- หน้าแรก
- ย้อนเวลาไปเป็นนักเลงแห่งต้าถัง
- บทที่ 161 - ไม่มีเด็กคนนี้หม่อมฉันคงตาย
บทที่ 161 - ไม่มีเด็กคนนี้หม่อมฉันคงตาย
บทที่ 161 - ไม่มีเด็กคนนี้หม่อมฉันคงตาย
บทที่ 161 - ไม่มีเด็กคนนี้หม่อมฉันคงตาย
จ่างซุนฮองเฮาบาดเจ็บสาหัส แผ่นหลังโชกไปด้วยเลือด หมอหลวงสองคนมือไม้ปั่นป่วนอยู่พักใหญ่ จู่ๆ คนหนึ่งก็หน้าซีดเผือดคุกเข่าลงกับพื้น ร้องเสียงหลง "ฝ่าบาทไว้ชีวิตด้วยพะยะค่ะ!"
นี่หมายความว่ารักษาไม่ได้แล้ว!
หลี่ซื่อหมินหน้าซีด ตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง
"ทำไมเป็นแบบนี้ ทำไมเป็นแบบนี้..." แววตาพระองค์เต็มไปด้วยความหวาดกลัว สายตาจับจ้องไปที่แผ่นหลังของจ่างซุนฮองเฮา เห็นหมอหลวงอีกคนพยายามห้ามเลือด แต่ยาผงที่โรยลงไปแป๊บเดียวก็โดนเลือดชะออก เลือดไหลไม่หยุดเลยสักนิด
"กวนอินปี้ กวนอินปี้!" ฮ่องเต้กลัวจับใจ น้ำตาคลอเบ้าตาสิงห์ พระองค์กับจ่างซุนฮองเฮาเป็นคู่ทุกข์คู่ยากกันมาตั้งแต่วัยรุ่น ฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกัน ความผูกพันลึกซึ้งดั่งขุนเขาและมหาสมุทร ฮ่องเต้คือคนที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก มีเพียงฮองเฮาที่มอบความอบอุ่นให้พระองค์ได้ นึกไม่ถึงว่าวันนี้พระองค์จะเป็นคนแทงนางกับมือ
ร่างกายของจ่างซุนฮองเฮาก็อ่อนแออยู่แล้ว เลือดไหลไม่หยุดแบบนี้ต่อให้เทวดาก็ช่วยยาก หมอหลวงอีกคนถอนหายใจยาว ค่อยๆ คุกเข่าลงกับพื้นเช่นกัน
ทันใดนั้น นางกำนัลคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้น "ฝ่าบาท หม่อมฉันนึกขึ้นได้เรื่องหนึ่ง วันนี้ตอนตามเสด็จฮองเฮาเที่ยวชมตลาดแลกเปลี่ยน ได้ยินชาวบ้านคุยกันว่าท่านโหวจิงหยางมียาวิเศษช่วยชีวิต ไม่ว่าเป็นโรคอะไรก็รักษาได้เพคะ"
"ยาวิเศษ? ท่านโหวจิงหยาง..." หลี่ซื่อหมินชะงัก แล้วตวาดลั่น "งั้นยังไม่รีบไปตามมันมาอีก ให้ไอ้เด็กเวรนั่นกลิ้งมาหาเราเดี๋ยวนี้"
พระองค์ทุบกำแพงดังปัง เลือดสีแดงฉานไหลซึมออกมาจากหลังมือ
นางกำนัลหน้าซีดเผือด รีบวิ่งเหยาะๆ จะออกไปตาม ทันใดนั้นเงาร่างหนึ่งก็แวบเข้ามาที่ประตู ชนกับนางเข้าอย่างจัง
ที่แท้หานเยว่ก็วิ่งบึ่งมาแล้ว
แผลกระบี่ที่หลังจ่างซุนฮองเฮาใหญ่ขนาดนั้น เขารู้ดีว่าหมอในยุคนี้รักษาไม่ได้
"ฝ่าบาท กระหม่อม..."
"กลิ้งเข้ามา!" หลี่ซื่อหมินคำรามลั่น ชี้หน้าหานเยว่ "เราไม่มีอารมณ์ฟังเจ้าพล่าม รักษาฮองเฮาให้หายก่อนค่อยว่ากัน"
หานเยว่พยักหน้า ในเมื่อฮ่องเต้สั่ง เขาไม่อิดออดเรื่องมากพิธีรีตอง แบกกล่องยาพุ่งเข้าไปที่ข้างเตียงจ่างซุนฮองเฮาทันที
เข็มฉีดยา ยาชา ไหมเย็บแผล คีมจับเส้นเลือด ของแปลกๆ ถูกหยิบออกมาทีละชิ้น ล้วนเป็นของที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนในยุคนี้ หลี่ซื่อหมินสายตาเริ่มมีความหวัง พระองค์มองเห็นทางรอดจากเครื่องมือประหลาดพวกนี้
"เจ้าหนู เจ้ามั่นใจแค่ไหน? ต้องการให้เราช่วยอะไรไหม?"
หานเยว่หันมามองแวบหนึ่ง แล้วมองไปที่เสาข้างเตียง พูดด้วยความเคารพ "ฝ่าบาทช่วยแขวนขวดยานี้ไว้ที่เสาให้หน่อย เดี๋ยวต้องให้น้ำเกลือฮองเฮาพะยะค่ะ" พูดพลางยื่นขวดน้ำเกลือให้หลี่ซื่อหมิน
"นี่หรือยาวิเศษ..." ฮ่องเต้ก้มมองขวดน้ำเกลือ เห็นมันใสแจ๋วเหมือนคริสตัล ข้างในบรรจุน้ำใสๆ พระองค์ถามลอยๆ แล้วก็รีบเอาขวดไปแขวนไว้ที่สูงตามที่หานเยว่บอก
ตอนนั้นหานเยว่เตรียมเข็มกับไหมเย็บแผลเสร็จพอดี
"ฝ่าบาท แผลฮองเฮาใหญ่เกินไป ถ้าใช้วิธีทั่วไปเลือดไม่หยุดแน่ กระหม่อมต้องฉีดยาชาให้ฮองเฮา แล้วใช้เข็มเย็บแผล..."
"เจ้าว่าอะไรนะ? ใช้เข็มเย็บแผลคน?" หลี่ซื่อหมินสูดลมหายใจเฮือก สงสัยหูตัวเอง
หานเยว่พยักหน้าจริงจัง สีหน้ามุ่งมั่น "ไม่เย็บเลือดไม่หยุดพะยะค่ะ"
หลี่ซื่อหมินขมวดคิ้วแน่น ยุคนี้ไม่มีการเย็บแผลแบบแพทย์แผนปัจจุบัน แผลใหญ่แค่ไหนก็พันผ้าแล้ววัดดวงเอา แต่พระองค์เป็นคนเด็ดขาด เห็นจ่างซุนฮองเฮาหน้าซีดลงเรื่อยๆ หมอหลวงก็จนปัญญา หลี่ซื่อหมินกัดฟันกรอด "งั้นก็เย็บซะ ขอแค่ช่วยชีวิตฮองเฮาได้ เราอนุญาตให้เจ้าทำได้เต็มที่"
หานเยว่พยักหน้า ขณะปักเข็มยาชาลงที่หลังจ่างซุนฮองเฮา ก็อธิบายอย่างระมัดระวัง "หลังฮองเฮาอาจจะเป็นแผลเป็น ขอฝ่าบาทโปรดอภัยด้วย"
"ช่างมัน!" หลี่ซื่อหมินโบกมือ พูดเป็นนัย "ต่อให้เราจะโทษเจ้า ฮองเฮาก็คงไม่ยอมโทษเจ้าหรอก..."
หานเยว่พยักหน้าอีกครั้ง ค่อยๆ เดินยาชาเข้าสู่บาดแผล
เขาไม่ได้เป็นหมอ ท่าทางพวกนี้เลียนแบบมาจากความทรงจำในยุคปัจจุบันล้วนๆ พอยาชาหมดหลอด เขาสูดหายใจลึก หยิบเข็มเย็บแผลขึ้นมา
"ห้ามสั่น ห้ามลน ต้องนิ่งเข้าไว้" เขาปลุกใจตัวเองในใจ กัดฟันเริ่มลงเข็ม
เข็มแรกจิ้มลงไป จ่างซุนฮองเฮาครางเบาๆ หลี่ซื่อหมินสะดุ้งโหยง
ใช้เข็มเย็บเนื้อคน เรื่องแบบนี้ไม่เคยได้ยินมาก่อน หมอหลวงสองคนที่คุกเข่าอยู่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เหงื่อแตกพลั่กเต็มหน้าผาก แต่ในใจก็ภาวนาให้ท่านโหวจิงหยางทำสำเร็จ
เรื่องยากที่สุดในโลกคือก้าวแรก พอหานเยว่แข็งใจเย็บเข็มแรกเสร็จ ความกลัวในใจก็เริ่มจางหาย
การเย็บแผลหลังจากนั้นราบรื่นขึ้นเรื่อยๆ แผลของจ่างซุนฮองเฮาค่อยๆ ปิดสนิท เลือดที่ไหลโกรกเริ่มหยุดลง ในที่สุดเข็มสุดท้ายก็เสร็จสิ้น หานเยว่ร้อง 'เสร็จแล้ว' แล้วทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง
"เสร็จแล้วจริงๆ ด้วย!" หลี่ซื่อหมินดีใจจนแทบคลั่ง หมอหลวงสองคนสูดปากด้วยความตะลึง แอบสบตากันด้วยความทึ่ง ในใจร้องว่า "แผลสาหัสขนาดนี้ยังห้ามเลือดได้ วิชาเย็บแผลนี่มันวิชาเซียนชัดๆ"
หานเยว่นั่งหอบหายใจอยู่บนพื้น ชี้ไปที่ขวดยาแก้อักเสบขวดหนึ่ง "ฝ่าบาท รบกวนช่วยทายานี้ที่แผลฮองเฮาทีพะยะค่ะ เดี๋ยวกระหม่อมหายเหนื่อยแล้วจะเจาะน้ำเกลือให้ เมื่อกี้เย็บแผลกระหม่อมเกือบจะเป็นลมเพราะกลัวเลือด..."
"ไอ้คนไม่ได้เรื่อง!" หลี่ซื่อหมินแค่นเสียง ชำเลืองมองหานเยว่ แล้วหยิบขวดยาแก้อักเสบขึ้นมา ถามอย่างเคร่งขรึม "ทายามีเคล็ดลับอะไรไหม มีข้อห้ามอะไรต้องระวังหรือเปล่า?"
"ไม่มีพะยะค่ะ" หานเยว่หัวเราะแห้งๆ หอบแฮ่กๆ "ทาลงไปดื้อๆ เลย"
หลี่ซื่อหมินถึงดึงจุกขวดออก แล้วค่อยๆ ทายา
ลมหายใจจ่างซุนฮองเฮาสม่ำเสมอ ขนตายาวงอนสั่นไหวเล็กน้อย แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้น
เมื่อกี้หานเยว่ฉีดแค่ยาชาเฉพาะที่ ไม่ใช่ยาสลบ ตอนนี้เย็บแผลเสร็จแล้ว ยาชายังไม่หมดฤทธิ์ จ่างซุนฮองเฮาไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด นางยิ้มอ่อนโยนให้หลี่ซื่อหมิน
"ฝ่าบาท ท่านโหวจิงหยางช่วยหม่อมฉันไว้ใช่ไหมเพคะ? พระองค์ต้องประทานรางวัลให้เขาหนักๆ นะ ไม่มีเด็กคนนี้หม่อมฉันคงตายไปแล้ว..."
หลี่ซื่อหมินทำเสียงฮึดฮัด มีหรือพระองค์จะไม่รู้ความหมายของจ่างซุนฮองเฮา คำพูดนี้ดูคลุมเครือ ฟังเผินๆ เหมือนขอให้รางวัล แต่ความหมายแฝงคือการขู่
ไม่มีเด็กคนนี้หม่อมฉันคงตายไปแล้ว ประโยคนี้แปลได้ว่า ถ้าไม่มีหานเยว่ช่วยนางคงตาย หรือแปลได้ว่า ถ้าฮ่องเต้ลงโทษหานเยว่ นางก็จะไปฆ่าตัวตาย ภาษาจีนลึกซึ้งนัก หมอหลวงสองคนย่อมเข้าใจว่าเป็นความหมายแรก แต่หลี่ซื่อหมินรู้ดีว่าจ่างซุนฮองเฮากำลังขู่พระองค์
"กวนอินปี้เอ๋ย เจ้าก็ให้ท้ายมันเข้าไป! สักวันจะสปอยล์เจ้าเด็กนี่จนเสียคน..." หลี่ซื่อหมินก้มลงกระซิบข้างหูจ่างซุนฮองเฮา "แม่ที่ตามใจลูกมักสร้างลูกเลว เราจะรอดูว่าวันหน้าเจ้าจะแก้ปัญหายังไง อย่าเลี้ยงจนกลายเป็นลูกคุณหนูเอาแต่ใจก็แล้วกัน"
"เยว่เอ๋อร์ไม่เป็นแบบนั้นหรอกเพคะ!" จ่างซุนฮองเฮายิ้มหวาน จู่ๆ ความง่วงก็จู่โจม หลับปุ๋ยไปทันที
หลี่ซื่อหมินค่อยๆ ยืดตัวขึ้น สายตาจับจ้องไปที่หานเยว่ กวักมือเรียก "ตามเราออกมา เรามีเรื่องต้องคุยกับเจ้าให้รู้เรื่อง"
คุยให้รู้เรื่อง? คุยเรื่องอะไร?
หานเยว่ทำหน้าสงสัย เดินตามฮ่องเต้ออกไปนอกห้อง
[จบแล้ว]