- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 2602 : อาวุธยุทโธปกรณ์ 30% เปิดตัวครั้งแรก | บทที่ 2603 : ชุดเกราะป้องกันเอ็กโซสเกเลตันแบบกลไกพิเศษรุ่นใหม่
บทที่ 2602 : อาวุธยุทโธปกรณ์ 30% เปิดตัวครั้งแรก | บทที่ 2603 : ชุดเกราะป้องกันเอ็กโซสเกเลตันแบบกลไกพิเศษรุ่นใหม่
บทที่ 2602 : อาวุธยุทโธปกรณ์ 30% เปิดตัวครั้งแรก | บทที่ 2603 : ชุดเกราะป้องกันเอ็กโซสเกเลตันแบบกลไกพิเศษรุ่นใหม่
บทที่ 2602 : อาวุธยุทโธปกรณ์ 30% เปิดตัวครั้งแรก
เมื่อได้ยินคำแนะนำของจางเสี่ยวเล่ย อู๋ฮ่าวก็พยักหน้า ไม่ถูกจัดอันดับก็ช่างมันเถอะ พวกเขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้ ขอแค่ตอนจัดซื้อสุดท้ายได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมก็พอ
จริงๆ แล้วไม่ต้องกังวล ครั้งนี้ยังมีตัวแทนหน่วยรบพิเศษจากเหล่าทัพและเขตยุทธการต่างๆ มาร่วมงานด้วย อาวุธยุทโธปกรณ์ดีหรือไม่ดี ผ่านมือคนเหล่านี้ลองใช้ดูเดี๋ยวก็รู้ ต่อให้ไม่ถูกจัดอันดับ ขอแค่คนเหล่านี้รู้ว่าของใครใช้ดี ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องลูกไม้เล็กๆ น้อยๆ ของคนอื่น พวกเขาก็ยังคงรอรับใบสั่งซื้อได้เหมือนเดิม
ไม่นานนัก ภายใต้การนำของจางเสี่ยวเล่ย อู๋ฮ่าวและคณะก็มาถึงโซนเต็นท์แห่งหนึ่ง จางเสี่ยวเล่ยชี้ไปที่เต็นท์ทหารและตู้คอนเทนเนอร์เหล่านั้น แล้วพูดกับอู๋ฮ่าวว่า "ตรงนี้คือโซนจัดแสดงอุปกรณ์ทั้งหมดของเราค่ะ ปัจจุบันจัดบูธเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอแค่งานเปิดในช่วงบ่ายเท่านั้น"
ขณะที่พวกเขามาถึงโซนจัดแสดง ก็เห็นคนสองคนเดินออกมาจากเต็นท์ เมื่อเห็นอู๋ฮ่าวก็ยิ้มและเดินเข้ามาหาทันที
"ฉันว่าแล้วเชียว เจ้าหนูคนนี้ต้องมาแน่" หลี่เว่ยกั๋วที่สวมชุดลายพรางป่าไม้เช่นกัน บนปกเสื้อมีดาวทองเป็นประกาย และติดอาร์มธงกองทัพอากาศที่แขนเสื้อ ชี้ไปที่อู๋ฮ่าวแล้วหัวเราะร่ากับชายชราข้างๆ
ส่วนชายชราข้างๆ ก็สวมชุดลายพรางป่าไม้เหมือนกัน แต่ไม่ได้ติดยศทหาร เขาคือคนคุ้นเคยของอู๋ฮ่าว รองผู้อำนวยการหวังเหลียงกง จากสำนักงานวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
และคนที่เดินตามหลังทั้งสองมาเพียงก้าวเดียว ยิ่งเป็นคนคุ้นเคยของอู๋ฮ่าว นั่นคือหลัวข่าย ที่ยังคงสวมชุดลายพรางป่าไม้ เพียงแต่ที่ไหล่ติดอาร์มธงกองทัพบก
อู๋ฮ่าวเห็นดังนั้น จึงรีบเข้าไปทักทายด้วยรอยยิ้ม "ผอ.หลี่ ผอ.หวัง ไม่เจอกันนานเลยนะครับ พวกท่านมาถึงเมื่อไหร่ครับ"
ได้ยินคำพูดของอู๋ฮ่าว หลี่เว่ยกั๋ว หวังเหลียงกง และหลัวข่ายต่างก็หัวเราะออกมา หลี่เว่ยกั๋วชี้ไปที่หวังเหลียงกงข้างๆ แล้วยิ้มพูดว่า "พวกเราเพิ่งมาถึงเมื่อเช้านี้ แต่พวกผอ.หวังมาถึงก่อนแล้ว"
พูดถึงตรงนี้ หลี่เว่ยกั๋วก็ยิ้มแล้วพูดกับอู๋ฮ่าวว่า "เสี่ยวอู๋ ครั้งนี้ผอ.หวังเป็นผู้บริหารฝ่ายจัดงาน ระหว่างงานมีเรื่องอะไรให้เขาช่วยก็บอกได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ"
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เว่ยกั๋ว ทุกคนก็หัวเราะครื้นเครง หวังเหลียงกงแกล้งด่าหลี่เว่ยกั๋วแบบยิ้มๆ ว่า "นายนี่นะ นิสัยหวงลูกศิษย์ไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ ที่แท้ก็มารอดักฉันตรงนี้นี่เอง มิน่าล่ะวันนี้เวลาพูดจาถึงดูแปลกๆ"
หลังจากหยอกล้อหลี่เว่ยกั๋วเสร็จ หวังเหลียงกงก็หันมาพูดกับอู๋ฮ่าวว่า "วางใจเถอะ จะไม่ให้พวกเธอต้องน้อยเนื้อต่ำใจแน่นอน"
แม้หวังเหลียงกงจะพูดแค่ประโยคนี้ แต่ทุกคนก็เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่
อู๋ฮ่าวยิ้มรับอย่างเป็นธรรมชาติ "ผมไม่เคยห่วงเลยครับ มีท่านผู้นำทั้งสองอยู่ตรงนี้ ผมจะไปโดนรังแกได้ยังไงล่ะครับ"
ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าหนูนี่ อย่ามาได้คืบจะเอาศอกนะ หลี่เว่ยกั๋วด่าอู๋ฮ่าวขำๆ หนึ่งประโยค แล้วพูดต่อว่า "ผู้เข้าร่วมรายอื่นยื่นข้อเสนอแบบนั้นก็มีเหตุผลของเขา เพราะพวกเธอเหนือกว่าพวกเขาไปขั้นหนึ่ง ถ้าต้องมาแข่งบนเวทีเดียวกันกับพวกเธอ ก็เท่ากับหาเรื่องใส่ตัวเปล่าๆ
ในเมื่อเป็นอย่างนั้น พวกเขาจะมาหาเรื่องให้อับอายทำไม สู้ไม่เข้าร่วมเลยดีกว่า"
สิ้นเสียงหลี่เว่ยกั๋ว หวังเหลียงกงก็พยักหน้ากล่าวเสริมว่า "ถึงแม้พวกเราจะรับปากเงื่อนไขของพวกเขา แต่ผลงานทั้งหมดของพวกเธอจะถูกบันทึกแยกต่างหาก เพื่อเป็นเกณฑ์อ้างอิงสำคัญในการจัดซื้อของหน่วยงานต่างๆ ในภายหลัง ในด้านนี้เราปฏิบัติอย่างเท่าเทียม เราเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าข้างใครหรอกนะ
แถมยังลำเอียงเข้าข้างใครไม่ได้ด้วย ตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ มากันครบ ของอะไรดี คนพวกนี้มองปราดเดียวก็ดูออกแล้ว"
ฟังทั้งสองคนพูดจบ อู๋ฮ่าวถึงได้รู้ตัวว่าหลงกลเข้าแล้ว ที่แท้สองคนนี้มาร้องลูกคู่รับส่งกันต่อหน้าเขานี่เอง สรุปคือมาปลอบใจเขานั่นแหละ เรื่องนี้ทำให้เขาต้องยิ้มแห้งและรู้สึกขำปนหมั่นไส้
แต่ต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้ เขาจะโวยวายออกมาก็ไม่ได้ จึงยิ้มรับและตอบกลับไปว่า "ผู้อาวุโสทั้งสองวางใจได้ครับ พวกเราจะยอมทำตามภาพรวม และให้ความร่วมมือกับฝ่ายจัดงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้งานนิทรรศการครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีครับ"
"ฮ่าๆ ฉันบอกแล้วไง ทัศนคติของเสี่ยวอู๋ไม่มีปัญหาแน่นอน" ได้ยินดังนั้น หวังเหลียงกงก็ชี้ไปที่อู๋ฮ่าวพร้อมกับหันไปชมเชยกับหลี่เว่ยกั๋ว
ส่วนหลี่เว่ยกั๋วก็พยักหน้าด้วยความชื่นชม แล้วพูดกับอู๋ฮ่าวว่า "เมื่อกี้พวกเราเข้าไปเดินดูรอบหนึ่งแล้ว เห็นว่าครั้งนี้พวกเธอขนของดีมาเพียบเลย เป็นไง พาเข้าไปแนะนำให้พวกเราฟังหน่อยสิ"
ได้ยินคำพูดของหลี่เว่ยกั๋ว อู๋ฮ่าวรับคำทันที จากนั้นชี้ไปที่จางเสี่ยวเล่ยด้านข้างแล้วแนะนำให้ทุกคนรู้จัก "ผอ.หลี่ ผอ.หวัง ครับ ท่านนี้คือผู้จัดการทั่วไปของเฮ่าอวี่อินดัสทรี รับผิดชอบงานบริหารจัดการด้านอุตสาหกรรมทหารของบริษัทเราเป็นหลักครับ
การมาร่วมงานครั้งนี้เธอก็เป็นคนนำทีมรับผิดชอบครับ ผมน่ะแค่มาดูความคึกคักเฉยๆ ของข้างในหลายอย่างผมก็ไม่ค่อยคุ้น ต่อไปให้เธอเป็นคนแนะนำให้พวกเราฟังดีกว่าครับ"
อ้อ เมื่อได้ยินอู๋ฮ่าวพูด หลี่เว่ยกั๋วและหวังเหลียงกงต่างก็ทำหน้าเข้าใจ แล้วพิจารณาจางเสี่ยวเล่ย หวังเหลียงกงยิ้มชมเชยว่า "เป็นหญิงเก่งไม่แพ้ชายจริงๆ"
หลี่เว่ยกั๋วพยักหน้ายิ้ม "การที่เจ้าหนู่นี่ยอมมอบงานใหญ่ขนาดนี้ให้คุณดูแล แสดงว่าเขาไว้ใจคุณมาก และยังบ่งบอกทางอ้อมด้วยว่าความสามารถของคุณสูงมาก"
พูดถึงตรงนี้ หลี่เว่ยกั๋วมองอู๋ฮ่าวแวบหนึ่ง แล้วพูดกับจางเสี่ยวเล่ยต่อว่า "เฮ่าอวี่เทคโนโลยีเดินมาถึงวันนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งธุรกิจด้านการทหารก็มีส่วนช่วยพยุงไว้อย่างมาก
การที่เฮ่าอวี่เทคโนโลยีสามารถยืนหยัดในวงการเทคโนโลยีการทหารมาจนถึงวันนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยจริงๆ หวังว่าคุณจะพยายามต่อไป นำพาอุตสาหกรรมทหารของเฮ่าอวี่เทคโนโลยีให้พัฒนาอย่างมั่นคงและแข็งแรงสืบไป เพื่อสร้างผลงานที่ดียิ่งขึ้น"
"ขอบคุณผอ.หลี่ ขอบคุณผอ.หวังค่ะ ฉันจะพยายามให้มากขึ้น ไม่ให้เสียแรงที่ได้รับความไว้วางใจ และจะนำพาเฮ่าอวี่อินดัสทรีให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง ไม่ให้ประธานอู๋และท่านผู้นำทั้งสองผิดหวังค่ะ" จางเสี่ยวเล่ยเห็นดังนั้นจึงรีบกล่าวขอบคุณและแสดงเจตนารมณ์ทันที
หลี่เว่ยกั๋วและหวังเหลียงกงสบตากัน แล้วพยักหน้ายิ้ม
จางเสี่ยวเล่ยเห็นดังนั้น จึงผายมือเชิญ แล้วนำทุกคนเดินเข้าไปในเต็นท์ พร้อมกับบรรยายไปด้วยว่า "ครั้งนี้อาวุธยุทโธปกรณ์ที่เรานำมาจัดแสดงมีจำนวนไม่มากค่ะ ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในปฏิบัติการพิเศษ
ในจำนวนนี้ร้อยละ 70 เป็นอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เคยผ่านตามาแล้วในงานจัดแสดงและกิจกรรมต่างๆ ที่ผ่านมา แต่เราได้ทำการอัปเกรดและปรับปรุงเพื่อให้มีประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นค่ะ
นอกจากนี้ ครั้งนี้เรายังนำอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่อีกร้อยละ 30 มาด้วย ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ยังไม่เคยเปิดตัวต่อสาธารณะมาก่อน ถือเป็นการพบปะกับทุกท่านเป็นครั้งแรกค่ะ
อาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านี้ถูกจัดวางไว้ในเต็นท์สามหลังตามประเภทและการใช้งานค่ะ ได้แก่ โซนอุปกรณ์สวมใส่ส่วนบุคคลที่เน้นเกราะป้องกันโครงกระดูกกลไกอัจฉริยะ (Exoskeleton), โซนการรบไร้คนขับที่เน้นโดรนและหุ่นยนต์รบไร้คนขับ และเต็นท์ใหญ่สุดที่เป็นโซนจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์แบบผสมผสานค่ะ
......"
-------------------------------------------------------
บทที่ 2603 : ชุดเกราะป้องกันเอ็กโซสเกเลตันแบบกลไกพิเศษรุ่นใหม่
"ชุดเกราะป้องกันเอ็กโซสเกเลตันแบบกลไกทุรุ่นนี้ เหมือนพวกเราจะไม่เคยเห็นมาก่อนนะ" หลี่เว่ยกั๋วและคณะเดินมาถึงโซนจัดแสดงเอ็กโซสเกเลตันแบบกลไก และหยุดลงตรงหน้าชุดเกราะป้องกันเอ็กโซสเกเลตันแบบกลไกที่ทำสีลายพรางรัตติกาลสีดำ จากนั้นจึงเอ่ยถามพวกอู๋ฮ่าวพลางพิจารณาดูชุดเกราะไปด้วย
เมื่อได้ยินคำถามของหลี่เว่ยกั๋ว จางเสี่ยวเล่ยที่คอยเดินนำชมคณะผู้มาเยือน ก็เข้าสู่บทบาทของเธอทันที โดยทำหน้าที่เป็นผู้บรรยายข้อมูล
"ใช่ค่ะ ชุดเกราะที่อยู่ตรงหน้าท่านนี้คือชุดเกราะป้องกันเอ็กโซสเกเลตันแบบกลไกพิเศษรุ่นใหม่ล่าสุดที่เราเพิ่งวิจัยและพัฒนาออกมา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรองรับภารกิจปฏิบัติการพิเศษที่มีความต้องการเฉพาะเจาะจงค่ะ"
"อ้อ ชุดเกราะป้องกันเอ็กโซสเกเลตันสำหรับปฏิบัติการพิเศษ น่าสนใจนี่" หวังเหลียงกงเอ่ยชม ก่อนจะถามต่อว่า "แล้วมันแตกต่างจากชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันรุ่นปกติของพวกคุณอย่างไรล่ะ"
จางเสี่ยวเล่ยตอบว่า "หลังจากที่ชุดเกราะป้องกันเอ็กโซสเกเลตันแบบกลไกของเราเปิดตัวและนำไปใช้งาน ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากหน่วยงานระดับปฏิบัติการค่ะ แต่ทว่า มันก็เผยให้เห็นปัญหาหลายอย่างเช่นกัน
เราจึงส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปยังหน่วยงานที่ใช้งานจริงเพื่อรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งาน จากนั้นเราก็นำความเห็นและข้อเสนอแนะเหล่านั้น รวมถึงปัญหาที่พบในการใช้งานจริง มาเริ่มดำเนินการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผลิตภัณฑ์รุ่นนี้ โดยนำข้อดีของชุดเกราะรุ่นแรกมาปรับใช้ พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่พบในการทดสอบและการใช้งานจริง
นี่จึงเป็นที่มาของชุดเกราะป้องกันเอ็กโซสเกเลตันแบบกลไกรุ่นที่สองของเรา ส่วนรุ่นพิเศษนี้ เป็นการออกแบบและพัฒนาใหม่บนพื้นฐานของรุ่นที่สอง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการในภารกิจปฏิบัติการพิเศษมากยิ่งขึ้นค่ะ
จากการเปรียบเทียบกับผลตอบรับของผู้ใช้งานและหน่วยงานที่ติดตั้งอุปกรณ์ พบว่าชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันอัจฉริยะของเรานั้นมีน้ำหนักตัวเครื่องมากเกินไป ทำให้การขนย้ายและสวมใส่ค่อนข้างลำบาก ไม่เอื้อต่อการติดตั้งและเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็ว
ดังนั้นในผลิตภัณฑ์รุ่นที่สอง เราจึงลดน้ำหนักของตัวเครื่องลงอย่างมาก โดยเบากว่ารุ่นก่อนหน้าเกือบห้าสิบกิโลกรัม
เพียงแต่ด้วยเหตุผลด้านต้นทุนและการบำรุงรักษา เราจึงต้องจำกัดขอบเขตในด้านนี้พอสมควร
แต่สำหรับชุดเกราะป้องกันเอ็กโซสเกเลตันแบบกลไกพิเศษรุ่นนี้ เราสามารถตัดความกังวลเหล่านั้นทิ้งไปได้ เพื่อผลักดันประสิทธิภาพให้ถึงขีดสุด เช่น ในเรื่องของน้ำหนักตัวเครื่อง ครั้งนี้เราใช้วัสดุคอมโพสิตและไทเทเนียมอัลลอยมากขึ้นในส่วนของโครงสร้างกลไก ทำให้ชุดเกราะรุ่นพิเศษนี้มีน้ำหนักเบากว่ารุ่นที่สองแบบปกติเกือบสามสิบกิโลกรัม ในขณะที่ประสิทธิภาพการป้องกันโดยรวมกลับเพิ่มขึ้นจากรุ่นที่สองประมาณร้อยละสามสิบค่ะ
เกราะคอมโพสิตสีดำที่ท่านเห็นบนตัวชุดนี้ทำจากไทเทเนียมอัลลอย ทุกท่านคงทราบดีว่ากระบวนการแปรรูปไทเทเนียมอัลลอยนั้นซับซ้อนมาก การตัดและขึ้นรูปวัสดุไทเทเนียมจำนวนมากขนาดนี้เป็นเรื่องยุ่งยาก จึงทำให้ต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูงกว่าปกติ
แน่นอนว่า ลำพังแค่ชั้นไทเทเนียมอัลลอยอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ เราจึงเสริมวัสดุพอลิเมอร์คอมโพสิตไว้ด้านหลังเกราะไทเทเนียมชั้นนี้ด้วย วัสดุชนิดนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งโดยรวมให้กับไทเทเนียมอัลลอย แต่ยังช่วยดูดซับแรงปะทะจากกระสุนและการกระแทกที่รุนแรง เพื่อลดแรงกระแทกมหาศาลที่จะส่งผลต่อผู้สวมใส่ ป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บค่ะ"
"บางแค่นี้ ประสิทธิภาพการป้องกันจะสูงขนาดนั้นเชียวหรือ?" หนึ่งในนายทหารยศพันเอกรูปร่างกำยำ ผิวคล้ำแดด สวมชุดลายพรางป่าที่เข้ามายืนมุงดูตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ เอ่ยถามขึ้นเมื่อได้ยินคำบรรยายของจางเสี่ยวเล่ย
อู๋ฮ่าวและหลี่เว่ยกั๋วหันมองหน้ากันแล้วยิ้ม แต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่รอคำตอบจากจางเสี่ยวเล่ยอย่างใจเย็น
"ใช่ค่ะ วัสดุเกราะคอมโพสิตชนิดนี้ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดแล้ว สามารถต้านทานการยิงตรงของกระสุนแกนเหล็กขนาด 7.62 มม. ในระยะสิบเมตรได้ค่ะ"
พูดจบ จางเสี่ยวเล่ยก็ปัดหน้าจอแท็บเล็ตแบบพับได้โปร่งใสในมือ ทันใดนั้นหน้าจอที่ตั้งอยู่ข้างๆ ชุดเอ็กโซสเกเลตันเหล่านั้นก็เริ่มฉายภาพวิดีโอการทดสอบวัสดุเกราะคอมโพสิตรุ่นนี้ตามการควบคุมของเธอ
ในภาพวิดีโอ เจ้าหน้าที่ทดสอบในชุดลายพรางถือปืนไรเฟิลอัตโนมัติแบบ 81 เขาปลดแม็กกาซีนออก บรรจุกระสุนแกนเหล็กหลายนัดลงในแม็กกาซีน แล้วใส่กลับเข้าไปในปืน ดึงคันรั้งลูกเลื่อนขึ้นลำ ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในรวดเดียว
จากนั้นเจ้าหน้าที่ทดสอบก็ถือปืนเดินไปไม่กี่ก้าว เข้าสู่จุดยิงและนอนราบลงอย่างคล่องแคล่ว ยกปืนขึ้นเล็งเป้า
ที่ตำแหน่งห่างออกไปสิบเมตรข้างหน้า มีแผ่นเกราะคอมโพสิตสีดำถูกพันด้วยเทปกาวติดไว้กับกระสอบทราย เมื่อสิ้นเสียงคำสั่งยิง เจ้าหน้าที่ทดสอบก็เหนี่ยวไก กระสุนพุ่งออกจากลำกล้อง ตรงเข้าปะทะกับแผ่นเกราะคอมโพสิต
ติง!
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้น กระสุนพุ่งชนเกราะคอมโพสิต และด้วยภาพช้า (Slow motion) ทุกคนจึงได้เห็นวินาทีที่กระสุนปะทะกับเกราะอย่างชัดเจน
หัวกระสุนที่บินมาด้วยความเร็วสูงเมื่อกระทบกับเกราะคอมโพสิตก็บิดเบี้ยวและยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันเกราะคอมโพสิตก็เกิดรอยยุบเป็นหลุมกระสุน แต่กระสุนกลับเจาะไม่เข้า มันไถลไปตามความโค้งของเกราะคอมโพสิต หรือก็คือเกิดการแฉลบ (Ricochet) นั่นเอง
เจ้าหน้าที่ทดสอบเดินเข้าไปตรวจสอบ พบว่าด้านหน้าของแผ่นเกราะมีรอยบุบเล็กๆ ขนาดเท่าเมล็ดถั่วลิสงจากการปะทะของกระสุน และมีรอยขีดขูดยาวออกไปด้านข้าง ภายในเนื้อเกราะเผยให้เห็นสีเทาหม่น รอยขีดนั้นเรียบเนียนและไม่มีการฝังตัวของกระสุนเข้าไปในเนื้อวัสดุ
การทดสอบดำเนินต่อไป กระสุนอีกหลายนัดพุ่งชนเกราะคอมโพสิตแผ่นเดิมจนเต็มไปด้วยหลุม แต่ไม่มีข้อยกเว้น หัวกระสุนทุกนัดล้วนแฉลบออกไปหมด
เมื่อแกะแผ่นเกราะคอมโพสิตออกมาพลิกดูด้านหลัง ด้านหลังกลับไม่มีรอยทะลุ หรือแม้แต่รอยนูนขนาดใหญ่ มีเพียงจุดนูนเล็กๆ ขนาดเท่าเมล็ดถั่วเหลืองตรงตำแหน่งที่กระสุนตกกระทบเท่านั้น
ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนในที่นั้นประหลาดใจและเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กัน
จางเสี่ยวเล่ยเห็นดังนั้นก็ยิ้ม แล้วสั่งให้คนนำแผ่นเกราะคอมโพสิตที่มีรอยกระสุนเต็มไปหมดออกมาจากกระเป๋าพลาสติกสีดำที่วางอยู่ข้างๆ แล้วพูดกับทุกคนว่า "นี่คือแผ่นเกราะคอมโพสิตที่ใช้ทดสอบเมื่อสักครู่นี้ค่ะ เรานำมาด้วย เชิญทุกท่านชมได้เลยค่ะ"
เมื่อได้ยินคำแนะนำของจางเสี่ยวเล่ย ทุกคนต่างพากันมองไปที่แผ่นเกราะคอมโพสิตในมือเจ้าหน้าที่ เมื่อเปรียบเทียบรูปร่างของแผ่นเกราะ รวมถึงตำแหน่งและทิศทางของหลุมกระสุนกับรอยขีดข่วนบนหน้าจอ ในที่สุดทุกคนก็ยืนยันได้ว่านี่คือแผ่นเกราะเดียวกับที่เห็นในวิดีโอการทดสอบ
"เราขอลองจับดูได้ไหม?" หลี่เว่ยกั๋วเห็นแล้วอดสงสัยไม่ได้จึงเอ่ยถาม
"แน่นอนค่ะ เชิญเลย" จางเสี่ยวเล่ยพยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม
หลี่เว่ยกั๋วรับแผ่นเกราะคอมโพสิตมาจากมือเจ้าหน้าที่ แล้วลองชั่งน้ำหนักดูในมือ ก่อนจะอุทานด้วยความประหลาดใจ "เบามาก รู้สึกเบากว่าแผ่นเกราะกันกระสุนทั่วไปเยอะเลย"
หวังเหลียงกงที่อยู่ข้างๆ เห็นดังนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะรับแผ่นเกราะต่อจากหลี่เว่ยกั๋วมาลองถือดูบ้าง เขาแสดงสีหน้ายอมรับในทันที "เบาจริงๆ ด้วย เบากว่าแผ่นกันกระสุนทั่วไปมาก"