- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 3768 : หุ่นยนต์คู่ชีวิต | บทที่ 3769 : ในทางเทคนิคไม่มีปัญหา ถ้าอย่างนั้นปัญหาอยู่ที่ไหนกันล่ะ?
บทที่ 3768 : หุ่นยนต์คู่ชีวิต | บทที่ 3769 : ในทางเทคนิคไม่มีปัญหา ถ้าอย่างนั้นปัญหาอยู่ที่ไหนกันล่ะ?
บทที่ 3768 : หุ่นยนต์คู่ชีวิต | บทที่ 3769 : ในทางเทคนิคไม่มีปัญหา ถ้าอย่างนั้นปัญหาอยู่ที่ไหนกันล่ะ?
บทที่ 3768 : หุ่นยนต์คู่ชีวิต
ขณะที่อู๋ฮ่าวยืนอยู่บนเวที มองดูปฏิกิริยาอันเร่าร้อนของแขกด้านล่าง เขายิ้มเล็กน้อยแล้วค่อยๆ เอ่ยปากพูดขึ้นว่า "อาจจะมีคนถามว่า ในเมื่อหุ่นยนต์รุ่นนี้ทรงพลังขนาดนี้ ทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง งั้นมันจะเป็นคู่ชีวิตได้ไหม?"
คำพูดของอู๋ฮ่าวเปรียบเสมือนก้อนหินที่โยนลงไปในทะเลสาบที่เงียบสงบ ก่อให้เกิดระลอกคลื่นในห้องไลฟ์สดทันที
ชาวเน็ตหน้าจอต่างพากันหยุดสิ่งที่ทำอยู่ สายตาจับจ้องไปที่ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีผู้นี้ คอมเมนต์หลั่งไหลเข้ามาดั่งฝนดาวตก แต่ละประโยคล้วนแฝงไปด้วยอารมณ์และความคิดที่แตกต่างกัน
"คู่ชีวิต?! หุ่นยนต์ตัวนี้จะเทพเกินไปไหมเนี่ย?!"
"ฮ่าๆๆ ประธานอู๋กะจะให้หุ่นยนต์มาร่วมแก๊งคนโสดด้วยเหรอเนี่ย?"
"ถ้าหุ่นยนต์เป็นคู่ชีวิตได้ งั้นก็หมายความว่าต่อไปวันวาเลนไทน์ก็ไม่ต้องฉลองคนเดียวแล้วสินะ?"
"คู่ชีวิต? แน่ใจนะว่าไม่ได้ล้อเล่น? หุ่นยนต์จะมีอารมณ์ความรู้สึกได้เหรอ?"
"จริงๆ แล้ว AI ขั้นสูงพัฒนาเรื่องการจำลองอารมณ์ไปไกลมากแล้วนะ ทางทฤษฎีก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้หรอก"
"ลองจินตนาการถึงหุ่นยนต์คู่ใจที่เข้าใจคุณตลอดเวลา สนับสนุนคุณ แถมยังปรับตัวตามความชอบของคุณได้ดูสิ ชักจะหวั่นไหวแล้วนะเนี่ย!"
"แต่ถ้าทุกคนพึ่งพาแต่หุ่นยนต์คู่รัก แล้วการสื่อสารจริงๆ ระหว่างมนุษย์จะเป็นยังไงล่ะ?"
"ประธานอู๋ คุณกะจะเปิดยุคสมัยแห่งความรักกับหุ่นยนต์เหรอ? งั้นฉันต้องหาเพื่อนเล่นหุ่นยนต์ให้เจ้าตูบที่บ้านก่อนแล้วล่ะ!"
"ตกลงว่าหุ่นยนต์คู่ชีวิตตัวนี้ทำกับข้าวได้ ทำความสะอาดได้ แล้วยังคุยแก้เหงาได้ด้วยใช่ไหม?"
"เทคโนโลยีก้าวหน้าเป็นเรื่องดี แต่หวังว่าจะไม่ลืมกันนะว่าสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่แท้จริงนั้นไม่มีสิ่งใดทดแทนได้"
......
ไม่ใช่แค่ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดเท่านั้น ในงานก็เกิดเสียงฮือฮาไปทั่ว แขกด้านล่างเวทีเมื่อได้ยินคำพูดของอู๋ฮ่าว ต่างก็แสดงสีหน้าหลากหลาย ทั้งตกใจ หยอกล้อ สงสัยใคร่รู้ และตั้งคำถาม
เห็นได้ชัดว่าคำถามนี้ ไม่เพียงกระตุกต่อมจินตนาการของผู้คนเกี่ยวกับชีวิตไฮเทคในอนาคต แต่ยังทำให้ทุกคนเริ่มหันกลับมาทบทวนเส้นแบ่งระหว่างเทคโนโลยีกับความเป็นมนุษย์
อู๋ฮ่าวมองดูสีหน้าที่แตกต่างกันของทุกคนด้านล่าง เขาค่อยๆ ยกมือขึ้น ส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบลง รอจนกระทั่งภายในงานค่อยๆ กลับสู่ความสงบ เขาจึงเอ่ยปากอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มเชิงหยอกล้อ
"ดูเหมือนว่าทุกคนจะสนใจประเด็นนี้กันมากเลยนะครับ"
อู๋ฮ่าวแซวไปหนึ่งประโยค แล้วพูดต่อทันทีว่า "ใช่ครับ หุ่นยนต์คู่ชีวิตคือเป้าหมายในจินตนาการนับครั้งไม่ถ้วนของพวกเรามนุษยชาติ และเป็นสิ่งที่ถูกนำเสนอในภาพยนตร์และละครมากมาย
ที่ผมตั้งคำถามเรื่อง 'หุ่นยนต์คู่ชีวิต' ขึ้นมา ไม่ใช่เพราะนึกสนุกชั่ววูบ แต่เกิดจากการไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งถึงแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคตครับ"
"ประการแรก ในแง่ของเทคโนโลยี เราประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดในการจำลองอารมณ์ การเรียนรู้เพื่อปรับตัว และการปรับแต่งเฉพาะบุคคลของปัญญาประดิษฐ์จริงๆ
หุ่นยนต์เหล่านี้ไม่เพียงแต่เรียนรู้และเลียนแบบการแสดงออกทางอารมณ์ของมนุษย์ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถวิเคราะห์นิสัย ความชอบ หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของผู้ใช้ เพื่อให้บริการที่รู้ใจและเข้ากับบุคคลนั้นๆ มากยิ่งขึ้น พวกมันสามารถอยู่เป็นเพื่อนคนชราที่โดดเดี่ยว ให้การศึกษาและอยู่เป็นเพื่อนเด็กๆ หรือแม้แต่เป็นที่พึ่งทางใจให้กับคนเมืองที่วุ่นวาย
นี่คือพลังของเทคโนโลยี และเป็นเครื่องสะท้อนถึงการแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าของพวกเราครับ"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ อู๋ฮ่าวก็ผ่อนน้ำเสียงลงและยกตัวอย่างว่า "ก็เหมือนกับคนที่ยังโสดและอยากมีคู่ แต่ไม่อยากออกไปหา หุ่นยนต์คู่ชีวิตอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนั้น
คนชราที่ไม่มีใครอยู่ข้างกาย หุ่นยนต์คู่ชีวิตหนึ่งตัวสามารถช่วยดูแลอยู่ข้างๆ ได้ หรือพ่อแม่ที่สูญเสียลูก คนที่สูญเสียคนรัก หุ่นยนต์คู่ชีวิตล้วนเป็นเครื่องมือเยียวยาจิตใจที่ดีมากครับ"
พูดจบ อู๋ฮ่าวก็อดถอนหายใจไม่ได้แล้วกล่าวว่า "อย่างไรก็ตาม เมื่อเราพูดถึงหุ่นยนต์ในฐานะคู่ชีวิต เราก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องแตะประเด็นเชิงลึกทางสังคมและอารมณ์
ในระดับสังคม การแพร่หลายของหุ่นยนต์คู่ชีวิตอาจก่อให้เกิดการถกเถียงในประเด็นจริยธรรมและกฎหมายตามมาอีกมากมาย
เช่น หุ่นยนต์ควรมีสิทธิบางอย่างหรือไม่? ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับหุ่นยนต์จะจำกัดความอย่างไร? สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องการให้เรามาร่วมกันค้นหา และสร้างกฎกติกาและกรอบการทำงานที่เหมาะสม"
"ส่วนเรื่องอารมณ์ ผมยอมรับว่าหุ่นยนต์อาจจำลองการแสดงออกทางอารมณ์บางอย่างได้ แต่สิ่งที่พวกมันขาดไปคือประสบการณ์ชีวิตที่แท้จริง ความลึกซึ้งทางอารมณ์ และ 'ความเป็นมนุษย์' ที่คาดเดาไม่ได้
ความรัก ความเกลียด ความเศร้า และความสุขระหว่างมนุษย์ที่ล้ำค่า ก็เพราะมันเกิดขึ้นตามธรรมชาติจากประสบการณ์ร่วมและความเข้าใจซึ่งกันและกัน
หุ่นยนต์สามารถเป็นตัวช่วยที่ดีได้ แต่ไม่มีวันแทนที่สายสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่ซับซ้อนและลึกซึ้งระหว่างมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ครับ"
"ดังนั้น แนวคิดเรื่องหุ่นยนต์คู่ชีวิตที่ผมเสนอ ไม่ได้มีไว้เพื่อแทนที่ความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างมนุษย์ แต่หวังให้เทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมสุขภาวะของมนุษย์ ช่วยให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมกับกระตุ้นให้เราเห็นคุณค่าของอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ที่ไม่สามารถก๊อปปี้ได้มากยิ่งขึ้น
สิ่งที่เราควรขบคิดคือ จะทำอย่างไรให้ในขณะที่เทคโนโลยีพัฒนาไป เรายังคงรักษาความอบอุ่นของความเป็นมนุษย์ไว้ได้ ไม่ให้ความสะดวกสบายของเทคโนโลยีกลายเป็นต้นเหตุของกำแพงกั้นระหว่างมนุษย์ด้วยกัน"
พูดถึงตรงนี้ อู๋ฮ่าวหัวเราะอย่างขมขื่นแล้วพูดว่า "ในบรรดาเรื่องเหล่านี้ สิ่งที่แก้ไขยากที่สุด หรือจะเรียกว่าฝ่าฟันไปได้ยากที่สุดก็คือปัญหาด้านกฎหมายและจริยธรรมครับ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหุ่นยนต์บริการอัจฉริยะของเรามีฟังก์ชันคู่ชีวิต มันจะต้องเผชิญกับปัญหาทางกฎหมาย จริยธรรม และสังคมอีกเป็นพรวน
อย่างแรกเลยคือปัญหาการยืนยันตัวตนของหุ่นยนต์บริการอัจฉริยะเหล่านี้ ทันทีที่มีฟังก์ชันคู่ชีวิต ก็หมายความว่าได้สร้างสายสัมพันธ์ทางอารมณ์กับมนุษย์ ถึงตอนนั้นตัวตนของหุ่นยนต์ควรจะได้รับการยอมรับอย่างไร เป็นเครื่องจักร เป็นมนุษย์ หรือเป็นสิ่งของประเภทอื่น
ถ้าพวกเขาต้องการแต่งงานกับหุ่นยนต์คู่ชีวิตตัวนี้ เราจะยอมรับหรือไม่ยอมรับ
และอีกอย่าง ถ้าหุ่นยนต์มีฟังก์ชันทางสรีรวิทยาแบบนั้น จะไปเกี่ยวข้องกับปัญหาทางศีลธรรมจรรยาหรือไม่
สมมติว่าครอบครัวหนึ่งซื้อหุ่นยนต์แบบนี้มา แล้วสามีหรือภรรยามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหุ่นยนต์ตัวนี้ มันจะนับเป็นอะไรครับ? นอกใจในสมรส? หรือว่านอกใจทางใจ? หรือว่าเป็นอย่างอื่น?
นอกจากนี้ ถ้ามีหุ่นยนต์คู่ชีวิตแบบนี้ขึ้นมาจริงๆ ก็อาจจะกระทบหรือส่งผลต่อระบบสังคมที่มีอยู่ หรือแม้แต่โลกทั้งใบ ตัวอย่างเช่น ถ้าทุกคนเลือกหุ่นยนต์คู่ชีวิตแบบนี้ ต่อไปจะมีคนไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากมีลูกหรือไม่
ถึงเวลานั้น ประชากรในสังคมย่อมได้รับผลกระทบแน่นอน ซึ่งนี่ไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาของเผ่าพันธุ์มนุษย์เลย
และการที่มีหุ่นยนต์จำนวนมากขนาดนี้อยู่ในสังคม จะนำมาซึ่งปัญหาที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิมหรือไม่ เรื่องนี้ก็ยังบอกไม่ได้ครับ"
พูดมาถึงตรงนี้ อู๋ฮ่าวหยุดไปครู่หนึ่ง กวาดสายตามองไปทั่วทั้งงาน แล้วยิ้มพลางกล่าวว่า
"เพื่อนๆ ครับ เทคโนโลยีคือดาบสองคม มันสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้ แต่ก็อาจนำมาซึ่งความท้าทายได้เช่นกัน
กุญแจสำคัญอยู่ที่เราจะใช้มันอย่างไร จะให้มันรับใช้ความสุขและความปรองดองของมนุษย์ได้อย่างไร แน่นอนว่าเราต้องเชื่อมั่นว่าโลกในอนาคต จะเป็นโลกที่มนุษย์และหุ่นยนต์อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมเกลียว
และหุ่นยนต์เหล่านี้ ก็คือรากฐานที่เราวางไว้สำหรับอนาคตนั้น พวกมันไม่ใช่แค่ผลผลิตทางเทคโนโลยี แต่ยังเป็นความปรารถนาและคำสัญญาที่เรามีต่อชีวิตที่ดีงามครับ"
-------------------------------------------------------
บทที่ 3769 : ในทางเทคนิคไม่มีปัญหา ถ้าอย่างนั้นปัญหาอยู่ที่ไหนกันล่ะ?
หลังจากพูดจบ อู๋ฮ่าวก็มองลงไปที่ด้านล่างเวที แขกผู้มีเกียรติมีสีหน้าแตกต่างกันไป ราวกับว่าคำพูดของอู๋ฮ่าวได้ดึงพวกเขาเข้าสู่วังวนแห่งความคิด
ในหมู่พวกเขา มีทั้งยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีที่มีแววตาเป็นประกายด้วยวิสัยทัศน์อันเฉียบแหลมต่อตลาดในอนาคต มีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญที่ขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างหนักว่าการปฏิวัติทางเทคโนโลยีครั้งนี้จะเขียนกฎเกณฑ์ทางจริยธรรมและกฎหมายของมนุษย์ขึ้นใหม่ได้อย่างไร และยังมีตัวแทนจากทุกสาขาอาชีพที่แสดงสีหน้าประหลาดใจ คาดหวัง หรือวิตกกังวล ราวกับว่าทุกคนกำลังวาดภาพโลกอนาคตที่มีหุ่นยนต์คู่รักคอยอยู่เคียงข้างขึ้นในใจ
นิ้วมือของนักข่าวพรมลงบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว เพื่อบันทึกทุกช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในงานแถลงข่าวครั้งนี้ แววตาของพวกเขาฉายแววชื่นชมในวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของอู๋ฮ่าว และมีความกังวลลึกๆ ต่อผลกระทบทางสังคมที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีครั้งนี้อาจนำมา พวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่ได้ยินในวันนี้จะกลายเป็นประเด็นร้อนในรายงานข่าวของวันพรุ่งนี้ และก่อให้เกิดการถกเถียงในวงกว้างไปทั่วทั้งสังคม
ส่วนเพื่อนร่วมวงการกลับแสดงอารมณ์ที่ซับซ้อนออกมามากกว่า ด้านหนึ่งพวกเขายอมรับในความกล้าหาญและวิสัยทัศน์ของอู๋ฮ่าว แต่อีกด้านหนึ่งก็แอบครุ่นคิดในใจว่า งานวิจัยของตนเองจะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเช่นนี้หรือไม่? พวกเขาเริ่มจินตนาการว่าหากตนเองกระโดดลงไปร่วมวงวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์คู่รักบ้าง จะสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ชวนให้ขบคิดได้เช่นนี้หรือไม่?
ภาพโฮโลแกรมที่ฉายอยู่กลางอากาศยังคงเลื่อนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แสดงให้เห็นการใช้งานหุ่นยนต์คู่รักในสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในบ้านที่อบอุ่น หุ่นยนต์คู่รักเล่นสนุกกับเด็กๆ ผู้สูงอายุยิ้มออกมาอย่างมีความสุขหลังจากไม่ได้ยิ้มมานานเมื่อมีมันอยู่เป็นเพื่อน หรือในสำนักงานที่วุ่นวาย หุ่นยนต์คู่รักนำกาแฟร้อนๆ มาเสิร์ฟให้คนทำงานที่เหนื่อยล้า และใช้คำพูดที่อ่อนโยนช่วยบรรเทาความเครียด ภาพเหล่านี้เปรียบเสมือนหนวดรับสัมผัสที่อบอุ่น ซึ่งเข้าไปสัมผัสถึงก้นบึ้งหัวใจของทุกคนในที่นั้น
ในขณะเดียวกัน ทันทีที่อู๋ฮ่าวพูดจบ คอมเมนต์ในห้องถ่ายทอดสดก็เดือดพล่านขึ้นมาทันที ราวกับดอกไม้ไฟที่ถูกจุดขึ้นบนท้องฟ้ายามค่ำคืน หลากสีสันและปกคลุมไปทั่วทั้งหน้าจอ
"โอ้โห นี่มันพล็อตหนังไซไฟชัดๆ! หุ่นยนต์คู่รัก เท่สุดๆ ไปเลย!" ข้อความหนึ่งที่มีเครื่องหมายตกใจกะพริบ ราวกับวัยรุ่นที่เต็มไปด้วยความใฝ่ฝันถึงอนาคตเป็นผู้ส่งมา
"ฮ่าๆ ต่อไปคนโสดมีบุญแล้ว ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีคนอยู่เป็นเพื่อนอีกต่อไป!" อีกข้อความหนึ่งแฝงแววหยอกล้อ แต่ก็เผยให้เห็นถึงการยอมรับและความคาดหวังต่อแนวคิดหุ่นยนต์คู่รักนี้
"เทคโนโลยีนี้จะทำได้จริงเหรอ? รู้สึกเหลือเชื่อไปหน่อยนะ" ข้อความตั้งคำถามลอยผ่านไป เห็นได้ชัดว่าผู้ชมท่านนี้ยังคงสงวนท่าทีต่อความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยี
"ลูกพี่อู๋ฮ่าวพูดถูก เทคโนโลยีเปรียบเสมือนดาบสองคม ใช้ดีก็เป็นคุณ ใช้ไม่ดีก็เป็นโทษ หวังว่าเราจะควบคุมระดับของมันได้ดี" ผู้ชมที่สุขุมรอบคอบท่านหนึ่งแสดงความคิดเห็น ซึ่งเผยให้เห็นถึงการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลต่อการพัฒนาเทคโนโลยี
"อุ๊ย ถ้าอย่างนั้นต่อไปจะมี 'เมียน้อยหุ่นยนต์' ไหมเนี่ย? แค่คิดก็น่ากลัวแล้ว!" ข้อความนี้แฝงอารมณ์ขัน แต่ก็แตะไปถึงปัญหาจริยธรรมทางสังคมที่หุ่นยนต์คู่รักอาจนำมาด้วย
"ฉันคิดว่านะ แม้หุ่นยนต์คู่รักจะดี แต่ก็ยังแทนคนจริงๆ ไม่ได้หรอก เพราะการสื่อสารทางอารมณ์ระหว่างมนุษย์ ความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนเหล่านั้น เป็นสิ่งที่เครื่องจักรไม่มีวันเลียนแบบได้" ผู้ชมที่มีความละเอียดอ่อนทางอารมณ์แสดงทัศนะ ซึ่งเต็มไปด้วยการให้คุณค่าต่ออารมณ์ความรู้สึกของความเป็นมนุษย์
"ว่าแต่ ถ้ามีหุ่นยนต์คู่รักจริงๆ ฉันจะซื้อมาเล่นสักตัวดีไหมนะ? ฮ่าๆ ล้อเล่นน่า แต่มันก็น่าสนใจจริงๆ นะเนี่ย" ข้อความนี้แฝงความอยากรู้อยากเห็นและขี้เล่น แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความกระหายใคร่รู้และการสำรวจสิ่งใหม่ๆ ของผู้คน
"สุนทรพจน์ของลูกพี่อู๋ฮ่าวสุดยอดมาก! ไม่เพียงแต่ทำให้เห็นอนาคตของเทคโนโลยี แต่ยังทำให้ขบคิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยีด้วย รอคอยโลกอนาคตที่มนุษย์และเครื่องจักรจะอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน!" ข้อความที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและความคาดหวังค่อยๆ ลอยผ่านไป ราวกับเป็นบทสรุปที่ดีที่สุดสำหรับสุนทรพจน์ของอู๋ฮ่าว
......
ในขณะนี้ คอมเมนต์ในห้องถ่ายทอดสดเปรียบเสมือนมหาสมุทรที่คึกคัก ความคิดเห็นและอารมณ์ต่างๆ ผสมปนเปกัน ก่อให้เกิดการตีความหัวข้อหุ่นยนต์คู่รักในหลากหลายแง่มุม
และคำปราศรัยของอู๋ฮ่าวก็เปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงไปในมหาสมุทรผืนนี้ ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่น ทำให้ชาวเน็ตเต็มไปด้วยจินตนาการและความคาดหวังต่ออนาคตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ณ สถานที่จัดงานแถลงข่าว อู๋ฮ่าวยืนอยู่บนเวที มองไปยังใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและความคาดหวังเหล่านั้น ความรู้สึกซาบซึ้งที่ยากจะบรรยายเอ่อล้นขึ้นมาในใจ เขารู้ว่าแนวคิดหุ่นยนต์คู่รักที่เขาเสนอ แม้จะยังต้องเผชิญกับความท้าทายและความไม่แน่นอนอีกมากมาย แต่มันได้สัมผัสส่วนที่อ่อนโยนที่สุดในจิตใจของผู้คน และกระตุ้นความโหยหาชีวิตที่ดีงามในอนาคตของผู้คนแล้ว
"ดูเหมือนว่าทุกคนจะสนใจหุ่นยนต์คู่รักตัวนี้มากนะครับ หลายคนคงอดใจรอไม่ไหวที่อยากจะมีแฟนหนุ่มหรือแฟนสาวสักคนแล้วใช่ไหมล่ะครับ" อู๋ฮ่าวพูดหยอกล้อด้วยรอยยิ้ม
หึๆๆ... เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ด้านล่างเวทีก็มีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้น เห็นได้ชัดว่าอู๋ฮ่าวพูดแทงใจดำทุกคน
อู๋ฮ่าวเห็นดังนั้นก็ยิ้ม แต่แล้วเขาก็ส่ายหน้าและแสดงสีหน้าเสียดายพร้อมกล่าวว่า "แต่ต้องขออภัยด้วยครับ เราไม่ได้วิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์คู่รักที่มีฟังก์ชันทางสรีรวิทยาประเภทนั้น"
เมื่อมองเห็นแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากที่มีสีหน้าผิดหวังหลังจากได้ยินดังนั้น อู๋ฮ่าวจึงยิ้มและอธิบายว่า "เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับปัญหาหลายประการ เหมือนกับที่เราได้พูดไปก่อนหน้านี้ ตราบใดที่ปัญหาเหล่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ต้องขออภัยที่เราไม่สามารถวิจัยและผลิตหุ่นยนต์คู่รักที่มีฟังก์ชันทางสรีรวิทยาที่สมบูรณ์แบบประเภทนี้ได้อย่างแน่นอนครับ
แม้ว่าสำหรับเราแล้ว การใส่อวัยวะเทียมเข้าไปในหุ่นยนต์บริการอัจฉริยะ การจำลองการทำงานของเนื้อเยื่ออวัยวะเทียม และการฝังโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง จะเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายมากก็ตาม
แม้กระทั่งการสร้างหุ่นยนต์ไบโอนิคให้เหมือนคนจริงๆ ให้มีผิวหนังเหมือนมนุษย์ ให้มีกิริยาท่าทางเหมือนคน และให้มีฟังก์ชันหรือทักษะบางอย่าง สิ่งเหล่านี้สำหรับเราแล้ว ในทางเทคนิคไม่มีปัญหาแต่อย่างใดครับ"
เมื่อได้ยินคำอธิบายของอู๋ฮ่าว แขกเหรื่อด้านล่างเวทีต่างพากันแสดงสีหน้าผิดหวัง ส่วนชาวเน็ตบนโลกอินเทอร์เน็ตยิ่งมีปฏิกิริยารุนแรง ต่างพากันคัดค้านและเรียกร้องเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
ณ สถานที่จัดงานแถลงข่าว บรรยากาศกลับกลายเป็นความละเอียดอ่อนและซับซ้อนขึ้นมาทันที สีหน้าผิดหวังบนใบหน้าของแขกหลายคนยากจะปิดบัง ในบรรดาพวกเขา มีบางคนส่ายหน้าเบาๆ บางคนขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่ารู้สึกประหลาดใจและไม่เข้าใจต่อข่าวที่อู๋ฮ่าวประกาศออกมา
สื่อมวลชนต่างพากันกดชัตเตอร์เพื่อบันทึกปฏิกิริยาในขณะนี้ แววตาของพวกเขาเป็นประกายด้วยความกระตือรือร้นในการจับประเด็นข่าวร้อน ตัวแทนจากบริษัทคู่แข่งบ้างก็ทำหน้าครุ่นคิด ดูเหมือนกำลังพิจารณาความนัยเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้ บ้างก็กระซิบกระซาบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
บนภาพโฮโลแกรมที่ฉายอยู่กลางอากาศ เนื้อหาคำปราศรัยของอู๋ฮ่าวถูกถ่ายทอดสดแบบเรียลไทม์ ทุกถ้อยคำส่งผ่านเข้าสู่หูของทุกคนอย่างชัดเจน ในภาพนั้น สีหน้าของเขาเคร่งขรึมและจริงจัง ดวงตาคู่นั้นราวกับสามารถมองทะลุไปถึงอนาคต แต่ก็แฝงไว้ด้วยความจำนนและการประนีประนอมต่อความเป็นจริง