฟิงสินะ น้าได้ยินฉีฉีบ้านน้าพูดถึงหนูบ่อย ๆ”
“พอแล้วค่ะแม่ ดึกขนาดนี้แล้ว กลับกันเถอะค่ะ” อู๋หมิ่นฉีกล่าว
“สวัสดีครับคุณน้า” เจียงเฟิงกล่าว
“จ้ะ ลาก่อน” แม่ของอู๋หมิ่นฉียิ้ม หันไปก็พูดกับอู๋หมิ่นฉีทันที “เพื่อนลูกก็มีมารยาทดีนะ หน้าตาก็ไม่เลว มีแฟนรึยังล่ะ”
“แม่เห็นใครแม่ก็พูดแบบนี้แหละ”
เจียงเฟิง: ...
คุณแม่ของอู๋หมิ่นฉีพูดได้ดีจริง ๆ ครับ!
เจียงเฟิงเดินไปหาพวกเจียงเจี้ยนคัง
“ลูกพ่อ รอบหน้าพวกแกลงแข่งอะไรกัน?” เจียงเจี้ยนคังถาม
“โจ๊กแปดเซียนครับ” เจียงเฟิงกล่าว
“แข่งดี ๆ ล่ะ” เจียงเจี้ยนคังตบไหล่เจียงเฟิง โน้มตัวไปกระซิบข้างหูเขาเบา ๆ “ลูกว่าปู่เขาดูแปลก ๆ บ้างไหม”
เจียงเฟิงมองไปทางเจียงเว่ยกั๋ว
ก็แปลกอยู่หน่อย ๆ
สีหน้าที่ดูสับสน งุนงงแบบนั้น เหมือนกับสีหน้าตอนที่นั่งดูละครน้ำเน่าดราม่าครอบครัวแห่งปีเป็นเพื่อนคุณย่าเจียงไม่มีผิด
“คุณปู่ทำอะไรเหรอครับ?” เจียงเฟิงกระซิบถามกลับ
“ก็ไม่ได้ทำอะไรนี่นา เข้าห้องน้ำออกมาก็เป็นแบบนี้เลย” เจียงเจี้ยนคังก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
เจียงเฟิง: ...
หรือว่า... ในห้องน้ำของสถานีโทรทัศน์ประจำมณฑลมีทีวีเปิดอยู่?
เจียงไจ้เต๋อทิ้งรถตู้ 7 ที่นั่งที่เขาเพิ่งซื้อเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วไว้ที่ลานจอดรถ เพื่อให้เจียงเจี้ยนคังขับรถกลับได้ เจียงเจี้ยนคังขับรถไปส่งคุณปู่ทั้งสองคนที่บ้านเจียงเจี้ยนกั๋วก่อน แล้วค่อยขับกลับมาที่ร้านอาหารตามสั่งเจี้ยนคัง ขับวนไปวนมาอ้อมไปไม่น้อย กว่าเจียงเฟิงจะถึงมหาวิทยาลัยก็ปาเข้าไปห้าทุ่มกว่าแล้ว
เขาปีนข้ามระเบียงชั้นหนึ่งเข้าไปเหมือนเช่นเคย หวังฮ่าวยังไม่นอน เจียงเฟิงล้างหน้าล้างตาอย่างง่าย ๆ แล้วก็ปีนขึ้นเตียง ยุ่งมาทั้งวัน เหนื่อยจนหมดแรง ตอนแข่งก็เครียดมาก ตอนนี้เจียงเฟิงรู้สึกว่าตัวเองแค่หลับตาก็คงหลับได้เลย
หวังฮ่าวกำลังดูซีรีส์สืบสวนสอบสวน เนื้อเรื่องกำลังตื่นเต้นระทึกใจ แถมยังเปิดลำโพงดังลั่น
“เฮ้อ เพิ่งอายุยี่สิบ ฉันง่วงจัง” เจียงเฟิงส่งสัญญาณเตือนอย่างแรง
“วิกฤตวัยกลางคนเหรอ?” หวังฮ่าวรับมุก
เจียงเฟิง: ???
ผ่านไปสักพัก หวังฮ่าวเห็นว่าห้าทุ่มครึ่งแล้ว ก็พูดว่า “พี่เฟิง ถ้านายจะนอนแล้วก็ส่งเสียงจี๊ดทีดิ”
“จี๊ด”
“เอ๊ะ เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ ฉันไม่ได้ยิน”
“จี๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!”
“ไอหยา ตายแล้วพี่เฟิง หนูเข้าหอพัก!”
เจียงเฟิงค่อย ๆ ลงจากเตียงอย่างเงียบ ๆ
“เอ๊ะ พี่เฟิง นายลงจากเตียงทำไม?” หวังฮ่าวหันกลับมามองเขาแวบหนึ่งแล้วก็ดูซีรีส์ต่อ
เจียงเฟิงค่อย ๆ หยิบไม้นวดแป้งออกมาจากลิ้นชักอย่างเงียบ ๆ
“ไม่นอนแล้ว อัดคนสำคัญกว่า”
“ไอ้โจรชั่ว รับกระบองไปซะ!”
……….……….……….……….
(1) โจ๊กแปดเซียน (八宝粥) เป็นโจ๊กหวานที่ทำจากธัญพืช ถั่ว และผลไม้แห้ง 8 อย่าง