- หน้าแรก
- ข้าคือเจ้าแห่งแดนสุขาวดี
- บทที่ 103 - อาจารย์ ท่านคงไม่อยากถูกปรมาจารย์ขับออกจากสำนักกระมัง
บทที่ 103 - อาจารย์ ท่านคงไม่อยากถูกปรมาจารย์ขับออกจากสำนักกระมัง
บทที่ 103 - อาจารย์ ท่านคงไม่อยากถูกปรมาจารย์ขับออกจากสำนักกระมัง
บทที่ 103 - อาจารย์ ท่านคงไม่อยากถูกปรมาจารย์ขับออกจากสำนักกระมัง
จ้าวหงฉีกยิ้มกว้าง เห็นอาจารย์เบนความสนใจไปที่เมืองผีลอยฟ้าแล้ว ในที่สุดเขาก็โล่งอก
"อาจารย์ ศิษย์ไปได้ของดีมาจริงๆ นะขอรับ"
ว่าแล้ว ก็หยิบแผ่นหนังสัตว์เก่าคร่ำครึออกมาแผ่นหนึ่ง
แผ่นหนังสัตว์ทั้งแผ่นเป็นสีดำ มีรอยพับมากมาย
ขอบแผ่นเปื่อยยุ่ยจนเป็นขุย
ดูออกเลยว่าหนังสัตว์แผ่นนี้มีอายุเก่าแก่มาก
จางหลิงซวีวางไม้เรียวในมือ รับแผ่นหนังสัตว์มาพินิจพิเคราะห์อยู่นาน
"นี่ดูเหมือนจะเป็นยาอายุวัฒนะชนิดหนึ่ง สมุนไพรที่ใช้ระดับสูงมาก"
"ยานี้ถ้าปรุงออกมาได้อย่างน้อยต้องเป็นยาระดับแปด"
"แถมใบสั่งยานี้มีแค่ส่วนผสม แต่ไม่มีขั้นตอนการปรุง"
"การจะฟื้นฟูใบสั่งยาให้สมบูรณ์ คงมีความยากอยู่บ้าง"
เวลานั้นเอง จ้าวหงส่งสายตาให้หลิวหยวนเฉิน ให้ช่วยพูดดีๆ สักสองสามประโยค
หลิวหยวนเฉินเข้าใจทันที "ใบสั่งยานี้มาจากเมืองผีลอยฟ้า ย่อมไม่ใช่ของธรรมดา"
"ศิษย์ได้ยินศิษย์ลุงสวีบอกว่า มรดกวิชาต่างๆ ที่ออกมาจากเมืองผีลอยฟ้า ไม่เหมือนกับมรดกวิชาของเผ่ามนุษย์ในโลกวิญญาณต้นกำเนิดของเรา"
"ใบสั่งยานี้ก็น่าจะไม่เหมือนกับวิธีการปรุงยาที่มีอยู่ในปัจจุบัน"
"การจะฟื้นฟูมันขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน"
"ในเผ่ามนุษย์ แม้จะมีราชาโอสถอยู่ไม่กี่คน"
"แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการวิจัยใบสั่งยา ปรมาจารย์คืออันดับหนึ่งในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง"
"หากสามารถฟื้นฟูใบสั่งยาจากเมืองผีลอยฟ้านี้ได้ ไม่แน่อาจจะเปิดเส้นทางปรุงยาสายใหม่ขึ้นมา"
"ถึงตอนนั้น ท่านก็จะเป็นปรมาจารย์ผู้บุกเบิกสำนัก"
"ราชาโอสถทั่วไป เทียบท่านไม่ติดฝุ่น"
ได้ยินดังนั้น จางหลิงซวีก็หน้าบาน
แต่เขาก็ยังแสร้งทำเป็นถ่อมตัว "ราชาโอสถแต่ละคนล้วนมีทีเด็ดของตัวเอง ข้าก็แค่มีความถนัดด้านการวิจัยใบสั่งยานิดหน่อยเท่านั้น อย่าพูดเหลวไหล"
ใบสั่งยานี้เขายิ่งดูก็ยิ่งชอบ "ไม่เลว ใบสั่งยานี้น่าสนใจจริงๆ"
"จ้าวหง เจ้าดูแลหยวนเฉินกับเถี่ยซานไปก่อน อาจารย์จะไปศึกษาใบสั่งยานี้ พยายามฟื้นฟูมันออกมาให้ได้"
พูดจบ ก็ทำท่าจะเดินเข้าห้องไป
จ้าวหงดีใจจนเนื้อเต้น ใบสั่งยาใบเดียวหลอกล่ออาจารย์ได้สำเร็จ
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากนอกลานบ้าน
"ปรมาจารย์ ศิษย์คือเถี่ยซาน ศิษย์มีข้อสงสัยเรื่องการฝึกฝนอยากขอคำชี้แนะขอรับ"
จางหลิงซวีสะบัดมือวูบ ประตูใหญ่ก็เปิดออกเอง
"อาจารย์เจ้ามาพอดี มีปัญหาอะไร ถามอาจารย์เจ้าก็แล้วกัน ข้าจะไปวิจัยใบสั่งยาก่อน"
เห็นอาจารย์ยืนอยู่ในลานบ้าน เมิ่งเถี่ยซานหน้าตาตื่น "อาจารย์รีบหนีเร็ว ปรมาจารย์บอกว่าจะชำระสำนัก!"
สิ้นเสียง บรรยากาศในลานบ้านก็เหมือนจะแข็งค้าง
ความสนใจของจางหลิงซวี ย้ายจากใบสั่งยามาที่จ้าวหงทันที
รอยยิ้มบนหน้าเขาหายวับไป สายตาเย็นเยียบจับจ้องไปที่จ้าวหง
หลิวหยวนเฉินเอามือกุมขมับ ปากศิษย์น้องนี่มันสุดยอดจริงๆ
อาจารย์อุตส่าห์มีโอกาสรอดริบหรี่ ก็ถูกเขาดับจนมอดไปซะแล้ว
หลิวหยวนเฉินเห็นท่าไม่ดี จึงพยายามเฮือกสุดท้าย "ศิษย์น้อง เจ้ามีปัญหาการฝึกฝนอะไร พวกเรากลับไปที่เรือนพักให้อาจารย์ชี้แนะก็ได้"
"ปรมาจารย์ต้องวิจัยใบสั่งยา คงไม่มีเวลามาชี้แนะเจ้าตอนนี้หรอก"
ว่าแล้ว ก็จะลากศิษย์น้องกับอาจารย์เดินออกไปข้างนอก
เสียงเย็นเยียบของจางหลิงซวีดังขึ้น "จ้าวหง เจ้าเก่งมากนะ!"
"อาจารย์หามาหลายร้อยปี ยังหาศิษย์ที่ถูกใจไม่ได้"
"เจ้าไปทุ่งร้างอัคคีไม่กี่สิบปี ก็หาศิษย์ที่เหมาะสมที่สุดที่จะสืบทอดวิชาของข้าเจอ"
"ไม่เพียงแค่นั้น ยังชิงตัดหน้าข้ารับหยวนเฉินเป็นศิษย์อีก"
"กล้าแย่งผู้สืบทอดกับอาจารย์ ปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ!"
จ้าวหงทำหน้าประจบสอพลอ "อาจารย์ ตอนศิษย์เจอหยวนเฉิน เขายังไม่ได้แสดงพรสวรรค์พิเศษอะไรออกมา"
"แค่เลือดลมไม่เลว แถมยังฝึกเคล็ดลับโลหิตปราณกังของวิถีกายเนื้อ"
"นอกจากนั้น ก็แค่พอมีฝีมือปรุงยาอยู่บ้าง"
"ดูจากมุมไหน ก็แค่พอกล้อมแกล้มเข้าหอแปดร้างของเราได้"
"ตอนนั้นศิษย์แค่กะว่าจะรับเขาเป็นศิษย์จดชื่อ ฟูมฟักสักหน่อย จะได้ขยายสายของพวกเรา"
"แค่ศิษย์จดชื่อคนหนึ่ง ศิษย์ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร"
"ต่อมาถ่ายทอดวิชาวานรครามทะลวงไพรให้เขา ถึงพบว่าพรสวรรค์การฝึกฝนของเขาดีมาก ปราณกังที่ฝึกออกมาบริสุทธิ์ยิ่งนัก"
"แต่ถึงอย่างนั้น พรสวรรค์ของเขาก็จัดอยู่แค่ระดับกลางค่อนข้างสูง"
"แม้จะเป็นคนหัวไว แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นจะเข้าตาอาจารย์ได้"
"ดังนั้น ศิษย์เลยรับเขาเป็นศิษย์จดชื่อขอรับ"
หลิวหยวนเฉินก็ช่วยแก้ต่าง "ใช่ขอรับปรมาจารย์ ตอนนั้นศิษย์ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองมีกายาต้านพิษ เรื่องนี้โทษอาจารย์ไม่ได้จริงๆ"
จางหลิงซวีเสียงเย็น "ดังนั้น ที่อาจารย์สั่งให้เจ้าคอยมองหาเด็กรุ่นหลังที่มีกายาต้านพิษ เจ้าไม่ได้ใส่ใจเลยใช่ไหม?"
พูดจบ ก็หยิบไม้เรียวจากพื้น หวดใส่จ้าวหง
ร่างกายจ้าวหงพลิ้วไหวราวกับวานร ตีลังกากลางอากาศหลบได้อย่างง่ายดาย
เมิ่งเถี่ยซานทำหน้าเลื่อมใส "ฝีมืออาจารย์สุดยอดจริงๆ ขนาดปรมาจารย์ยังตีไม่โดน"
หลิวหยวนเฉินรีบพุ่งเข้าไป ปิดปากเมิ่งเถี่ยซานไว้แน่น
น่าเสียดาย ช้าไปหน่อย
จางหลิงซวีหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ "ไอ้ลูกศิษย์เวร เก่งนักนะ"
"อาจารย์จะสั่งสอน ยังกล้าหลบ"
"คิดว่าข้าแก่แล้ว คุมเจ้าไม่ได้แล้วใช่ไหม?"
ไม่รอให้จ้าวหงแก้ตัว เขายื่นมือออกไปข้างหน้า มือยักษ์สีเขียวมรกตก็ปรากฏขึ้นเหนือลานบ้าน
จ้าวหงคิดจะดิ้นรน แต่กลับพบว่าแค่จะขยับตัวยังยากลำบาก
กลับกัน หลิวหยวนเฉินและเมิ่งเถี่ยซานไม่รู้สึกถึงแรงกดดันแม้แต่น้อย
มือยักษ์ค่อยๆ กดลงมา คว้าตัวจ้าวหงไว้ในกำมือ
"ไอ้หนู จะสู้กับอาจารย์ เจ้ายังอ่อนหัดนัก"
จ้าวหงรีบร้องขอชีวิต "อาจารย์ ศิษย์ถูกใส่ร้าย!"
"ตอนศิษย์ไปถึงทุ่งร้างอัคคี ก็เคยออกท่องเที่ยวไปทั่ว เพื่อมองหาคนรุ่นใหม่ที่เหมาะสม"
"ที่ที่มีคนอาศัยอยู่ในทุ่งร้างอัคคี ข้าไปมาหมดแล้ว แต่ไม่เคยพบใครมีกายาต้านพิษ"
"ทุ่งร้างอัคคีเต็มไปด้วยทุ่งหินกรวด คนทั้งหมดรวมกัน ยังไม่เท่าเขตเจิ้นหนานเขตเดียวเลย"
"ท่านหามาหลายร้อยปียังหาไม่เจอ"
"ศิษย์คิดว่าในทุ่งร้างอัคคี การจะหาต้นกล้าดีๆ มาสืบทอดวิชาท่าน แทบเป็นไปไม่ได้"
"บวกกับต้องรับมือลัทธิเฟยเซียน ทำแผนการของหอแปดร้างให้สำเร็จ ก็เลยวางเรื่องนี้ไว้ก่อน"
"ตอนเจอหยวนเฉิน ศาลเทพกับลัทธิหมื่นเทพต่างคนต่างหนุนหลังขุมกำลังท้องถิ่นทุ่งร้างอัคคี สู้กันดุเดือด"
"ความสนใจของข้า ก็ไปอยู่ที่แนวหน้าหมด เลยลืมเรื่องนี้ไป"
"ตอนรับศิษย์ ก็ไม่นึกว่าหยวนเฉินจะมีกายาต้านพิษ"
"นี่เป็นแค่ความสะเพร่าชั่ววูบ ไม่ถึงกับต้องชำระสำนักหรอกมั้งขอรับ?"
เรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ นอกจากความสะเพร่าแล้ว จ้าวหงก็ไม่ได้ทำความผิดอะไร
จางหลิงซวีแค่นยิ้ม "ไม่ชำระสำนักก็ได้ ข้าให้เจ้าเลือกสองทาง หนึ่งคือไล่หยวนเฉินออกจากสำนัก แล้วข้าค่อยรับเขาเป็นศิษย์"
"สองคือข้าชำระสำนักก่อน แล้วค่อยรับหยวนเฉินเป็นศิษย์"
"สองทางนี้ เจ้าเลือกเอาเอง"
จ้าวหงกลอกตาไปมา "อาจารย์ ศิษย์ยังมีของดีอีกอย่างจะมอบให้ท่าน"
"รอท่านดูแล้ว ค่อยตัดสินใจก็ไม่สาย"
จางหลิงซวีแค่นเสียง "วันนี้ถ้าเจ้าไม่เลือก ข้าจะชำระสำนัก"
"ต่อให้เจ้าเอาสมบัติอะไรออกมา ก็อย่าหวังว่าจะรอด"
ว่าแล้ว มือยักษ์ก็สลายไป จ้าวหงร่วงลงพื้น
จางหลิงซวียื่นมือ "จะให้อะไรข้า รีบเอาออกมา"
จ้าวหงหยิบลูกแก้วหยกขาวออกมาลูกหนึ่ง "นี่คือของที่ท่านทวดฝากมาให้ท่านขอรับ"
จางหลิงซวีรับลูกแก้วมาด้วยความสงสัย ถ่ายเทพลังเวทลงไป
พอลูกแก้วดูดซับพลังเวท ก็เปล่งแสงเจิดจ้า
ไม่นาน ภาพชายชราหนวดเคราขาวโพลนก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงนั้น
จ้าวหงหน้าบาน ตะโกนลั่น "ศิษย์จ้าวหง คารวะท่านทวด"
เห็นภาพนี้ หลิวหยวนเฉินก็พอเดาได้ว่าชายชราผู้นี้คงเป็นทวดอาจารย์ (ไท่ซือจู่) ของตน
เขารีบโค้งคำนับ "ศิษย์หลิวหยวนเฉิน คารวะท่านทวดอาจารย์"
เมิ่งเถี่ยซานแม้งงๆ แต่เห็นหลิวหยวนเฉินคำนับ ก็ทำตาม "ศิษย์เมิ่งเถี่ยซาน คารวะท่านทวดอาจารย์"
จางหลิงซวีหน้าดำคล้ำ แต่ก็โค้งคำนับอย่างว่าง่าย "ศิษย์จางหลิงซวี คารวะท่านอาจารย์"
ชายชราพยักหน้าอย่างพอใจ "หลานศิษย์จ้าวหงตบะไม่เลว ใกล้จะทะลวงขอบเขตร่างจำแลงแล้ว"
"เขาเพิ่งแปดร้อยกว่าปี คิดถึงตอนเจ้าอายุแปดร้อยกว่าปี ยังเทียบจ้าวหงไม่ได้เลย"
"ให้เวลาอีกหน่อย เขาอาจจะก้าวหน้าไปอีกขั้น ฝึกฝนจนถึงขั้นอมตะที่แท้จริงได้"
"ต้นกล้าดีขนาดนี้ เจ้ายังจะขับออกจากสำนัก"
"หรือกายาต้านพิษของเจ้าเสื่อมสภาพ คลุกคลีกับยาพิษทั้งวัน จนสมองโดนพิษเล่นงานไปแล้ว?"
โดนอาจารย์ด่ายับ จางหลิงซวีได้แต่ยืนฟังตาปริบๆ ไม่กล้าเถียงแม้แต่คำเดียว
จากนั้น เขาก็มองดูหลิวหยวนเฉินกับเมิ่งเถี่ยซาน
"เจ้าหนูสองคนนี้พรสวรรค์ก็ไม่เลว แต่เจ้าจะไปบีบให้จ้าวหงยกศิษย์ให้ไม่ได้"
"ตอนนั้นข้าก็ชอบจ้าวหงมาก แต่ข้าก็ไม่ได้ขู่เข็ญเจ้า ให้ยกศิษย์ให้ข้าไม่ใช่รึ?"
"ตอนนี้เจ้าบีบให้จ้าวหงยกศิษย์ให้ หากข่าวแพร่ออกไป คนนอกจะคิดยังไง?"
"หน้าตาของสายพวกเรา หรือแม้แต่หน้าตาของหอแปดร้าง คงโดนเจ้าทำป่นปี้หมด"
จางหลิงซวีแย้งเบาๆ "อาจารย์ หยวนเฉินมีกายาต้านพิษ พรสวรรค์ปรุงยาก็ดีมาก เหมาะจะสืบทอดวิชาของศิษย์ที่สุด"
"หากพลาดไป เกรงว่าคงหาศิษย์แบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว"
ชายชราแค่นเสียง "ไอ้ลูกศิษย์ไม่รักดี หลานศิษย์สืบทอดวิชาไม่ได้รึไง?"
"ตอนเจ้ารับจ้าวหงเป็นศิษย์ ข้าก็ช่วยสอนตั้งนานไม่ใช่เรอะ?"
"วันหน้าถ้าเจ้าแก่ตายไป ก็ส่งต่อวิชาให้จ้าวหง"
"หยวนเฉินเป็นศิษย์เอกของจ้าวหง แถมพรสวรรค์ล้ำเลิศ"
"พอจ้าวหงแก่ สายของพวกเราก็ต้องพึ่งหยวนเฉินแบกรับ วิชาของเจ้าจะไม่ตกถึงมือหยวนเฉินหรือไง?"
"วันหน้าพวกหยวนเฉินกราบไหว้บรรพชน จะขาดธูปของเจ้าไปได้รึ?"
จางหลิงซวีไม่กล้าเถียงอาจารย์ ได้แต่ยืนฟังเงียบๆ
ชายชราพูดอีก "ถ้าเจ้ายังรังแกหลานศิษย์จ้าวหง บังคับให้เขายกหยวนเฉินให้เจ้าอีก ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ"
"ไหนๆ หน้าแก่ๆ ของข้าก็คงต้องขายทิ้งแล้ว สู้เอามาแลกอะไรดีๆ หน่อยดีกว่า"
"ถึงตอนนั้น ข้าจะขับเจ้าออกจากสำนัก แล้วรับจ้าวหงเป็นศิษย์แทน"
เจอมุขไม่พูดเหตุผลของอาจารย์เข้าไป จางหลิงซวีหมดทางสู้
ชายชราแค่นเสียง กลับกลายเป็นแสงหายเข้าไปในลูกแก้วหยก
มีทวดอาจารย์หนุนหลัง จ้าวหงปีกกล้าขาแข็งขึ้นมาทันที "อาจารย์ ท่านก็คงไม่อยากถูกปรมาจารย์ขับออกจากสำนักกระมัง?"
จางหลิงซวีมองหน้าเขา กัดฟันกรอด "ไสหัวไป!"
เห็นอาจารย์ไม่ลงมือแล้ว จ้าวหงก็เริ่มได้ใจ "อาจารย์ แล้วเรื่องชำระสำนัก ท่านยังจะทำอยู่ไหม?"
จางหลิงซวีกัดฟันดังกรอดๆ จากนั้นสะบัดแขนเสื้อ ลมกรรโชกพัดวูบ
อ๊าก~~
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น ร่างของจ้าวหงปลิวละลิ่วออกไป
ตูม~~
เสียงของหนักตกน้ำดังมาจากไกลๆ
หลิวหยวนเฉินกำลังจะวิ่งออกไปดู จางหลิงซวีก็พูดขึ้น "ไม่ต้องไปสนมัน อาจารย์เจ้าหนังหนา"
"แรงแค่นี้ แม้แต่หนังหน้ามันยังไม่ถลอกเลย"
ไม่นาน ด้านนอกก็มีเสียงหัวเราะเยาะดังมา
"ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านไปกวนโมโหอาจารย์อีกแล้วรึ?"
ทันใดนั้น ประตูเรือนซงเฉวียนเปิดออก จ้าวหงเดินเข้ามาพร้อมกับผู้ฝึกตนวัยกลางคนสวมชุดคลุมสีเขียว
ชายวัยกลางคนทำความเคารพจางหลิงซวี "ศิษย์ต่งเผิง คารวะอาจารย์"
จางหลิงซวีแค่นเสียง "ต่งเผิง เจ้ามาถึงเมืองเจิ้นหนานได้หลายวันแล้วไม่ใช่รึ?"
"ไม่ยอมมาคารวะข้า นี่ไม่เห็นอาจารย์อยู่ในสายตาแล้วสินะ?"
ต่งเผิงรีบแก้ตัว "ศิษย์มิกล้า ก็ก่อนหน้านี้ศิษย์พี่ใหญ่ยังมาไม่ถึง ข้ากลัวท่านยังไม่หายโกรธ แล้วจะมาลงที่ข้านี่นา"
จางหลิงซวีมองเขาด้วยสายตาเย็นชา "อาจารย์เป็นคนไม่มีเหตุผลขนาดนั้นเชียว?"
ต่งเผิงส่ายหน้ารัวๆ "แน่นอนว่าไม่ อาจารย์มีเหตุผลที่สุดแล้ว"
"แต่ศิษย์ใจอ่อน ทนดูศิษย์พี่ใหญ่โดนท่านตีตายไม่ได้"
จางหลิงซวีไม่พูดเรื่องนี้ต่อ ถามว่า "ศิษย์พี่ใหญ่พวกเจ้าจะรับศิษย์เอก นี่เป็นเรื่องใหญ่ของสายเรา"
"นอกจากหลิงอวี่ที่ข้าส่งไปรับหน้าที่แทนจ้าวหงแล้ว พี่น้องเจ้าอีกสามคน ทำไมมาแค่เจ้าคนเดียว?"
ต่งเผิงรีบอธิบาย "เจ้าสี่กับเจ้าห้าปลีกตัวมาไม่ได้ เจ้าสี่กำลังวิจัยใบสั่งยาใหม่"
"เตรียมการมาสิบกว่าปี เพิ่งจะเริ่มเดินเตาปรุงยา"
"อีกปีกว่าๆ ยาถึงจะเสร็จ"
"ถ้าวิ่งมาตอนนี้ ก็เท่ากับที่ทำมาสูญเปล่า"
"ส่วนเจ้าห้าเก็บตัวฝึกวิชามาหลายปีแล้ว ยังไม่ออกมา ข้าก็ไม่กล้าไปรบกวน"
จางหลิงซวีแค่นเสียง "ตอนข้ารำคาญพวกมัน ก็ชอบมาเสนอหน้ากระโดดโลดเต้นอยู่ตรงหน้า"
"พอจะให้มาช่วยสร้างสีสัน ดันมุดหัวหนีหายไปไกลลิบ"
"ช่างเถอะ ไม่มาก็ไม่มา เรื่องรับศิษย์ ก็ให้พวกเจ้าสองคนจัดการ"
"สายของพวกเราความสัมพันธ์กับขุมกำลังอื่นก็งั้นๆ จ้าวหงเปิดสำนักรับศิษย์ ก็คงไม่มีคนนอกมาแสดงความยินดีสักกี่คน"
"เลี้ยงฉลองแค่คนกันเองในหอแปดร้าง ก็มีไม่กี่คนหรอก"
ต่งเผิงมองหลิวหยวนเฉินและเมิ่งเถี่ยซาน "นี่คือศิษย์ที่ศิษย์พี่ใหญ่เพิ่งรับมาสินะ? ไม่ธรรมดาจริงๆ"
"แต่ตบะต่ำไปหน่อย อยู่แค่ทะเลปราณขั้นต้น"
"ข้าคือศิษย์อาสามของพวกเจ้า ต่งเผิง ฝีมือสร้างอาวุธพอถูไถ"
"วันหน้าอยากได้อาวุธวิเศษอะไร บอกข้าได้เลย"
หลิวหยวนเฉินและเมิ่งเถี่ยซานโค้งคำนับ "ศิษย์หลิวหยวนเฉิน (เมิ่งเถี่ยซาน) คารวะศิษย์อาสาม"
จางหลิงซวีทำท่าเหลืออด "เจ้ากับจ้าวหงนี่มันตาถั่วพอกัน ข้ารับศิษย์โง่ๆ แบบพวกเจ้ามาได้ยังไง?"
"ตบะแต่ละคนก็ไม่ใช่น้อยๆ จะไล่ทันข้าอยู่แล้ว ดูตบะที่แท้จริงของหยวนเฉินไม่ออก หน้าตาข้าถูกพวกเจ้าทำขายขี้หน้าหมด"
จ้าวหงปล่อยสัมผัสวิญญาณ ตรวจสอบตบะของหลิวหยวนเฉินอย่างละเอียด
"ก็ขอบเขตทะเลปราณขั้นต้นจริงๆ นี่นา เอ๊ะ เดี๋ยวสิ หยวนเฉิน ทำไมตบะเจ้าดูต่ำกว่าตอนอยู่เขตชิงตานอีก"
จางหลิงซวีถอนหายใจยาว "รับศิษย์โง่ๆ แบบนี้มา ข้าสิตาถั่ว!"
"หยวนเฉินฝึกเคล็ดวิชาซ่อนกลิ่นอาย เจ้ากลับดูไม่ออก"
"ลูกศิษย์ตัวเองมีตบะขั้นไหนยังไม่รู้ ต้นกล้าดีๆ สองต้นนี้อยู่กับเจ้า อีกหน่อยคงเสียของหมด"
(จบแล้ว)