- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาหย่าผัว แล้วตุนของรัวๆ
- บทที่ 25 - คนหัวอกเดียวกัน
บทที่ 25 - คนหัวอกเดียวกัน
บทที่ 25 - คนหัวอกเดียวกัน
บทที่ 25 - คนหัวอกเดียวกัน
ประตูม้วนถูกเปิดออกกะทันหัน เผยให้เห็นเงาร่างคนท่ามกลางลมฝน
เจี่ยงหยวนเข้าสู่โหมดพร้อมรบเต็มที่ มีดสั้นกระชับอยู่ในมือเรียบร้อย
"ซ่งอี้..."
"เจี่ยงหยวน..."
ทั้งคู่ต่างตกตะลึง ไม่คิดว่าจะมาเจอกันในที่แบบนี้
"คุณมาทำอะไรที่นี่?"
"คุณมาทำอะไรที่นี่?"
สองเสียงประสานกันโดยไม่ได้นัดหมาย ต่างฝ่ายต่างจ้องตากันเขม็ง
"ผมเห็นแสงไฟ เลยเข้ามาดู"
รู้ว่ามีคน ยังไม่เคาะประตูอีก นี่มันตรรกะอะไรเนี่ย
"เข้ามาก่อน"
ถึงผู้ชายคนนี้จะอันตราย แต่จะให้คนอื่นเห็นว่ามีคนอยู่ในนี้ไม่ได้ ไม่งั้นเรื่องใหญ่แน่
ซ่งอี้เห็นด้วย เขาหันหลังกลับไปดึงประตูม้วนลงปิดทันที
"คุณได้ของแล้วเหรอ?"
เธอมองเป้ตุงๆ ด้านหลังเขา ก็รู้ทันทีว่าหมอนี่ต้องได้ของดีมาแน่
"ไม่ได้เสบียง ได้แต่ยามานิดหน่อย..."
ซื้อมา?
ร้านยาที่ไหนจะเปิดตอนนี้ เจี่ยงหยวนแสดงสีหน้าสงสัย หมอนี่ก็พวกเดียวกันนั่นแหละ มา "ช้อปปิ้งศูนย์บาท" เหมือนกันชัดๆ
"แล้วคุณล่ะ?"
"ร้านแม่และเด็กไม่เปิด ฉันเลยมาเคาะร้านนี้ เห็นประตูไม่ได้ล็อกเลยเข้ามา
ถามอยู่นานไม่มีคนอยู่ คุณก็เข้ามาพอดี"
เธอตอบหน้านิ่ง ถึงจะโกหกเขาก็ดูไม่ออกหรอก เพราะของอยู่ในมิติหมดแล้ว ในมือเธอว่างเปล่า
"อืม!"
ซ่งอี้กวาดตามองรอบๆ ของในร้านเหลือไม่มากแล้ว
มีผักกาดขาวไม่กี่หัว กะหล่ำปลีสองสามหัว มันฝรั่งอีกถุงหนึ่ง แล้วก็ไม่ค่อยมีอะไรแล้ว
อ้อ ตรงประตูมีเครื่องดื่มอยู่นิดหน่อย
ร้านนี้ไม่ได้เน้นขายน้ำ คนที่มาซื้อก่อนหน้านี้คงเหมาไปเยอะ เหลืออยู่แค่นิดเดียว
"คงไม่มีใครมาแล้วล่ะ ของพวกนี้เราแบ่งกันเถอะ"
เจี่ยงหยวนแกล้งทำหน้าตกใจ รีบถามกลับ "จะดีเหรอคะ!"
"ไม่เห็นเป็นไร ผักพวกนี้เก็บได้ไม่นานหรอก
อีกอย่างประตูเปิดอ้าซ่าแบบนี้ เราไม่เอา เดี๋ยวคนอื่นก็มาเอาไปอยู่ดี
ไว้วันหลังฟ้าเปิด ค่อยเอาเงินมาให้เจ้าของร้านก็ได้"
"โอเค!"
ความคิดตรงกันเป๊ะ เริ่มมหกรรม "แบ่งสมบัติ"!
เจี่ยงหยวนเอาผักกาดขาวสองหัว กะหล่ำปลีสองหัว มันฝรั่งหนึ่งถุง
เครื่องดื่มขอสไปรท์ขวดใหญ่สองขวด ชาเขียวสองขวด แล้วก็น้ำส้ม
ของยอดฮิตแทบไม่เหลือ ที่เหลืออยู่ก็พวกชาและน้ำอัดลม
เธอไม่หยุดแค่นั้น แบ่งกันคนละครึ่ง เธอหยิบน้ำอัดลมกับน้ำแร่มาอีกหลายขวด
ซ่งอี้ก็มือไวไม่แพ้กัน ได้กันไปคนละสามถุงใหญ่ๆ
จัดการตรงนี้เสร็จ เขาก็ไม่หยุดมือ
เดินไปที่เคาน์เตอร์ กวาดของที่ใช้ได้ไปเกลี้ยง
เจี่ยงหยวนร้องแย่แล้วในใจ โดนตัดหน้าซะงั้น
เธอเลยตาไว รีบคว้าถุงพลาสติกใส่ของที่แขวนอยู่รอบๆ มาเก็บไว้เองหมด
"ของเยอะขนาดนี้ เราจะเอากลับยังไง?"
"ตรงนี้มีของดี..."
ซ่งอี้พูดจบ ก็ไปหยิบกะละมังใบหนึ่งมา
น่าจะเป็นกะละมังใส่ผัก ไม่ใหญ่มาก ใส่ของพวกเขาก็เต็มพอดี
เจี่ยงหยวนแอบด่าในใจ มีมิติแต่ใช้ไม่ได้ ต้องมาทุลักทุเลใช้กะละมังขนของ ความรู้สึกนี้ใครจะเข้าใจ
ซ่งอี้ทำงานรวดเร็ว ปิดไฟ เอาผ้ากันฝนคลุมของไว้ กันน้ำฝนเข้า
แล้วเอาเชือกผูกหูข้างหนึ่งของกะละมัง ดึงประตูม้วนลง ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ผมจะลากอยู่ข้างหน้า คุณคอยดูอย่าให้กะละมังคว่ำนะ"
"ได้"
สองคนช่วยกันทุลักทุเล แต่ก็พากันกลับมาถึงใต้ตึกจนได้
ถึงจะระวังตัวแค่ไหน ก็ยังไม่วายทำให้คนตื่น
พอถึงชั้นห้า ก็มีคนมายืนรอ เห็นทั้งคู่เดินมาก็รีบถาม "พวกคุณออกไปข้างนอกมาเหรอ ข้างนอกเป็นไงบ้าง? ซื้ออะไรมาน่ะ?"
เป็นผู้ชาย น่าจะเป็นคนห้อง 0502
ซ่งอี้อุ้มกะละมัง เจี่ยงหยวนเดินนำหน้า ช่วยพยุงแบ่งเบาน้ำหนัก
"น้ำไม่ลึก ออกไปได้"
เธอไม่อยากเสวนา อยากรีบกลับห้อง
"ซื้ออะไรมาได้บ้าง ซูเปอร์มาร์เก็ตไหนเปิด ของเยอะไหม?"
ถามรัวเป็นชุด เห็นชัดว่าอยากรู้มาก
"ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ข้างบนหมู่บ้านเปิดอยู่ ของเหลือไม่เยอะแล้ว แต่ก็พอมี ลองไปดูสิ"
ซูเปอร์มาร์เก็ตข้างบนอยู่ไม่ไกล แต่เพราะที่สูง ทางเลยเดินลำบาก
แถมเป็นทางขึ้นเนิน ยิ่งกินแรงเข้าไปอีก
ปกติถ้านั่งรถเมล์ก็ป้ายเดียว ห้านาทีถึง
"จริงเหรอ? ที่นั่นจำกัดจำนวนซื้อไหม?"
เจี่ยงหยวนกับซ่งอี้เดินมาถึงบันไดชั้นหกแล้ว ผู้ชายคนนั้นยังเดินตามมาถามไม่หยุด
"ไม่จำกัด แต่คนน้อย เถ้าแก่บอกว่าถ้าไม่มีคน อีกสองวันจะปิดร้านแล้ว จะไปก็รีบไป"
เธอไม่ได้พูดมั่วๆ ชาติที่แล้วร้านนั้นอยู่บนที่สูง เลยเปิดขายได้นาน
ที่เธอรู้เพราะร้านนั้นฉวยโอกาสขึ้นราคา โดนคนด่าเละ
แต่ด่าไปก็เท่านั้น คนก็ต้องซื้ออยู่ดี
ตอนนั้นเธอโดนเซี่ยเชาหยางกับไป๋เมิ่งเมิ่งกวนใจจนประสาทเสีย คิดจะไปฟ้องหย่าช่วงนั้นพอดี
เลยฉวยโอกาสซื้อของกลับมาได้เยอะเหมือนกัน แต่ล็อกเก็บไว้ในห้องตัวเอง
แม่ผัวก็ซื้อมาเยอะ แต่ก็ยังไม่พอ สุดท้ายถึงเกิดเรื่องเอาตัวเธอไปแลกของกิน
เธอทำเพื่อเสี่ยวหน่วน ผู้ใหญ่อดได้ แต่เด็กอดไม่ได้
"โอเค พรุ่งนี้เช้าผมจะรีบไป ขอบคุณนะครับ!"
เจี่ยงหยวนชะงักฝีเท้า ช่วงเวลานี้ผู้คนยังมีมารยาท
แม้แต่ตอนอากาศร้อนจัด ระเบียบสังคมก็ยังคงอยู่ แต่อารยธรรมที่สั่งสมมาสองพันปีของมนุษย์ กำลังจะพังทลายในไม่ช้า
"ไม่เป็นไร!"
เธอตอบเรียบๆ ซึมซับความดีงามครั้งสุดท้าย
เดินขึ้นไปอีก ก็เจอคนชั้น 13 เป็นพวกนอนดึก เห็นคนออกไปก็เลยรอถามข่าว
เธอก็ตอบเหมือนเดิม ให้ไปซูเปอร์มาร์เก็ตข้างบน
ไม่ว่าจะแพงแค่ไหน ซื้อได้ก็ถือว่ารอดตาย
มาถึงชั้น 20 คนน่ารำคาญก็โผล่มาอีกแล้ว
ยัยผู้หญิงดัดผมลอน ยืนกอดอกมองลงมาด้วยสายตาดูแคลน
"ซื้อของมาเยอะแยะเลยนี่ อะไรบ้างล่ะ แบ่งฉันหน่อยได้ไหม"
เจี่ยงหยวนปรายตามอง ยัยนี่ขาเล็กเหมือนวงเวียนในนิยายของหลู่ซวิ่นไม่มีผิด
"ซูเปอร์มาร์เก็ตข้างบนเปิดอยู่ รีบไปซื้อสิ เราซื้อมานิดเดียว แบ่งไม่ได้หรอก"
เจอกันมาหลายรอบ ผู้หญิงคนนั้นก็รู้ว่าเจี่ยงหยวนไม่ใช่คนยอมคน
"อย่าขี้งกนักเลย ฉันมีลูกเล็ก ออกไปไม่ได้"
พูดไปพูดมา เจี่ยงหยวนก็เดินมาถึงบันไดชั้น 20
"เธอไม่ใช่คนพิการนี่ ขยับตัวไม่ได้หรือไง ต่อไปเห็นหน้าฉันอย่ามาคุยด้วยนะ จะอ้วก"
รอให้ถึงวันสิ้นโลกจริงๆ ยัยคนนี้ต้องรีบจัดการ ไม่งั้นเป็นปัญหาแน่
"หมายความว่าไง แค่ออกไปข้างนอกได้ทำมาเป็นเก่ง ใครอยากคุยด้วยยะ"
"ก่อนหน้านี้ตอนฝนหยุด บ้านเธอก็ซื้อของมาตั้งเยอะ ตอนนี้มาบีบน้ำตาว่าจน มีปัญญาทำไมไม่ไปซื้อเอง
ชอบเอาเปรียบคนอื่น ไม่ดูสารรูปตัวเองเลย
ฉันไม่ใช่ผู้ชาย ไม่หลงมารยาเธอหรอกนะ"
ผู้หญิงคนนั้นโกรธจนหน้าบิดเบี้ยว แยกเขี้ยวยิงฟันจะด่ากลับ
ซ่งอี้จู่ๆ ก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ พูดเสียงเย็นยะเยือก "หลีกไป..."
[จบแล้ว]