- หน้าแรก
- ครัวนี้มีค่าประสบการณ์
- บทที่ 120 ดื่มเก่งจริง ๆ
บทที่ 120 ดื่มเก่งจริง ๆ
บทที่ 120 ดื่มเก่งจริง ๆ
อันหลิงพาเจียงเฟิงมาถึงหน้าร้านอาหารตามสั่งเจี้ยนคัง ประตูร้านไม่ได้ปิด แต่บนป้ายกลับเขียนไว้ว่า:
เจ้าของร้านมีธุระตอนเที่ยง ไม่เปิดให้บริการชั่วคราว
ตัวอักษรใหญ่ ๆ เบี้ยว ๆ ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นฝีมือการเขียนของเจียงเจี้ยนคัง
“ปิดร้านแล้วเหรอ” อันหลิงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย หันไปพูดกับเจียงเฟิง “รุ่นพี่เจียงเฟิง ขอโทษด้วยนะคะ ร้านนี้ปิดแล้วค่ะ ถ้าการแข่งขันครั้งหน้ายังได้เจอกันอีก หนูจะพาพี่มากินใหม่นะคะ”
“เดิมทีน้องอยากกินอะไรล่ะ?” เจียงเฟิงถาม
“หมูผัดพริกค่ะ!” อันหลิงกล่าว “รุ่นพี่เจียงเฟิง หนูจะบอกให้นะคะ หมูผัดของร้านนี้อร่อยมากจริง ๆ ค่ะ! หมูทุกอย่างที่บ้านเขาผัดอร่อยหมดเลย เทอมที่แล้วพวกเราที่หอมาเลี้ยงฉลองกัน หมูเปรี้ยวหวานกับไก่ผัดพิทักษ์วังของร้านเขาอร่อยที่สุดเท่าที่หนูเคยกินมาเลยค่ะ!”
“น้องชอบกินของหวานเหรอ?” เจียงเฟิงถาม
“ก็ไม่เชิงค่ะ หนูชอบทั้งหวานทั้งเผ็ดเลย ขอแค่กับข้าวไม่เค็มเกินไปก็พอ” อันหลิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดเสริม “ขอแค่เป็นเนื้อหนูก็ชอบหมดค่ะ ช่างเถอะค่ะรุ่นพี่เจียงเฟิง เดี๋ยวหนูพาไปกินร้านเกี๊ยวตงเป่ยข้างหน้าดีกว่า หนูว่าเกี๊ยวไส้เห็ดหอมไก่ของร้านเขาก็อร่อยดีนะคะ”
ถ้าอันหลิงอยากจะกินอาหารจานหลัก หรือไก่ผัดพิทักษ์วังที่เจียงเจี้ยนคังถนัด เจียงเฟิงคงจะจนปัญญา แต่หมูผัดพริกนั้นไม่มีปัญหา ประตูไม่ได้ล็อก เจียงเฟิงเห็นจี้เยวี่ยกำลังใช้เมาส์ปากกาปั่นต้นฉบับอยู่ที่เคาน์เตอร์ จึงผลักประตูเข้าไปโดยตรง
“ไม่เป็นไร เข้ามาเถอะ นี่เป็นร้านของบ้านพี่เอง” เจียงเฟิงกล่าว
อันหลิงตกใจ
“อ้าว เจียงเฟิงกลับมาแล้วเหรอ การแข่งขันเป็นยังไงบ้าง?” จี้เยวี่ยเห็นเจียงเฟิง แล้วก็เห็นอันหลิงที่อยู่ข้างนอก จึงพูดกับเธอว่า “น้องคะ ขอโทษด้วยนะ วันนี้เถ้าแก่ออกไปข้างนอก ตอนเที่ยงไม่เปิดร้าน น้องมาตอนเย็นอีกทีก็ได้นะ”
“วันนี้ตอนแข่งเธอนั่งอยู่ข้างหลังผมเอง เป็นคนมหาวิทยาลัยเราเหมือนกัน เธออยากกินหมูผัดพริกจานหนึ่ง ผมผัดได้” เจียงเฟิงกล่าว
อันหลิงเดินเข้าร้าน ใบหน้ายังคงไม่อยากจะเชื่อ คิดว่าตัวเองดันเฟอะฟะพาเจียงเฟิงไปกินข้าวที่ร้านของเขาเอง ก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย หน้าแดงพูดกับจี้เยวี่ยว่า “สวัสดีค่ะรุ่นพี่ หนู...หนูชื่ออันหลิงค่ะ เรียนอยู่คณะอักษรศาสตร์ปีหนึ่ง”
“สวัสดีจ้ะ พี่ชื่อจี้เยวี่ย เรียนอยู่คณะศิลปกรรมศาสตร์” รุ่นพี่ตกกระป๋องที่จบไปนานแล้วอย่างจี้เยวี่ยกล่าว
“อ้อ จริงสิ เจียงเฟิง” จี้เยวี่ยเรียกเจียงเฟิงที่กำลังจะเดินไปที่ห้องครัว “ตอนแปดโมงกว่าคุณปู่ของเธอมา เขาฝากบอกเธอว่า ให้เธอทำมันเทศจีนเคลือบน้ำตาล 10 จาน ใช้อะไรนะ น้ำมันน้ำตาลอะไรสักอย่าง เอ๊ะ เรียกว่าน้ำมันอะไรนะ?”
“น้ำตาลจมก้นน้ำมันเหรอ?” เจียงเฟิงกล่าว
“ใช่ ๆ ๆ อันนี้แหละ อืม คุณปู่ของเธอบอกว่าให้เธอทำเสร็จทุกจานแล้วถ่ายรูป อัดวิดีโอสั้น ๆ ส่งวีแชตให้ท่าน” จี้เยวี่ยกล่าว “อ้อ จริงสิ ฉันจะกินเต้าหู้แปดเซียน”
ในฐานะผู้ชื่นชอบเต้าหู้ระดับอาวุโส หลังจากที่พบว่าเจียงเฟิงเรียนรู้วิธีทำเต้าหู้แปดเซียนในช่วงปิดเทอมฤดูหนาว จี้เยวี่ยก็ติดใจเต้าหู้แปดเซียนมาจนถึงทุกวันนี้ กินติดต่อกันมา 7 วันแล้ว
ถึงแม้สองสามีภรรยาเจียงเจี้ยนคังจะไปกินข้าวที่ภัตตาคารอวี้ซ่านฟาง แต่ผักที่ต้องล้างและต้องจัดการก็ทำเสร็จหมดแล้วก่อนออกจากบ้าน อันหลิงอยากกินหมูผัดพริก จี้เยวี่ยอยากกินเต้าหู้แปดเซียน เขาทำมะเขือยาวผัดหมูสับอีกอย่างหนึ่ง ข้าวหุงใหม่ ครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้ว
เจียงเฟิงออกไปบอกอันหลิงก่อน อันหลิงไม่มีปัญหาอะไร สายตาเอาแต่เหลือบมองไปที่ตู้เครื่องดื่ม
เจียงเฟิงเริ่มยุ่งอยู่ในครัวแล้ว บนเมนูไม่มีราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันหลิงคำนวณเงินอั่งเปา ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของตัวเอง แล้วเอ่ยปากถาม “เอ่อ รุ่นพี่จี้เยวี่ยคะ เหล้าเอ้อร์กัวโถว 53 ดีกรีบนเคาน์เตอร์ขวดละเท่าไหร่เหรอคะ?”
จี้เยวี่ยเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ ไม่นึกว่าอันหลิงเด็กสาวที่ดูบอบบางคนนี้จะชอบดื่มเหล้าขาวด้วย จึงกล่าวว่า “แก้วละสิบหยวนจ้ะ”
ร้านอาหารน่ะนะ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นกำไรมหาศาลเสมอ แต่เพราะเป็นร้านที่อยู่รอบ ๆ มหาวิทยาลัย จริง ๆ แล้วเหล้าขาวขายไม่ค่อยจะออก จึงไม่ได้ขายเป็นขวด ร้านอาหารตามสั่งเจี้ยนคังเองปกติก็จะขายเป็นแก้ว เมือง A ตั้งอยู่ทางใต้ โดยพื้นฐานแล้วนักศึกษาชายที่มาเลี้ยงฉลองกันดื่มเอ้อร์กัวโถวแก้วเดียวก็แทบจะล้มพับกันหมดแล้ว
“แล้วถ้าขวดหนึ่งล่ะคะ?” อันหลิงถาม
จี้เยวี่ยยิ่งประหลาดใจมากขึ้น เตือนว่า “ขวดหนึ่งมีตั้งหนึ่งจินนะ”
“หนูทราบค่ะ” อันหลิงกล่าว
จี้เยวี่ยก็ไม่เคยขายเป็นขวดเหมือนกัน จึงโทรไปถามหวังซิ่วเหลียนแล้วค่อยบอกราคากับอันหลิง “98 จ้ะ”
แพงจัง!
อันหลิงอุทานในใจ บ้านของเธอทำเหล้า คนแถวบ้านเธอแทบจะยึดอาชีพทำเหล้าเป็นหลัก เธอเติบโตมากับการดื่มเหล้าขาวดีกรีสูงมาตั้งแต่เด็ก ใช้คำพูดของพี่ชายเธอก็คือเธอเติบโตมาในไหเหล้า ซูเปอร์มาร์เก็ตแถวมหาวิทยาลัยมีเหล้าขาวขาย มีเอ้อร์กัวโถวแบบตักขายด้วย ซึ่งไม่เพียงแต่ขายแพง คุณภาพของเหล้ายังต่ำมาก
ถ้าไม่ใช่เพราะได้เงินอั่งเปาตอนปีใหม่ เธอคงไม่ยอมเสียเงิน 98 หยวนซื้อเหล้าขวดหนึ่งแน่ เหล้าขาวแบบตักขายแถวบ้านเธอจินหนึ่งก็แค่สิบกว่าหยวนเท่านั้น
อันหลิงจ่ายเงิน จี้เยวี่ยเปิดเหล้าแล้วหยิบแก้วให้เธอ ยังไม่ลืมที่จะกำชับ “นี่มันเอ้อร์กัวโถว 53 ดีกรีเลยนะ เธอค่อย ๆ ดื่มล่ะ”
ถึงแม้หวังซิ่วเหลียนจะตั้งราคาอย่างเลือดเย็น แต่ตอนเลือกเหล้าก็ยังใส่ใจอยู่ เบียร์และเหล้าขาวที่ขายในร้านล้วนเป็นที่เธอชิมแล้วรู้สึกว่าใช้ได้ รสชาติไม่เลวเลย
อันหลิงรินไปค่อนแก้ว แล้วเริ่มดื่มช้า ๆ แถวบ้านเธอมีโรงเหล้าเยอะ การแข่งขันดุเดือด โรงเหล้าที่อยู่รอดมาจนถึงตอนนี้คุณภาพของเหล้าที่หมักออกมาล้วนไม่เลว คุณภาพของเหล้าขวดนี้ ดีกว่าเอ้อร์กัวโถวส่วนใหญ่ในตลาด แต่ถ้าเทียบกับโรงเหล้าแถวบ้านเธอก็ยังด้อยกว่า
ไม่รู้ทำไม อันหลิงกลับรู้สึกว่าเหล้าขวดนี้อร่อยเป็นพิเศษ
อาจจะเป็นเพราะมีพลังเงิน 98 หยวนหนุนอยู่
ตอนที่เจียงเฟิงตะโกนเรียกจี้เยวี่ยจากในครัวให้มาช่วยยกกับข้าวยกข้าว อันหลิงก็ดื่มเหล้าไปครึ่งขวดแล้ว
หน้าไม่แดง หัวไม่หมุน ตาไม่ลาย พูดจาชัดถ้อยชัดคำ ยังสามารถเดินเป็นเส้นตรงได้
อันหลิงรับจานกับข้าวและถ้วยข้าวไป ชิมเนื้อไปก่อนคำหนึ่ง
นุ่ม เข้าเนื้อ รสเผ็ดจัดจ้าน
“รุ่นพี่จี้เยวี่ย รบกวนเปิดเหล้าให้หนูอีกขวดค่ะ” อันหลิงพูดอย่างตื่นเต้น
วันนี้เธอดีใจจริง ๆ สมัครเข้าร่วมรอบออดิชั่นแบบมั่ว ๆ แถมยังทำกับข้าวไหม้อีก ไม่นึกว่าสุดท้ายจะยังผ่านเข้ารอบได้ เดิมทีเธอเตรียมจะซื้อเบียร์สิบกว่าขวดกลับไปดื่มช้า ๆ ที่หอพักตอนกลางคืน แต่ผลคืออดใจไม่ไหวอยากดื่มเหล้าขาวขึ้นมา
ในเมื่อดื่มแล้ว ย่อมต้องดื่มให้สะใจ
“ครึ่งขวดนั้นเธอเพิ่งดื่มไปเหรอ?” เจียงเฟิงตกใจ
“ก็... ก็คงจะใช่” จี้เยวี่ยก็เพิ่งเคยเห็นผู้หญิงที่ดื่มเก่งขนาดนี้เป็นครั้งแรก เหล้าขาวครึ่งจินลงท้องไปไม่นับเป็นอะไร แต่อันหลิงนี่ดื่มเหล้าขาวไปครึ่งจินแล้วยังเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คอแข็งจนน่ากลัวมากจริง ๆ
อันหลิงกินหมูผัดพริกจานนี้กับข้าวหนึ่งถ้วย และเหล้าขาวสองจินลงท้องไป
อันหลิงลุกขึ้น เจียงเฟิงกับจี้เยวี่ยต่างก็จ้องเธออย่างประหม่า กลัวว่าวินาทีต่อมาเธอจะล้มลง
สถานการณ์ที่ทั้งสองคนกังวลไม่ได้เกิดขึ้น อันหลิงยังเหมือนตอนที่มา เพียงแต่แก้มแดงขึ้นเล็กน้อย จ่ายค่าข้าวเสร็จก็จากไป
เจียงเฟิงกับจี้เยวี่ยมองหน้ากัน อุทานขึ้นมาพร้อมกัน “ดื่มเก่งจริง ๆ!”
……….……….……….……….
ผู้แปล: ด้วยความสงสัย เราเลยลองหาข้อมูลเพิ่มเติมว่า จิน (斤) หรือชั่ง ที่เป็นหน่วยวัดน้ำหนักจีน ซึ่ง 1 จินจะเท่ากับ 500 กรัม ถ้านำมาใช้กับของเหลวหรือเครื่องดื่มที่มีความหนาแน่นใกล้เคียงกับน้ำ เหมือนว่าจะอนุโลมให้ 1 จิน มีปริมาตรเท่ากับ 500 มิลลิลิตรได้ค่ะ ช่วงหลังเราไม่ได้แปลงพวกน้ำหนักต่าง ๆ จากชั่ง/จินเป็นกิโลกรัมเลยค่ะ ไม่รู้ว่าท่านผู้อ่านโอเคกับหน่วยดั้งเดิมหรืออยากให้แปลงเป็นสากลมากกว่า แจ้งกันได้เลยนะคะ \( ̄▽ ̄)/