- หน้าแรก
- ผมแค่มีระบบเช็คอิน ไม่ได้จีบแต่นางเอกมารุมเอง
- บทที่ 18 - ทรัพย์สินหนึ่งหมื่นล้าน
บทที่ 18 - ทรัพย์สินหนึ่งหมื่นล้าน
บทที่ 18 - ทรัพย์สินหนึ่งหมื่นล้าน
บทที่ 18 - ทรัพย์สินหนึ่งหมื่นล้าน
"มึงเป็นตัวเหี้ยอะไร รู้ไหมว่าพวกกูเป็นใคร?" คนที่พูดเป็นชายชุดดำที่ยืนอยู่หน้าสุด ใบหน้าของมันยังดูอ่อนเยาว์ อายุอย่างมากก็แค่ยี่สิบต้นๆ ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกไอ้หัวร้อน
สำหรับลูกกระจ๊อกประเภทนี้ หูถูไม่มีอารมณ์จะไปเสียเวลาด้วย เขาจึงเมินเฉยไปโดยสิ้นเชิง
"มึงเก๊กหาพ่อมึงเหรอ คิดว่าตัวเองเจ๋งนักรึไง? เชื่อไหมว่ากูต่อยหัวมึงให้แบะได้เลย!"
การเมินเฉยของหูถู ยิ่งทำให้ไอ้หัวร้อนที่กำลังคึกคะนองโกรธมากขึ้น
หูถูยังคงเงียบ และแน่นอนว่าไม่ได้มองไปที่ไอ้หัวร้อนคนนั้น
สรุปก็คือ เขายังคงทำเหมือนอีกฝ่ายเป็นอากาศธาตุเช่นเดิม
ครั้งนี้ ไอ้หัวร้อนไม่เพียงแค่เห่า แต่เริ่มลงมือแล้ว
ถูกเมินถึงสองครั้งซ้อน เป็นใครก็คงทนไม่ไหว
มันยกเท้าก้าวออกไป ดวงตาดุร้ายราวกับเสือ จ้องเขม็งไปที่หูถูไม่กะพริบ
"วันนี้ถ้ากูไม่ซัดมึงจนร้องไห้ กูก็ไม่ขอแซ่หวังอีกต่อไป"
ไอ้หัวร้อนกำหมัดแน่น แยกเขี้ยวยิ้ม เผยให้เห็นฟันเหลืองอ๋อย ใบหน้าทั้งอัปลักษณ์และดุร้าย
มันเดินมาไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวหูถู จากนั้นก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง หมัดขนาดเท่ากระสอบทรายก็เหวี่ยงออกไปอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าใส่หน้าผากของหูถูอย่างแรง
เมื่อเผชิญกับหมัดนั้น จริงๆ แล้วหูถูก็รู้สึกประหม่าอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ได้ถอยแม้แต่ก้าวเดียว
ทันทีที่หมัดของไอ้หัวร้อนพุ่งเข้ามา เขาก็เคลื่อนไหวเช่นกัน มือขวาล้วงเข้าไปในตัวอย่างรวดเร็ว ค้อนตอกตะปูอันหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือ
เมื่อไอ้หัวร้อนเห็นหูถูชักค้อนออกมา มันก็รีบชักหมัดกลับทันที จากนั้นก็รีบถอยหลัง เพื่อทิ้งระยะห่างจากหูถู
จนกระทั่งถอยห่างไปราวสามเมตร ไอ้หัวร้อนถึงหยุด
จากนั้น มันก็ชี้หน้าหูถูแล้วตะโกนอย่างเดือดดาล: "ขี้ขลาดชิบหาย! ถ้าแน่จริงก็ทิ้งค้อนไป แล้วมาสู้กันตัวต่อตัวแบบลูกผู้ชาย!"
"กูขอเตือนพวกมึงเป็นครั้งสุดท้าย รีบไสหัวไปซะ ถ้ายังกล้าคิดไม่ดีกับผู้หญิงของกูอีก ก็อย่าหาว่ากูไม่เกรงใจ"
ไอ้หัวร้อนที่ไม่มีสามัญสำนึกที่ถูกต้อง ไม่คู่ควรให้หูถูสนใจแม้แต่น้อย เขาจึงเมินมันเป็นครั้งที่สาม จากนั้นก็หันไปมองเฟ่ยเฉียน แล้วเอ่ยคำเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ไอ้เหี้ย กูพูดกับมึงอยู่ มึงได้ยินไหมเนี่ย!"
ไอ้หัวร้อนกัดฟันกรอดแทบจะฉี่ราดด้วยความโกรธ
"แกบอกว่าฟ่านซู่ซู่เป็นผู้หญิงของแก?" ในที่สุดเฟ่ยเฉียนก็เปิดปาก เขาก็ทำเหมือนไอ้หัวร้อนเป็นอากาศธาตุเช่นกัน "พวกแกไปคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"นั่นมันไม่เกี่ยวกับแก พวกแกแค่ต้องรู้ไว้ว่าเธอเป็นผู้หญิงของฉัน นั่นก็พอแล้ว" หูถูตอบ
"แล้วถ้าฉันยืนยันจะเล่นผู้หญิงของแก สวมหมวกเขียวให้แกสักใบ มันจะเป็นยังไงล่ะ?" เฟ่ยเฉียนแสดงท่าทีที่เหนือกว่า มองหยามหูถู ไม่เห็นไอ้หนุ่มนี่อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
"แกก็ประเมินตัวเองสูงไปหน่อยนะ คิดว่าตัวเองจะแตะต้องผู้หญิงของฉันได้จริงๆ เหรอ" ดวงตาของหูถูเย็นเยียบลงทันทีที่พูดประโยคนี้จบ
"ทำไม? หรือว่าแกมีปัญญาจะเหาะเหินเดินอากาศได้?" เฟ่ยเฉียนทำหน้าอวดดี "มาตัวคนเดียว ยังกล้ามาช่วยผู้หญิงของแกอีก ไอ้หนู ช่วยแหกตาดูสถานการณ์หน่อยเถอะ ว่าพวกเรามีกี่คน? แค่ร่างกะเปี๊ยกอย่างแก ฉันสุ่มหยิบพี่น้องของเราออกมาสักคน ก็ซัดแกจนหมอบได้แล้ว แกจะช่วยยังไงไหว"
"คิดว่าตัวเองเป็นพระเอกนิยายแนวเมืองรึไง? หรือว่าลงมาจากภูเขา ฝึกวิชากับเหล่าซือมาสิบกว่าปี จนมีวรยุทธ์ล้ำเลิศ สามารถอัดหนึ่งร้อย หรือหนึ่งพันคนได้งั้นเหรอ?"
พูดจาเย้ยหยันจบ เสียงหัวเราะเยาะก็ดังขึ้นตามมา
ชายชุดดำสิบแปดคน แทบทุกคนต่างก็มองหูถูด้วยสายตาดูแคลน
"ฉันไม่ใช่พระเอกนิยายแนวเมือง ไม่ได้ลงมาจากภูเขา ยิ่งไม่มีอาจารย์หรือวรยุทธ์ล้ำเลิศอะไรนั่นด้วย แต่ใครเป็นคนกำหนดกันล่ะ ว่าต้องมีวรยุทธ์ล้ำเลิศถึงจะจัดการพวกแกได้? ฉันมีแบ็กดี มีเงิน ก็อัดพวกแกได้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ"
หูถูไม่แยแสต่อคำเย้ยหยันของอีกฝ่าย กลับกัน เขากลับโต้ตอบด้วยใบหน้าที่สงบนิ่ง
"แค่แกเนี่ยนะ มีแบ็กดี? มีเงิน?" แม้ว่าเฟ่ยเฉียนจะพยายามกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ แต่สุดท้ายมุมปากก็ยังคงเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยออกมา "แกคิดว่าแกเป่าลมออกจากปากแบบนี้แล้วฉันจะเชื่อเหรอ? ไอ้หนู ช่วยดูหน่อยว่าฉันอายุเท่าไหร่แล้ว? แกคิดว่าคำขู่แบบนี้จะทำให้ฉันกลัวได้จริงๆ งั้นเหรอ?"
"เอาล่ะ ฉันจะสมมติว่าแกมีเงินมาก แล้วก็มีแบ็กดีมากด้วยก็แล้วกัน"
"แต่แบ็กแกจะใหญ่กว่าฉันได้เหรอ? แกจะมีเงินเยอะกว่าฉันได้เหรอ?"
"แกรู้ไหมว่าฉันมีทรัพย์สินเท่าไหร่? หนึ่งหมื่นล้านเฟ้ย!"
"แกรู้ไหมว่ามันเป็นตัวเลขเท่าไหร่? มันเป็นเงินก้อนมหาศาลที่ไอ้หนูอย่างแก ต่อให้ใช้สิบชาติก็หาไม่ได้!"
"ยังจะมาอวดรวยกับฉันอีก ไม่ไปส่องฉี่ดูเงาหัวตัวเองซะบ้าง" ดวงตาของเฟ่ยเฉียนเต็มไปด้วยความเหยียดหยามสุดขีด "ฉันจะบอกให้แกรู้ไว้นะ ไอ้หนู ฉันเฟ่ยเฉียนยอมเล่นผู้หญิงของแก ก็นับเป็นเกียรติของแกแล้ว แกอย่าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ถ้ายังอยากหากินในเยาตูต่อไป ก็รีบไสหัวไปซะ แต่ถ้ายังจะอยู่เกะกะสายตาปู่ตรงนี้อีก ระวังปู่จะทำให้แกมีชีวิตอยู่อย่างตายทั้งเป็น!"
บรื้นน~~
บรื้นน~~
คำพูดที่อวดดีถึงขีดสุดของเฟ่ยเฉียนเพิ่งจะจบลง เสียงคำรามของเครื่องยนต์รถสปอร์ตที่ดังสนั่นหวั่นไหว ก็ระเบิดขึ้นทั่วทั้งถนนสายนี้
เสียงรถสปอร์ตเหล่านี้ดังมาก จนดึงดูดสายตาของเฟ่ยเฉียนและลูกน้องของเขาให้หันไปมอง
จากนั้น พวกเขาก็ได้เห็น รถลัมโบร์กินีทีละคัน ทีละคัน ในสีสันที่แตกต่างกัน กำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเขา
มีคนนับอย่างละเอียด รถลัมโบร์กินีที่ขับเข้ามานี้ มีมากถึงหนึ่งร้อยแปดคัน
จากนั้น ลัมโบร์กินีทั้งหนึ่งร้อยแปดคัน ก็จอดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยบนถนนสายที่พวกเขาอยู่
ทันทีที่รถสปอร์ตสุดหรูจอดลง ประตูแบบปีกนกที่ออกแบบมาอย่างมีสไตล์ก็เปิดออกอย่างงดงาม จากนั้น ชายชุดดำสองคนที่นั่งอยู่ในรถก็ลงมาจากรถอย่างรวดเร็ว
รถหนึ่งคันนั่งมาสองคน รถหนึ่งร้อยแปดคัน ก็คือสองร้อยสิบหกคน
คนทั้งสองร้อยสิบหกคนนี้ พวกเขาทั้งหมดสวมแว่นตาดำ หลังจากลงจากรถ พวกเขาก็พากันวิ่งเหยาะๆ ตรงมายังหูถู
ไม่ถึงหนึ่งนาที คนทั้งสองร้อยสิบหกคน ก็มารวมตัวกันอยู่ด้านหลังหูถู ยืนเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบ
ท่ายืนอกผายไหล่ผึ่งของพวกเขา ราวกับทหารของประเทศเซี่ย ดูองอาจผึ่งผาย และสง่างามอย่างยิ่ง
"ประธานหู ขอโทษด้วยครับ การนำรถออกมาต้องใช้เวลาพอสมควร ทำให้ต้องลากยาวมาจนถึงตอนนี้ ได้โปรดอภัยให้ผมด้วยครับ"
ชายวัยกลางคนอายุราวๆ เดียวกับเฟ่ยเฉียน หยุดยืนอยู่ข้างกายหูถู เขาก้มศีรษะเล็กน้อย กล่าวด้วยใบหน้าที่รู้สึกผิด
"ไม่เป็นไร พวกคุณมาได้จังหวะพอดี ผมไม่ได้ถือสาอะไร" หูถูตอบกลับอย่างใจเย็น
เมื่อได้ยินคำตอบของหูถู หัวใจที่สั่นระรัวของชายคนนี้ก็ค่อยสงบลงได้บ้าง
ต้องรู้ด้วยว่า ประธานฉิน ฉินเยี่ยน สั่งการไว้ ว่าให้เขาต้องรวมพลขบวนรถที่หรูหราและยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ไปให้ถึงสนามกีฬาเฉาหยางภายในครึ่งชั่วโมง
แต่เขากลับใช้เวลาเกินไปสามถึงสี่นาที
[จบแล้ว]