เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2434 : เทคโนโลยีสุดล้ำกลายเป็นของไร้ค่าไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน | บทที่ 2435 : การแสดงส่งท้ายปีเก่าที่ตระการตาที่สุด

บทที่ 2434 : เทคโนโลยีสุดล้ำกลายเป็นของไร้ค่าไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน | บทที่ 2435 : การแสดงส่งท้ายปีเก่าที่ตระการตาที่สุด

บทที่ 2434 : เทคโนโลยีสุดล้ำกลายเป็นของไร้ค่าไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน | บทที่ 2435 : การแสดงส่งท้ายปีเก่าที่ตระการตาที่สุด


บทที่ 2434 : เทคโนโลยีสุดล้ำกลายเป็นของไร้ค่าไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ทันทีที่อู๋ฮ่าวดีดนิ้ว เสียงดีดนิ้วอันคมชัดก็ดังก้องไปทั่วทั้งห้องโถง

ภายใต้สายตาของทุกคน ณ จุดที่อู๋ฮ่าวเพิ่งดีดนิ้วเมื่อครู่ จู่ๆ ก็ปรากฏจุดแสงจุดหนึ่งขึ้นมา จุดแสงนี้ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น และแผ่วงระลอกคลื่นสีขาวออกมาเป็นวงๆ ระลอกคลื่นสีขาวเหล่านี้ขยายวงกว้างออกไปในอากาศอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งกระทบกับผนังกำแพงแล้วจางหายไป

เมื่ออู๋ฮ่าวแตะไปที่ลูกบอลแสงนี้เบาๆ ก็เห็นว่าลูกบอลแสงเริ่มลอยตัวขึ้น และแขวนลอยอยู่กลางเวที มันเริ่มเต้นตุบๆ ราวกับหัวใจ จากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนสี และแปรเปลี่ยนเป็นภาพโฮโลแกรมรูปแบบต่างๆ ออกมาในทันที

นี่คือภาพยนตร์สั้นฉายภาพโฮโลแกรม 3 มิติเรื่องแรกของโลก ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้สร้างขึ้นจากความร่วมมือของศิลปิน CG ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศหลายคน เมื่อได้รับภารกิจนี้ เหล่าศิลปินต่างตื่นเต้นกันมาก เพราะนี่คือภาพยนตร์สั้นโฮโลแกรม 3 มิติเรื่องแรกของโลก เพียงแค่จุดนี้จุดเดียวก็ทำให้พวกเขายอมทำงานโดยไม่รับค่าตอบแทนและหลั่งไหลกันเข้ามา ดังนั้นหลังจากได้รับโอกาสนี้ เหล่าศิลปินจึงทุ่มเทความสามารถอย่างเต็มที่ จนสร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์สั้นที่น่าตื่นตาตื่นใจเช่นนี้ออกมา

ภาพฉายโฮโลแกรมหลากสีสันทำให้ผู้คนในงานดูราวกับตกอยู่ในภวังค์ ไม่มีใครคาดคิดว่าในช่วงชีวิตนี้จะได้สัมผัสประสบการณ์ทางภาพและแสงสีเช่นนี้ ซึ่งทำให้หลายคนต่างส่งเสียงอุทานชื่นชมออกมาจากใจจริง

เมื่อภาพยนตร์สั้นจบลง จุดแสง ริบบิ้นสี ผีเสื้อ นก สัตว์ที่กำลังวิ่ง และผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วน ก็เริ่มบินจากทุกทิศทุกทางเข้ามาสู่ใจกลางแท่นวงกลม และในที่สุดก็รวมตัวกันกลายเป็นโลกสีน้ำเงินคราม

โลกใบนี้ดูสมจริงมาก ราวกับกำลังลอยอยู่ในอวกาศและมองลงมายังโลกจริงๆ สามารถมองเห็นทวีปต่างๆ ได้อย่างเลือนราง ทั้งช่วงเวลากลางวัน กลางคืน ชั้นเมฆที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ และวงพายุที่กำลังหมุนอย่างช้าๆ ในมหาสมุทรลึก นอกจากนี้ยังมีแสงไฟยามค่ำคืนของเมืองต่างๆ ในแต่ละประเทศบนซีกโลกที่เป็นเวลากลางคืน รวมถึงแสงออโรราที่ขั้วโลกเหนือและใต้

ทันใดนั้นทุกคนก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว เห็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งกำลังโคจรรอบๆ ดวงจันทร์ (ผู้แปล: ต้นฉบับน่าจะหมายถึงดวงจันทร์โคจรรอบโลก)

ดวงจันทร์ นี่คือดวงจันทร์!

เมื่อมองดูดวงจันทร์ที่กำลังเคลื่อนผ่านไปในอากาศ ผู้คนด้านล่างเวทีจำนวนมากต่างพากันยื่นมือออกไป หมายจะสัมผัสภาพฉายของดวงดาวที่ลอยผ่านเหนือศีรษะของพวกเขา

สัดส่วนภาพฉายของระบบโลก-ดวงจันทร์ถูกย่อให้เล็กลง จากนั้นดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ในระบบสุริยะก็ทยอยปรากฏขึ้น เหนือบริเวณงาน ลูกบอลไฟที่กำลังลุกไหม้แผ่แสงจ้าบาดตาออกมา

ดวงอาทิตย์ นี่คือดวงอาทิตย์ ดาวฤกษ์ที่มนุษย์คุ้นเคยที่สุด ในขณะนี้ เมื่อทุกคนเผชิญหน้ากับภาพลักษณ์ของลูกบอลไฟขนาดมหึมาเช่นนี้ ต่างก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาว่ามนุษย์นั้นช่างเล็กจ้อยเหลือเกิน

ภาพฉายยังคงเร่งความเร็วขึ้น เมื่อระบบสุริยะหดเล็กลงเรื่อยๆ ก็ค่อยๆ เผยให้เห็นเนบิวลาแขนดาราจักรทางช้างเผือกที่ระบบสุริยะตั้งอยู่ จากนั้นภาพดาราจักรทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาลก็ปรากฏขึ้นแก่สายตาของทุกคน

ส่วนตรงกลางเวทีปรากฏหลุมดำที่งดงามตระการตา นี่คือใจกลางทางช้างเผือก หลุมดำนี้กำลังกลืนกินดาวฤกษ์โดยรอบ รวมถึงแสงสว่างในบริเวณใกล้เคียง และเริ่มพ่นสสารออกมาจากอีกด้านหนึ่ง

ในขณะที่ทุกคนกำลังอุทานด้วยความทึ่ง ทางช้างเผือกก็หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นดาราจักรจำนวนมากก็ปรากฏขึ้น ทั้งจักรวาล... ไม่สิ ต้องเรียกว่าโฉมหน้าของจักรวาลทั้งหมดที่เรารู้จัก ได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน

พร้อมกับลำแสงหนึ่งที่ปรากฏขึ้น อู๋ฮ่าวค่อยๆ ยื่นมือออกไป

จักรวาลที่เรารู้จักทั้งหมดค่อยๆ หดเล็กลง หดเล็กลง จนกระทั่งตกลงไปในมือของอู๋ฮ่าว แล้วหดตัวกลายเป็นจุดแสงสีขาวจุดหนึ่ง

อู๋ฮ่าวประกบมือทั้งสองเข้าด้วยกัน ซ่อนจุดแสงไว้ในฝ่ามือ ออกแรงบีบ แล้วกางมือออกเพื่อปลดปล่อย จุดแสงนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากมือของอู๋ฮ่าว จนเต็มพื้นที่จัดงาน จากนั้นก็กลายสภาพเป็นดอกไม้ไฟนับไม่ถ้วน เริ่มจุดระเบิดขึ้นภายในงาน

ดอกไม้ไฟหลากสีสันเบ่งบานขึ้นกลางอากาศต่อหน้าทุกคนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย สีสันอันงดงามตระการตาทำให้ทุกคนในงานตกอยู่ในภวังค์

เมื่อจุดแสงทั้งหมดระเบิดออกจนหมด บรรยากาศในงานแถลงข่าวก็กลับมาเงียบสงบลง อู๋ฮ่าวยื่นมือออกมา มีเพียงจุดแสงเดียวที่ลอยอยู่เหนือปลายนิ้วของเขา

ทันใดนั้นเขาก็คว้าจุดแสงนี้ไว้ในมือ จุดแสงนั้นก็ระเบิดออกในกำปั้นของอู๋ฮ่าว ส่องแสงสีขาวไล่ไปจนถึงสีทอง จากนั้น บนตัวของอู๋ฮ่าวก็ปรากฏชั้นแสงเรืองรองขึ้น แสงเหล่านี้ค่อยๆ ลอยขึ้น และก่อตัวเป็นขุนพลยักษ์สวมชุดเกราะโบราณ มือจับคมดาบอย่างรวดเร็ว

อู๋ฮ่าวประสานมือคารวะทุกคน ขุนพลยักษ์ตนนั้นก็ประสานมือคารวะตามท่าทางของอู๋ฮ่าวเช่นกัน

ฝ่าเทียนเซี่ยงตี้ (นิมิตฟ้าดิน)!

นี่คือฝ่าเทียนเซี่ยงตี้!

คนหนุ่มสาวทุกคนต่างตื่นเต้นขึ้นมาทันที ภาพฉากแบบนี้พวกเขาเคยเห็นแต่ในนิยายและภาพยนตร์โทรทัศน์เท่านั้น ไม่คิดเลยว่าครั้งนี้จะได้เห็นกับตาตัวเองจริงๆ

ถึงแม้ว่านี่จะเป็นเพียงภาพฉายโฮโลแกรม 3 มิติด้วยตาเปล่า แต่มันก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นเพียงพอแล้ว โดยเฉพาะแรงกดดันที่เกิดจากรูปปั้นฝ่าเทียนเซี่ยงตี้ขนาดยักษ์ที่ก้มลงมองทุกคน ทำให้ทุกคนในงานแทบจะหยุดหายใจ

เป๊าะ!

เสียงดีดนิ้วอันคมชัดของอู๋ฮ่าวดังขึ้นอีกครั้ง ร่างฝ่าเทียนเซี่ยงตี้ขนาดยักษ์ก็เริ่มพังทลายและสลายตัว กลายเป็นดาวตกอันงดงามร่วงหล่นลงมา และกลับสู่ความสงบในที่สุด

บรรยากาศเงียบกริบไปกว่าสิบวินาที ก่อนจะระเบิดเสียงปรบมืออย่างกึกก้องและเสียงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นของทุกคน เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะเปิดหลังคาของสถานที่จัดงานแถลงข่าวออกไป

ท่ามกลางเสียงปรบมือ อู๋ฮ่าวยืนยิ้มอยู่บนเวทีแล้วกล่าวกับทุกคนว่า

"นี่คือเทคโนโลยีฉายภาพโฮโลแกรม 3 มิติด้วยตาเปล่าของเราครับ บอกตามตรง วันนี้ที่สามารถแสดงแบบนี้ได้ถือว่าผมและทุกคนโชคดีมาก เพราะในการซ้อมเมื่อตอนกลางวัน ระบบฉายภาพโฮโลแกรม 3 มิติชุดนี้ของเราเกิดขัดข้อง จนทำให้การซ้อมล้มเหลวทั้งหมด

ปัจจุบันเทคโนโลยีฉายภาพโฮโลแกรม 3 มิติด้วยตาเปล่านี้ยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและทดลอง อุปกรณ์และระบบจึงยังทำงานไม่เสถียรพอ ทำให้มักเกิดปัญหาบ่อยครั้ง

ดังนั้นเพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัย จริงๆ แล้วเรายังได้เตรียมแผน B ไว้ ซึ่งก็คือเทคโนโลยีฉายภาพ 3 มิติด้วยตาเปล่าอีกรูปแบบหนึ่งที่เราวิจัยขึ้นมาครับ"

"อะไรนะ?"

"ยังมีเทคโนโลยีฉายภาพ 3 มิติด้วยตาเปล่าอีกแบบเหรอ"

"แค่ชุดเดียวก็เทพจนเกินพอแล้ว นี่มีตั้งสองชุด จะไม่ให้คนอื่นมีที่ยืนเลยหรือไง"

"ไม่ใช่สิ ทำไมต้องวิจัยออกมาสองชุดด้วย เทคโนโลยีสุดล้ำกลายเป็นของไร้ค่าไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"

……

เมื่อเผชิญหน้ากับความสงสัยของทุกคน อู๋ฮ่าวจึงยิ้มและอธิบายว่า "ความจริงแล้วเทคโนโลยีฉายภาพ 3 มิติด้วยตาเปล่าอีกชุดหนึ่ง ทุกท่านน่าจะคุ้นเคยกันดี นั่นคือเทคโนโลยีฉายภาพ 3 มิติด้วยตาเปล่าแบบละอองน้ำ ซึ่งใช้ละอองน้ำเป็นตัวกลางในการฉายภาพ 3 มิติที่เกี่ยวข้อง

แต่เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีฉายภาพ 3 มิติด้วยตาเปล่าแบบละอองน้ำอื่นๆ ที่มีอยู่ในอุตสาหกรรมปัจจุบัน เทคโนโลยีของเรามีความก้าวหน้ามากกว่าครับ

ประการแรก เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีแบบอื่นๆ เทคโนโลยีของเราสามารถทำให้มองไม่เห็นละอองน้ำด้วยตาเปล่า เราใช้เทคโนโลยีอาร์เรย์คลื่นเสียงความถี่สูง เราจะตีละอองน้ำเหล่านี้ให้แตกเป็นอนุภาคขนาดเล็กมากๆ แล้วให้ลอยอยู่ในอากาศ ดังนั้นจึงไม่ก่อให้เกิดหมอกควัน

และผู้ชมจะรู้สึกเพียงแค่ความชื้น แต่จะไม่มีหยดน้ำเกาะบนร่างกาย

และเนื่องจากอนุภาคของละอองน้ำเหล่านี้มีขนาดเล็กมาก ปริมาณอนุภาคในอากาศจึงมีมากพอ ทำให้ภาพที่ฉายออกมามีความคมชัดและละเอียดมากยิ่งขึ้นครับ

และเพื่อรับประกันว่าการสาธิตในวันนี้ของเราจะไม่มีข้อผิดพลาด เราจึงได้ติดตั้งเทคโนโลยีฉายภาพ 3 มิติด้วยตาเปล่าแบบละอองน้ำชุดนี้ไว้ภายในงาน เพื่อให้สามารถนำมาใช้ทดแทนได้ทันทีหากเทคโนโลยีฉายภาพโฮโลแกรม 3 มิติด้วยตาเปล่าเกิดปัญหาขึ้น"

-------------------------------------------------------

บทที่ 2435 : การแสดงส่งท้ายปีเก่าที่ตระการตาที่สุด

"แต่ในเมื่อตอนนี้เทคโนโลยีการฉายภาพโฮโลแกรม 3 มิติแบบมองด้วยตาเปล่าของเราแสดงผลออกมาได้ดีเยี่ยม ดังนั้นเทคโนโลยีนี้จึงไม่จำเป็นต้องนำมาสาธิตซ้ำอีกครับ หลังจากงานเปิดตัวจบลง เราจะมีการจัดการแสดงกลางแจ้งด้วยเทคโนโลยีการฉายภาพ 3 มิติแบบมองด้วยตาเปล่าบนม่านละอองน้ำ ที่ทะเลสาบเทียมใจกลางสวนบริษัทของเรา

เมื่อเทียบกับพื้นที่อันคับแคบภายในหอประชุม การแสดงกลางแจ้งจะมีพื้นที่กว้างขวางกว่า ภาพที่ออกมาจึงย่อมตื่นตาตื่นใจกว่า อีกทั้งเรายังได้สร้างสรรค์เนื้อหาการแสดงที่เกี่ยวข้องขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้สอดคล้องกับจุดเด่นของเทคโนโลยีฉายภาพ 3 มิติบนม่านละอองน้ำ ขอเชิญทุกท่านรับชมได้ในเวลานั้นครับ"

นี่เป็นสิ่งที่อู๋ฮ่าวและทีมงานเตรียมการไว้ก่อนหน้านี้ แน่นอนว่าเป้าหมายคือเพื่อขยายผลการประชาสัมพันธ์ ท้ายที่สุดแล้วคนในหอประชุมมีน้อยเกินไป หากสามารถจัดการแสดงกลางแจ้งให้ผู้คนได้เห็นมากขึ้น ย่อมเป็นการพิสูจน์ความสมจริงของเทคโนโลยีนี้ได้ดียิ่งขึ้น และจะนำกระแสการเข้าชมมาสู่อู๋ฮ่าวและทีมงาน ซึ่งเป็นผลดีต่อการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องของพวกเขา

อย่างที่ทุกท่านได้เห็น เทคโนโลยีการฉายภาพโฮโลแกรม 3 มิติแบบมองด้วยตาเปล่า เราได้วิจัยและพัฒนามันออกมาสำเร็จแล้ว เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ เรากำลังดำเนินการสำรวจอย่างต่อเนื่องเพื่อขุดค้นศักยภาพสูงสุดของมันออกมา

เช่น การนำไปใช้ในการแสดงภูมิทัศน์เมือง วงการภาพยนตร์และวัฒนธรรม การออกแบบอุตสาหกรรม รวมไปถึงวงการอินเทอร์เน็ต ซึ่งล้วนมีศักยภาพในการพัฒนาอย่างมหาศาล ณ ที่นี้เราขอเชิญชวนองค์กรและผู้มีความสามารถที่มีความสนใจในเทคโนโลยีนี้ มาร่วมมือกันเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีนี้ไปด้วยกัน

และต่อไป เราจะทำการปรับปรุงเทคโนโลยีการฉายภาพโฮโลแกรม 3 มิติแบบมองด้วยตาเปล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มันก้าวไปสู่ระยะการใช้งานเชิงพาณิชย์ได้โดยเร็วที่สุด ไม่เพียงแค่เชิงพาณิชย์เท่านั้น ผมเชื่อว่าอีกไม่นาน เทคโนโลยีนี้อาจจะก้าวเข้าสู่บ้านเรือนของพวกเราทุกคนครับ

เอาล่ะครับ งานเปิดตัวในปีนี้ก็ขอจบลงเพียงเท่านี้ ต่อไปขอให้เราปิดท้ายงานเปิดตัวครั้งนี้ด้วยการแสดงโฮโลแกรม 3 มิติแบบมองด้วยตาเปล่าอันยอดเยี่ยม ขอบคุณทุกท่าน สุขสันต์วันปีใหม่ ราตรีสวัสดิ์ครับ!

แปะๆๆๆ...

เสียงปรบมือดังกึกก้อง อู๋ฮ่าวโค้งคำนับลงช้าๆ ให้กับผู้ชมด้านล่างเวที จากนั้นก็โบกมือพร้อมกับเดินออกจากเวทีไป

อย่างไรก็ตาม ผู้คนในงานยังไม่ได้จากไปไหน เพราะการแสดงโฮโลแกรม 3 มิติแบบมองด้วยตาเปล่าอันแสนตระการตาได้เริ่มขึ้นแล้ว การแสดงที่ยอดเยี่ยมทำให้ทุกคนจดจ่ออยู่กับการรับชม จนไม่มีใครลุกจากที่นั่งเลยแม้แต่คนเดียว

อู๋ฮ่าวมองดูบรรยากาศในงานแล้วเผยรอยยิ้มพอใจออกมา ก่อนจะเดินกลับเข้าไปยังหลังเวที

เขารับน้ำอุ่นที่เสิ่นหนิงยื่นให้ แล้วดื่มเข้าไปทันที แม้ว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ในงานเปิดตัวจะมี 'เคอเคอ' ที่รับบทเป็น 'ตัวเขา' ช่วยจัดการไปแล้ว แต่ก็ยังมีเนื้อหาอีกไม่น้อยที่เขาต้องบรรยายด้วยตัวเอง ดังนั้นหลังจากผ่านไปทั้งหมดนี้ คอของเขาก็แห้งผากจนแทบจะมีควันออกมาแล้ว

พอดื่มน้ำเสร็จ อู๋ฮ่าวก็ถอดเสื้อสูทตัวนอกออก แล้วเดินไปนั่งหน้ากระจกแต่งหน้าเพื่อให้ช่างแต่งหน้าเริ่มลบเครื่องสำอาง เครื่องสำอางสมัยนี้ล้วนกันน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เหงื่อออกแล้วหน้าเละ ซึ่งนั่นทำให้ตอนล้างออกจะใช้น้ำเปล่าล้างเลยไม่ได้ ต้องใช้ออยล์หรือน้ำยาล้างเครื่องสำอางโดยเฉพาะค่อยๆ เช็ดออก เพื่อไม่ให้ผิวหน้าเสีย

ในขณะที่อู๋ฮ่าวนั่งลบเครื่องสำอางอยู่นั้น หลินเว่ย โจวซี และโจวเสี่ยวตงก็เดินเข้ามา และกล่าวแสดงความยินดีกับอู๋ฮ่าว

อู๋ฮ่าวให้ช่างลบเครื่องสำอางไปพลาง ยิ้มและถามทุกคนไปพลางว่า "งานเปิดตัวคืนนี้เป็นไงบ้าง?"

"ยอดเยี่ยมมาก นี่เป็นงานเปิดตัวที่เจ๋งที่สุดเท่าที่ฉันเคยเข้าร่วมมาเลย" โจวซีทำหน้าตายังคงอินกับบรรยากาศไม่หาย

หลินเว่ยพยักหน้าเห็นด้วย "ก่อนหน้านี้ที่นายบอกว่าพวกนายทำเทคโนโลยีนี้ออกมาได้ ฉันยังรู้สึกเฉยๆ นะ แต่วันนี้พอได้เห็นแล้วมันน่าตื่นตะลึงมาก ถ้ารู้ก่อนฉันคงมาดูรอบซ้อมแล้ว จะได้ดูเพิ่มอีกรอบ"

พูดถึงตรงนี้ หลินเว่ยก็พูดกับอู๋ฮ่าวด้วยความตื่นเต้นว่า "ฉันรู้สึกว่าเทคโนโลยีนี้ เรามีอนาคตในการพัฒนาที่กว้างไกลมาก อาศัยเทคโนโลยีนี้ เราสามารถยึดตลาดโฆษณากลางแจ้งตามตึกต่างๆ ในเมืองทั้งในประเทศและระดับนานาชาติได้เลย แถมเรายังสามารถใช้มันพัฒนาสวนสนุกโฮโลแกรมและโรงภาพยนตร์ได้อีก นี่มันตลาดที่ใหญ่มากนะ"

อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็ยิ้มและโบกมือห้าม "ใจร้อนไปจะเสียการเปล่า ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปเถอะน่า"

"เทคโนโลยีนี้ยังอยู่ในระหว่างการวิจัยและทดลอง ตอนนี้ยังไม่เสถียรดี จะนำไปใช้เชิงพาณิชย์ยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก"

"อีกอย่าง ตลาดใหญ่ขนาดนั้นเรากินรวบคนเดียวไม่ไหวหรอก ยังไงก็ต้องมีพาร์ทเนอร์ ตอนนี้เราเหวี่ยงเบ็ดออกไปแล้ว ต่อไปก็แค่รอให้ปลากินเหยื่อ"

"วางใจเถอะ อีกเดี๋ยวคนพวกนี้ก็จะแห่กันมาเอง"

"จมูกของคนพวกนี้ไวยิ่งกว่าอะไร ดีไม่ดีพรุ่งนี้ ทั้งหลิงหูก็คงจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง" หลินเว่ยถอนหายใจกล่าว

โจวซีหัวเราะ "ฮ่าๆ เกรงว่าจะรอไม่ถึงพรุ่งนี้หรอก ตอนนี้โทรศัพท์ของอู๋ฮ่าวคงดังไม่หยุดแล้วมั้ง"

อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นจึงยิ้มและเรียก "เคอเคอ"

"เจ้านายคะ คุณโจวพูดถูกค่ะ ตั้งแต่งานเปิดตัวจบลง คุณได้รับสายเรียกเข้าแล้ว 117 สาย และยังมีข้อความกับอีเมลอีกกว่า 300 ฉบับ นอกจากญาติสนิทมิตรสหายแล้ว สายอื่นๆ ดิฉันได้ทำการตอบกลับอย่างเหมาะสมเรียบร้อยแล้วค่ะ" เสียงของเคอเคอดังออกมาจากลำโพงในห้องพักผ่อน

อู๋ฮ่าวทำหน้าหมดหนทาง เป็นอย่างที่คิดจริงๆ แต่ตอนนี้เขาไม่อยากรับมือกับสายโทรศัพท์ที่โทรมาไม่หยุดพวกนี้ เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน

"แล้วจางจวินล่ะ?" อู๋ฮ่าวเปลี่ยนเรื่องถามด้วยรอยยิ้ม

"ประธานจางกับประธานถงกำลังรับรองแขกอยู่ทางโน้นค่ะ" เสิ่นหนิงตอบพร้อมรอยยิ้ม แล้วเตือนอู๋ฮ่าวว่า "ประธานอู๋คะ แขกและนักข่าวบางท่านระบุชื่อว่าต้องการพบคุณ คุณดูสิคะว่า..."

เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นหนิง อู๋ฮ่าวคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า "ทางนักข่าวก็เอาตามกฎเดิม จัดงานแถลงข่าวสำหรับนักข่าวโดยเฉพาะในพรุ่งนี้เช้า"

"ส่วนแขกพวกนั้น คุณเลือกคนที่สำคัญๆ มาจัดคิวสักหน่อย พอลบหน้าเสร็จผมจะไปพบ"

"ได้ค่ะ" เสิ่นหนิงพยักหน้า ทักทายทุกคนแล้วเดินออกไป

ส่วนอู๋ฮ่าวนั้น มองดูทุกคนแล้วยิ้ม "คืนนี้คืนส่งท้ายปีเก่า ทุกคนไปกินมื้อดึกฉลองกันหน่อยไหม"

"ใช่ๆ ฉลองข้ามปีด้วยกัน" พอได้ยินเขาพูด โจวเสี่ยวตงก็ตะโกนขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

"ไม่มีปัญหา อยากฉลองแบบไหนล่ะ?" โจวซีเองก็เป็นพวกชอบกิจกรรม จึงถามขึ้นทันที

อู๋ฮ่าวยิ้มและโบกมือ จากนั้นมองพวกเขาทั้งกี่คนแล้วพูดว่า "พวกคุณวางแผนกันเลย ผมรับรองแขกเสร็จแล้วจะรีบตามไป"

"โอเค" หลินเว่ยยิ้มรับและพยักหน้าเมื่อได้ยินดังนั้น

หลังจากลบเครื่องสำอางเสร็จ อู๋ฮ่าวก็แต่งตัวให้เรียบร้อยใหม่อีกครั้ง แล้วเดินไปยังห้องรับรองแขก ซึ่งตอนนี้มีแขกมากันไม่น้อยแล้ว มีทั้งผู้บริหารท้องถิ่นและหน่วยงานที่กำกับดูแล พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ และคนจากวงการอื่นๆ

แม้จะรู้สึกเหนื่อยล้าบ้าง แต่เขาก็ต้องฝืนยิ้มและรับมือกับคนเหล่านี้ต่อไป

สำนักงานใหญ่ที่หลิงหูในค่ำคืนนี้คึกคักเป็นพิเศษ การแสดงฉายภาพ 3 มิติแบบมองด้วยตาเปล่าบนม่านละอองน้ำขนาดยักษ์เหนือทะเลสาบเทียม ดึงดูดสายตาของทุกคนในย่านธุรกิจหลิงหู ส่วนแขกและผู้ชมที่เดินออกมาจากหอประชุม รวมถึงพนักงานของบริษัท ต่างก็มารวมตัวกันที่ริมทะเลสาบเทียม เพื่อรับชมการแสดงส่งท้ายปีเก่าที่ตระการตาที่สุดครั้งนี้

แน่นอนว่า การแสดงครั้งนี้ไม่เพียงแต่ถูกบันทึกผ่านกล้องที่ติดตั้งไว้ตามมุมต่างๆ ของสวนบริษัทเท่านั้น แต่ยังมีโดรนบนท้องฟ้าที่ถ่ายทอดสดจากทุกมุมมองไปทั่วโลก ซึ่งดึงดูดให้ประชาชนจำนวนนับไม่ถ้วนที่ได้ยินข่าวเข้ามารับชม

ในชั่วพริบตา ข่าวเกี่ยวกับฮ่าวอวี่เทคโนโลยี และเทคโนโลยีการฉายภาพโฮโลแกรม 3 มิติแบบมองด้วยตาเปล่า ก็ระเบิดขึ้นบนโลกอินเทอร์เน็ต จนกลายเป็นหัวข้อที่ทุกคนต่างพูดถึงกันอย่างสนุกปากแทบทั้งสิ้น

จบบทที่ บทที่ 2434 : เทคโนโลยีสุดล้ำกลายเป็นของไร้ค่าไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน | บทที่ 2435 : การแสดงส่งท้ายปีเก่าที่ตระการตาที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว