เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1944 : วิธีใหม่ในการมีใบหน้าอ่อนเยาว์ตลอดกาล! | บทที่ 1945 : เราซาบซึ้งในบุญคุณของพวกมัน แต่เราก็ไม่มีทางเลือกอื่น

บทที่ 1944 : วิธีใหม่ในการมีใบหน้าอ่อนเยาว์ตลอดกาล! | บทที่ 1945 : เราซาบซึ้งในบุญคุณของพวกมัน แต่เราก็ไม่มีทางเลือกอื่น

บทที่ 1944 : วิธีใหม่ในการมีใบหน้าอ่อนเยาว์ตลอดกาล! | บทที่ 1945 : เราซาบซึ้งในบุญคุณของพวกมัน แต่เราก็ไม่มีทางเลือกอื่น


บทที่ 1944 : วิธีใหม่ในการมีใบหน้าอ่อนเยาว์ตลอดกาล!

แม้ว่าทุกคนอยากจะอยู่ต่ออีกสักพักเพื่อดูเครื่องพิมพ์ชีวภาพ 3 มิติในตู้กระจกตรงหน้าให้ชัดเจนกว่านี้ แต่ภายใต้การนำของอู๋ฮ่าว ทุกคนทำได้เพียงตัดใจเดินจากไปอย่างเสียดาย เพื่อไปยังจุดเยี่ยมชมด้านล่าง

ภายใต้การนำของอู๋ฮ่าว ทุกคนเดินผ่านทางเดินกระจกยาว เลี้ยวตรงมุมตึกเข้าสู่ห้องปฏิบัติการแห่งใหม่

เมื่อเข้ามาที่นี่ ดวงตาของทุกคนก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

เพราะพื้นที่ตรงนี้กว้างขวางมาก ราวกับว่าเดินเข้ามาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง การจัดวางและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เหมือนกับโรงพยาบาลเปี๊ยบ มีทั้งห้องผ่าตัดเฉพาะทาง ห้องพักผู้ป่วย และอื่นๆ

"เสี่ยวอู๋ ที่นี่คือ?" เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ผู้อำนวยการฉีเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเขา

อู๋ฮ่าวยิ้มและแนะนำว่า: "ที่นี่คือโรงพยาบาลคลินิกพิเศษที่เราตั้งขึ้นมาครับ เอาไว้สำหรับทำการวิจัยและทดลองทางคลินิกสำหรับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องของเราโดยเฉพาะ"

เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋ฮ่าว ทุกคนก็อดสงสัยไม่ได้ หรือว่าพวกอู๋ฮ่าวแอบทำการทดลองทางคลินิกกันลับๆ ที่นี่? นี่มันผิดกฎระเบียบนะ เจ้าเด็กนี่ทำไมถึงใจกล้าขนาดนี้

เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกและสงสัยของทุกคน อู๋ฮ่าวจึงยิ้มและพูดว่า: "แต่สิ่งที่เราทดลองที่นี่ไม่ใช่ผู้ป่วยนะครับ แต่เป็นสัตว์ทดลองต่างหาก"

พูดจบ อู๋ฮ่าวก็ผายมือเชิญ: "เชิญทุกคนตามผมมาครับ"

จากนั้นทุกคนก็เดินเข้ามาในห้องผู้ป่วยห้องหนึ่ง ภายในกว้างขวางมาก และสิ่งที่ดึงดูดความสนใจที่สุดคือพื้นที่เล็กๆ ที่กั้นด้วยแผ่นอะคริลิกใส ภายในมีสัตว์ชนิดต่างๆ อาศัยอยู่

อู๋ฮ่าวพาทุกคนมาหยุดอยู่หน้าลูกหมูตัวหนึ่ง เขาชี้ผ่านแผ่นอะคริลิกใสแล้วยิ้มแนะนำให้ทุกคนฟัง: "ทุกท่านเชิญดูครับ นี่คือลูกหมูที่เราทำการโคลนนิ่งเซลล์ของมันเองและปลูกถ่ายผิวหนังด้วยการพิมพ์ชีวภาพ 3 มิติ บริเวณหลังของมันที่มีขนสีอ่อนกว่านั่นแหละครับคือเนื้อเยื่อผิวหนังที่เราพิมพ์ออกมาด้วยเครื่องพิมพ์ชีวภาพ 3 มิติ

จากสถานการณ์การตรวจสอบในปัจจุบัน สภาพการฟื้นตัวของผิวหนังส่วนนี้ดีมาก ไม่พบปัญหาใดๆ และสุขภาพของลูกหมูเองก็แข็งแรงดีมากครับ"

พูดจบ อู๋ฮ่าวก็ส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ทดลองข้างๆ เจ้าหน้าที่พยักหน้า แล้วอุ้มลูกหมูข้างในออกมา ลูกหมูแรงเยอะมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกแรงพอสมควรกว่าจะนำลูกหมูมาแสดงต่อหน้าทุกคนได้

เมื่อเห็นลูกหมูตัวนี้ ทุกคนต่างก็ขยับเข้ามามุงดูกัน ส่วนอู๋ฮ่าวก็ยิ้มและถอยฉากออกมาด้านข้าง เพื่อยกพื้นที่ให้กับทุกคน

สวี่เซิงหัว จางชิ่งหง และคนอื่นๆ สวมถุงมือยางทางการแพทย์ แล้วค่อยๆ แหวกขนสีอ่อนบนตัวลูกหมูอย่างระมัดระวัง เพื่อตรวจสอบรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน ระหว่างดูก็พูดคุยแลกเปลี่ยนกันไปด้วย ท่าทางตื่นเต้นกันมาก

ส่วนเจ้าลูกหมูนั้น ดูเหมือนจะไม่ค่อยสงบเท่าไหร่ในอ้อมกอดของเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อได้รับการปลอบโยน มันก็ไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนมากนัก ดูเชื่องทีเดียว

"แผลสมานกันดีมาก รอยแผลเป็นจางมาก และสภาพการคงอยู่ของผิวหนังที่ปลูกถ่ายนี้ถือว่าน่าพอใจสุดๆ ขนหมูก็ขึ้นดกดำดี" ศาสตราจารย์สวี่เซิงหัวตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าและยิ้มชื่นชม

จางชิ่งหงก็พยักหน้าเช่นกัน แต่แล้วเขาก็หันไปถามอู๋ฮ่าวว่า: "ประธานอู๋ ผมสังเกตว่าผิวหนังที่ปลูกถ่ายใหม่นี้กับผิวหนังเดิมของลูกหมูมีความแตกต่างของสีอย่างเห็นได้ชัด ผมอยากถามว่าความแตกต่างของสีนี้เกิดจากความแตกต่างระหว่างผิวที่พิมพ์ 3 มิติกับผิวเดิม หรือว่าเป็นความแตกต่างระหว่างผิวใหม่กับผิวเก่าครับ

ปัญหาแบบนี้จะแก้ไขอย่างไรในภายหลัง มีวิธีแก้ไหมครับ เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการปลูกถ่ายซ่อมแซมผิวหน้า คงปล่อยให้หน้าด่างเป็นสีเข้มบ้างอ่อนบ้างเหมือนหน้าลายไม่ได้หรอกครับ แบบนั้นจะต่างอะไรกับตอนที่ยังไม่ปลูกถ่ายซ่อมแซมล่ะ"

เมื่อได้ยินคำถามของจางชิ่งหง อู๋ฮ่าวก็ยิ้มตอบ: "เป็นปัญหาเรื่องผิวใหม่กับผิวเก่าครับ ผิวหนังที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ชีวภาพ 3 มิติกับเนื้อเยื่อผิวหนังของลูกหมูเองนั้นไม่มีความแตกต่างกันเลย เพียงแต่ระยะเวลาการเติบโตไม่เท่ากันเท่านั้นเอง เหมือนกับผิวของเด็กแรกเกิดเทียบกับผิวผู้ใหญ่นั่นแหละครับ ต้องใช้เวลาปรับสภาพสักระยะ โดยทั่วไปอาจใช้เวลาครึ่งปีถึงหนึ่งปี ก็จะกลับมากลมกลืนกัน แน่นอนว่าถ้าใช้วิธีช่วยเสริมบางอย่าง ก็จะเร่งกระบวนการนี้ให้เร็วขึ้นได้"

มาถึงตรงนี้ อู๋ฮ่าวเปลี่ยนน้ำเสียงแล้วยิ้มพูดว่า: "แต่ผมคิดว่าคงไม่มีใครทำแบบนั้นหรอกครับ สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว จู่ๆ ได้ใบหน้าที่อ่อนเยาว์มาครอบครอง ทะนุถนอมยังแทบไม่ทัน จะมีใครจงใจไปทำให้มัน 'ดูเก่า' ลงล่ะครับ

ผมว่าถึงตอนนั้น สิ่งที่ทุกคนจะถามคงไม่ใช่ทำยังไงให้ผิวที่ปลูกถ่ายใหม่ดูเก่าลง แต่จะถามว่าทำยังไงให้ผิวเดิมเปลี่ยนเป็นผิวใหม่เสียมากกว่า"

ฮ่าๆๆๆ...

เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋ฮ่าว ทุกคนในที่นั้นต่างก็หัวเราะออกมา จริงอย่างที่เขาพูด และเรื่องแบบนี้พวกเขาเองก็เจอมาบ่อยแล้ว คนไข้ผู้ชายยังคุยง่าย แต่คนไข้ผู้หญิงนี่สิความต้องการเยอะมาก

"ผิวหนังแบบนี้จะทนต่อความชราได้น้อยเป็นพิเศษ หรือมีอายุการใช้งานสั้นเกินไปหรือเปล่าครับ?" แพทย์หนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยถามขึ้น

เมื่อได้ยินคำถามของหมอคนนี้ อู๋ฮ่าวยิ้มแล้วส่ายหน้า: "ไม่ครับ ผิวหนังพวกนี้ถูกพิมพ์ขึ้นจากการโคลนนิ่งเซลล์ของตัวทดลองเอง ดังนั้นอายุขัยของมันจริงๆ แล้วก็เท่ากับอายุขัยของผิวหนังบนตัวหมู ไม่เกิดปัญหาอายุสั้นหรือแก่เร็วหรอกครับ"

เมื่อได้ยินคำอธิบายของอู๋ฮ่าว ผู้เชี่ยวชาญอีกท่านที่อยู่ข้างๆ ก็ถามไล่เลี่ยกันในประเด็นนี้ทันที: "ถ้าเป็นอย่างนั้น ในอนาคตผิวหนังทั้งสองส่วนนี้จะมีระดับความเสื่อมสภาพเท่ากันไหม หรือจะเกิดปัญหาความแตกต่างขึ้นมา"

ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดจริงๆ พอถามปุ๊บก็จับประเด็นสำคัญได้ทันที

อู๋ฮ่าวชมเชยในใจ แล้วยิ้มพยักหน้า: "มีความเป็นไปได้ครับ สำหรับลูกหมูยังไม่เท่าไหร่ เพราะอายุมันยังน้อย เวลาของผิวหนังเดิมกับผิวหนังที่พิมพ์ชีวภาพ 3 มิติจึงต่างกันไม่มาก เลยไม่มีผลกระทบ

แต่สำหรับคนเรา มันต่างกันครับ โดยเฉพาะคนที่อายุ 20-30 ปีขึ้นไป อาจเจอปัญหาแบบนี้เมื่อแก่ตัวลงในอนาคต

เพราะผิวหนังเดิมของผู้ป่วยกับเนื้อเยื่อผิวหนังที่เครื่องพิมพ์ชีวภาพ 3 มิติพิมพ์ออกมาใหม่ อาจมีอายุห่างกันสิบปีหรือหลายสิบปี ตอนหนุ่มสาวอาจมองไม่เห็นความต่าง แต่พออายุ 40-50 ปี เมื่อความชรามาเยือน ความแตกต่างก็จะปรากฏชัดเจน

ปัญหานี้ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีแก้ไข และแทบจะแก้ไม่ได้เลย เว้นแต่เราจะใช้เทคโนโลยีการตัดต่อพันธุกรรมที่เกี่ยวข้อง มาควบคุมให้ผิวหนังที่พิมพ์ออกมาใหม่มีสภาพสอดคล้องกับผิวหนังเดิมของผู้ป่วย"

พูดจบ อู๋ฮ่าวกวาดตามองทุกคน แล้วเปลี่ยนน้ำเสียงพร้อมรอยยิ้ม: "จริงๆ แล้วทุกคนไม่ต้องกังวลกับปัญหานี้มากเกินไปหรอกครับ เพราะเมื่อเทียบกับอีกหลายสิบปีข้างหน้า การที่เราสามารถช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีหน้าตาปกติได้ในช่วงวัยที่สำคัญที่สุดของชีวิต มันมีความหมายสำหรับพวกเขามากกว่ามากครับ

ส่วนเรื่องในอนาคต ไม่แน่ว่าปัญหาที่เกี่ยวข้องอาจจะได้รับการแก้ไขแล้วก็ได้ หรือต่อให้แก้ไม่ได้ พออายุ 40-50 ปีไปแล้ว ความใส่ใจในรูปลักษณ์หน้าตาของคนเราก็คงไม่ได้มากเท่าตอนหนุ่มสาวแล้วล่ะครับ

อีกอย่าง ในมุมมองทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความชราของผิวหนังมีหลายอย่าง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวผิวหนังเองเพียงอย่างเดียว ดังนั้นอีกหลายสิบปีให้หลัง ต่อให้ผิวใหม่กับผิวเก่าจะมีความแตกต่างกัน ก็คงจะน้อยมาก หรืออาจเรียกได้ว่าแทบไม่มีความแตกต่างเลยก็ได้ครับ"

-------------------------------------------------------

บทที่ 1945 : เราซาบซึ้งในบุญคุณของพวกมัน แต่เราก็ไม่มีทางเลือกอื่น

เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋ฮ่าว ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย อันที่จริงมันก็เป็นเหตุผลเช่นนั้น เรื่องอีกสิบปีหรือหลายสิบปีข้างหน้า ใครจะไปคาดเดาได้ เมื่อเทียบกับอนาคตแล้ว การฟื้นฟูรูปลักษณ์ให้กลับมาเป็นปกติในปัจจุบันนั้นสำคัญที่สุด

"ลูกหมูตัวนี้จะจัดการอย่างไรต่อไปคะ?" แพทย์หญิงคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยถามขึ้น

อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็มองไปที่เธอแล้วยิ้มพลางกล่าวว่า "เรายังจะใช้มันทำการทดลองที่เกี่ยวข้องอีกชุดหนึ่ง และสุดท้ายจะมอบจุดจบตามหลักมนุษยธรรมให้แก่มันครับ"

เรื่องนี้...

เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋ฮ่าว ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้า จริงอยู่ที่นี่เป็นวิธีที่ปกติที่สุด สัตว์ทดลองเหล่านี้ไม่มีทางได้ออกจากห้องทดลอง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคำโฆษณาชวนเชื่อประเภทว่าได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุขเลย

แม้จะดูโหดร้ายไปบ้าง แต่จุดจบตามหลักมนุษยธรรมคือการหลุดพ้นที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์ทดลองเหล่านี้ ช่วยไม่ได้ ในแต่ละปีมีสัตว์ทดลองตายในห้องปฏิบัติการเป็นจำนวนมาก อาจมีถึงหลายล้านหรือสิบล้านตัว แต่ก็เพราะการเสียสละของสัตว์ทดลองเหล่านี้ ที่ทำให้มนุษย์เราได้รับเทคโนโลยีและยาสำหรับรักษาโรคต่างๆ

เราซาบซึ้งในบุญคุณของพวกมัน แต่เราก็ไม่มีทางเลือกอื่น เพราะจนถึงขณะนี้ สัตว์ทดลองเหล่านี้คือด่านที่ต้องผ่านก่อนจะเข้าสู่การทดลองทางคลินิกในมนุษย์ หากไม่มีพวกมันเสียสละ ผู้ที่ต้องเสียสละก็อาจจะเป็นมนุษย์แทน

แพทย์หญิงคนนี้เดิมทีอยากจะพูดอะไรต่อ แต่เมื่อเห็นปฏิกิริยาของทุกคน สุดท้ายก็กลืนคำพูดลงท้องไป จากนั้นจึงหันไปมองลูกหมูที่ดูเงียบเชียบและไร้ทางสู้ในอ้อมกอดของเจ้าหน้าที่ทดลองด้วยความรู้สึกเศร้าใจ

อู๋ฮ่าว หรือจะพูดว่าหลายคนในที่นั้นต่างก็สังเกตเห็นฉากนี้ แต่ทุกคนก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะความรู้สึกแบบนี้พวกเขาเคยผ่านมันมาแล้ว เพียงแต่มันเกิดขึ้นสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งผ่านมานานมากแล้ว สมัยนั้นพวกเขาต้องไปจับกระต่ายด้วยตัวเอง แล้วนำมาทำการทดลอง สุดท้ายก็ต้องลงมือจบความทรมานของพวกมันด้วยมือตัวเอง กระบวนการนี้โหดร้ายมาก ผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงเหล่านี้หลายคนต่างเคยน้ำตาตกและร้องไห้เพราะเรื่องนี้มาก่อน

อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านเรื่องแบบนี้มามาก ทุกคนก็เริ่มเฉยชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงพยาบาลที่เห็นความเป็นความตายของมนุษย์จนชินตา ยิ่งทำให้มองเรื่องทั้งหมดนี้ได้อย่างสงบนิ่งและปล่อยวาง

ในความเป็นจริง สำหรับเรื่องแบบนี้และสำหรับสัตว์ทดลองเหล่านี้ องค์กรพิทักษ์สัตว์ในแต่ละประเทศต่างก็เคยจัดกิจกรรมหลายครั้งเพื่อประท้วงพฤติกรรมที่ "โหดร้าย" นี้

แต่เมื่อเทียบกับสุขภาพชีวิตของมนุษยชาติโดยรวมแล้ว สิ่งเหล่านี้ช่างเล็กน้อยเหลือเกิน แม้จะดูไม่ยุติธรรมไปบ้าง แต่มนุษย์คือผู้ปกครองโลกใบนี้ นี่คือสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้

"สิ่งที่จะได้เห็นต่อไปนี้อาจก่อให้เกิดความไม่สบายทางจิตใจและร่างกายบ้าง ท่านใดที่รับไม่ไหวสามารถไปพักที่โซนพักผ่อนก่อนได้ครับ ตรงนั้นมีกาแฟและของว่างเตรียมไว้ให้" อู๋ฮ่าวยิ้มพลางกล่าวกับทุกคน

เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋ฮ่าว ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองแพทย์หญิงคนนั้นแวบหนึ่ง แต่แล้วก็ส่ายหน้า โอกาสที่หาได้ยากขนาดนี้ พวกเขาจะพลาดได้อย่างไร แม้แต่แพทย์หญิงคนนั้นก็ยังกัดริมฝีปากแล้วส่ายหน้าเช่นกัน

อู๋ฮ่าวเห็นดังนั้นก็ยิ้มและพยักหน้าทันที จากนั้นจึงพาตทุกคนไปยังหน้าตู้กั้นอะคริลิกที่อยู่ด้านข้าง

"ทางด้านนี้คือหนูขาว ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการทดลองปลูกถ่ายผิวหนังของเราครับ"

"ตัวทางด้านนี้ เราได้ทำการปลูกถ่ายผิวหนังจากการพิมพ์ชีวภาพ 3 มิติ (Bio 3D Printing) ครอบคลุมพื้นที่ผิวประมาณร้อยละ 30 ของร่างกาย ส่วนตัวนี้ทำเสร็จไปประมาณร้อยละ 50"

"ส่วนตัวนี้ค่อนข้างพิเศษครับ เราได้ทำการปลูกถ่ายผิวหนังบริเวณศีรษะทั้งหมด" อู๋ฮ่าวชี้ไปที่หนูขาวซึ่งบนหัวแทบไม่มีขน แล้วแนะนำให้ทุกคนรู้จัก

เมื่อได้ยินคำแนะนำของอู๋ฮ่าว ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมอง เจ้าตัวเล็กที่หัวโล้นเลี่ยนตรงหน้านี้ ถึงกับผ่านการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อผิวหนังทั้งศีรษะมาแล้ว

นี่มัน...

ต้องรู้ก่อนว่าการผ่าตัดให้หนูขาวนั้นมีความยากในตัวมันเองอยู่แล้ว เพราะหนูขาวมีขนาดตัวเล็กมาก ต้องอาศัยกล้องจุลทรรศน์เข้าช่วย และการผ่าตัดเปลี่ยนหนังศีรษะให้หนูขาวนั้น ยิ่งต้องการความแม่นยำในการผ่าตัดสูงมาก

"ส่วนตัวทางด้านนี้ เราได้ทำการปลูกถ่ายผิวหนังไปถึงร้อยละ 80 ของร่างกาย ดังนั้นบนตัวมันจึงแทบไม่มีขนเหลืออยู่เลย"

"ปัจจุบันสถานะทางสรีรวิทยาของหนูขาวเหล่านี้อยู่ในเกณฑ์ดี แข็งแรงมาก ในขั้นตอนต่อไปเราจะเฝ้าสังเกตการณ์และบันทึกข้อมูลให้ได้มากที่สุด"

"การผ่าตัดปลูกถ่ายเหล่านี้ใครเป็นคนทำครับเนี่ย ฝีมือดีขนาดนี้?" อู๋จิ่วจื้อที่เงียบมานานขยับเข้าไปใกล้เพื่อสังเกตหนูขาวเหล่านั้นอย่างละเอียด พลางเอ่ยถามอู๋ฮ่าว

คนนอกดูความสนุก คนในดูเคล็ดลับ แม้ทุกคนจะเป็นหมอและเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เก่งกาจในสาขาที่เกี่ยวข้อง แต่การอยู่คนละสาขาก็มีความแตกต่างกันมาก ในด้านการปลูกถ่าย อู๋จิ่วจื้อถือเป็นปรมาจารย์ในด้านนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

ดังนั้นเขาจึงรู้ดีว่าการผ่าตัดเหล่านี้มีความหมายอย่างไร เขาจึงอยากรู้ว่ายอดฝีมือที่ทำการผ่าตัดเหล่านี้คือใครกันแน่ เขาเริ่มมีความคิดบางอย่างขึ้นมา

อู๋ฮ่าวยิ้มแล้วกล่าวว่า "ก็นักวิจัยรุ่นใหม่ในห้องทดลองของเรานี่แหละครับ การผ่าตัดเหล่านี้พวกเขาเป็นคนทำจนสำเร็จ"

เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋ฮ่าว อู๋จิ่วจื้อก็ส่ายหน้า "การผ่าตัดที่ละเอียดอ่อนแบบนี้ถ้าไม่มีประสบการณ์สะสมสักสิบปีคงทำไม่สำเร็จ แค่คนหนุ่มสาวในห้องทดลองของคุณ เกรงว่าฝีมือยังไม่น่าจะถึงขั้นนี้นะครับ"

ฮะๆ อู๋ฮ่าวหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า "พวกเขาเป็นคนทำจริงๆ ครับ เพียงแต่พวกเขาใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดทางการแพทย์อัจฉริยะแบบหลายแขนกลของเราช่วยทำน่ะครับ"

เมื่อพูดถึงตรงนี้ อู๋ฮ่าวก็หันไปถามเจ้าหน้าที่ห้องทดลองที่ติดตามมาว่า "วันนี้มีตารางการทดลองผ่าตัดสัตว์ไหม?"

เจ้าหน้าที่คนนั้นพยักหน้าตอบทันทีว่า "อีกสักครู่จะมีการจัดเตรียมการทดลองผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจจากการพิมพ์ชีวภาพ 3 มิติในกระต่ายทดลองครับ"

อู๋ฮ่าวพยักหน้ารับทราบแล้วสั่งการว่า "ให้ทีมทดลองเตรียมตัวเลย เดี๋ยวพวกเราจะไปชมการผ่าตัด"

"รับทราบครับ!"

เมื่อเห็นอู๋ฮ่าวสั่งงานเสร็จ อู๋จิ่วจื้อก็ถามอย่างอดรนทนไม่ไหวว่า "คุณอู๋ พวกคุณกำลังทำการทดลองเทคโนโลยีการปลูกถ่ายหัวใจจากการพิมพ์ชีวภาพ 3 มิติอยู่แล้วหรือครับ?"

อู๋ฮ่าวยิ้มและพยักหน้า "ใช่ครับ เรากำลังดำเนินการทดลองในด้านนี้ แม้ว่าตอนนี้เราจะมีหัวใจเทียมอัจฉริยะ (Bionic Artificial Heart) แล้ว แต่ของแบบนั้นยังไงก็เป็นเครื่องจักร สู้หัวใจของตัวเองไม่ได้หรอกครับ

ดังนั้น หลังจากพัฒนาเครื่องพิมพ์ชีวภาพ 3 มิติออกมาได้ เราก็เริ่มการทดลองในด้านนี้ทันที เทคโนโลยีหัวใจจากการพิมพ์ชีวภาพ 3 มิตินี้ถือเป็นเนื้อหาสำคัญในการทดลองทั้งหมดของเราเช่นกัน

พอดีวันนี้มีการทดลองผ่าตัด ถ้าทุกท่านสนใจ เดี๋ยวไปชมกันได้ครับ เพียงแต่เวลาผ่าตัดอาจจะนานหน่อย อาจจะรบกวนเวลาของทุกท่านบ้าง"

เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋ฮ่าว สวีเซิงหัวก็รีบโบกมือปฏิเสธ "ไม่เป็นไรครับ จะเสียเวลานานแค่ไหนก็ได้ โอกาสแบบนี้เรียกได้ว่าหาได้ยากยิ่ง เจอแล้วจะพลาดได้อย่างไร"

"ใช่ครับคุณอู๋ คุณจัดการได้เลย พวกเราไม่มีปัญหา" ทุกคนต่างพากันตื่นเต้นขึ้นมา

แน่นอนว่าสำหรับพวกเขาแล้ว นี่เป็นโอกาสที่ล้ำค่าและหาได้ยากมาก บางคนอาจหาโอกาสแบบนี้ไม่ได้ตลอดชีวิต ดังนั้นเมื่อได้ยินการจัดการของอู๋ฮ่าว คนเหล่านี้โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวจำนวนมาก จะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร

จบบทที่ บทที่ 1944 : วิธีใหม่ในการมีใบหน้าอ่อนเยาว์ตลอดกาล! | บทที่ 1945 : เราซาบซึ้งในบุญคุณของพวกมัน แต่เราก็ไม่มีทางเลือกอื่น

คัดลอกลิงก์แล้ว