- หน้าแรก
- ครัวนี้มีค่าประสบการณ์
- บทที่ 135 ผู้จัดงานใจดีมีคุณธรรม
บทที่ 135 ผู้จัดงานใจดีมีคุณธรรม
บทที่ 135 ผู้จัดงานใจดีมีคุณธรรม
ขณะที่กำลังสับเนื้อไก่อยู่ เจียงเฟิงก็ได้กลิ่นหอมจาง ๆ ลอยออกมาจากหม้อนึ่ง พอเปิดฝาดู ก็พบว่าใกล้จะได้ที่แล้วจริง ๆ เขาใช้ไม้จิ้มฟันเจาะรูเล็ก ๆ เป็นแถวบนพลาสติกแรป ปิดฝาหม้อแล้วลดเป็นไฟอ่อนเพื่อทำการนึ่งต่อ
การสับไก่ให้ละเอียดต้องใช้ความอดทน ยิ่งละเอียดยิ่งดี จริง ๆ แล้วจะใช้เครื่องปั่นไฟฟ้าปั่นให้ละเอียดเลยก็ได้ แต่เนื้อไก่ที่ได้จากการปั่นย่อมไม่ดีเท่ากับที่ได้จากการสับด้วยมีดเร็ว ๆ เต้าหู้ยังนึ่งไม่เสร็จ เจียงเฟิงยังมีเวลาอยู่ ตอนนี้เพิ่งจะผ่านไปแค่ยี่สิบนาที ยังไม่มีใครทำเสร็จ เจียงเฟิงจึงไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป
สับต่อไปอีกห้านาที เต้าหู้ไข่ในหม้อก็นึ่งเสร็จพร้อมยกออกจากเตาแล้ว เจียงเฟิงนำชามเต้าหู้วางพักไว้ให้เย็น ใส่น้ำมันลงในกระทะเล็กน้อย แล้วเริ่มผัดเนื้อไก่ ขณะที่ผัดเนื้อไก่ก็ใส่ต้นหอม ขิง และกระเทียมลงไปเจียวให้หอม พอเสร็จแล้วก็รีบตักขิงกับกระเทียมชิ้นใหญ่ออกจากกระทะ นำวัตถุดิบที่เหลือทั้งหมดใส่ลงไปในกระทะแล้วผัดด้วยไฟกลางอย่างช้า ๆ เติมน้ำเล็กน้อย ปิดฝากระทะ แล้วใช้ไฟอ่อนรอน้ำเดือด
เจียงเฟิงเห็นว่ามีคนทำเสร็จแล้ว
คว่ำชามลงบนเขียง หั่นเต้าหู้ไข่เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดเท่า ๆ กัน ส่วนขอบทิ้งไป เจียงเฟิงนำเต้าหู้ไข่สีเหลืองอ่อนที่ยังคงความเด้งดึ๋งอยู่เล็กน้อยใส่ลงในจาน แล้วรอให้น้ำซอสในกระทะเดือดอย่างใจเย็น
ไม่ถึงสองนาทีน้ำซอสในกระทะก็เดือด เจียงเฟิงเติมน้ำไปไม่มาก ถ้าเติมมากเกินไปเต้าหู้แปดเซียนก็จะกลายเป็นซุปเต้าหู้แปดเซียนได้ง่าย ๆ เขาเทเต้าหู้ไข่ลงในกระทะ ปรุงรสพร้อมใส่น้ำแป้งในขั้นตอนเดียว
อาหารออกจากกระทะแล้ว เจียงเฟิงลองสังเกตดู คาดว่าคนที่ทำเสร็จแล้วมีไม่เกินสิบคน เขามีเวลาเหลือเฟือสำหรับการจัดจาน หลังจากผ่านการแข่งขันมาสองรอบ ฝีมือการจัดจานของเจียงเฟิงก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับเวลาที่ร้านไม่ยุ่งเขาก็จะจัดจานเต้าหู้แปดเซียนเล่นแก้เบื่ออยู่บ่อย ๆ ท่วงท่าจึงคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง
เพราะใช้ชามในการจัดจาน พื้นที่จึงไม่ใหญ่มาก เขาเขี่ยแครอททั้งหมดไปไว้ด้านล่างสุด จัดเรียงถั่วลันเตาเป็นวงกลมรอบขอบชาม ด้านในวงถั่วลันเตาเป็นวงของเห็ดหอม ด้านในเห็ดหอมเป็นไส้กรอกแฮม ด้านในไส้กรอกแฮมเป็นเนื้อไก่ และด้านในเนื้อไก่ถึงจะเป็นเต้าหู้ ดูมีมิติมาก สุดท้ายก็ใช้ตะเกียบคนเล็กน้อยเพื่อให้สีสันต่าง ๆ ผสมผสานกันในระดับหนึ่ง เจียงเฟิงมองดูเต้าหู้ไข่แปดเซียนในชามอย่างพึงพอใจ แล้วก็ชมตัวเองในใจ
นี่มันงานศิลปะชัด ๆ!
จากนั้นก็ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณว่าตัวเองทำเสร็จแล้ว
พนักงานนำอาหารไปให้กรรมการ แล้วชี้ทางให้เจียงเฟิงบอกให้เขาไปพักผ่อนรอผลที่ทางนั้น
โซนพักผ่อนอยู่ด้านหลังน้ำพุของจัตุรัส เพราะมีน้ำพุกั้นอยู่จึงมองไม่เห็นบริเวณที่แข่งขัน
เจียงเฟิงสังเกตเห็นว่าคนมุงนอกสนามลดน้อยลงไปมาก คุณลุงที่กินปาท่องโก๋เมื่อครู่ก็กลับไปแล้ว การทำอาหารนั้นไม่เหมือนกับการร้องเพลงเต้นรำที่มีความน่าดูและความบันเทิงสูง หากไม่มีการตัดต่อ การจัดฉาก เสียงบรรยาย และเพลงประกอบที่เร้าใจเหมือนในรายการทีวี การทำอาหารก็ไม่มีอะไรน่าดูเท่าไหร่
จะดูที่ไหนก็เหมือนกัน กลับบ้านไปดูแม่ตัวเองทำกับข้าวก็ไม่ต่างกัน
แน่นอนว่า ถ้าเชฟหล่อเป็นพิเศษเหมือนจางกวงหังคนนั้น ที่สูง 192 ซม. ขาเรียวยาว เป็นลูกครึ่งจีน-ฝรั่งเศส อายุน้อยและร่ำรวย นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
การดูการแข่งขันของเชฟแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการดูละครไอดอลแนวประธานจอมเผด็จการ สวมบทเป็นนางเอกจะยิ่งได้อรรถรสมากขึ้น
ในโซนพักผ่อนมีน้ำเปล่าให้บริการ มีเก้าอี้วางเรียงเป็นแถว มองแวบแรกดูเหมือนจะเยอะ มีอยู่เจ็ดถึงแปดสิบตัว แต่มีคนนั่งอยู่แค่ 9 คน อู๋หมิ่นฉีก็อยู่ด้วย เธอกำลังใส่หูฟังเหมือนจะดูทีวีอยู่
พอสังเกตเห็นว่าเจียงเฟิงมา อู๋หมิ่นฉีก็เก็บมือถือแล้วถอดหูฟังออก เอ่ยถามว่า “นายทำอะไรทำไมนานจัง?”
“เต้าหู้แปดเซียนน่ะ เต้าหู้ทำสดใหม่เลย แล้วฉันทำเสร็จเป็นคนที่เท่าไหร่เหรอ?” เจียงเฟิงถาม
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน ฉันก็เพิ่งทำเสร็จ อยู่ก่อนหน้านายคนหนึ่ง ผลยังไม่ออก” อู๋หมิ่นฉีกล่าว “ฉันทำหลงเชาโส่ว”
“พวกเขามีแผ่นเกี๊ยวด้วยเหรอ?” เจียงเฟิงไม่คิดว่าอู๋หมิ่นฉีจะทำหลงเชาโส่วเป็นด้วย
“ไม่มี แต่มีแป้งโดที่หมักไว้แล้ว เดิมทีฉันอยากจะทำแบบน้ำมันพริก แต่พริกเผาที่พวกเขาเตรียมไว้มันไม่ได้เรื่อง ฉันก็เลยทำแบบน้ำใสแทน” อู๋หมิ่นฉีกล่าว “ฉันจำได้ว่าตอนปิดเทอมฤดูหนาวนายไม่ได้กินหลงเชาโส่วต้นตำรับไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวกลับไปฉันทำให้กิน พริกคั่วที่แม่ฉันส่งมาให้เพิ่งจะมาถึงพอดี”
เจียงเฟิงลองชั่งใจดูปริมาณพริกกับพริกไทยเสฉวนที่อู๋หมิ่นฉีใส่เวลาทำอาหารในแต่ละวัน แล้วคาดเดาความเผ็ดและความชาของพริกคั่วบ้านเธอคร่าว ๆ จากนั้นก็ปฏิเสธอย่างรู้กาลเทศะ “ไม่เป็นไร ๆ ช่วงนี้ฉันท้องไส้ไม่ค่อยดี กินเผ็ดมากไม่ได้”
“พริกคั่วบ้านฉันไม่เผ็ดหรอก” อู๋หมิ่นฉีกล่าว
เจียงเฟิงไม่เชื่อคำพูดไร้สาระของเธออีกแน่ ครั้งที่แล้วเธอก็พูดแบบนี้กับเมนูปลาต้มเสฉวนที่ทำเขาเผ็ดจนน้ำตาไหล คำพูดไร้สาระของคนเสฉวนเกี่ยวกับเรื่องเผ็ดไม่เผ็ดนี่เขาไม่เชื่อแม้แต่เครื่องหมายวรรคตอนเดียว!
เจียงเฟิงทำหน้าจริงจัง ท่าทีหนักแน่น “ไม่เผ็ดก็ไม่ได้ ฉันว่าช่วงนี้ฉันควรกินเผ็ดให้น้อยลงหน่อยดีกว่า”
อู๋หมิ่นฉีเห็นท่าทีของเขาหนักแน่นขนาดนี้ก็เลยต้องยอมแพ้ “ถ้างั้นรอให้ท้องไส้นายดีขึ้นก่อนแล้วฉันค่อยทำให้กินแล้วกัน”
พูดจบ ก็หยิบมือถือขึ้นมาใส่หูฟังแล้วดูละครต่อ
“ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 39 คุณอู๋หมิ่นฉีอยู่ไหมคะ?” พนักงานเดินเข้ามา ใบหน้าเปื้อนยิ้ม พออู๋หมิ่นฉียกมือขึ้นก็เดินไปข้าง ๆ เธอ แล้วกล่าวแสดงความยินดีด้วยรอยยิ้ม “ยินดีด้วยค่ะ ได้ป้ายแดงสิบอัน ส่วนคะแนนกรุณาอดทนรอสักครู่นะคะ”
คนไม่กี่คนที่อยู่ในโซนพักผ่อนต่างก็หันไปมองอู๋หมิ่นฉี เธอพยักหน้าให้พนักงานแล้วกล่าวขอบคุณ จากนั้นก็ก้มหน้าดูทีวีต่อ
เจียงเฟิงนั่งอยู่ข้าง ๆ เธอกำลังไถเว็บบอร์ดดู ก็ได้ยินเธอพึมพำเสียงเบาว่า “หลงเชาโส่วจานนี้ยังสู้เต้าหู้ผัดพริกเสฉวนไม่ได้เลย”
เจียงเฟิง: ...
หวังฮ่าวอัปเดตอีกแล้ว ความถี่ในการอัปเดตของเขาสูงกว่านักเขียนนิยายออนไลน์หลายคนเสียอีก ฐานผู้อ่านก็ไม่น้อยเลย คนที่เข้ามาคอมเมนต์ไร้สาระในแต่ละวันมีไม่ขาดสาย ถึงขนาดมีกลุ่มแฟนคลับแล้วด้วยซ้ำ เจียงเฟิงอยากจะอ่านตอนล่าสุดก็ทำได้แค่คลิกดูเฉพาะโพสต์ของเจ้าของกระทู้แล้วเรียงลำดับจากใหม่ไปเก่า กวาดตาดูคร่าว ๆ ตอนล่าสุดคือพระเอกทำมะเขือยาวทอดสีทองในรอบคัดเลือก
ปล่อยมะเขือยาวไปเถอะ มันก็เป็นแค่เด็กสีม่วงคนหนึ่ง หวังฮ่าวเขียนทีเดียวทำเอามะเขือยาวเปลี่ยนสีไปเลย
ปากก็บ่นไปแต่ร่างกายก็ซื่อสัตย์ เจียงเฟิงอ่านตอนล่าสุดจนจบ จริง ๆ ก็ไม่ได้ยาวมาก สองนาทีก็อ่านจบแล้ว พอดีกับที่พนักงานเดินเข้ามาพอดี “ขอโทษค่ะ ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 13 คุณเจียงเฟิงอยู่ไหมคะ?”
เจียงเฟิงยกมือขึ้น
“ยินดีด้วยค่ะ ได้ป้ายแดง 9 อัน ส่วนคะแนนกรุณาอดทนรอสักครู่นะคะ” พนักงานกล่าว
ผลคะแนน 9 ป้ายแดงก็ถือว่าไม่เลวแล้ว เจียงเฟิงไม่ได้หวังจะได้ที่หนึ่ง แค่ขอให้เข้ารอบก็พอ แต่มีคำถามหนึ่งที่เขาสงสัยมาหลายนาทีแล้ว อยากจะถามพนักงานมาก
“ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าคุณพอจะบอกได้ไหมว่า พวกคุณเลือกกรรมการจากทางบ้านสิบคนนี้มาด้วยวิธีไหนเหรอครับ?” เจียงเฟิงถาม
การแข่งขันสองรอบที่ผ่านมา กรรมการจากทางบ้านมีทั้งคนแก่และคนหนุ่มสาว มีเพียงรอบนี้เท่านั้นที่เป็นคนหนุ่มสาวล้วน เขาไม่เชื่อหรอกว่าผู้จัดงานจะสุ่มเลือกคนมา
พนักงานไม่คิดว่าเจียงเฟิงจะถามคำถามนี้ขึ้นมา จึงตอบกลับไปพลางยิ้ม “ง่ายมากค่ะ มีมาตรฐานสูง กินเก่ง และไม่เลือกกินค่ะ”
เจียงเฟิงถึงกับพูดไม่ออก
ผู้จัดงานนี่ ช่างใส่ใจดีเหลือเกิน!
ถึงกับอุตส่าห์ไปหาคนกินเก่งมาตั้งสิบคน
ช่างเป็นผู้จัดงานที่มีคุณธรรมจริง ๆ!