- หน้าแรก
- ครัวนี้มีค่าประสบการณ์
- บทที่ 55 โรงเรียนประถมเฉินเฟิง
บทที่ 55 โรงเรียนประถมเฉินเฟิง
บทที่ 55 โรงเรียนประถมเฉินเฟิง
หลิวเชี่ยนโด่งดังขึ้นมาในชั่วข้ามคืน
พอเธอรู้ตัวอีกที ในกลุ่มแชตของห้องเรียนก็เริ่มใช้มีมของเธอกันแล้ว
วิดีโอตอนที่เธอไลฟ์สดถูกชาวเน็ตนำไปตัดต่อ ทำเป็นมีมรูปแบบต่าง ๆ ภาพ GIF และวิดีโอรีมิกซ์ ในชั่วพริบตาเดียวก็กวาดเรียบหมวดรีมิกซ์ของเว็บ Bilibili แถมยังติดเทรนด์ท็อปสิบของเวยปั๋วค้างอยู่นานเป็นสัปดาห์
แม้แต่จี้เยวี่ย เวลาที่เธอสั่งอาหารก็ยังอดถามด้วยความหวาด ๆ ไม่ได้ว่า “วันนี้เธอกินขนมมารึเปล่า?”
เจียงเฟิงและร้านอาหารตามสั่งเจี้ยนคังก็พลอยได้กระแสไปด้วย ชาวเน็ตพวกจีนมุงต่างก็เข้ามาคอมเมนต์ในเวยปั๋วทุกวันว่า ‘ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ’ ‘ประธานชมรมทำอะไรผิด’ ‘ขอทราบพื้นที่ความบอบช้ำทางจิตใจของเจ้าก้อนแป้งผักดอง” แล้วก็แท็ก @หลิวเชี่ยน
จริงสิ ยอดผู้ติดตามในเวยปั๋วของหลิวเชี่ยนทะลุห้าแสนคนไปในรวดเดียว มีผู้ลงโฆษณาบางรายติดต่อมาหาเธอ อยากจะให้เธอลงโฆษณาในเวยปั๋ว
หลิวเชี่ยนได้เปลี่ยนจากสตรีมเมอร์ระดับล่างที่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ รายได้ไม่พอรายจ่าย กลายเป็นสตรีมเมอร์ระดับกลางที่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ แต่พอมีเงินเก็บอยู่บ้าง
พริบตาเดียว ก็ถึงวันอาสาสมัครแล้ว
ส่วนวันอาสาสมัครนี้เป็นประธานสภานักศึกษารุ่นไหนที่ตัดสินใจขึ้นมาโดยฉับพลันนั้น ก็ไม่มีใครทราบได้
เช้าวันอาทิตย์ นักศึกษาจากมหาลัย A กลุ่มใหญ่ในสภาพงัวเงียมารวมตัวกันที่หน้าประตูมหาวิทยาลัยตอนตีห้า แล้วถูกรถบัสสองคันพาไปยังโรงเรียนประถมเฉินเฟิง
เดี๋ยวนะ โรงเรียนประถมเฉินเฟิง???
ตอนที่เจียงเฟิงลงจากรถแล้วเห็นประตูโรงเรียนที่หรูหราอย่างเรียบง่ายของโรงเรียนประถมเฉินเฟิงกับต้นเมเปิ้ลที่ปลูกเรียงรายอยู่หน้าประตู เขาก็นึกว่าตัวเองยังไม่ตื่นและกำลังฝันอยู่ กิจกรรมอาสาสมัครไม่ควรจะเป็นการไปสอนหนังสือในโรงเรียนประถมต่างอำเภอ ช่วยงานที่บ้านเด็กกำพร้าหรือบ้านพักคนชรา หรืออย่างน้อยที่สุดก็ควรจะไปแจกน้ำให้คุณป้าพนักงานทำความสะอาดข้างถนนไม่ใช่เหรอ
จะมาทำอะไรที่โรงเรียนประถมคุณหนูอย่างโรงเรียนประถมเฉินเฟิงกัน?
ในฐานะที่เป็นโรงเรียนประถมคุณหนูที่โด่งดังที่สุดในเมือง A แถมยังเป็นโรงเรียนเอกชนอีกด้วย เจียงเฟิงรู้สึกว่าเมื่อเทียบกับพวกเขาแล้ว เหล่าอาสาสมัครอย่างพวกเขาเหมาะที่จะเป็นฝ่ายรับความช่วยเหลือมากกว่า
“ขับมาผิดทางรึเปล่า ทำไมถึงมาอยู่ที่โรงเรียนประถมเฉินเฟิงได้ล่ะ?” เจียงเฟิงถามหลิวเชี่ยน ก่อนหน้านี้เขาหลับอยู่บนรถ ไม่ได้ฟังเลยว่ากรรมการสภานักศึกษาพูดอะไรบ้าง
“ประธานหลิวบอกว่า วันนี้นักเรียนชั้นปีสูงของโรงเรียนประถมเฉินเฟิงมีกิจกรรมอาสาสมัครช่วยเหลือผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียว พวกเราจะไปทำกิจกรรมร่วมกับพวกเขาค่ะ” หลิวเชี่ยนกล่าว
เจียงเฟิงเข้าใจในทันที ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียว พร้อมกับถือโอกาสช่วยเหลือนักเรียนประถมที่ไปช่วยเหลือผู้สูงอายุเหล่านั้นด้วย
ฟังดูแล้วกิจกรรมอาสาสมัครปีนี้คงจะยากลำบากเป็นพิเศษ
กรรมการสภานักศึกษากำลังแบ่งหน้าที่ให้แต่ละคน
“เนื้อหาของกิจกรรมอาสาสมัครในครั้งนี้มีทั้งหมดสามอย่าง คือไปช่วยทำอาหารสามมื้อสำหรับวันนี้ที่ห้องครัว ทำความสะอาดโรงเรียน และจัดการแสดงให้ผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียวชม งานในครัวค่อนข้างหนักหน่อย มีนักศึกษาคนไหนที่คิดว่าตัวเองทำอาหารเก่งพอสมควรและอยากจะไปช่วยบ้างไหม?”
เจียงเฟิง หลิวเชี่ยน และอู๋หมิ่นฉีต่างก็ยกมือขึ้นพร้อมกัน
กรรมการสภานักศึกษาเห็นดังนั้น ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
โอ้โห เจียงเฟิง ที่บ้านเปิดร้านอาหาร มืออาชีพนี่นา!
หลิวเชี่ยน ไลฟ์สดกินโชว์ทุกวัน ฝีมือทำอาหารก็น่าจะดีเหมือนกัน
ส่วนน้องผู้หญิงอีกคน... ดูเหมือนจะเป็นคนในชมรมเดียวกับเจียงเฟิง มาด้วยกันฝีมือก็น่าจะดีเหมือนกันแหละ
“ตกลง งั้นก็พวกเธอสามคนนี่แหละ ในครัวยังมีคุณครูและนักเรียนจากโรงเรียนประถมเฉินเฟิงช่วยอยู่บ้าง ส่วนงานทำความสะอาดต้องการคนเยอะหน่อย มีนักศึกษาคนไหนอยากจะไปบ้าง?”
สมาชิกชมรมคหกรรม 4 คน “???”
ตกลงใครกันแน่ที่อยู่ชมรมคหกรรม?
เพื่อนเอ๋ยตั้งสติหน่อยเถอะ สามคนนั้นอยู่ชมรมหมากรุกจีนนะ!
ตอนที่เจียงเฟิงและพวกอีกสองคนมาถึงห้องครัว เหล่านักเรียนและคุณครูในครัวก็เริ่มลงมือทำงานกันแล้ว
ดูเผิน ๆ ก็เป็นระเบียบเรียบร้อยดี เด็กตัวเล็กที่สูงแค่เอวของเจียงเฟิงคนหนึ่งเหยียบเก้าอี้ถือทัพพีเหล็กอันใหญ่ทำท่าเหมือนมืออาชีพกำลังคนโจ๊กขาวในหม้อที่ยังไม่เดือดด้วยซ้ำ ส่วนเจ้าหัวไชเท้าน้อยอีกสิบกว่าคนก็ถือของเดินไปเดินมา คุณครูผู้หญิงสี่คนกำลังหั่นผักอยู่ ไม่มีความโกลาหลวุ่นวายอย่างที่เจียงเฟิงจินตนาการไว้เลยแม้แต่น้อย
เจียงเฟิงกำลังชื่นชมอยู่ในใจว่าสมแล้วที่เป็นโรงเรียนประถมคุณหนู แม้แต่เจ้าหัวไชเท้าน้อยอายุสิบขวบกลุ่มหนึ่งก็ยังทำงานกันอย่างเป็นระบบระเบียบ
วินาทีต่อมา เจ้าหัวไชเท้าน้อยตรงหน้าเจียงเฟิงก็ถือทัพพีไม่มั่นคงจนทำหล่นลงไปในหม้อ
เจียงเฟิง “…”
เจ้าหัวไชเท้าน้อยยื่นมือออกไปหมายจะหยิบทัพพีขึ้นมา เห็นว่าเกือบครึ่งตัวกำลังจะโถมเข้าไปในหม้อ
เจียงเฟิงพุ่งเข้าไปอุ้มเขาลงมาอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมต้มเด็กที่กำลังจะเกิดขึ้น
“ก่อนจะเปิดไฟไม่ต้องคนก็ได้นะ แล้วก็พวกเด็ก ๆ ทางที่ดีอย่าไปยุ่งกับไฟเลย ไปถามคุณครูของพวกเธอดีกว่าว่ามีอะไรให้ช่วยอีกไหม” เจียงเฟิงพูดเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ในแววตาของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความผิดหวัง เขาจ้องมองหม้อใบนั้นอย่างอาลัยอาวรณ์
“ก็เพราะที่บ้านไม่ให้ยุ่งกับไฟ ผมถึงได้มาที่นี่ไงครับ”
เจียงเฟิง “…”
เด็ก ๆ ที่ไม่ต้องเรียนภาคบังคับอย่างพวกเธอจะเก่งกาจกันขนาดนี้เลยเหรอ?
“หลิวเฉิงสิง ห้ามจับหม้อนะ!” คุณครูผู้หญิงที่กำลังหั่นฟักทองอยู่ใกล้กับเจียงเฟิงที่สุดวางมีดลงแล้วตวาดใส่เด็กชายที่พยายามจะหยิบทัพพีด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด จากนั้นก็หันไปตะคอกใส่เด็กผู้หญิงสองคนที่ถือถุงแป้งอยู่คนละถุงว่า “เซี่ยงจิ้งเหวิน หูเสวี่ยฮุ่ย เอาแป้งไปเก็บที่เดิมเดี๋ยวนี้!”
เจียงเฟิง “…”
โอเค ทั้งหมดก่อนหน้านี้เป็นแค่ภาพลวงตาทั้งนั้น
คุณครูผู้หญิงหันหน้ามาทางเจียงเฟิงและพวกอีกสองคน หลิวเชี่ยนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้ว ส่วนอู๋หมิ่นฉีก็เริ่มสำรวจห้องครัวและวัตถุดิบที่วางอยู่ข้างนอกแล้ว
“พวกเธอเป็นอาสาสมัครจากมหาลัย A สินะ ครูแซ่เฉิน เรียกว่าคุณครูเฉินก็ได้ คนที่ใส่ชุดสีน้ำเงินคือคุณครูหวัง คนที่ใส่เสื้อนอกสีดำคือคุณครูโจว อีกคนก็เป็นคุณครูโจวเหมือนกัน รบกวนพวกเธอช่วยดูโจ๊กให้พวกเราหน่อยนะ เด็ก ๆ พวกนี้ค่อนข้างซน อาจจะวุ่นวายหน่อย” คุณครูเฉินกล่าว
“คุณครูเฉินคะ พวกคุณจะทำโจ๊กฟักทองเหรอคะ?” อู๋หมิ่นฉีสังเกตเห็นว่าคุณครูทั้งสี่คนกำลังหั่นฟักทองอยู่
“ใช่จ้ะ กิจกรรมอาสาสมัครครั้งนี้พวกเราจัดขึ้นในหัวข้อ ‘รำลึกความขมขื่นเพื่อชื่นชมความหวานชื่นในปัจจุบัน’ อาหารทั้งสามมื้อเลยค่อนข้างเรียบง่าย อีกอย่างโรงเรียนของเราคนก็ไม่เยอะ สามระดับชั้นบวกกับคุณครูและผู้สูงอายุรวมกันประมาณสองร้อยกว่าคน” คุณครูเฉินอธิบาย “ฟักทองทั้งหมดเป็นฟักทองออร์แกนิก ปลูกในแปลงเพาะปลูกของโรงเรียนเราเอง”
ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียวพร้อมกับพาผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียวมารำลึกความขมขื่นเพื่อชื่นชมความหวานชื่นในปัจจุบันด้วยกัน...
เจียงเฟิงจนปัญญาที่จะบ่นกับกิจกรรมอาสาสมัครสุดแฟนตาซีในครั้งนี้แล้ว
“หนูมาหั่นผักเองค่ะ ฟักทองที่พวกคุณหั่นชิ้นใหญ่เกินไปเดี๋ยวจะไม่สุก” อู๋หมิ่นฉีไม่รอให้คุณครูเฉินตอบสนองก็หยิบมีดทำครัวขึ้นมาทันที เธอสับมีดลงไปฉับ ๆ ๆ สับฟักทองชิ้นค่อนข้างใหญ่ที่คุณครูเฉินหั่นไว้ก่อนหน้านี้จนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
“มีมันเทศไหมคะ ฟักทองนี่ไม่หวาน เดี๋ยวต้มออกมาแล้วจะไม่มีรสชาติ” อู๋หมิ่นฉีถาม
“มี ๆ ๆ” คุณครูเฉินที่ตะลึงกับการหั่นผักของอู๋หมิ่นฉีจนตาค้างเพิ่งจะได้สติกลับคืนมา เธอตะโกนเรียกเด็กผู้หญิงสองคนที่กำลังเล่นปามันฝรั่งใส่กันอยู่ที่มุมห้องว่า “เฉินซี เฉินเมิ่งฉี ห้ามปามันฝรั่งนะ! พวกเธอแล้วก็หวังฮ่าวไปหยิบมันเทศจากข้างหลังมาสองถุง”
นักเรียนที่ได้รับคำสั่งจากคุณครูก็พากันวิ่งไปที่โกดังด้านหลัง
“คุณครูหวังคะ คุณครูโจวทั้งสองคนด้วย งานหั่นผักให้หนูทำคนเดียวก็พอแล้วค่ะ พวกคุณไม่ต้องลำบากแล้ว” อู๋หมิ่นฉีเกือบจะพูดออกมาแล้วว่า ‘ถึงพวกคุณจะหั่นไปก็ไร้ประโยชน์ เดี๋ยวก็ต้องให้หนูมาหั่นใหม่อยู่ดี’
คุณครูอีกสามคนวางมีดลงด้วยความงุนงง
เจียงเฟิงกับหลิวเชี่ยนก็งุนงงเช่นกัน
ดูเหมือนว่า… จะไม่มีอะไรให้พวกเราทำแล้ว
โจ๊กก็อยู่ในหม้อแล้ว งานหั่นผักอู๋หมิ่นฉีก็เหมาไปคนเดียวหมดแล้ว ที่เหลือก็แค่ล้างมันเทศปอกเปลือก คนเดียวก็ทำเสร็จแล้ว
เพื่อนคนอื่น ๆ ข้างนอกกำลังทำความสะอาด จัดการแสดง พูดคุยเป็นเพื่อนผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียว ทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง แล้วพวกเรามาทำตัวเป็นปลาเค็มอยู่ที่นี่มันจะดีจริง ๆ เหรอ
เจียงเฟิงจมดิ่งสู่ความรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้ง
แล้วเขาก็เห็นหลิวเชี่ยนเปิดไลฟ์สดขึ้นมา
???
WTF?