เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 กำลังโหลดเกม

บทที่ 1 กำลังโหลดเกม

บทที่ 1 กำลังโหลดเกม


[ธนบัตรปลอมที่ทำขึ้นมาอย่างประณีตหนึ่งใบ]

เจียงเฟิงไม่ได้รับเงิน เขายิ้มอย่างขอโทษขอโพยให้ชายร่างกำยำหัวล้านที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่ตรงหน้า “คุณลูกค้าครับ ต้องขอโทษด้วย ตอนนี้ไม่มีเงินทอนเลย แบงก์หนึ่งร้อยทอนไม่ได้ครับ”

“ทอนไม่ได้เหรอ?” ลูกค้าดึงเงินกลับไป ก่อนจะยื่นธนบัตรใบละยี่สิบหยวนให้เจียงเฟิงอย่างไม่เต็มใจนัก หลังจากได้รับเงินทอนแล้วยังไม่วายบ่นพึมพำด่าทออยู่สองสามประโยคแล้วจึงเดินออกจากร้านไป

“เสี่ยวเฟิง ในกล่องไม่มีเงินทอนเหรอ?” เมื่อได้ยินเสียงเอะอะในร้าน หวังซิ่วเหลียนผู้เป็นแม่ของเจียงเฟิงจึงโผล่หน้าออกมาจากหลังครัวเพื่อสอบถาม

“เขาให้แบงก์ปลอมมาครับ” เจียงเฟิงเก็บโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว จัดเก้าอี้ให้เข้าที่ และเตรียมจะปิดร้าน

“แบงก์ปลอมเหรอ?” รอยยิ้มบนใบหน้าของหวังซิ่วเหลียนหายวับไปในทันที แม้แต่คางสามชั้นเดิมยังเปลี่ยนเป็นคางสองชั้นเพราะใบหน้าที่ตึงขึ้น “ไอ้เด็กเหลือขอที่ไหนมันกล้ามาหลอกลูกชายฉัน ถ้าคราวหน้ามันยังกล้ามาอีก แม่จะสั่งสอนมันแทนลูกเอง!”

นั่นสินะ ด้วยรูปร่างของหวังซิ่วเหลียนแล้ว ชายร่างกำยำระดับเมื่อครู่คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเธอแน่

“ลูกชายเราเป็นถึงนักศึกษามหาวิทยาลัย จะโดนคนแบบนี้หลอกได้ยังไง” เจียงเจี้ยนคังพ่อแท้ ๆ ของเจียงเฟิงผู้มีศีรษะล้านเลี่ยน เดินยิ้มแฉ่งออกมาจากหลังครัวโดยในมือถือจานอาหารอยู่ “มา ๆ ๆ เจ้าลูกชาย นี่ไก่ผัดพิทักษ์วังของโปรดลูกไง”

[ไก่ผัดพิทักษ์วังหนึ่งจานที่ผสมปนเปไปด้วยเหงื่อและน้ำมัน]

“ผมลดน้ำหนักอยู่” เจียงเฟิงปฏิเสธด้วยใบหน้าเรียบเฉย แล้วเริ่มครุ่นคิดถึงภารกิจสำคัญว่าจะเกลี้ยกล่อมพ่อแท้ ๆ ของตัวเองให้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศในครัวได้อย่างไร

ด้วยน้ำหนักตัวมหึมาถึง 120 กิโลกรัมของพ่อ การต้องมาขลุกตัวอยู่ในครัวเล็ก ๆ ที่มีพื้นที่ไม่ถึงสิบตารางเมตรทุกวันในฤดูนี้ถือว่าลำบากเขามาก

“อยู่ดีไม่ว่าดี ไปเลียนแบบเด็กผู้หญิงบ้านอื่นลดความอ้วนทำไม ลูกชายฉันต่อให้น้ำหนักขึ้นอีกสักห้าสิบโลก็ไม่เรียกว่าอ้วน!” สิ่งที่เจียงเจี้ยนคังภูมิใจที่สุดในชีวิตคือการให้กำเนิดลูกชายที่ทั้งสูงทั้งผอมมาเพื่อปรับปรุงยีนของตระกูลเจียง พ่อของเขามีลูกชายห้าคน มีหลานชาย 4 คน หลานสาว 2 คน นอกจากลูกสาวฝาแฝดสองคนที่กำลังเรียนมัธยมต้นของน้องชายคนเล็กแล้ว มีเพียงลูกชายของเขาเท่านั้นที่น้ำหนักต่ำกว่าหนึ่งร้อยกิโลกรัม

เจียงเฟิงพลันนึกถึงภาพตอนไปบ้านคุณปู่เพื่อฉลองปีใหม่ทุกปี ที่โต๊ะกลมตัวใหญ่นั่งกันเจ็ดคนยังไม่ได้ ส่วนโต๊ะของพวกผู้หญิงกับหลาน ๆ ที่แยกออกมาต่างหากก็ยังนั่งกันไม่พอ เขาจึงตัดสินใจที่จะเงียบต่อไป

“มา ๆ ๆ กินเนื้อ!” เจียงเจี้ยนคังคีบเนื้อชิ้นใหญ่ใส่ลงในชามของเจียงเฟิง

“ใช่ ฟังพ่อนะลูก ลูกชายแม่ต้องลดความอ้วนด้วยเหรอ?” สหายหวังซิ่วเหลียนกล่าวเสริม

ช่างเถอะ นี่ก็เพื่อความรักของพ่อนะ

เจียงเฟิงยอมจำนนแล้วหยิบตะเกียบขึ้นมา

“พ่อครับ”

“ว่าไง!”

“ช่วงนี้อากาศร้อนเกินไปแล้ว พ่อติดแอร์ในครัวเถอะครับ”

...

หลังจากกินข้าวเสร็จ ครอบครัวเจียงทั้งสามคนก็ช่วยกันเก็บกวาดร้านและทำความสะอาดครัว หวังซิ่วเหลียนกับเจียงเจี้ยนคังอยู่ที่ร้านเพื่อตรวจนับวัตถุดิบ ส่วนเจียงเฟิงถูกไล่ให้กลับบ้านไปพักผ่อน

ก่อนจะไป เจียงเฟิงยังไม่ลืมที่จะเหลือบมองป้ายร้านของตัวเอง

[ป้ายร้านเก่าแก่ทรุดโทรมหนึ่งป้าย]

ทันทีที่หันหลังกลับ เจียงเฟิงก็มองไม่เห็นข้อความแจ้งเตือนที่เหมือนหมายเหตุอีกต่อไป

จริงด้วย ต้องอยู่ที่ร้านของตัวเองถึงจะมองเห็นงั้นเหรอ?

หลังจากการทดสอบอยู่สองวัน ในที่สุดเจียงเฟิงก็ยืนยันขอบเขตการปรากฏของหมายเหตุแปลก ๆ เหล่านี้ได้

“ติ๊ง ยินดีด้วยผู้เล่นเจียงเฟิงเปิดใช้งานเกมสำเร็จ กำลังโหลดเกม กรุณารอสักครู่”

เสียงใสของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้เจียงเฟิงสะดุ้งตกใจ

ราวสองนาทีต่อมา เสียงใสนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง “โหลดสำเร็จแล้ว ขอให้ผู้เล่นตรวจสอบหน้าต่างสถานะ ทำการสำรวจด้วยตนเอง และพยายามทำภารกิจให้สำเร็จ”

เจียงเฟิงสังเกตเห็นเครื่องหมายตกใจเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมขวาบน เขาถูกบางอย่างดลใจให้ยื่นมือไปแตะ แล้วหน้าต่างสถานะก็ปรากฏขึ้นมาจริง ๆ

ชื่อผู้เล่น: เจียงเฟิง

เลเวล: 0 (0/100)

ค่าประสบการณ์ที่เหลือ: 0

สกิล: ตรวจสอบ (ขั้นต้น): คุณสามารถรับได้เพียงข้อมูลพื้นฐานบางอย่างเท่านั้น

ภารกิจหลัก: ??? (ขอให้ผู้เล่นสำรวจด้วยตนเอง)

ภารกิจรอง: ไม่มี (จะเปิดใช้งานหลังจากเลือกภารกิจหลัก)

ความสำเร็จ: ไม่มี

ฉายา: ไม่มี

ไอเทม: ไม่มี

คำประเมิน: มือใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการ

คำอธิบายเกม:

1. เกมนี้มีอิสระในการเล่นสูงมาก ขอให้ผู้เล่นสำรวจด้วยตนเอง

2. เกมนี้จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจใด ๆ ของผู้เล่น ขอให้ผู้เล่นพยายามปลดล็อกความสำเร็จต่าง ๆ

3. คำอธิบายทั้งหมดถือเป็นสิทธิ์ของเกม

เกม?

หน้าต่างสถานะนี้ ดูไปดูมาก็เหมือนเกมจริง ๆ

เจียงเฟิงยื่นมือไปแตะเครื่องหมายตกใจที่มุมขวาบนอีกครั้ง หน้าต่างสถานะก็หายไป

ดูแล้วก็น่าสนใจดีเหมือนกัน

ถ้าให้สำรวจด้วยตัวเองล่ะก็...

เจียงเฟิงยืนครุ่นคิดอยู่หน้าประตูบ้านของตัวเอง

ยังไม่ทันจะจับต้นชนปลายได้ เจียงเฟิงก็ถูกเสียงดังของคุณแม่หวังซิ่วเหลียนดึงกลับสู่ความเป็นจริง

“เสี่ยวเฟิง มายืนบื้ออะไรอยู่หน้าประตู?” หวังซิ่วเหลียนยืนถามอยู่ตรงทางขึ้นบันได เธอกับเจียงเจี้ยนคังสองคนยืนอยู่ตรงหัวมุมบันไดแคบ ๆ ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนกับว่าทางเดินถูกปิดกั้นจนมิดชิด

“ลืมกุญแจครับ” คำโกหกหลุดออกจากปากไปอย่างง่ายดาย

“ลูกนี่นะ ไม่รู้จักโทรบอกล่ะ รอมานานแค่ไหนแล้ว?” หวังซิ่วเหลียนเดินเข้ามาเปิดประตู เจียงเฟิงรีบหลีกทางให้

“จริงสิครับพ่อ เรื่องที่ผมบอกให้ติดแอร์ในครัวเมื่อกี้ พ่อว่ายังไงบ้างครับ” เจียงเฟิงให้คุณพ่อเจียงเจี้ยนคังเข้าไปก่อน พลางปิดประตูพลางถาม

“ไม่จำเป็นหรอก หลายปีมานี้ก็อยู่กันมาแบบนี้ จะเอาแอร์ไปทำไม ที่ดินตรงคลินิกของลุงสองแกโดนเวนคืน เขาให้บ้านเรายืมเงินเจ็ดแสน พ่อไปซื้อร้านค้าแถว ๆ มหาวิทยาลัยของลูกไว้แล้ว พอถึงตอนเปิดเทอมพ่อกับแม่ก็จะย้ายไปอยู่ด้วยกัน” เจียงเจี้ยนคังพูดอย่างไม่ใส่ใจ เริ่มวาดฝันถึงชีวิตในอนาคต “ลูกดูสิ พ่อกับแม่ไปเปิดร้านที่นั่นดีจะตาย ลูกจะได้ไม่ต้องกินข้าวโรงอาหารอีก พ่อได้ยินลูกพี่ลูกน้องคนโตของลูกบอกว่าโรงอาหารมหาวิทยาลัยสมัยนี้ไม่อร่อยเลย อะไรนะ มะเขือเทศผัดขนมไหว้พระจันทร์ นั่นมันของที่คนกินกันที่ไหน? พ่อกับแม่...”

เจียงเฟิงยังไม่ทันได้ขบคิดถึงเรื่องชะตาชีวิตในอนาคตที่ว่า เจียงเจี้ยนคังยืมเงินลุงสองมาแค่เจ็ดแสนก็สามารถซื้อร้านค้าในทำเลทองใกล้กับมหาวิทยาลัยได้ ตกลงว่าบ้านของเขารวยแค่ไหนกันแน่ ซึ่งเป็นเรื่องที่จะตัดสินว่าพอเรียนจบแล้วเขาจะสามารถอยู่บ้านเฉย ๆ เป็นโอตาคุอ้วน ๆ ได้หรือเปล่า เขาก็ได้ยินเสียงของผู้หญิงที่คุ้นเคยดังขึ้น

“ติ๊ง พบภารกิจหลักที่สามารถเลือกได้หนึ่งอย่าง: [ร้านเล็กที่ก้าวไปข้างหน้า] ทำให้ร้านอาหารตามสั่งเจี้ยนคังเป็นที่รู้จักในมหาวิทยาลัย A ถึงระดับ 100”

ตอนนี้ร้านเล็ก ๆ ของที่บ้านเขาชื่อร้านอาหารว่างเจี้ยนคัง

“พ่อครับ พ่อตั้งใจจะตั้งชื่อร้านใหม่ว่าอะไร?” เจียงเฟิงถาม

“ชื่อเหรอ?” เจียงเจี้ยนคังชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะแล้วพูดว่า “ร้านอาหารตามสั่งเจี้ยนคัง เป็นไง ไม่เลวใช่ไหมล่ะ! แม่แกยังบ่นว่าชื่อนี้มันเชยเลย ร้านอาหารตามสั่งแบบเราต้องตั้งชื่อให้มันเข้าใจง่าย ๆ แบบนี้แหละ ถ้าไปตั้งชื่อหรู ๆ ลูกค้าก็ไม่อยากเข้าหรอก”

“ร้านนี้ลุงใหญ่ของลูกช่วยหาให้ มีสองชั้นบนล่าง พื้นที่ตั้ง 180 ตารางเมตร ตอนแรกเงินไม่พอ พ่อกับแม่ก็ไม่อยากกู้เงินเลยว่าจะดูที่อื่นไปก่อน แต่ใครจะไปรู้ว่าเงินค่าเวนคืนคลินิกของลุงสองมาถึงพอดี เลยให้บ้านเรายืมเจ็ดแสน เป๊ะเลย ลูกว่ามันบังเอิญไหมล่ะ?”

บังเอิญสิ บังเอิญเกินไปแล้ว

เจียงเฟิงถึงกับสงสัยว่านี่เป็นแผนการของเกมนี้หรือเปล่า

“ลุงสองของลูกก็ซื้อร้านค้าไว้ข้าง ๆ ร้านอาหารของเราเหมือนกัน คราวนี้ดีเลย พวกแกพี่น้องห้าคนจะได้กลับมาอยู่เมืองเดียวกันอีกครั้ง เรื่องร้านใหม่ลูกไม่ต้องห่วงนะ เรื่องตกแต่งอะไรพวกนั้นลุงใหญ่ของลูกช่วยดูให้อยู่!”

เดิมทีบรรดาคุณลุงของเจียงเฟิงทำงานอยู่ในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้กันทุกคน หลานชายทั้งสี่คนของตระกูลเจียงล้วนจบจากโรงเรียนประถม มัธยมต้น และมัธยมปลายที่เดียวกัน รวมถึงเจียงเฟิงด้วย สมัยเด็กนอกจากเจียงเฟิงที่มีรูปร่างปกติแล้ว ลูกพี่ลูกน้องของเขาทั้งสามคนล้วนตัวสูงใหญ่กำยำ เวลาพี่น้องทั้งสี่คนอยู่ด้วยกัน พวกนักเลงแถวนั้นไม่เคยกล้าเข้ามายุ่งเลย

ย้อนกลับไป คุณปู่ของเจียงเฟิงหรือเจียงเว่ยกั๋ว เคยเป็นพ่อครัวในร้านอาหารของรัฐก่อนเกษียณ แม้แต่ในยุคที่ขาดแคลนสิ่งของ เขาก็ยังเป็นคนอ้วนที่โดดเด่นที่สุดในหมู่คนผอมทั้งหลาย ส่งผลให้คุณย่า พ่อ ลุงและอาอีกสี่คนของเจียงเฟิงถูกขุนจนกลายเป็นคนอ้วนที่มีชื่อเสียงไปทั่ว แม้แต่ลูกสาวสองคนของอาเล็กก็ยังพอจะเห็นเค้าโครงของคนตระกูลเจียงได้

พี่น้องตระกูลเจียงห้าคน เจียงเจี้ยนคังซึ่งเป็นคนที่สามได้สืบทอดกิจการต่อจากเจียงเว่ยกั๋ว แต่ภายหลังร้านอาหารของรัฐปิดตัวลง เขาจึงมาเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ ของตัวเอง คนโตเจียงเจี้ยนกั๋วเป็นช่างตัดเสื้อ เนื่องจากธุรกิจในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่ค่อยดีนัก เมื่อหลายปีก่อนจึงกู้เงินไปเปิดร้านตัดเสื้อที่เมือง A ตอนนี้ถือว่ากิจการรุ่งเรืองดี คนที่สองเจียงเจี้ยนตั่งเปิดคลินิกเล็กๆ ส่วนคนที่สี่เจียงเจี้ยนเย่กับคนที่ห้าเจียงเจี้ยนเช่อร่วมหุ้นกันเปิดร้านขายสัตว์เลี้ยงที่เมือง A

เจียงเฟิงลองนึกภาพในอนาคตที่บรรดาคุณลุง คุณอา พร้อมด้วยลูกพี่ลูกน้องชายสามคนและลูกพี่ลูกน้องหญิงสองคนจะแวะเวียนมาสังสรรค์ที่ร้านอาหารของบ้านเขาบ่อย ๆ เขาก็เข้าใจถึงความตั้งใจอันดีของคุณพ่อเจียงเจี้ยนคังที่ต้องการซื้อร้านที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่

ขณะที่อยู่ในห้องนั่งเล่นฟังวิสัยทัศน์ของเจียงเจี้ยนคังที่วาดฝันไปไกลถึงขั้นหลานชายในอนาคตจะมารับช่วงต่อร้านอาหารตามสั่งเจี้ยนคังและทำให้ร้านรุ่งเรืองยิ่งขึ้น หวังซิ่วเหลียนซึ่งอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพร้อมกับขัดจังหวะด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย “ยังไม่รีบไปอาบน้ำนอนอีก เป็นหนี้พี่รองบานตะไทแล้วยังจะมานั่งโม้กับลูกอยู่ได้!”

ดูสิ หวังซิ่วเหลียนช่างเป็นคนมีความทะเยอทะยานจริง ๆ

เมื่อกลับมาที่ห้อง เจียงเฟิงก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมา ซึ่งตอนนี้มันได้เปลี่ยนไปเป็น

ชื่อผู้เล่น: เจียงเฟิง

เลเวล: 0 (0/100)

ค่าประสบการณ์ที่เหลือ: 0

สกิล: ตรวจสอบ (ขั้นต้น): คุณสามารถรับได้เพียงข้อมูลพื้นฐานบางอย่างเท่านั้น

ภารกิจหลัก: 1. (ตัวเลือก) [ร้านเล็กที่ก้าวไปข้างหน้า] ทำให้ร้านอาหารตามสั่งเจี้ยนคังเป็นที่รู้จักในมหาวิทยาลัย A ถึงระดับ 100 [เลือก: ใช่/ไม่ใช่]

2. ??? (ขอให้ผู้เล่นสำรวจด้วยตนเอง)

ภารกิจรอง: ไม่มี (จะเปิดใช้งานหลังจากเลือกภารกิจหลัก)

ความสำเร็จ: ไม่มี

ฉายา: ไม่มี

ไอเทม: ไม่มี

คำประเมิน: มือใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการ

เจียงเฟิงกดเลือกใช่ แล้วภารกิจหลักก็เปลี่ยนเป็น:

1. [ร้านเล็กที่ก้าวไปข้างหน้า] ทำให้ร้านอาหารตามสั่งเจี้ยนคังเป็นที่รู้จักในมหาวิทยาลัย A ถึงระดับ 100 ความคืบหน้าของภารกิจ (0/100)

คำใบ้ภารกิจ: ชื่อเสียงเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาร้านใหม่ การได้รับค่าความนิยมจำกัดอยู่แค่ในกลุ่มคณาจารย์และนักศึกษาปัจจุบันของมหาวิทยาลัย A เท่านั้น

รางวัลภารกิจ: ไม่ทราบ

คณาจารย์กับนักศึกษาปัจจุบันสินะ...

สำหรับฝีมือทำอาหารของเจียงเจี้ยนคังแล้ว เจียงเฟิงรู้ซึ้งเป็นอย่างดี อย่างไรเสียก็เป็นคนที่เคยเป็นพ่อครัวใหญ่ในร้านอาหารของรัฐมาก่อน อีกทั้งยังเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนมหาวิทยาลัย A ก็จะเปิดเทอมแล้ว ในมุมมองของเจียงเฟิง ภารกิจหลักนี้ถือว่าสำเร็จได้ไม่ยาก

ส่วนเรื่องที่ให้ผู้เล่นสำรวจด้วยตนเองนั้น เขายังมีเวลาอีกตั้งหนึ่งเดือนให้สำรวจอย่างเต็มที่

จบบทที่ บทที่ 1 กำลังโหลดเกม

คัดลอกลิงก์แล้ว