- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาหย่าผัว แล้วตุนของรัวๆ
- บทที่ 14 - สั่งสอนเซี่ยเชาหยาง
บทที่ 14 - สั่งสอนเซี่ยเชาหยาง
บทที่ 14 - สั่งสอนเซี่ยเชาหยาง
บทที่ 14 - สั่งสอนเซี่ยเชาหยาง
ของแพงแค่ไหนก็มีคนซื้อ ไม่ซื้อก็รอความตาย
พวกเธอนับว่าโชคดี ตอนต่อแถวจ่ายเงิน มีคนหยิบของเกินโควตา แล้วยังยืนเถียงกับแคชเชียร์ไม่ยอมฟังเหตุผล
เจี่ยงหยวนเห็นกับตา เจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบเดินเข้ามา ใช้กระบองไฟฟ้าจี้จนลุงคนนั้นร่วงลงไปกองกับพื้น แล้วลากตัวออกไป
พนักงานขายดูชินชา โบกมือเรียก "คิวต่อไป"
โหดชะมัด เธอเห็นแล้วอึ้งเลย แต่อยากได้กระบองไฟฟ้านั่นจัง ทำไงดี?
จ่ายเงินเสร็จเรียบร้อย เจี่ยงหยวนรู้สึกว่ารอบนี้บ้านเมืองคงไม่วุ่นวายง่ายๆ ดูความเป็นระเบียบและการควบคุมเข้มงวดขนาดนี้สิ
ชาติที่แล้วเธอไม่ได้ออกมาซื้อของ เซี่ยเชาหยางกับไป๋เมิ่งเมิ่งเป็นคนออกมา
เธอเป็นคนออกเงิน ของหารครึ่ง ไม่รู้ว่าตอนนั้นเหตุการณ์เหมือนวันนี้หรือเปล่า
"เจี่ยงหยวน นั่นคุณจริงๆ เหรอ?"
เวรเอ๊ย ตายยากตายเย็นจริงๆ พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา!
"ดีจังเลย คุณซื้ออะไรมา แบ่งให้พวกเราหน่อยสิ!"
"เรื่องอะไร ไสหัวไป..."
เจี่ยงหยวนเริ่มหงุดหงิด เซี่ยเชาหยางเอาหน้าไปฉาบปูนมาหรือไง ถึงกล้ามาขอของกินจากเธอ
"เจี่ยงหยวน บัตรเครดิตผมหาย ตอนนี้ทำใหม่ไม่ได้ ในวีแชทก็ไม่มีเงิน เงินสดเมิ่งเมิ่งก็ใช้ไปเกือบหมดแล้ว
คุณแบ่งของให้เราหน่อย พอบัตรใหม่มา ผมจะซื้อคืนให้"
ยังจะเพ้อเจ้อเรื่องทำบัตรใหม่อยู่ได้ ฝันกลางวันไปเถอะ
"ไม่ให้ รีบไสหัวไป ไม่งั้นฉันตะโกนเรียกคนนะ"
"คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ อย่างน้อยเราก็เคยเป็นผัวเมียกัน"
เซี่ยเชาหยางทำหน้าไม่ยอมแพ้ เขามาดักรอตั้งนาน ถ้าไถเงินหรือของกินจากเจี่ยงหยวนไม่ได้ พวกเขาคงอดตายจริงๆ
"พี่เจี่ยงหยวน แบ่งให้เราหน่อยเถอะค่ะ ถ้าไม่ได้จริงๆ ให้เรายืมเงินก่อนก็ได้ เดี๋ยวเราคืนให้สองเท่าเลย"
"หุบปากเหม็นๆ ของหล่อนไปเลยนะ หน้าแก่หยั่งกับป้าสี่สิบ ยังกล้ามาเรียกฉันพี่
นอกจากสมองจะมีปัญหาแล้ว ตาคงบอดด้วยสินะ รีบไปหาหมอซะ..."
จริงๆ ไป๋เมิ่งเมิ่งก็ไม่ได้ดูแก่ขนาดนั้น แต่หล่อนอายุมากกว่าเจี่ยงหยวนจริงๆ มาเรียกพี่คะพี่ขา ฟังแล้วคันตีนยิบๆ
"คุณทำบ้าอะไร อย่ามารังแกเมิ่งเมิ่งนะ"
เซี่ยเชาหยางทำหน้าขยะแขยง ผลักเจี่ยงหยวนเต็มแรง เธอเซถลาไปข้างหลัง
นึกว่าจะล้มก้นจ้ำเบ้าซะแล้ว แต่กลับมีมือใหญ่คู่หนึ่งมาประคองไว้แน่น ร่างกายถึงทรงตัวอยู่ได้
ลอบกัดเหรอ ไอ้ขยะเปียก!
"เป็นอะไรไหมครับ!" นึกไม่ถึงว่าจะเจอซ่งอี้ที่นี่ แถมยังช่วยเธอไว้อีก
"ไม่เป็นไร ขอบคุณค่ะ!"
เจี่ยงหยวนเหลือบไปเห็นพ่อเจี่ยงขับรถมาจอดรอแล้ว กำลังเปิดประตูลงมา ใจชื้นขึ้นเป็นกอง
"เซี่ยเชาหยาง อยากได้เงินใช่ไหม เดี๋ยวจัดให้"
ตอนแรกเซี่ยเชาหยางกะจะถามว่าไอ้หมอนี่เป็นใคร ดูท่าทางรู้จักกับเจี่ยงหยวน ในใจแอบสงสัย
เจี่ยงหยวนหาผัวใหม่ได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ
แต่พลังอำนาจของเงินมันหอมหวานกว่า รีบบอกมาสิว่าจะให้เงินยังไง จะได้ไม่ต้องมายืนขายขี้หน้าตรงนี้
เขาเลยไม่มีเวลามาสนใจผู้ชายคนนั้น อีกอย่างหมอนั่นตัวล่ำบึ้ก ขืนมีเรื่องกันเขาคงสู้ไม่ได้
เจี่ยงหยวนเดินเข้าไปช้าๆ ดวงตาพราวระยับ จู่ๆ ก็ควักขวดเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เล็งไปที่หน้าเซี่ยเชาหยางแล้วกดฉีดรัวๆ
นี่คือสเปรย์พริกไทยกันโจรที่เธอพกติดตัวมาก่อนออกจากบ้าน
จากนั้นก็ง้างเข่า กระแทกเข้าไปที่กล่องดวงใจของมันเต็มรัก
เซี่ยเชาหยางแสบตาจนลืมไม่ขึ้น รีบเอามือปิดหน้า ยังไม่ทันหายแสบ ความจุกเสียดเจียนตายก็แล่นพล่านมาจากท่อนล่าง
ความเจ็บปวดที่รู้ซึ้งกันเฉพาะท่านชาย มันทรมานจนพูดไม่ออก
"สมน้ำหน้า!"
เจี่ยงหยวนอารมณ์ดีขึ้นเป็นกอง ขยิบตาให้ซ่งอี้ทีนึง แล้วหิ้วถุงของวิ่งจู๊ดขึ้นรถ ขับออกไปอย่างผู้ชนะ
ซ่งอี้มุมปากกระตุก มองดูเซี่ยเชาหยางที่นอนกุมเป้าบิดเร่าอยู่บนพื้น กับไป๋เมิ่งเมิ่งที่ยืนร้องห่มร้องไห้ รู้สึกเสียววาบที่ช่วงล่างขึ้นมาทันที
ผู้หญิงคนนี้... เผ็ด ดุ ถึงใจจริงๆ!
วันนี้คนออกมาซื้อของเยอะมาก หมู่บ้านเงียบเหงามาสองวัน กลับมาคึกคักอีกครั้ง
แต่ไฟก็ยังไม่มา
กลับถึงบ้านต้องเดินขึ้นบันได สำหรับเจี่ยงหยวนที่แค่วิ่งแปดร้อยเมตรก็ต้องพักสองรอบ นี่มันฝันร้ายชัดๆ
ยังดีที่การฝึกร่างกายช่วงนี้ช่วยได้บ้าง
"พวกเธอออกไปซื้อของมาเหรอ คนเยอะไหม?"
เจี่ยงหยวนเดินมาถึงชั้น 19 ได้ยินเสียงคนทัก เลยเงยหน้าขึ้นไปมอง เป็นผู้หญิงชั้น 20 คนเดิมที่เคยมาเคาะประตูบ้าน
"เยอะมาก!"
พ่อเจี่ยงเห็นลูกสาวไม่อยากเสวนา เลยตอบส่งๆ ไป
"แบ่งผักที่ซื้อมาให้ฉันหน่อยสิ ฉันจ่ายเงินให้นะ"
"ไม่ได้หรอก อยากกินก็ไปซื้อเอง บ้านเราก็ยังไม่พอกินเลย"
ยัยนั่นเบะปาก "งั้นพรุ่งนี้พวกเธอจะไปอีกไหม ฝากซื้อหน่อยสิ!"
เจี่ยงหยวนเชื่อเขาเลย มือตีนก็มี แถมที่บ้านก็มีผัวตัวเบ้อเริ่ม จะออกไปซื้อเองมันจะตายหรือไง!
เดินมาถึงชั้น 20 พอดี เธอจ้องหน้ายัยประสาทนั่นเขม็ง "ได้สิ!"
"จริงเหรอ งั้นพรุ่งนี้ไปกี่โมง ฉันอยากได้ผลไม้ ผักสด แล้วก็ข้าวสารสักยี่สิบจินก็พอ..."
เจี่ยงหยวนยืนฟังยัยนั่นร่ายยาวจนจบด้วยความบันเทิง "ค่าหิ้วสองหมื่น!"
"อะไรนะ?"
"หูตึงหรือไง!"
เจี่ยงหยวนขยับเข้าไปใกล้ ตะโกนใส่หน้า "ค่าหิ้ว สองหมื่น ได้ยินชัดหรือยัง!"
"ฉันไม่ได้หูหนวก เธอจะตะโกนทำไม อีกอย่างเธอจนจนเพี้ยนไปแล้วเหรอ สองหมื่นบาท จะมาหลอกคนโง่หรือไง!"
"ฉันว่าเธอนั่นแหละขี้เกียจจนรากงอก สองหมื่นฉันยังไม่อยากจะหิ้วให้เลย ยัยโง่!"
"นี่แกว่าใครโง่?"
เจี่ยงหยวนเดินขึ้นมาถึงชั้น 21 ปิดประตูนิรภัยตรงบันไดดัง "ปัง" ใส่หน้า...
รำคาญเว้ย!
"กลับมากันแล้วเหรอ แม่เป็นห่วงแทบแย่ มาๆ รีบมาฆ่าเชื้อ"
แม่ฉินถือขวดสเปรย์ระดมฉีดใส่สองพ่อลูก ช่วยไม่ได้ เชื้อโรคเชื้อรามันเยอะ กันไว้ดีกว่าแก้
เจี่ยงหยวนยังไม่รีบถอดชุด เมื่อกี้เห็นแมลงวันหัวเขียวสองตัวบินว่อนอยู่ในโถงทางเดิน ต้องรีบจัดการ คว้าสเปรย์ฆ่าแมลงออกไปฉีดอัด
พอดีกับซ่งอี้กลับมา เขาซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาเพียบ
ทั้งสองพยักหน้าทักทายกันเงียบๆ ไม่พูดอะไร
กลับเข้าบ้าน รีบถอดชุดที่ชุ่มเหงื่อ ผมเหนียวเหนอะหนะไปหมด
เจี่ยงหยวนรีบไปอาบน้ำ ซักเสื้อผ้าที่ใส่แล้ว ถึงค่อยไปดูเสี่ยวหน่วน
คนชั้นล่างสองบ้านนั้นน่ารำคาญจริงๆ เธอรู้ดีว่าอีกไม่กี่วัน พวกบ้านั่นต้องมาก่อกวนอีกแน่
ไม่นึกว่าอายุน้อยๆ กันอยู่ จะหน้าด้านไร้ยางอายได้ขนาดนี้
มารยาททางสังคมหายไปไหนหมด?
สงสัยจะเป็นพวกปลาที่หลุดรอดจากอวนการศึกษาภาคบังคับ!
ถ้าพวกมันยังคืบคลานเข้ามาอีก เธอจะทำยังไงดี ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นที่ฆ่าแกงกันได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ทุกคนยังมีความยับยั้งชั่งใจ
แต่เส้นความอดทนนี้จะขึงตึงได้อีกนานแค่ไหน ไม่มีใครรู้!
[จบแล้ว]