เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 คนเดียว (อ่านฟรี)

ตอนที่ 11 คนเดียว (อ่านฟรี)

ตอนที่ 11 คนเดียว (อ่านฟรี)


เที่ยงของวันถัดมา มาร์วินตื่นขึ้นด้วยความหิวโหย

 

เขาลุกขึ้นเงียบๆและเห็นหญิงสาวลูกครึ่งเอลฟ์ยังคงนอนหลับอยู่ข้างเตียงเขา ท่านอนของเธอดูงดงามมาก ขนตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อย

 

เขารีบทำความสะอาดตนเองโดยไม่รบกวนแอนนาและเดินผ่านประตูไป เขามีสิ่งต่างๆมากมายให้จัดการ

 

มาร์วินออกจากโรงแรมอินทรีย์เขาดำและเดินไปยังตลาดเพื่อค้นหาช่างตีเหล็กจากครั้งที่แล้ว เขาซื้อมีดโค้งทั่วไปเหมือนกันมา 2 เล่มก่อนจะออกมา

 

แม้ว่าเขาจะใช้มีดเล่มเดิมที่เขาเคยใช้ แต่มันไม่สามารถแสดงคุณสมบัติของการใช้อาวุธคู่ได้ สำหรับมีดเล่มที่ 3 มันถูกเก็บไว้ยามจำเป็น

 

นักสู้ที่มีประสบการณ์จะเตรียมอาวุธพิเศษเพื่อใช้ในสถานการณ์ต่างๆ

 

จากนั้นเขาเดินทางไปสลัมที่อยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่ซึ่งมีขอทานมากมายที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับเหรียญเงินไม่กี่เหรียญ รวมถึงข้อมูลต่างๆ มาร์วินต้องการความช่วยเหลือจากพวกเขา

 

เขากลับมาจากสลัมและเหลือเพียง 30 เหรียญเงินเศษในกระเป๋า

 

เขาซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็นจากร้านขายของชำ ก่อนที่จะเดินกลับโรงแรม

 

เมื่อมาร์วินกลับห้อง แอนนาตื่นแล้ว เธอกำลังขยี้ตาที่ง่วงนอนของเธอและตกใจกับสิ่งของมากมายในมือของมาร์วิน “นายน้อยมาร์วิน พวกเราจะไปต่อสู้กับแก๊งอาเชรอนงั้นรึ?”

 

“มีเพียงแค่เรา 2 คนเท่านั้นหรือ?”

 

แอนนาไม่ได้กลัวตัวเองบาดเจ็บ แต่กลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับมาร์วิน

 

มาร์วินยื่นขนมปังอบเนยให้กับเธอและกระซิบ “พวกเราไม่โดดเดี่ยวหรอก เมืองนี้ดำมืดกว่าที่พวกเราคิด บางทีการขอความช่วยเหลือในครั้งแรกอาจเป็นเรื่องผิดพลาด ไม่มีใครช่วยพวกเราหรอก การเอาดินแดนของพวกเรากลับคืนมา พวกเราต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งของพวกเราเอง กินนี่ก่อน เมื่อเจ้ากินเสร็จ ข้าต้องการให้เจ้าไปแถบชนบท”

 

แอนนารู้สึกประหลาดใจขณะดื่มน้ำ เธอตอบกลับ “ไปแถบชนบท?”

 

“หมู่บ้านกรีนและหมู่บ้านฟ็อก เพียงแค่อังเดรและพวกพ้องไม่สามารถจัดการได้แน่” มาร์วินพูดอย่างเฉยเมย เขายืนอยู่ข้างหน้าต่างและกำลังมองผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนน

 

“ท่านรู้ได้อย่างไร....?” แอนนารู้สึกตกใจมากกว่าเก่า

 

“ข้าเห็นเขา วันนั้นอังเดรได้ลอบเข้ามาในเมืองและค้นหาเจ้า  ความคิดของเขาคือต้องการใช้กองทัพของตนยึดดินแดนคืนกลับมา”

 

มาร์วินส่ายศีรษะและพูดขึ้น “น่าสงสารที่เจ้ายังคิดว่าจวนเจ้าเมืองจะส่งความช่วยเหลือมาช่วย เจ้าถึงยังใจเย็นได้ ใช่ไหม?”

 

ประกายตาของแอนนาเริ่มเปลี่ยนสี “นายน้อยมาร์วิน ข้าพอเข้าใจความคิดของท่าน ถ้าทหารสามารถเข้ามาได้ แก๊งอาเชรอนก็ไม่เป็นปัญหา เพียงแต่....เมืองริเวอร์ชอร์ไม่ให้พวกนั้นติดอาวุธเข้ามาแน่”

 

“ให้พวกเขาปลอมตัวและลอบเข้ามาในเมืองริเวอร์ชอร์ เรื่องอาวุธข้ากำลังคิดหาวิธีอยู่” มาร์วินคว้าไปที่ขนมปังชิ้นหนึ่งและส่งมันเข้าปาก “ข้าให้เวลาเจ้า 10 วัน”

 

“10 วันหลังจากนี้ ข้าต้องการเห็นหุบเขาริเวอร์ไวท์พร้อมทั้งทหาร 20 คนยืนอยู่ต่อหน้าข้า”

 

แอนนารู้สึกตื่นเต้น

 

มาร์วินเพิ่งแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญอย่างไม่น่าเชื่อ เขาเจิดจรัสอย่างแท้จริง! การรวบรวมกองทัพส่วนตัวในเมืองริเวอร์ชอร์ แม้ว่าเขาจะเป็นขุนนาง แต่ยังถือเป็นการยั่วยุต่อเมืองริเวอร์ชอร์! แต่มีเพียงนายน้อยมาร์วินเท่านั้นที่ทำให้แอนนาเห็นถึงความหวังที่น้อยนิด

 

มีเพียงวิธีนี้ที่ทำให้เขายุติชีวิตที่น่าอดสูในเมืองริเวอร์ชอร์แห่งนี้ได้

 

นายน้อยมาร์วินเป็นขุนนาง แต่ที่นี่เมืองริเวอร์ชอร์ จวนเจ้าเมืองหลอกเขา คาสิโนหลอกเขาและพ่อค้าร่ำรวยยังจ้างแก๊งอันธพาลมาฆ่าเขาอีก!

 

ความอัปยศอดสูเหล่านี้ เธอเก็บไว้ในหัวของเธอตลอด เหตุผลเดียวที่เธอยังไม่ระเบิดมันออกมา เพราะนายน้อยมาร์วินของเธอ

 

ตอนนี้มาร์วินได้เปลี่ยนไปแล้ว เขามีการเปลี่ยนแปลงที่น่าประหลาดใจ แอนนาไม่สามารถมองเขาเป็นเด็กที่คอยตามหลังเธอตั้งแต่เด็ก เพื่อเรียนรู้การบริหารดินแดน

 

“แต่...ถ้าข้าออกไป...” แอนนามองมาร์วินอย่างลังเล

 

เธอเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของมาร์วิน

 

“ข้าจะซ่อนอยู่ในโรงแรม เจ้าควรเชื่อในความสามารถของข้า ไม่มีใครสามารถตามหาข้าเจออย่างแน่นอน”

 

มาร์วินยิ้มอย่างมั่นใจ “ไปเถอะ! ข้าจะรอฟังข่าวดี”

 

 

ช่วงบ่ายของวันนั้น ด้วยการปลอมตัวเป็นหญิงชนบท แอนนาออกจากเมืองริเวอร์ชอร์เพียงคนเดียวมุ่งหน้าสู่ทิศใต้

 

ด้วยคำแนะนำของนายน้อยมาร์วิน ความเร็วของเธอเพิ่มขึ้นมาก

 

มาร์วินมองดูออกไปเงียบๆ เขาแค้นยิ้มออกมา

 

รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แกร่งกล้า

 

การส่งแอนนาออกไปมีจุดประสงค์ 2 อย่าง หนึ่งเขาต้องกองทัพที่แข็งแกร่ง และเขาต้องการลงมือคืนนี้ เขาไม่สามารถแสดงพลังที่แท้จริงทั้งหมดได้เมื่อแม่บ้านสาวคอยอยู่เคียงข้าง ตัวอย่างเช่นขณะจัดการกับโจรปล้นสุสาน แอนนาเกือบจะทำแผนของเขาพัง

 

บางครั้ง การฆ่าก็เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจ้าวแห่งรัตติกาลเป็นคนลงมือ

 

มาร์วินไม่ได้แสดงพลังออกมา เขารู้ว่าเวลาไหนควรลงมือคนเดียวและเมื่อไหร่ควรเพิ่มประสิทธิภาพของกองทัพ เหตุผลที่เขาส่งแอนนาไปยังชนบทก่อนคือเพื่อรวบรวมทหารไปปกป้องคนในหมู่บ้าน

 

หลังจากที่หุบเขาริเวอร์ไวท์ถูกยึดครอง ประชาชนจำนวนมากต่างหลบหนีไปยังหมู่บ้านกรีน , หมู่บ้านฟ็อกและทะเลสาบดิสวอเทอร์ ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนของมาร์วิน หมู่บ้านเหล่านั้นต่างอยู่บนภูเขา ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะหลบหนีจากการบุกของโนลส์ เนื่องจากกฎหมายของเมืองริเวอร์ชอร์ มีเพียงมาร์วินและแม่บ้านเท่านั้นที่สามารถเข้ามาขอความช่วยเหลือได้ กองทหารของเขาอยู่ได้เพียงแถบชนบท

 

เด็กหนุ่มเหล่านั้นไม่สามารถทนได้อย่างแน่นอน พวกเขาต้องการฆ่าพวกมันและรอเพียงคำสั่งของมาร์วิน

 

พวกเขาเป็นชายที่กล้าหาญ หนุ่มแน่นและแข็งแรง

 

อย่างไรก็ตาม มันยังไม่พอ

 

มาร์วินรู้ว่ามีเงาจำนวนมากอยู่เบื้องหลังการรุกรานของเหล่าโนลส์ ชายหนุ่ม 20 คนไม่สามารถต้านทานกองทัพโนลส์ที่ได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดี เขาต้องรวบรวมกองทัพให้แข็งแกร่งขึ้น

 

และก่อนหน้านั้น เขาต้องหาคนที่เล็งเป้ามาที่เขาก่อน

 

มันอาจจะเป็นลุงมิลเลอร์ที่ตระหนี่ แต่อาจจะเป็นคนอื่นก็ได้

 

ในเวลาสั้นๆ หลังจากคืนนี้ ทุกอย่างจะชัดเจน

 

...

 

 

ตกดึก ก่อนที่ช่วงเคอร์ฟิวของเมืองริเวอร์ชอร์เป็นเวลาที่ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยพลังอำนาจชั่วร้าย

 

แก๊งอันธพาลทุกแก๊งเริ่มนับกำไรที่ทำได้ของวันและโจรมือใหม่ส่วนใหญ่จะถูกทุบตีโดยคนที่ทำได้ครบโควต้ารายวัน

 

ที่ผ่านมา พวกมันต้องเรียนรู้ผ่านความเจ็บปวดเพื่อปรับปรุงมือของตนเองให้ว่องไวมากขึ้น ในเวลานั้นพวกเขาต้องแบกรับความเจ็บปวดทางกายแต่ส่วนแบ่งที่พวกเขาได้รับยังเพียงพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัวของพวกเขา

 

นี่คือพื้นที่สีเทาของการอยู่รอด

 

โสเภณีที่แต่งตัวงดงามยืนอยู่ในซอยข้างถนนสายหลัก แป้งที่หนาทาทั่วไปหน้า บางครั้งการใช้เครื่องสำอางราคาถูกก็ไม่ได้ทำให้ดูดีขึ้น แต่ใช้เพื่อปกปิดรอยสิว แต่ไม่มีอะไรในงานประเภทนี้เลวร้ายไปกว่า การตั้งท้องและล้มป่วย ทั้งสองสิ่งนี้หมายความว่าพวกเขาได้สูญเสียงานของพวกเขาไปแล้ว

 

...

 

บาร์ไพรอซีน ชั้นใต้ดิน

 

แสงเทียนส่องสว่างอยู่บนร่างของหญิงสาวที่กำลังเต้น ชาย 2 คนกำลังนั่งอยู่บนโซฟาที่ทำจากหนังเสือและหัวเราะเสียงดัง

 

“นายน้อยฟาร์ม่า ข้าพบหญิงสาวให้ท่านได้ลิ้มลองแล้ววันนี้ ตอนนี้ท่านต้องสนุกกับตัวเอง”

 

ในบรรดาพวกเขา ชายร่างสูงชี้ไปที่หนึ่งในนักเต้นที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่สวยงาม

 

มีรอบแผลเป็นระหว่างคิ้วทำให้เขาดูโหดเหี้ยม

 

เขามีร่างเตี้ยและมีแววตาชั่วร้ายพร้อมด้วยถุงใต้ตา คนประเภทนี้หมดพลังงานไปกับไวน์และผู้หญิง

 

เขาไม่สามารถละสายตาไปจากนักเต้นคนนั้นได้และพยักหน้า “ดี ดี! ไดเฟียส ตราบใดที่เจ้าสามารถกำจัดขยะนั่นได้ เมื่อข้ากลับไป ข้าจะบอกสิ่งนี้กับพ่อของข้าและให้เขาสนับสนุนเจ้า”

 

ไดเฟียสพูดอย่างใจเย็น “ขอบคุณมากขอรับ นายน้อยฟาร์ม่า เด็กน้อยที่ชื่อมาร์วินนั่นไม่สามารถหลบหนีไปจากพวกเราได้หรอกขอรับ พวกเราส่งทีมขนาดเล็กไปตามล่ามัน ดังนั้นไม่นานหัวของมันจะลอยอยู่บนแม่น้ำไพน์โคนอย่างแน่นอน”

 

“ถึงตอนนั้น หุบเขาริเวอร์ไวท์จะตกเป็นของท่านพ่อ!” ฟาร์ม่าพูดอย่างโหดเหี้ยม “ยีนและลูกชายของมันได้ขโมยดินแดนของพ่อข้ามาเป็นเวลานานและถึงเวลาที่จะเอาสิ่งที่ควรเป็นของข้ากลับคืนมา!”

 

“แน่นอน” ไดเฟียสหัวเราะออกมา “กลุ่มของโนลส์มีค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก เพียงแค่ส่งอาหารให้กับพวกมันและเมื่อมาร์วินตาย ทุกอย่างจะดีขึ้น”

 

ทั้งสองหัวเราะอย่างชั่วร้าย ขณะนั้น ชายในชุดคลุมสีดำเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ เขาหมอบและกระซิบไปที่ข้างหูของไดเฟียส

 

ใบหน้าของไดเฟียสไม่ได้เปลี่ยนไปเมื่อได้ยินรายงาน “สองอีก 2 ทีมเข้าไปช่วย เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ทำไมข้าต้องให้ความสนใจ?”

 

ชายชุดดำเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

 

ก่อนที่ไดเฟียสจะพูดสิ่งใด ฟาร์ม่าลุกขึ้นทันที ทิ้งให้หญิงสาวข้างกายงุนงง

 

ฟาร์ม่ากอดนักเต้นและลากเธอไปยังห้องด้านข้าง

 

นักเต้นดิ้นรนและพูดด้วยความกลัว “ท่านไดเฟียส ไหนท่านบอกข้าว่านี่เป็นแค่การเต้น?!”

 

ไดเฟียสตอบกลับอย่างไม่แยแส “ขอโทษด้วย เปลี่ยนแผนแล้ว”

 

ปัง!

 

ประตูของห้องเล็กปิดลง เสียงกรีดร้องของนักเต้นดังออกมา ตามด้วยเสียงของฟาร์ม่าที่หัวเราะอย่างชั่วร้าย

 

...

 

ไดเฟียสขมวดคิ้ว ความรู้สึกของเขาค่อนข้างตึงเครียด

 

‘ทีมที่ 1 ส่งไปนานมากแล้ว ทำไมยังไม่มีข่าวกลับมา? เกิดอะไรขึ้น?’

 

ในเวลานั้น ชายชุดคลุมดำกลับมา หลังจาที่ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ เขากระซิบออกมา “มีข่าวร้าย 2 ข่าวขอรับ ทีม 1 ที่เราส่งไปถูกพบที่ริมฝั่งแม่น้ำไพน์โคน ทั้งหมดตายแล้วขอรับ ศัตรูใช้มีดโค้งและมีทักษะในการสังหารระดับสูง”

 

ไดเฟียสขมวดคิ้ว

 

“นอกจากนี้คลังสินค้าของพวกเราในบริเวณท่าเรือถูกไฟไหม้และเกิดการต่อสู้ขึ้นที่คาสิโนฝั่งตะวันออก พวกเราไม่สามารถควบคุมได้”

 

ไดเฟียสจ้องมองออกไป “ใครมันเป็นคนเริ่มการต่อสู้?”

 

“อาจจะเป็นคนของงูทะเลหรือไม่ก็คนของนกยูงขาวขอรับ” ชายในชุดคลุมดำตอบอย่างเป็นกังวล “พวกเราขยายอำนาจเร็วเกินไป พวกมันตั้งตัวเป็นศัตรูกับเรา”

 

“ไม่ว่ามันเป็นใคร การขยายตัวของอาเชรอนจะต้องเกิดขึ้น” ไดเฟียสยืนขึ้นบนโซฟาและสั่ง “ส่งทีมที่ 3 เข้าไปจัดการกับเรื่องวุ่นวายนี้และฆ่าทุกคนที่มีปัญหา”

 

“แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น จะเหลือเพียง 2 ทีมในบาร์ไพรอซีนนะขอรับและก็สมาชิกระดับล่าง” ชายชุดดำพูด

 

“ใครกลัวกัน ข้าอยู่ที่นี่!” ไดเฟียสเดินไปที่กำแพงและหยิบขวานขึ้นมา

 

ในขณะนั้นสาวน้อยคนหนึ่งวิ่งลงมาจากชั้นบน

 

“ไม่ดีแล้ว! หัวหน้า! มีใครบางคนอยู่ด้านบน เขาฆ่าคนของเราไปเยอะมาก!”

 

“พวกมันมีเท่าไหร่!?” ชายชุดคลุมดำตะโกนถามเสียงดัง

 

หญิงสาวตอบอย่างเกรงกลัว

 

“…คนเดียว!”

จบบทที่ ตอนที่ 11 คนเดียว (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว