เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 274 - ไม่เป็นก็ไปหัดทำ

บทที่ 274 - ไม่เป็นก็ไปหัดทำ

บทที่ 274 - ไม่เป็นก็ไปหัดทำ


บทที่ 274 - ไม่เป็นก็ไปหัดทำ

⚉⚉⚉⚉

คำพูดของสวีเหวินประโยคนี้ ทำเอาชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่

“สมแล้วที่เป็นสวีเหวิน ไร้ยางอายจริงๆ!”

“ปากตัวเองก็บอกว่าสนับสนุน แต่พอมีอะไรที่ต้องขอก็ให้ไปบอกประธานจ้าวโดยตรงเลยสินะ? ไอ้หนุ่มนี่มันเก่งเรื่องดีแต่พูดจริงๆ ไม่คิดจะช่วยอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย แต่บุญคุณนี่รับไปเต็มๆ”

“ฮ่าๆๆๆ พวกแกดูสายตาที่ประธานจ้าวมองเขาสิ ฉันเดาว่าตอนนี้ประธานจ้าวคงกำลังกัดฟันกรอดๆ ด้วยความโมโหอยู่แน่ๆ”

“พี่สวีของฉันฝีปากกล้ามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่อย่างนั้นพวกแกคิดว่าทำไมเขาถึงพิชิตใจประธานจ้าวได้ล่ะ? ก็เพราะอาศัยลิ้นสามนิ้วที่ไม่เน่าเปื่อยนี่ยังไงล่ะ”

จ้าวเหอยังอ่อนต่อโลกนัก เขาจึงไม่เข้าใจความนัยที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของสวีเหวิน

เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ซื่อตรง ดังนั้นเมื่อได้ยินสวีเหวินบอกว่าจะสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ จ้าวเหอก็ควักกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วคลี่มันออก

“พวกพี่เขยยอมช่วยก็ดีเยี่ยมไปเลยครับ ผมทำรายการสิ่งที่ต้องการมาให้แล้ว เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการสำรวจสถานการณ์ครอบครัวและรายได้ต่อปีของชาวบ้านในหมู่บ้านครับ”

“หมู่บ้านต้าไหวมันยากจนเกินไปจริงๆ ครับ แถมแต่ละครอบครัวก็มีสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ปัญหาที่พวกเขาเจอก็เลยไม่เหมือนกันด้วย”

“ตลอดสองวันที่ผ่านมา ผมเดินสำรวจและเยี่ยมเยียนจนครบถ้วนแล้ว ผมจดปัญหาทั้งหมดที่ชาวบ้านหมู่บ้านต้าไหวเจอลงในกระดาษแผ่นนี้แล้ว พี่เขยลองดูหน่อยครับ”

สวีเหวินเหลือบมองเพียงแวบเดียว ก็รู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที

เขาไม่คิดเลยว่าตัวเองแค่พูดจาตามมารยาทไปอย่างนั้น แต่จ้าวเหอจะดันเอาจริงขึ้นมา

ยิ่งไปกว่านั้น สวีเหวินไม่คิดด้วยซ้ำว่าจ้าวเหอจะเตรียมตัวมาพร้อมขนาดนี้ กระดาษแผ่นนี้เห็นได้ชัดว่าเตรียมมาตั้งนานแล้ว

ดูเหมือนว่าจ้าวเหอจะตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ไม่ว่าพวกเขาจะแสดงท่าทีอย่างไร จ้าวเหอก็ตั้งใจจะยื่นกระดาษแผ่นนี้ให้ทั้งคู่ดูอยู่ดี

สวีเหวินไม่อยากจะกลายเป็นแรงงานฟรีอีกต่อไปแล้ว เขาทำท่าจะยื่นมือออกไปรับกระดาษแผ่นนั้น แต่จู่ๆ ก็เกิดอาการหน้ามืดตาลาย แล้วฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะเสียงดังปั่ก

จ้าวเหอตกใจจนสะดุ้ง รีบใช้มือเขย่าตัวสวีเหวิน

“พี่เขย เป็นอะไรหรือเปล่าครับ? พี่รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า ให้ผมพาไปโรงพยาบาลไหม?”

จ้าวเหอมองไปทางจ้าวซวนอย่างร้อนรน “พี่ครับ พี่เขยเขาเป็นโรคอะไรหรือเปล่า? หรือว่าเราจะเรียกรถพยาบาลดีครับ”

จ้าวซวนมองออกทะลุปรุโปร่งถึงลูกไม้ตื้นๆ ของสวีเหวินตั้งนานแล้ว เธอรับกระดาษแผ่นนั้นมาจากมือของจ้าวเหอ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่ต้องไปสนใจเขา เขาแค่ดื่มมากไปหน่อยเลยหน้ามืด ฟุบไปสักพักเดี๋ยวก็หายเอง”

จ้าวเหอทำหน้างงงวย

“ดื่มมากไป? แต่ว่าที่พี่เขยดื่มนี่มันก็ไม่ใช่เบียร์จริงๆ จังๆ นี่ครับ แค่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3% นี่ก็ดื่มจนเมาได้ด้วยเหรอครับ?”

แม้ว่าจ้าวเหอจะไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่เขาก็รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก

จ้าวซวนเป็นคนบ้างานตัวยง เมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ประสิทธิภาพของเธอก็จะสูงปรี๊ดจนน่ากลัว

เพิ่งเห็นจ้าวซวนหยิบปากกาแท่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋าถือของนาง จากนั้นก็ขีดฆ่าโครงการไปหลายรายการต่อหน้าจ้าวเหอทันที

หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จ จ้าวซวนก็ยื่นกระดาษคืนให้จ้าวเหอ

“ข้อเสนออื่นๆ ในกระดาษแผ่นนี้จริงๆ แล้วก็ไม่เลวเลย ล้วนแต่เป็นสิ่งที่สามารถช่วยชาวบ้านต้าไหวแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทั้งนั้น”

“แต่มีบางโครงการที่อ้างว่าเป็นการเริ่มต้นธุรกิจที่ฉันไม่สามารถสนับสนุนได้ มันต้องใช้เงินลงทุนสูงเกินไป สิ่งที่พวกเขาต้องการในตอนนี้คือการเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานของหมู่บ้านต้าไหวให้เสร็จเรียบร้อย ไม่ใช่การเอาเงินไปเริ่มต้นธุรกิจ”

จ้าวซวนชี้ให้เห็นถึงปัญหาได้อย่างตรงประเด็น

ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นธุรกิจแบบไหน ก่อนที่จะประสบความสำเร็จได้ย่อมต้องมีการลงทุนจำนวนมหาศาลก่อนเสมอ

เห็นได้ชัดว่าชาวบ้านในหมู่บ้านต้าไหวไม่มีสินทรัพย์มากมายขนาดนั้นที่จะนำไปลงทุนได้ ดังนั้นพวกเขาจึงคิดที่จะเขียนโครงการเริ่มต้นธุรกิจนี้รวมเข้าไปในรายการปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือ

จ้าวซวนเป็นประธานบริษัทมาหลายปี กลลวงแบบไหนที่เธอยังไม่เคยเจอบ้างล่ะ?

ถ้าจ้าวซวนยอมตกลงอนุมัติคำขอของชาวบ้านหมู่บ้านต้าไหวพวกนี้จริงๆ ทันทีที่เงินทุนถูกส่งลงไป มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาซาลาเปาไปตีหมา มีแต่ไปไม่มีกลับ

เพราะการเริ่มต้นธุรกิจย่อมมีความเสี่ยง การขาดทุนย่อยยับเป็นเรื่องปกติ ใครจะไปรับประกันได้ว่าเริ่มต้นธุรกิจแล้วจะประสบความสำเร็จเสมอไป จริงไหม?

คนที่คิดแบบเดียวกับจ้าวซวน ก็ยังมีชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดด้วย

“สมแล้วที่เป็นประธานจ้าว มองแวบเดียวก็รู้เลยว่าเรื่องไหนที่ช่วยไม่ได้”

“ใช่เลย เมื่อก่อนฉันก็เคยเห็นบริษัทอื่นไปช่วยบรรเทาความยากจนเหมือนกัน ตอนนั้นก็คิดเหมือนกันว่าอยากจะอาศัยการเริ่มต้นธุรกิจมาช่วยให้ชาวบ้านหลุดพ้นจากความยากจน แต่ใครจะไปคิดว่าชาวบ้านท้องถิ่นไม่เพียงแต่เอาเงินทุนไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายตามใจชอบ แม้แต่เมล็ดพันธุ์ที่ใช้เพาะปลูก หรือแม่หมูที่ใช้ขยายพันธุ์ ก็ยังโดนเอาไปกินจนเกลี้ยง ทำเอาคนใจบุญโมโหแทบคลั่ง”

“กินเมล็ดพันธุ์ที่ใช้เพาะปลูก? นี่ต่อให้เป็นปีที่ข้าวยากหมากแพงก็ไม่กล้าทำเรื่องแบบนี้กันนะ! พูดได้คำเดียวว่าพวกเราประเมินระดับความคิดจิตใจของชาวบ้านพวกนี้สูงเกินไปจริงๆ”

“จริงๆ แล้วนี่คือความแตกต่างระหว่างคนกับคน แค่นายลองเปลี่ยนมุมมองคิดดู มันก็สมเหตุสมผลมากแล้ว คนที่ขยันหรือฉลาดจริงๆ เขาก็คงย้ายออกจากหมู่บ้านต้าไหวไปตั้งนานแล้ว คนที่ยังยอมอยู่ที่หมู่บ้านต้าไหว จะมีสักกี่คนที่ไม่ใช่พวกธุระไม่ใช่ก็แขวนไว้สูงๆ ล่ะ?”

หลายคนมักมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับคำว่า "คนซื่อ"

พวกเขามักจะคิดว่า "คนซื่อ" คือคนที่ดูซื่อๆ ไม่น่าจะก่อเรื่องอันตรายอะไรได้

แต่ในความเป็นจริงแล้ว "คนซื่อ" ที่แท้จริง คือคนทื่ทำงานอย่างหนัก ติดดิน และขยันขันแข็งต่างหาก

หลังจากที่ได้รับคำชี้แนะจากจ้าวซวน จ้าวเหอก็เข้าใจในที่สุด

เขาครุ่นคิดอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “พี่ครับ ผมคิดแบบนี้นะครับ ถ้าอยากจะให้คนในหมู่บ้านต้าไหวหลุดพ้นจากความยากจน แค่อาศัยให้บริษัทของเราคอยบริจาคเงินช่วยเหลือทุกปีมันคงไม่พอแน่ๆ เงินของบริษัทก็ไม่ได้มีเยอะแยะมากมายอะไร”

“ดังนั้น เรื่องการเริ่มต้นธุรกิจยังไงก็คงต้องทำครับ เพียงแต่ว่าเป้าหมายของเราในตอนนี้คงยังไม่ต้องตั้งไว้ไกลขนาดนั้น ไม่ต้องตั้งเป้าเพื่อทำกำไร แต่ตั้งเป้าเพื่อให้พึ่งพาตนเองได้ แบบนี้น่าจะพอได้ใช่ไหมครับ?”

จ้าวซวนพยักหน้าให้จ้าวเหออย่างพึงพอใจ

“ไม่เลว เติบโตขึ้นแล้วนี่”

“เหตุผลมันก็เป็นแบบนี้แหละ ข้าวต้องกินทีละคำ ทางต้องเดินทีละก้าว จะรีบร้อนก็ไม่ได้ หรือจะฝันสูงเกินตัวก็ไม่ได้ มันไม่ส่งผลดีอะไรกับตัวนายเลย”

ปัญหาแบบที่จ้าวเหอเจอนั้น จริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่หลายคนมักจะทำผิดพลาดกัน

ในฐานะคนเมืองที่ไปยังชนบท ก็มักจะอยากเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างในหมู่บ้านนั้นให้หมดสิ้น แทบจะเรียกได้ว่าอยากให้ชนบทไล่ตามระดับของประเทศให้ทันภายในช่วงเวลาสั้นๆ

อย่างเช่น อยากให้ทุกบ้านมีน้ำประปาใช้ อยากให้ทุกบ้านมีอินเทอร์เน็ตไร้สาย

ของพวกนี้ในเมืองอาจจะเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุด แต่ในชนบท มันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นเสมอไป

ขอเพียงแค่จ้าวเหอสามารถก้าวข้ามความคิดแบบนั้นของตัวเองไปได้ เขาก็ถือว่าได้ก้าวขาแรกที่มั่นคงออกไปแล้ว

เมื่อได้รับการสนับสนุนจากจ้าวซวน ตอนนี้จ้าวเหอก็รู้สึกมีกำลังใจเต็มเปี่ยม

จ้าวซวนพูดกับจ้าวเหอว่า “นายกลับไปจัดทำรายการพวกนี้ใหม่ ทำเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ส่งมาให้ฉัน ฉันจะได้รายงานขึ้นไปเบื้องบนได้สะดวก”

จ้าวเหอเกาหัวแกรกๆ

“พี่ครับ ผมทำไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ไม่เป็นอะ”

จ้าวซวนตอบกลับด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “ไม่เป็นก็ไปหัดทำ ไม่มีใครเป็นอะไรมาแต่เกิดหรอกนะ นายยื่นกระดาษแผ่นเดียวมาให้ฉันได้ แล้วตอนที่ฉันไปขออนุมัติเงินทุน ฉันจะยื่นกระดาษแผ่นเดียวให้เถ้าแก่ใหญ่ข้างบนได้หรือไง?”

⚉⚉⚉⚉

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 274 - ไม่เป็นก็ไปหัดทำ

คัดลอกลิงก์แล้ว