เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90 งัดข้อ

บทที่ 90 งัดข้อ

บทที่ 90 งัดข้อ


ในช่วงเวลาต่อมา เจียงเฟิงก็คอยแนะนำให้พานหลิงกินกับข้าวอย่างกระตือรือร้น

พานหลิงกินเนื้อคำหนึ่งก็ได้ค่าประสบการณ์สามสี่ร้อยแต้ม กินแครอทคำหนึ่งก็ได้ค่าประสบการณ์สองร้อยกว่าแต้ม แม้แต่กินพริกหยวกคำเดียวก็ยังให้ค่าประสบการณ์ได้ร้อยกว่าแต้ม!

อาจจะเพราะซุปหม้อไฟสำเร็จรูปไม่ใช่ฝีมือของเจียงเฟิง ถึงแม้เขาจะขยันขันแข็งช่วยทุกคนลวกหม้อไฟ ใส่ผัก คีบกับข้าว เตรียมน้ำจิ้มอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่เกมก็ไม่ได้นับว่าหม้อไฟเป็นอาหารที่เขาทำ ดังนั้นจึงไม่มีค่าประสบการณ์

หลังจบมื้ออาหาร ค่าประสบการณ์ของเจียงเฟิงก็พุ่งตรงไปที่ (49901/50000) เหลืออีกแค่ 99 แต้มก็จะเลื่อนระดับเป็นเลเวล 10 แล้ว

ถ้าไม่ใช่เพราะพานหลิงอิ่มจนกินไม่ไหวแล้วจริง ๆ และในจานก็ไม่มีกับข้าวดี ๆ เหลือแล้ว มีแค่พริกไม่กี่ชิ้น เจียงเฟิงอยากจะเกลี้ยกล่อมให้พานหลิงกินพริกอีกสักคำจริง ๆ เพื่อจะได้ค่าประสบการณ์ 99 แต้มสุดท้ายมา

กินเสร็จแล้ว บนโต๊ะก็เต็มไปด้วยความเละเทะ

การล้างหม้อล้างชามหลังอาหาร เป็นเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดเสมอ แต่ก็ต้องมีคนทำ พานหลิงเป็นแขก จะให้แขกล้างชามก็เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นตัวเลือกคนล้างชามจึงต้องเกิดขึ้นระหว่างเจียงเฟิงกับเฉินซิ่วซิ่ว

ทั้งสองคนสบตากัน ต่างก็ใช้สายตาบอกอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

เธอ/นายล้าง!

“งัดข้อกัน!” เจียงเฟิงมองแขนของเฉินซิ่วซิ่วที่ไม่ใหญ่ไปกว่าแขนของเขาแล้ว พลางคิดว่าหลายวันนี้ตนเองสะบัดกระทะอย่างหนักหน่วงจนกล้ามแขนแทบจะขึ้นแล้ว การงัดข้อกับเฉินซิ่วซิ่วที่หนักไม่ถึง 100 ชั่งต้องชนะขาดลอยแน่นอน

“ได้!” เฉินซิ่วซิ่วตอบตกลงอย่างรวดเร็ว ถอดเสื้อนอกออกแล้วพับแขนเสื้อขึ้น

เผยให้เห็นแขนท่อนล่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเธอ

เจียงเฟิงลูบแขนท่อนล่างของตัวเองเงียบ ๆ

“เธอ...ออกกำลังกายเหรอ?” เจียงเฟิงลังเล

“อืม” เฉินซิ่วซิ่วกล่าว “ฉันว่าที่นายพูดก็มีเหตุผลนะ แค่ควบคุมอาหารมันโยโย่ง่าย ออกกำลังกายน่าจะยั่งยืนกว่า ฉันไปสมัครสมาชิกฟิตเนสข้างมหาวิทยาลัย แล้วก็เรียนกับเทรนเนอร์ส่วนตัวด้วย ได้ผลดีมากจริง ๆ”

ไม่ใช่แค่ดีมาก เจียงเฟิงรู้สึกว่ากล้ามเนื้อบนแขนของเขายังไม่เยอะเท่าของเฉินซิ่วซิ่วเลย

แต่ เจียงเฟิงในฐานะผู้ชาย ปกติอยู่ในครัวก็ถือว่าทำงานใช้แรง เฉินซิ่วซิ่วตอนนี้เบากว่าเขา แถมยังเสียเปรียบเรื่องเพศอีก ต่อให้ออกกำลังกาย เขาก็น่าจะงัดข้อชนะเธอได้

ครั้งนี้ เขาจะต้องทวงคืนศักดิ์ศรีที่แพ้งัดข้อมาตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาให้ได้ในคราวเดียว!

“มาเลย!” แววตาของเจียงเฟิงแน่วแน่

พานหลิงเป็นกรรมการ ทั้งสองคนจับมือขวา การต่อสู้ที่มองไม่เห็นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

สิบวินาทีต่อมา เจียงเฟิงกุมแขนขวาของตัวเอง นึกสงสัยในชีวิต

เหมือนกับผลลัพธ์ของการงัดข้อทุกครั้งในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา เจียงเฟิงแพ้ในพริบตา

แบบที่ไม่มีการดิ้นรนแม้แต่น้อย

เจียงเฟิงรู้สึกว่า แรงของเฉินซิ่วซิ่วดูเหมือนจะเยอะขึ้นไปอีก

เขาควรจะไปเข้ายิมฝึกสักครึ่งปี แล้วค่อยกลับมาล้างแค้นตอนปิดเทอมฤดูร้อนดีไหมนะ

เจียงเฟิงล้างชามไปพลาง ครุ่นคิดถึงปัญหาร้ายแรงนี้ไปพลาง

เฉินซิ่วซิ่วกับพานหลิงกลับไปห้องข้าง ๆ แล้ว หลังจากเจียงเฟิงล้างชามเสร็จ อาบน้ำล้างหน้าแต่หัวค่ำ ก็ล้มตัวลงนอนเล่นโทรศัพท์บนเตียงเหมือนโอตาคุอ้วนฉุ

เจียงเฟิงเลื่อนดูข่าวอย่างเหม่อลอย พลางคิดว่าพรุ่งนี้จะทำกับข้าวอะไรดี เพื่อหลอกล่อให้เฉินซิ่วซิ่วกับพานหลิงมาช่วยปั๊มค่าประสบการณ์ให้เขาอีก ถ้าจะให้ดีที่สุดก็ต้องหลอกพวกลูกพี่ลูกน้องมาด้วยกัน ถึงแม้ค่าประสบการณ์ที่พวกเขาให้จะไม่เยอะแน่นอน แต่ถึงยุงจะตัวเล็กก็ยังมีเนื้อ

ขณะที่กำลังคิดเมนูของวันพรุ่งนี้อยู่ เจียงเฟิงก็นึกถึงเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ รีบเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู

หลังจากการอัปเดตเกมครั้งล่าสุด มีคำอธิบายใหม่ปรากฏขึ้นมาว่า ทุก ๆ 10 เลเวลจะปลดล็อกฟังก์ชันใหม่ การปลดล็อกฟังก์ชันใหม่ ไม่ใช่ว่าจะต้องมีการอัปเดตเกมหรอกหรือ?

นี่มันไม่ได้การแล้ว!

ถ้าเกิดว่าการอัปเดตครั้งนี้กินเวลาอีกหลายเดือน เจียงเฟิงก็จะใช้ทักษะประเมินไม่ได้ หากยังอัปเดตไม่เสร็จก่อนการแข่งขันทำอาหาร ด้วยระดับฝีมือของเจียงเฟิงในปัจจุบันคงยากที่จะตัดสินว่าอาหารของเขาสำเร็จหรือไม่

การประเมินระดับกลางในบางสถานการณ์ก็ยังมีประโยชน์อยู่มาก อย่างน้อยมันก็สามารถบอกเจียงเฟิงคร่าว ๆ ได้ว่าอาหารที่เขาทำมีปัญหาอะไรบ้าง

แต่เหลืออีกแค่ 99 แต้มค่าประสบการณ์ จะยื้อไปจนถึงเดือนมีนาคมก็เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้ เขายังต้องกลับไปฝึกทำอาหารที่บ้านนอกต่ออีก ถึงแม้ส่วนใหญ่จะทำให้เอ้อร์ฮวา ซานฮวา ซื่อฮวา และอู่ฮวากิน แต่คุณปู่กับปู่สามเจียงเว่ยหมิงก็ยังคงชิมอาหารที่พวกเขาคิดว่าพอใช้ได้อยู่เป็นครั้งคราว

คุณคำหนึ่งฉันคำหนึ่ง วันนี้คำหนึ่งพรุ่งนี้คำหนึ่ง ค่าประสบการณ์ 99 แต้มต้องได้มาแน่นอน

เจียงเฟิงจำได้มาตลอดว่าในช่องเก็บของของเขายังมีเศษเสี้ยวความทรงจำอีกสองชิ้นที่ยังไม่ได้ดู

เศษเสี้ยวความทรงจำทั้งสองชิ้นเป็นความทรงจำของหลี่หมิงอี ซึ่งเจียงเฟิงได้มาจากการสัมผัสรูปถ่าย ตอนนี้ก็แยกไม่ออกแล้วว่าอันไหนมาจากรูปใบไหน เลยสุ่มเลือกมาอันหนึ่งแล้วคลิกตกลง

เมื่อภาพที่พร่ามัวค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น เจียงเฟิงก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องครัวที่กำลังยุ่งวุ่นวาย

คนเยอะทีเดียว ทั้งชายและหญิง ทุกคนต่างก็ยุ่งวุ่นวาย

เจียงฮุ่ยฉินซึ่งยังดูเหมือนอายุเพียงสิบกว่าปี ยืนอยู่ที่ประตูห้องครัว ข้างกายคือสาวใช้ของเธอที่กำลังดึงแขนเสื้อไม่ให้เธอเข้าไป พร้อมกับพูดเกลี้ยกล่อมไม่หยุด “นายหญิงน้อยคะ คุณเข้าไปไม่ได้จริง ๆ นะคะ!”

“ทำไมจะเข้าไปไม่ได้ ปกติฉันก็เข้าครัวได้ตลอด ทำไมวันนี้ถึงเข้าไม่ได้ล่ะ” เจียงฮุ่ยฉินดิ้นรนพยายามจะสะบัดมือสาวใช้ออก “เสี่ยวฉิน เธออย่าดึงสิ ฉันแค่จะไปทำมันเทศเคลือบน้ำตาลให้คุณย่าสักจาน ไม่ได้ทำอย่างอื่นให้เสียเวลามากหรอก คุณย่าชอบกินอาหารจานนี้ที่สุด”

“นายหญิงน้อยคะ วันนี้ไม่เหมือนวันอื่น วันนี้เป็นวันสิ้นปี คุณหนู คุณชาย และคุณผู้หญิงจากบ้านญาติฝ่ายนอกฝ่ายในทั้งใกล้และไกลล้วนไปอยู่เป็นเพื่อนแม่เฒ่าที่ห้องโถงด้านหลังกันหมดแล้ว มีแต่นายหญิงน้อยที่วิ่งมาที่ครัว มันดูไม่เหมาะสมค่ะ” เสี่ยวฉินดึงแขนเสื้อของเจียงฮุ่ยฉินไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ไม่ยอมให้เธอเข้าไปเด็ดขาด

เจียงฮุ่ยฉินร้อนใจขึ้นมา “ก็เพราะเป็นวันสิ้นปีนั่นแหละฉันถึงยิ่งต้องทำมันเทศเคลือบน้ำตาล คุณย่าเพิ่งจะบ่นถึงอาหารจานนี้เมื่อสองวันก่อนเอง เมื่อวานฉันยังอุตส่าห์ไปที่ภัตตาคารไท่เฟิงโหลวให้พี่ชายชี้แนะเรื่องการเคี่ยวน้ำตาลและการดึงไหมให้เลยนะ โอ๊ย ปล่อยมือสิ! ถ้าเธอไม่ดึงฉันไว้ป่านนี้ฉันก็ทำเสร็จไปนานแล้ว ตอนนี้คุณย่าคงได้กินแล้วล่ะ”

“ยังไงก็ตาม วันนี้นายหญิงน้อยเข้าไปไม่ได้เด็ดขาด! เสื้อผ้าชุดนี้ของนายหญิงน้อยเพิ่งจะตัดมาใหม่นะคะ นายหญิงใหญ่อุตส่าห์ให้ช่างตัดเสื้อมาตัดให้ถึงที่ ถ้านายหญิงน้อยทำเสื้อผ้าสกปรกเพราะทำอาหาร นายหญิงใหญ่ต้องไม่พอใจแน่!นายหญิงน้อยคะ แค่รออีกวันเดียว อีกวันเดียว พรุ่งนี้ค่อยทำก็ได้นี่คะ!” เสี่ยวฉินใช้ทั้งตัวขวางประตูไว้ ยืนอยู่ตรงหน้าเจียงฮุ่ยฉิน ทำท่าราวกับยอมตายถวายชีวิต

“ไม่เหมือนกัน!” เจียงฮุ่ยฉินพยายามจะบุกเข้าไปในครัว “วันนี้กับพรุ่งนี้มันไม่เหมือนกัน อาหารมื้อรวมญาติคืนวันสิ้นปี กับอาหารเหลือของวันขึ้นปีใหม่มันจะเหมือนกันได้ยังไง?”

คนในครัวราวกับไม่มีหู ไม่มีใครหันมามองที่ประตูเลยสักคน ต่างคนต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเอง ราวกับว่าเจียงฮุ่ยฉินกับเสี่ยวฉินไม่ได้อยู่ที่ประตู

“นายน้อยคะ นายน้อยมาสักที รีบเกลี้ยกล่อมนายหญิงน้อยเถอะค่ะ นายหญิงน้อยดึงดันจะเข้าไปทำอาหารให้เม่เฒ่าให้ได้” เสี่ยวฉินเห็นหลี่หมิงอีเดินมาทางพวกเธอก็เหมือนกับเห็นผู้ช่วยชีวิต

“หมิงอี คุณรีบมาจัดการเสี่ยวฉินที เธอเอาแต่ขวางไม่ให้ฉันเข้าไปทำมันเทศเคลือบน้ำตาลให้คุณย่า!” เจียงฮุ่ยฉินก็ฟ้องหลี่หมิงอีเช่นกัน

“วันนี้วันสิ้นปี คุณย่าได้กินมันเทศเคลือบน้ำตาลฝีมือเธอต้องดีใจแน่ เสี่ยวฉินเธอจะมาขวางนายหญิงน้อยเขาทำไมกัน ฮุ่ยฉิน เมื่อกี้ฉันไม่เห็นเธอที่ห้องโถงด้านหลัง ก็เลยเดาว่าเธอต้องมาที่ครัวแน่ ๆ” หลี่หมิงอียิ้ม

“คุณชายท่านไม่ทราบ ปีนี้ร้านผ้าไหมในเมืองหลวงขาดตลาด นายหญิงน้อยตัดชุดใหม่มาได้แค่ชุดเดียว ถ้านายหญิงน้อยทำชุดนี้สกปรก เปื้อนน้ำตาลแล้วซักยากก็ต้องใส่ชุดเก่าฉลองปีใหม่น่ะสิคะ? ถึงตอนนั้นนายหญิงใหญ่ต้องไม่พอใจแน่ นายหญิงน้อยต้องโดนดุแน่ ๆ ค่ะ” เสี่ยวฉินคร่ำครวญ

“อย่างน้อยฉันก็เรียนกับพี่ชายมาหลายปีนะ ไม่ใช่เด็กฝึกงานคนใหม่ในครัวที่จะทำกับข้าวเปรอะเปื้อนไปทั้งตัวสักหน่อย ฉันจะทำสกปรกได้ยังไง!” เจียงฮุ่ยฉินดึงแขนเสื้อของหลี่หมิงอีออดอ้อน “หมิงอี ฉันผลักเสี่ยวฉินไม่ไหวหรอก คุณแรงเยอะ คุณรีบดึงเธอออกไปเร็ว!”

“เอาล่ะ เสี่ยวฉิน หลีกทางเถอะ เธอเป็นห่วงว่าควันน้ำมันในครัวจะทำให้เสื้อผ้าของนายหญิงน้อยสกปรกฉันเข้าใจ ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเธอเอง ถึงตอนนั้นถ้าจะเปื้อนเราสองคนก็เปื้อนด้วยกัน ถ้าจะโดนด่าเราสองคนก็โดนด่าด้วยกัน วันนี้ถ้าฮุ่ยฉินไม่ได้ทำมันเทศเคลือบน้ำตาลจานนี้เธอนอนไม่หลับแน่” หลี่หมิงอียิ้ม

เสี่ยวฉินจนปัญญา ได้แต่หลีกทางให้

ในที่สุดเจียงฮุ่ยฉินก็ได้สมความปรารถนา ดึงหลี่หมิงอีเข้าไปในครัว

จบบทที่ บทที่ 90 งัดข้อ

คัดลอกลิงก์แล้ว