- หน้าแรก
- ครัวนี้มีค่าประสบการณ์
- บทที่ 160 แฮชแท็กหลังจากครั้งนั้นก็ทะลุมิติ
บทที่ 160 แฮชแท็กหลังจากครั้งนั้นก็ทะลุมิติ
บทที่ 160 แฮชแท็กหลังจากครั้งนั้นก็ทะลุมิติ
คืนนั้น เจียงเฟิงฝันประหลาดพิสดารไปเรื่องหนึ่ง
เขาทำหม้อซุปหลี่หงจางสำเร็จภายในเทคเดียว หวังฮ่าวหลังจากได้ชิมก็เข้ามากอดเขาร้องไห้ฟูมฟาย บอกว่าฟูเรียสองมิตินั่นมันยากเกินไป บอกว่าวิชา ‘การประมวลผลข้อมูลเชิงแสง’ ของเขาสอบตกอีกแล้ว ความฝันทั้งคืนจบลงด้วยการที่หวังฮ่าวร้องไห้ไม่หยุด
ถึงขนาดที่ว่าเช้าวันต่อมาตอนที่เจียงเฟิงเห็นหวังฮ่าวกำลังแปรงฟันอยู่ที่ระเบียง เขาก็ยังแอบรู้สึกผิดอยู่หน่อย ๆ ภาพและเสียงของหวังฮ่าวที่กอดขาตัวเองพลางร้องไห้ไปพลางเรียก “พ่อครับ สอนฟูเรียผมหน่อย!” ยังคงติดอยู่ในหัวของเขา
“พี่เฟิง เมื่อคืนนายกลับมาตอนไหนเหรอ?” หวังฮ่าวถามไปพลางแปรงฟันไปพลาง
“เที่ยงคืนกว่า ๆ มั้ง ตอนนั้นนายหลับไปแล้ว ที่บ้านฉันไปกินเลี้ยงกับบ้านลุงใหญ่ แล้วก็บ้านอาสี่อาห้าน่ะ” เจียงเฟิงกล่าว พลางเปิดมือถือ คลิกเข้าเว็บเถียปา วันใหม่ต้องเริ่มต้นด้วยการอ่านตอนที่หวังฮ่าวอัปเดตเมื่อวานนี้
เอ๊ะ ไม่อัปเดต?
“พี่เฟิง การแข่งขันเมื่อคืนของนายนี่มันสุดยอดจริง ๆ นอกจากเรื่องตอนที่ล้มไปทีหนึ่งแล้วก็เทพบุตรชัด ๆ ฉันเตรียมจะ... ฉันนับถือพี่จากใจจริงเลย จริง ๆ นะ ไอดอลเลยล่ะ ถ้านายได้แชมป์ขึ้นมาก็ถือเป็นการสร้างชื่อเสียงให้ภาควิชาฟิสิกส์ของเราแล้ว กลับโรงเรียนเก่าทีนี่ถึงขั้นติดป้ายผ้าใบได้เลยนะนั่น!” หวังฮ่าวเกือบจะหลุดปากพูดออกมาอยู่แล้ว เขาหักเลี้ยวเปลี่ยนเรื่องไปในทันที
เจียงเฟิงลองจินตนาการถึงป้ายผ้าใบที่หวังฮ่าวพูดถึง: ขอแสดงความยินดีกับศิษย์เก่าผู้มีชื่อเสียงจากภาควิชาฟิสิกส์ เชฟเจียงเฟิง กลับมาเยี่ยมชมโรงเรียนเก่า!
พลันขนลุกซู่ขึ้นมา เจียงเฟิงถาม “เมื่อวานทำไมนายไม่อัปเดตล่ะ”
“ฉันไม่เขียนนิยายแล้ว เสียเวลา” หวังฮ่าวทำหน้าจริงจัง “เทอมนี้เรียนเยอะเกินไป ฉันรู้สึกว่าการเขียนนิยายมันส่งผลกระทบต่อการเรียนของฉันอย่างรุนแรง ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะกลับตัวกลับใจ เริ่มต้นเป็นคนใหม่ ตั้งใจเรียน ก้าวหน้าทุกวัน!”
ไม่คิดเลยว่าหวังฮ่าวจะมีความมุ่งมั่นขนาดนี้ เจียงเฟิงรู้สึกเลื่อมใสในตัวเขาขึ้นมาทันที
หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จ เจียงเฟิงก็ไปที่ร้าน
เช้าวันนี้กินแซนด์วิชหรูหราไซส์ยักษ์เพิ่มเครื่องพิเศษสูตรเจียงเจี้ยนคัง ผักกาดหอม มะเขือเทศ ไข่ สันในวัว สเต๊กไก่ และสเต๊กหมู ทั้งหมดถูกยัดเข้าไปในขนมปังปิ้งสดใหม่หน้าตาธรรมดา ๆ สองแผ่นที่ซื้อมาจากร้านขนมปังริมถนน แม้แต่เจียงเจี้ยนคังเองก็ยังไม่สามารถกินมันให้หมดได้ภายในสามคำ เห็นได้ชัดว่าแซนด์วิชชิ้นนี้เครื่องแน่นขนาดไหน
การที่จะกัดเนื้อสี่ชั้น ผักหนึ่งชั้น พร้อมกับขนมปังอีกสองแผ่นให้ได้ภายในคำเดียวนั้นค่อนข้างยากเกินไป เจียงเฟิงถือแซนด์วิช ค่อย ๆ กัดกินทีละคำเล็ก ๆ พลางจ้องมองไก่เป็น ๆ สิบกว่าตัวที่คนส่งของเพิ่งนำมาส่งเมื่อเช้า
“แม่ครับ วันนี้แม่เก็บไก่ไว้ให้ผมสักสองสามตัวนะ” เจียงเฟิงกล่าว
“ลูกจะเอาไก่ไปทำอะไร?” หวังซิ่วเหลียนระแวงขึ้นมาทันที ไก่พวกนี้ทั้งหมดต้องเอาไปทำไก่ตุ๋นเต๋อโจว ไก่ทุกตัวล้วนหมายถึงกำไรมหาศาล
“หัวข้อการแข่งขันรอบ 16 คน เหลือ 8 คน คือเนื้อไก่ครับ ผมอยากลองดูว่าจะใช้วิธีทำนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียนมาทำไก่แปดเซียนได้หรือเปล่า” เจียงเฟิงกล่าว
ในเมื่อเป็นการแข่งขัน จะทำก็ต้องทำสิ่งที่ตัวเองถนัด ตามทฤษฎีแล้ว วิธีทำนกพิราบอบเกาลัดแปดเซียนสามารถประยุกต์ใช้ได้กับสัตว์ปีกทุกชนิด เพียงแค่ต้องปรับเปลี่ยนวัตถุดิบและสัดส่วนของไส้ที่ยัดเข้าไปข้างใน เจียงเฟิงรู้สึกว่ารอช่วงสาย ๆ ให้คุณปู่ทั้งสองคนมาช่วยชี้แนะสักหน่อย เมนูนี้ก็น่าจะสำเร็จได้
“ถ้าจะทำไก่ ลูกพ่อก็ทำไก่แปดเซียนติงเฉียวสิ!” เจียงเจี้ยนคังเสนอ “ไส้เป็นผักเหมือนกัน เดี๋ยวรอคุณปู่กับคุณปู่สามของลูกมา ให้พวกท่านสอนสัดส่วนไส้ให้ เดี๋ยวก็ทำเป็นแล้ว”
“ไก่แปดเซียนขายดีไหม?” หวังซิ่วเหลียนสนใจปัญหานี้มากกว่า
“ขายดี ขายดีแน่นอน” เจียงเจี้ยนคังกล่าว พลางนึกถึงว่าเจียงเฟิงมักจะทำอะไรไม่ค่อยน่าไว้ใจ ถนัดทำเจ๊งในครั้งแรก เลยเสริมขึ้นมาว่า “ถ้าทำออกมาดี ขายดีแน่นอน!”
“ได้ เจ้าลูกชายไปเลือกมาสักสองสามตัวสิ” หวังซิ่วเหลียนพูดอย่างใจกว้าง “เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จะติดต่อคนส่งของให้พวกเขาส่งมาเพิ่มอีกหน่อย”
“ต้องเลือกแม่ไก่สาวนะ เลือกแบบที่เนื้อนุ่ม ๆ!” เจียงเจี้ยนคังเตือน
เจียงเฟิงรีบจัดการแซนด์วิชในมืออย่างรวดเร็ว เช็ดมือ แล้วก็เข้าไปในครัวเพื่อเลือกไก่ ท่ามกลางเสียงร้อง ‘กะต๊าก ๆ’ เขาไล่ดูแม่ไก่สาวที่ถูกมัดไว้ทีละตัว เลือกตัวที่ดูนุ่มที่สุดออกมาสามตัว จับไปฆ่าก่อน แล้วเลาะกระดูกไก่ทั้งตัวเก็บไว้เตรียมใช้ จากนั้นก็ยืนหั่นผักอยู่ในครัว รอคุณปู่ทั้งสองคนมาเป็นผู้ชี้แนะภาคสนาม
จี้เยวี่ยมาก่อนคุณปู่ทั้งสองคนเสียอีก หลังจากตั้งหน้าตั้งตาวาดต้นฉบับมาสองวัน ตอนนี้ทั้งตัวเธอถึงกับส่งกลิ่นอายของเศรษฐินีออกมา พองตัวซะจนตอนนี้มาร้านยังไม่พกเมาส์ปากกามาด้วยเลย
พอเข้าร้านมา ก็ตรงดิ่งไปที่ครัวหลังร้าน พูดกับเจียงเฟิงที่กำลังหั่นผักอยู่อย่างตื่นเต้น “เจียงเฟิง นายดังแล้วนะ!”
ผมดังแล้วเหรอ?!
เจียงเฟิงเงยหน้าขึ้นมาทันที เขาเพิ่งจะออกทีวีครั้งแรกก็ดังแล้ว หรือว่าพรสวรรค์ที่แท้จริงของเขาจะไม่ได้อยู่ทักษะการทำอาหาร แต่อยู่ที่การเอาตัวรอดในวงการบันเทิง?
“เหรอ ดังยังไงเหรอ?” เจียงเฟิงทำหน้าเรียบเฉยใจเย็น เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ยึดติดกับชื่อเสียงเงินทอง
“ติดเทรนด์ไง! โอ๊ย ฉันลืมไปว่านายไม่เล่นเวยปั๋ว รอแป๊บนะ!” จี้เยวี่ยหยิบมือถือออกมาเลื่อนหาเทรนด์ฮิตในเวยปั๋ว แล้วยื่นมือถือให้เจียงเฟิง
เจียงเฟิงรับมาดู:
#จางกวงหัง#
#พ่อของจางกวงหัง#
#สัญชาติของจางกวงหัง#
#เชฟที่หล่อที่สุดในประวัติศาสตร์#
#นักแสดงหญิงยอดเยี่ยมพูดถึงรักแรกอีกครั้ง#
#หลังจากครั้งนั้นก็ทะลุมิติ#
#รูปจบการศึกษาจางกวงหัง#
...
เจียงเฟิง: ???
เขาเห็นแต่จางกวงหังเต็มหน้าจอไปหมด แม้แต่คำว่า ‘เจียง’ ก็ยังหาไม่เจอ เขาไปติดเทรนด์ฮิตตรงไหน???
“ไม่มีผมนี่” เจียงเฟิงแสดงความน้อยเนื้อต่ำใจ
“ทำไมจะไม่มีล่ะ?” จี้เยวี่ยดึงมือถือกลับไป ชี้ไปที่แฮชแท็ก #หลังจากครั้งนั้นก็ทะลุมิติ# “นี่ไง ไม่ใช่เหรอ?”
เจียงเฟิงทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก
“ในเวยปั๋วมีแต่คนพูดว่าหลังจากที่นายล้มไปครั้งนั้น นายก็ไปเกิดใหม่แล้ว แถมยังมีคนเขียนฟิคด้วยนะ มีมุกตลกเต็มไปหมด วันนี้ฉันนั่งดูมาทั้งเช้า ขำแทบตาย ดังมากเลยนะ เป็นรองก็แค่จางกวงหังนิดเดียวเอง” จี้เยวี่ยถือมือถือเลื่อนดูต่อ “นายดูสิ ก็คือบล็อกเกอร์คนนี้แหละ ฟิคที่เขาเขียนนี่สนุกมาก!”
เจียงเฟิงเหลือบมอง
วันนี้คุณแปลงฟูเรียแล้วหรือยัง
แอคหลุมของหวังฮ่าว
เมื่อเช้ายังมาพูดอะไรนะ ตั้งใจเรียน ก้าวหน้าทุกวัน ถุย!
“ไม่กวนนายแล้ว อีกไม่กี่วันนายก็ต้องแข่งอีก สู้ ๆ นะ!” จี้เยวี่ยกล่าว “เอ้อ จริงสิ นายสนิทกับจางกวงหังหรือเปล่า? นัดมากินข้าวด้วยกันสักมื้อสิ!”
เหอะ ผู้หญิงนี่นะ
“ก็พอใช้ได้ สนิทกันพอสมควร” เจียงเฟิงตอบหน้าตาเฉย
หลังจากจี้เยวี่ยออกไป เจียงเฟิงก็หั่นผักต่อ หั่นแตงกวา หั่นแครอท หั่นฟักเขียว ไม่นานจานเปล่าที่อยู่ข้างเขียงก็เต็ม กองผักแท่งสูงเป็นภูเขาเลากา
เจียงเฟิงหั่นไปก็บ่นไป “เขียนนิยาย วัน ๆ ก็รู้แต่จะเขียนนิยาย”
“แปลงฟูเรียเป็นแล้วเหรอ ลาปลาซยังทำได้ไหม คอนโวลูชันเข้าใจทะลุปรุโปร่งแล้วเหรอ เมทริกซ์ยังจำได้ไหม การวิเคราะห์ฟูเรียสองมิติอ่านรู้เรื่องไหม...”
ดึงหัวไชเท้าขาวอวบอ้วนออกมาหัวหนึ่ง เปลือกนอกหยาบกร้าน ดูแวบเดียวก็รู้เลยว่าผ่านการล้างอย่างทารุณโดยสหายหวังซิ่วเหลียนมาแล้ว หนึ่งมีดสับลงไปจนขาด
“เหอะ กาก” เจียงเฟิงหัวเราะเหอะ ๆ
เจียงเว่ยกั๋วและเจียงเว่ยหมิงที่ยืนดูอยู่ที่หน้าประตูครัวมาห้านาที: ...
“เฮ้อ เด็กสมัยนี้ไม่เหมือนพวกเราสมัยก่อน ไม่ได้ลำบากมามากเท่า ความสามารถในการรับแรงกดดันเลยค่อนข้างต่ำ พวกเราอย่าไปบีบคั้นเด็กมันให้มากนักเลย” เจียงเว่ยหมิงถอนหายใจ
เจียงเว่ยกั๋ว: ...
“ฉันจะโทรศัพท์บอกเมียหน่อย ให้เจ้าหล่อนเลี้ยงต้าฮวาไว้ดี ๆ”
พูดจบก็ถอนหายใจแล้วเดินออกไป