- หน้าแรก
- ครัวนี้มีค่าประสบการณ์
- บทที่ 75 ร้านเน็ตไอดอล
บทที่ 75 ร้านเน็ตไอดอล
บทที่ 75 ร้านเน็ตไอดอล
ฝันดีตลอดคืน
เช้าวันรุ่งขึ้นตอนที่เจียงเฟิงตื่นนอน ข้อความของหานกุ้ยซานก็ถูกส่งมาได้ครึ่งชั่วโมงแล้ว
เขาบอกว่าตอนนี้หวังจิ้งกำลังไปเที่ยวพักผ่อนที่ยุโรป อาจจะเพราะเรื่องเวลาที่ต่างกันเลยยังไม่ได้ตอบข้อความกลับมา หลายปีก่อนพวกเขาติดต่อกับเจียงหยวนเฉามาตลอด เมื่อไม่กี่ปีก่อนเจียงหยวนเฉาย้ายจากอำเภอ Y ไปอยู่ชนบทแล้ว หวังจิ้งมีเบอร์โทรศัพท์ของเจียงหยวนเฉา รอให้หวังจิ้งส่งเบอร์โทรศัพท์มาแล้วเขาจะส่งให้เจียงเฟิงต่อ
เรียบร้อย!
คราวนี้เจียงเฟิงก็ไม่รีบร้อนแล้ว หลังจากล้างหน้าล้างตาอย่างไม่เร่งรีบ เขาก็พกแค่โทรศัพท์มือถือลงไปกินข้าวข้างล่าง
เมื่อวานเขาเพิ่งค้นพบว่า วุ้นเส้นไส้หมูกับซุปขาหมูของชาวแคว้นฉู่อร่อยมากจริง ๆ!
ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กแค่ไหน ฝีมือการทำวุ้นเส้นไส้หมูก็อยู่เหนือระดับมาตรฐานของคนทั้งประเทศ ที่พักที่เจียงเฟิงจองไว้อยู่ในหมู่บ้านจัดสรร เมื่อวานเพื่อความสะดวกเขาก็เลยกินวุ้นเส้นไส้หมูชามหนึ่งที่ร้านบะหมี่เล็ก ๆ หน้าหมู่บ้านแล้วก็ไป แต่ผลลัพธ์กลับน่าทึ่งอย่างไม่น่าเชื่อ
การจัดการกับไส้หมูเป็นงานที่ลำบาก ต้องเอาไขมันออกให้หมดไม่อย่างนั้นจะมีกลิ่นเหม็น วิธีการตุ๋นไส้หมูแต่ละคนก็มีรสชาติที่ชอบต่างกันไป ขอแค่รสชาติเข้าเนื้อ เครื่องปรุงไม่ขัดกับรสชาติของไส้หมูเองก็ถือว่าสำเร็จแล้ว
ร้านบะหมี่หน้าหมู่บ้าน วุ้นเส้นไส้หมูชามละ 7 หยวนเท่านั้น ไส้หมูหั่นมาอย่างละเอียด ไขมันก็จัดการได้สะอาดมาก ดูแวบเดียวก็รู้ว่าต้องต้มในน้ำเปล่ามาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้งก่อนนำไปตุ๋น ส่วนผสมของเครื่องตุ๋นก็ดีมาก มีเครื่องเทศหลายชนิดแต่ก็ไม่แย่งซีนกัน สัดส่วนพอเหมาะ ช่วยดึงความหอมของไส้หมูออกมาพร้อมกับกลบกลิ่นคาวของมันเอง
เส้นเป็นวุ้นเส้นมันเทศ เหนียวนุ่มยืดหยุ่น ใส่ถั่วเหลือง ผักกวางตุ้ง และต้นหอมซอยอีกนิดหน่อย สุดท้ายราดด้วยน้ำมันพริกหนึ่งช้อน ไม่เผ็ดแต่หอม ถูกใจเจียงเฟิงมาก
เจียงเฟิงติดใจวุ้นเส้นไส้หมูหน้าหมู่บ้าน ซดชามใหญ่ลงไปก็พลันรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าทั้งตัว เขามองดูโทรศัพท์ ไม่มีข้อความเข้ามา ก็เลยเตรียมตัวออกไปเดินเล่น
เมืองเอกของแคว้นฉู่เต็มไปด้วยโรงน้ำชา โรงน้ำชาที่ใหญ่หน่อยถึงกับตั้งเวทีงิ้วไว้ที่หน้าประตูเพื่อดึงดูดลูกค้า เจียงเฟิงยืนมุงดูด้วยอารมณ์ของคนอยากรู้อยากเห็นอยู่พักหนึ่ง แต่ดูไปก็ไม่เข้าใจ ฟังก็ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าร้องเพลงอะไร หลังจากยืนดูฟรีอยู่พักหนึ่ง เจียงเฟิงก็แอบเผ่นออกมาเงียบ ๆ
อุตส่าห์มาถึงแคว้นฉู่ทั้งที ก็ต้องลองชิมของว่างขึ้นชื่อของที่นี่ดูหน่อย ร้านวุ้นเส้นหน้าหมู่บ้านก่อนหน้านี้ทำให้เจียงเฟิงนับถือชาวแคว้นฉู่ขึ้นมาทันที รู้สึกว่าชาวแคว้นฉู่ทำได้ทุกอย่าง พอใกล้จะถึงเวลาอาหารเที่ยง เจียงเฟิงก็ค้นหาร้านของว่างแถวนั้น แล้วปักหมุดไปที่ร้านเน็ตไอดอลที่ขึ้นชื่อเรื่องหลงเชาโส่ว
มีแต่คำชมล้วน ๆ ไม่ว่าจะเป็น สมกับเป็นร้านเน็ตไอดอล คุ้มค่าเกินราคา ยังมีอีกหลายคนที่บอกว่ามีเอกลักษณ์ของแคว้นฉู่มาก หลังจากเจียงเฟิงอ่านแล้วก็รู้สึกสนใจมาก เปิดระบบนำทางไปทันที
ร้านสมกับเป็นร้านเน็ตไอดอล ตกแต่งได้สวยงามมาก อาจจะเพราะเป็นวันทำงานลูกค้าเลยไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ตอนที่เจียงเฟิงไปถึงยังมีที่ว่างอยู่หลายโต๊ะ
พนักงานบริการดีมาก แต่ราคาก็แพงไปหน่อย หลงเชาโส่วจานเด็ดของร้านชามละ 48 หยวน
พอหลงเชาโส่วถูกนำมาเสิร์ฟ เจียงเฟิงก็เพ่งมองดู นี่มัน...
เกี๊ยวไม่ใช่เหรอ?
หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหาดู ก็เป็นเกี๊ยวจริง ๆ เชาโส่วเป็นอีกชื่อหนึ่งของเกี๊ยว
ชามใหญ่และสวยมาก บนชามสีเขียวอมฟ้ายังมีลวดลายวาดอยู่ด้วย เชาโส่วตัวใหญ่พอสมควร แต่นับคร่าว ๆ แล้วมีแค่เจ็ดแปดตัว แต่เครื่องเคียงกลับมีไม่น้อย แค่ที่มองเห็นบนผิวหน้าก็มีทั้งต้นหอมซอย ผักชี กวางตุ้ง ถั่วลันเตา ถั่วเหลือง และพริกแดงสับ น้ำซุปก็เป็นสีแดงฉาน ด้านบนสุดมีชั้นน้ำมันลอยอยู่บาง ๆ เจียงเฟิงสงสัยว่าทางร้านจะราดน้ำมันพริกมาโดยตรง ไม่ใช่น้ำมันแดง
แต่เกี๊ยวชามเดียวใส่เครื่องเคียงเยอะขนาดนี้ จะกินได้เหรอ?
ด้วยความคิดที่ว่าเกี๊ยวตัวละหลายหยวนขนาดนี้ต้องอร่อยมากแน่ ๆ เจียงเฟิงก็ตักเชาโส่วเข้าปากไปทั้งตัวในคำเดียว
ไม่อร่อย
แป้งหนาเกินไป เนื้อไม่สด เครื่องเคียงเยอะเกินไป น้ำซุปใสก็ไม่เหมือนน้ำซุปใส น้ำมันพริกมีแต่ความเผ็ดไม่มีความหอม...
แค่หาข้อเสีย เจียงเฟิงก็หาให้เกี๊ยวชามนี้ได้เป็นสิบข้อ
ที่สำคัญที่สุดคือ แพงเกินไป!
ชามละ 48 หยวน สู้ไปกินข้าวกล่องบนรถไฟความเร็วสูงยังจะดีกว่า
เจียงเฟิงขอบอกเลยว่าประสบการณ์การกินครั้งนี้แย่มาก
ชาวแคว้นฉู่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้ทุกอย่าง อย่างน้อยร้านเน็ตไอดอลของพวกเขาก็ทำไม่ได้
กินเชาโส่วไปสองตัวก็กินต่อไม่ไหวแล้ว เจียงเฟิงจ่ายเงินแล้วก็เดินจากไปอย่างหมดอารมณ์ ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห เจียงเฟิงถึงกับรู้สึกว่าร้านเน็ตไอดอลแห่งนี้ดูถูกของว่างของแคว้นฉู่ เขาจึงส่งวีแชตไประบายความไม่พอใจเกี่ยวกับร้านนี้ให้อู๋หมิ่นฉีฟัง
“หลงเชาโส่วของร้าน xxxx ที่ถนน xx แขต xxx นี่มันหลอกลวงกันชัด ๆ!”
ส่งให้อู๋หมิ่นฉียังไม่หายแค้น เจียงเฟิงก็คัดลอกข้อความไปส่งให้หลิวเชี่ยนต่อ
หลิวเชี่ยนตอบกลับทันที
“หลงเชาโส่ว ประธานอยากกินหลงเชาโส่วก็ต้องไปร้าน xxxx ที่ xxxx สิคะ (ω)”
ห้านาทีต่อมา
“เอ๊ะ ประธานมาเมืองเอกของแคว้นฉู่ได้ยังไงคะ ⊙▽⊙”
เจียงเฟิง “...”
ช่างรู้สึกตัวช้าจริง ๆ
หลังจากเดินเตร็ดเตร่ไปตามถนนอย่างไร้จุดหมายอยู่อีกครึ่งบ่าย เจียงเฟิงก็ได้รับคำตอบจากอู๋หมิ่นฉี “ที่เมืองเอกมีร้านที่ทำหลงเชาโส่วรสชาติดั้งเดิมอยู่น้อยมาก ไว้ถ้ามีโอกาสฉันจะทำให้กินนะ”
เจียงเฟิงเหลือบมองเวลา 16:17 น. วันนี้ภัตตาคารตระกูลอู๋คงจะยุ่งน่าดู
“เรื่องพี่ชายของคุณปู่ของนายมีข่าวคราวบ้างหรือยัง?” มีข้อความส่งมาอีกหนึ่งข้อความ
“มีแล้ว คาดว่าพรุ่งนี้น่าจะเจอ” เจียงเฟิงตอบกลับ
“ดี งั้นฉันไปทำงานก่อนนะ”
เจียงเฟิงเก็บโทรศัพท์แล้วเดินเล่นต่อ
มื้อเย็นยังคงฝากท้องไว้ที่ร้านบะหมี่หน้าหมู่บ้านเช่นเคย วุ้นเส้นไส้หมูหนึ่งชามบวกกับซุปขาหมูอีกหนึ่งถ้วย ราคาแค่ 28 หยวน เมื่อเทียบกับร้านเน็ตไอดอลตอนกลางวันแล้ว ถือว่ามีคุณธรรมในวงการมาก
ในซุปขาหมูมีขาหน้าของหมูอยู่ทั้งขา เครื่องเคียงมีแค่สาหร่ายเส้น แม้จะเล็กไปหน่อย แต่ก็ต้มได้เปื่อยนุ่มมาก แค่ดูดเบา ๆ หนังกับเนื้อก็แยกออกจากกัน แม้แต่เอ็นก็ยังดูดออกมาได้ ทางร้านยังใจดีตักน้ำมันพริกถ้วยเล็ก ๆ มาให้เจียงเฟิงไว้จิ้มขาหมูโดยเฉพาะอีกด้วย ซุปขาหมูเป็นสีขาวนวล รสชาติกลมกล่อมมาก นอกจากเกลือแล้วก็ไม่ได้ปรุงรสเพิ่มเติมเลย เป็นรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบล้วน ๆ
วุ้นเส้นไส้หมูชามใหญ่ ซุปขาหมูหนึ่งถ้วย เจียงเฟิงรู้สึกราวกับกำลังเดินอยู่บนปุยเมฆ
ล่องลอยกลับมาถึงที่พัก หานกุ้ยซานก็ได้เบอร์โทรศัพท์จากหวังจิ้งแล้วส่งมาให้เจียงเฟิงแล้ว
เจียงเฟิงกดโทรออกตามเบอร์นั้น รออยู่สิบกว่าวินาที สายก็ถูกรับ
เจียงเฟิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อไม่ให้คนปลายสายจับความตื่นเต้นของเขาได้ แล้วถามเสียงเบาว่า “ฮัลโหล สวัสดีครับ นั่นใช่คุณเจียงหยวนเฉาหรือเปล่าครับ?”