- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาหย่าผัว แล้วตุนของรัวๆ
- บทที่ 81 - มิติเงียบกริบ
บทที่ 81 - มิติเงียบกริบ
บทที่ 81 - มิติเงียบกริบ
บทที่ 81 - มิติเงียบกริบ
รสชาติคล้ายๆ ซุปหม้อไฟ ไม่ได้ใส่เยอะ กลัวจะเผ็ดเกินไป
เจี่ยงหยวนกินเผ็ดมากไม่ได้ ใส่แค่นิดหน่อยพอให้มีกลิ่นหอมก็พอ
เครื่องปรุงอื่นๆ พวกน้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู ก็ใส่ลงไปบ้าง เชื่อว่ารสชาติคงไม่แย่
ทุกคนนั่งล้อมวงกันที่โต๊ะตัวหนึ่ง ในศูนย์อาหารมีโต๊ะเหลือเฟือ จางไคหยางอารมณ์ดีมาก กุลีกุจอหยิบชามตะเกียบใช้แล้วทิ้งส่งให้ซ่งอี้
"พี่ซ่ง เอ้านี่ หอมฉุยเลย"
"ขอบใจ!"
ซ่งอี้ไม่เกรงใจ รับชามตะเกียบมา แล้วเริ่มโซ้ยทันที
เจี่ยงหยวนใส่เต้าหู้แผ่นกับสาหร่ายเส้นลงไปเยอะ กินคู่กับเส้นหมี่ร้อนๆ ฟินสุดๆ
"โอ้โห อร่อยน้ำตาไหล พี่หยวน พี่เปิดร้านตรงนี้เลยเถอะ!"
"เวอร์ไปน่า ถ้าชอบก็กินเยอะๆ ในหม้อยังมีอีกเพียบ อย่าให้เหลือนะ"
เจี่ยงหยวนยิ้มตาหยี ฝีมือทำอาหารของเธอถือว่าใช้ได้ เมื่อก่อนแม่สามีชอบใช้ให้ทำกับข้าวบ่อยๆ
ต่อมาพอมีเสี่ยวหน่วน การทำอาหารก็กลายเป็นกิจวัตรประจำวัน
ทำบ่อยเข้า ก็ชำนาญไปเอง
"พี่หยวน อร่อยจริงๆ ค่ะ ฉันไม่ได้กินข้าวอร่อยๆ แบบนี้มานานมากแล้ว"
เย่เหมียนเหมียนถอนหายใจด้วยความสุข จริงๆ แล้วเธอไม่ได้กินฝีมือตัวเองมานานแล้วต่างหาก
คราวนี้มีแก๊สแล้ว กลับไปเธอจะต้องหุงข้าวกินให้หายอยาก
"เดี๋ยวกลับไป ฉันจะทำหมูรมควันกิน ไม่ได้กินนานแล้วเหมือนกัน"
เจี่ยงหยวนนึกขึ้นได้ ขาหมูรมควันที่เย่เหมียนเหมียนให้มาคราวก่อน ยังไม่ได้กินเลย
วันนี้ออกมาหาของได้ผักกลับไปบ้าง เดี๋ยวจัดสุกี้หมูรมควันสักหม้อดีกว่า
แค่คิดก็น้ำลายสอแล้ว
"กินเสร็จแล้วพักผ่อนกันหน่อยนะ ข้างล่างยังมีของดีอีกเพียบ
ห้างเฟอร์นิเจอร์ที่นี่เกรดค่อนข้างดี บริการลูกค้าดีเยี่ยม
พวกของว่าง ขนมขบเคี้ยวมีเพียบ"
จางไคหยางฟังแล้วดีใจจนเนื้อเต้น
"คราวนี้เรามาถูกที่จริงๆ แต่ของเยอะขนาดนี้ เรือยางคงขนไม่หมดแน่"
เขาพูดความจริง ทุกคนรู้ดี จากประสบการณ์คราวที่แล้ว ก็เลยไม่ได้กังวลมากนัก
"ฉันว่าค่อยมาขนตอนกลางคืนดีกว่า ไม่งั้นอันตรายเกินไป"
ช่วงนี้คนเริ่มอดทนไม่ไหวกันมากขึ้น
ไม่อย่างนั้น อากาศยังไม่ทันจะนิ่งดี คงไม่มีใครกล้าออกมาหาเสบียงหรอก
"คราวนี้ต้องระวังให้มาก ไม่งั้นจะกลายเป็นเหนื่อยฟรีให้คนอื่นสบาย"
"นั่นสิ งั้นเดี๋ยวเราพักกันก่อน ดูว่ามีของเท่าไหร่ แล้วค่อยวางแผนกันอีกที!"
"ตกลง!"
ทุกคนเห็นด้วยกับซ่งอี้ ตอนนี้ก็แค่แผนคร่าวๆ หน้างานจริงค่อยว่ากันอีกที
อิ่มหนำสำราญ สี่คนนั่งพักสายตาสักครู่
"จริงสิ เมื่อกี้ตอนเก็บกล่องของขวัญ เจอไอ้นี่ด้วย"
ซ่งอี้พูดพลางหยิบเงินปึกใหญ่ออกมา
เจี่ยงหยวนมองตาค้าง อะไรเนี่ย มีเงินด้วยเหรอ ทำไมเธอไม่เห็น เจ็บใจชะมัด
"สงสัยจะใส่ไว้ในกล่องของขวัญสินบน"
มุกเดิมๆ
หน้าฉากให้ขนมไหว้พระจันทร์ แต่ไส้ในเป็นเงินสด พอนึกได้ว่าตัวเองเป็นคนหิ้วกล่องพวกนั้นออกมาเอง ก็ปวดใจจี๊ดๆ
"แม่เจ้า เยอะขนาดนี้ น่าจะสักสองสามแสนได้มั้ง
ดูท่าผู้จัดการคนนี้จะมีรายได้สีเทาเยอะไม่ใช่เล่น"
คำพูดเล่นๆ ของจางไคหยาง สะท้อนความจริงอันเน่าเฟะของสังคม
"อื้ม สองแสนแปด!"
ซ่งอี้ตอบเสียงเรียบ เขาคงนับมาแล้ว
"พี่หยวน พี่อยากได้เงินไม่ใช่เหรอคะ เอาพวกนี้ไปเถอะ!"
เย่เหมียนเหมียนพูดอย่างใจป้ำ เพราะช่วงที่ผ่านมาเจี่ยงหยวนดูแลเธอดีมาก ความสัมพันธ์เลยแน่นแฟ้นขึ้น
"ไม่ได้หรอก ถ้ามันน้อยๆ ก็ว่าไปอย่าง นี่ตั้งเยอะ แบ่งกันเถอะ"
ภายนอกดูสงบนิ่ง แต่ในใจเลือดซิบ เงินมาถึงปากแล้ว ดันหลุดลอยไปตั้งสามในสี่
อยากจะร้องไห้!
"งั้นเก็บไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยแบ่ง"
เพราะตอนนี้พายุสงบลง ทุกคนเริ่มมีความหวังว่าจะได้กลับไปใช้ชีวิตปกติ
ค่าของเงินย่อมต่างจากเมื่อก่อน
ขืนเธอฮุบไว้คนเดียว คนอื่นคงไม่พอใจแน่ เธอทำแบบนั้นไม่ได้
ช่างเถอะ เดี๋ยววันหลังค่อยแอบออกมาหาเองให้เข็ด
ติดอยู่อย่างเดียว ตอนนี้ธนาคารส่วนใหญ่จมน้ำหมดแล้ว คงต้องไปลุ้นเอาธนาคารบนเขา
ห้องนิรภัยเธอคงเข้าไม่ได้ แถมระบบรักษาความปลอดภัยเธอก็เจาะไม่เป็น
ในตู้เอทีเอ็มกับเคาน์เตอร์น่าจะพอมีเงินอยู่บ้าง แต่น้อย
มีดีกว่าไม่มี ก็คงได้แค่นั้นแหละ
ตอนนี้ ต้องตุนไม้ก่อน เรื่องอื่นช่างหัวมัน
ของอื่นๆ ในมิติมีที่ว่างเพิ่มขึ้นเยอะ ใส่ได้อีกเพียบ
แต่จะให้เก็บทั้งหมดคงยากหน่อย
"ไม่ต้องรอหรอก"
ซ่งอี้พูดจบ ก็แบ่งเงินเป็นสี่กอง แล้วแจกให้ทุกคน
เจี่ยงหยวนดีใจ อย่างน้อยก็ไม่เสียเวลา
"ชั้นสิบสองกับสิบสามเป็นเครื่องครัวและเครื่องใช้ไฟฟ้าเกรดพรีเมียม ชั้นสิบสี่ถึงสิบเจ็ดเป็นเฟอร์นิเจอร์
เดี๋ยวเราแยกย้ายกันทำนะ จะได้เร็วขึ้น"
"ได้ค่ะ ฉันไม่มีปัญหา"
เย่เหมียนเหมียนตอบรับ คิดว่าคงไม่มีอันตรายอะไร ที่นี่ปลอดภัยดี
"ชั้นสิบเจ็ดฉันค้นไปเยอะแล้ว เดี๋ยวฉันไปทำต่อ
เหมียนเหมียน เธอกับจางไคหยางเริ่มจากข้างล่างขึ้นมานะ เดี๋ยวค่อยมาเจอกัน"
"ได้"
"ได้"
สองคนตอบพร้อมกัน เจี่ยงหยวนแอบชำเลืองมองซ่งอี้
"งั้นผมไปชั้นสิบสาม"
"โอเค"
ทำไมรู้สึกเหมือนเขาจะรู้ทันยังไงไม่รู้ เธอเตรียมใจจะเสียสละชั้นหนึ่งให้พวกเขาอยู่แล้ว พอได้ยินแบบนี้ก็โล่งอก
แต่ก็ต้องระวังอย่าให้โป๊ะแตก ทิ้งของไว้ให้สมจริงหน่อย
เหมือนเมื่อกี้ เธอก็ไม่ได้เก็บของมาหมด
อย่างน้อยของหน้าประตูก็ทิ้งไว้ มองไกลๆ เหมือนของยังอยู่ครบ ไม่มีพิรุธ
"งั้นเก็บข้าวของ แล้วเริ่มงานกันเลย!"
"ลุย!"
เวลากลางวันมีน้อย แสงถึงจะน้อยแต่ก็พอมองเห็น
กลางคืนลำบากกว่าเยอะ แถมยังต้องขนของอีก
ทุกคนเดินไปทางบันไดหนีไฟ ไม่ได้แวะดูแต่ละชั้น
พอเห็นสามคนลงไปแล้ว เจี่ยงหยวนก็ไม่รอช้า รีบพุ่งไปชั้นสิบเจ็ด
ต้องหาของ ต้องเอาของเข้ามิติ เวลาของเธอรัดตัวกว่าคนอื่นเยอะ
ผ่านไปชั้นหนึ่ง พื้นที่ในมิติเริ่มแน่นอีกแล้ว เฟอร์นิเจอร์พวกนี้กินที่จริงๆ
เธอไม่อยากวางซ้อนกันสูงเกินไป เดี๋ยวหล่นลงมาพัง เสียดายของ!
ขนของสองถุงใหญ่ไปไว้ชั้นสิบแปด แล้วลงมาที่ชั้นสิบหก ข้างล่างก็น่าจะใกล้เสร็จแล้ว เธอต้องเร่งมือ
เจี่ยงหยวนรู้สึกว่าพื้นที่ในมิติยังไม่พอ ต้องอัพเกรดก่อน
ตอนนี้ของไม่เพิ่มจำนวนแล้ว น่าจะเหมือนคราวก่อน คืออัพเกรดรวบยอดทีเดียว
เธอจัดเตรียมวัสดุสิบชุดตามความทรงจำ แต่ผลปรากฏว่า มิติเงียบกริบ ไม่มีการตอบสนองใดๆ
[จบแล้ว]