- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 1770 : "กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์พ่อลูก" ของคุณพ่อ | บทที่ 1771 : ท่าเรือดวงจันทร์
บทที่ 1770 : "กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์พ่อลูก" ของคุณพ่อ | บทที่ 1771 : ท่าเรือดวงจันทร์
บทที่ 1770 : "กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์พ่อลูก" ของคุณพ่อ | บทที่ 1771 : ท่าเรือดวงจันทร์
บทที่ 1770 : "กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์พ่อลูก" ของคุณพ่อ
ในช่วงไม่กี่วันที่อยู่บ้าน ผู้คนจากทั่วสารทิศต่างแห่กันเข้ามาเมื่อได้ทราบข่าว แม้ว่าอู๋ฮ่าวจะรู้สึกเบื่อหน่ายกับคนเหล่านี้อย่างมาก แต่ก็จนปัญญา บางคนก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพบ โดยเฉพาะญาติสนิทมิตรสหายที่หิ้วของขวัญมาเยี่ยมถึงหน้าบ้าน จะปฏิเสธไม่ให้เข้าบ้านก็คงดูไม่งาม
โชคดีที่คนเหล่านี้ต่างรู้กาละเทศะ มาเพียงเพื่อเยี่ยมเยียนและกระชับความสัมพันธ์เท่านั้น ไม่ได้เรียกร้องอะไรเพิ่มเติม
ส่วนพวกคนอื่นที่แทบจะไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรด้วยนั้น อู๋เจี้ยนหัวก็ออกหน้าคอยกันท่าไว้ให้ กว่าคนในครอบครัวจะได้มีเวลาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันสักกี่วัน พวกเขาก็ไม่อยากให้คนเหล่านี้มารบกวน
โชคดีที่ระบบรักษาความปลอดภัยหน้าหมู่บ้านค่อนข้างเข้มงวด หลังจากกำชับไปแล้ว คนเหล่านี้ก็เข้ามาได้ยาก ทำให้ครอบครัวของพวกเขาได้รับความสงบสุขขึ้นมาก
อู๋ถง สาวน้อยคนนี้แม้จะยังงอนอู๋ฮ่าวอยู่บ้าง แต่ก็ปลดปล่อยตัวเองอย่างเต็มที่ หลังจากกลับมา ก็ออกไปเที่ยวกับเพื่อนร่วมชั้นและก๊วนเพื่อนหลายครั้งแล้ว
เช้าตรู่ อู๋ฮ่าวตื่นนอนตามความเคยชิน และพบว่าหลินเวยตื่นไปนานแล้ว
อู๋ฮ่าวล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดแล้วเดินลงมาข้างล่าง พบว่าอาหารเช้าถูกฝาชีครอบไว้บนโต๊ะอาหาร ในบ้านไม่มีใคร เดินวนดูรอบหนึ่งก็พบว่าพ่อ อู๋เจี้ยนหัว กำลังล้างทำความสะอาดบ่อปลาอยู่ในสวน
"พ่อ ทำอะไรอยู่ครับ?" อู๋ฮ่าวเอ่ยถามพ่อที่กำลังยุ่งอยู่ด้วยรอยยิ้ม
"ตื่นแล้วเหรอ กับข้าววางอยู่บนโต๊ะกินข้าวนะ" อู๋เจี้ยนหัวหันมามองเขาแวบหนึ่ง แล้วพูดพลางยิ้มพลางขณะทำงานต่อ
"ผมเห็นแล้วครับ" อู๋ฮ่าวมองดูอู๋เจี้ยนหัวรับคำแล้วถามต่อ: "นี่กำลังยุ่งอยู่กับอะไรครับเนี่ย?"
อู๋เจี้ยนหัววางสายยางในมือลง แล้วลุกขึ้นยืนพูดกับเขาว่า: "เครื่องกรองในบ่อมันเสีย พ่อเลยเปลี่ยนตัวใหม่ อีกอย่างพ่อกะว่าจะจัดระเบียบบ่อใหม่สักหน่อย เป็นไง กินข้าวเสร็จมีธุระอะไรไหม?"
อู๋ฮ่าวรับคำอย่างอารมณ์ดี: "ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวผมกินข้าวเสร็จจะมาช่วย น้าจางกับคนอื่นๆ ล่ะครับ ทำไมไม่เห็นเลย?"
อู๋เจี้ยนหัวมองอู๋ฮ่าวแล้วยิ้มพูดว่า: "แม่แกกับเวยเวยออกไปเดินตลาดแต่เช้าแล้ว ส่วนอู๋ถง ยัยหนูนั่นเมื่อคืนไม่รู้แอบเล่นเกมในห้องถึงกี่โมง ตอนนี้คงยังนอนขี้เซาไม่ยอมลุกอยู่มั้ง
ไม่ต้องไปสนมันหรอก ปล่อยให้นอนไปเถอะ"
เหอะๆ ก็นะ คนที่โอ๋ลูกสาวที่สุดก็คือคนเป็นพ่อนี่แหละ
บ่นอุบอิบไปหนึ่งประโยค อู๋ฮ่าวก็เดินมาที่ห้องอาหาร เปิดฝาครอบอาหารเช้าออก ข้างในเป็นซาลาเปาแบบดั้งเดิม ไข่ต้ม โจ๊กข้าวฟ่าง และกับแกล้มอีกสองสามอย่าง เนื่องจากวางอยู่บนถาดอุ่นอาหาร อาหารจึงยังร้อนอยู่
หลังจากกินมื้อเช้าอย่างรวดเร็ว อู๋ฮ่าวก็มาที่สวน พบว่าพ่อ อู๋เจี้ยนหัว ลงไปในบ่อแล้ว อู๋ฮ่าวจึงถลกแขนเสื้อและขากางเกงขึ้นแล้วเดินลงไปในบ่อปลาเช่นกัน
บ่อปลาที่บ้านนี้ไม่ใหญ่นัก ตรงกลางเป็นพื้นที่น้ำกว้าง ด้านในเป็นภูเขาจำลองซ้อนกัน ขอบๆ ตกแต่งด้วยหิน
ปลาคาร์ปในบ่อถูกพ่อตักขึ้นมาพักไว้แล้ว น้ำก็ถูกปล่อยออกจนเกือบหมด
เมื่อเห็นอู๋ฮ่าวลงมา อู๋เจี้ยนหัวก็บุ้ยใบ้ไปที่แปรงด้ามยาวที่วางอยู่ข้างๆ แล้วชูปืนฉีดน้ำแรงดันสูงในมือขึ้นพลางพูดว่า: "พ่อจะใช้ปืนฉีดน้ำฉีด แกก็ขัด แป๊บเดียวก็เสร็จ"
"ได้ครับ ไม่มีปัญหา" อู๋ฮ่าวพยักหน้ายิ้มๆ แล้วหยิบแปรงไม้ด้ามยาวเริ่มขัดตามจุดที่อู๋เจี้ยนหัวฉีดน้ำนำไป
แรงดันของปืนฉีดน้ำสูงมาก ฉีดคราบตะไคร่ที่ผนังและก้นบ่อออกจนสะอาดเอี่ยม จุดที่ยังไม่ได้ฉีดกับจุดที่ฉีดแล้วเกิดเป็นเส้นแบ่งเขตที่ชัดเจน ดูแล้วรู้สึกฟินและสบายตามาก
ส่วนหน้าที่ของอู๋ฮ่าว คือคอยประสานงานกับปืนฉีดน้ำแรงดันสูงในมืออู๋เจี้ยนหัว กวาดรวมคราบตะไคร่ที่ถูกฉีดออกมา และขัดถูในจุดที่ปืนฉีดน้ำเข้าไม่ถึง
ทั้งสองคนคืบหน้าไปได้เร็วมาก แต่พื้นที่บ่อน้ำค่อนข้างใหญ่ บวกกับก้นบ่อฝั่งหนึ่งปูด้วยหินกรวดจำนวนมาก จึงทำความสะอาดค่อนข้างลำบาก
ขณะที่ทั้งสองกำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้น ก็เห็นอู๋ถงในชุดนอนเดินงัวเงียออกมาจากในบ้าน
เมื่อเห็นทั้งสองคนที่กำลังยุ่งอยู่ อู๋ถงก็หาวฟอดแล้วพูดว่า: "ได้ยินเสียงพวกพี่ตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว จะไม่ให้คนเขาพักผ่อนบ้างหรือไงเนี่ย"
"ยังจะนอนอีก ไม่ดูเวลารึไงว่ากี่โมงแล้ว ตะวันส่องก้นแล้วเนี่ย" อู๋ฮ่าวมองน้องสาวจอมขี้เกียจคนนี้แล้วอดแขวะไม่ได้
"ยุ่งน่า ปิดเทอมทั้งทีก็ไม่ให้คนเขานอน ยุ่งไม่เข้าเรื่องจริงๆ" อู๋ถงทำท่าฮึดฮัดใส่กลับอู๋ฮ่าว แล้วหันไปอ้อนฟ้องอู๋เจี้ยนหัวทันที: "พ่อ ดูพี่สิคะ วันๆ เอาแต่แกล้งหนู พ่อไม่รู้หรอก ตอนอยู่ซีอานพี่เขาจู้จี้จะตาย อะไรก็ห้ามไปหมด น่ารำคาญมาก"
"เอาล่ะๆ พี่เขาก็หวังดีกับลูกนั่นแหละ โตเป็นสาวเป็นนางขนาดนี้แล้ว ยังจะซกมกอยู่อีก รีบไปล้างหน้าแปรงฟันไป อาหารเช้าอยู่บนโต๊ะแน่ะ" อู๋เจี้ยนหัวแพ้ลูกอ้อนของลูกสาวคนเล็กคนนี้อย่างราบคาบ ได้แต่พูดปลอบใจไป
"เชอะ พ่อก็รังแกหนูเหมือนกัน ไม่คุยด้วยแล้ว" เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋เจี้ยนหัว อู๋ถงก็สะบัดหน้าแก้มป่องอย่างงอนๆ แล้วลุกเดินกลับเข้าบ้านไป
"พ่อเนี่ยนะ ก็ตามใจยัยนี่เข้าไปเถอะ" อู๋ฮ่าวพูดอย่างหมั่นไส้
"ฮ่ะๆ" อู๋เจี้ยนหัวยิ้มพลางพูดอย่างใจเย็น: "ปีหนึ่งน้องมันกลับมาอยู่บ้านไม่นาน พ่อก็ต้องดีกับมันหน่อยสิ อีกอย่าง ก็มีแกอยู่แล้วนี่ พ่อเลยไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ไง"
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ดูวางใจของอู๋เจี้ยนหัว อู๋ฮ่าวก็พูดไม่ออกไปชั่วขณะ สรุปคือพ่อโยนภาระทั้งหมดมาให้ผม แล้วตัวเองก็ลอยตัวสบายใจเฉิบงั้นสิ?
"ฉีดพอแล้วล่ะ เก็บกวาดพวกนี้ให้หมด แล้วเรามาจัดภูเขาจำลองกัน" อู๋เจี้ยนหัวหันมาบอกเขา
"ครับ" อู๋ฮ่าวรับคำ แล้วเริ่มช่วยกันกับอู๋เจี้ยนหัวรวบรวมคราบโคลนและขยะที่ฉีดออกมาไปทิ้ง จากนั้นฉีดน้ำล้างซ้ำอีกรอบ ในที่สุดก็ล้างเสร็จเรียบร้อย
แต่ตอนนี้ยังปล่อยน้ำเข้าไม่ได้ ต้องจัดระเบียบภูเขาจำลองก่อน บนภูเขาจำลองก็ต้องทำความสะอาด แต่ตรงนี้ไม่เหมาะจะใช้ปืนฉีดน้ำ ต้องใช้มือทำความสะอาดแทน
อีกทั้งพืชที่ปลูกบนภูเขาจำลอง ก็ต้องตัดแต่งใหม่ และปลูกต้นใหม่เพิ่มลงไปบ้าง
ขณะที่อู๋ฮ่าวและอู๋เจี้ยนหัวกำลังยุ่งอยู่นั้น ก็เห็นหลินเวยกับจางเสี่ยวหม่านเดินออกมาจากในบ้าน
อู๋ฮ่าวได้ยินเสียงจึงยืดตัวขึ้นถามยิ้มๆ: "ไปเที่ยวไหนกันมาครับเนี่ย เพิ่งจะกลับมา"
"อิอิ ไปเดินตลาดสดกับน้าจางมาค่ะ ซื้อของมาเยอะแยะเลย" หลินเวยรายงานด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงยังแฝงความตื่นเต้นเล็กๆ เห็นได้ชัดว่าทริปจ่ายตลาดครั้งนี้เธอมีความสุขมาก
"พ่อเธอเขาอยากจะจัดการบ่อปลานี้มาตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสสักที วันนี้พอดีเธออยู่ ก็เลยได้ลงมือสักทีนี่แหละ" จางเสี่ยวหม่านพูดพลางยิ้ม
อันที่จริงความหมายในคำพูดของจางเสี่ยวหม่านคือต้องการบอกเขาว่า บ่อปลานี้อู๋เจี้ยนหัวรอให้เขากลับมาทำด้วยกันมาตลอด ไม่ใช่ว่าต้องการหาเรื่องใช้แรงงานลูกชาย แต่เป็นรูปแบบการพักผ่อนหย่อนใจอย่างหนึ่ง พ่อลูกสองคนช่วยกันยุ่ง ช่วยกันตกแต่งบ่อปลาภูเขาจำลองนี้ ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตและความบันเทิงที่ดีเยี่ยมอย่างหนึ่ง
ส่วนอู๋เจี้ยนหัว เห็นได้ชัดว่าพอโดนจางเสี่ยวหม่านแฉความในใจแบบนี้ก็เริ่มวางสีหน้าไม่ถูก รีบเอ่ยปากแก้ตัวทันที: "ฉันมัวแต่วางแผนอยู่ต่างหากว่าจะจัดการบ่อปลาภูเขาจำลองนี้ยังไง ก็เลยเสียเวลามานานขนาดนี้
วันนี้พอดีอากาศดี ก็เลยเริ่มทำ ไม่ต้องให้มันช่วย ฉันทำคนเดียวก็ได้!"
ฮ่าๆๆๆ... เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋เจี้ยนหัว ทุกคนก็พากันหัวเราะออกมา นี่แหละตาแก่ปากแข็งตัวจริง
-------------------------------------------------------
บทที่ 1771 : ท่าเรือดวงจันทร์
พวกเขาช่วยอู๋เจี้ยนหัวจัดเก็บกวาดภูเขาจำลอง และยังเพิ่มต้นไม้ใหม่ๆ กับโมเดลตกแต่งภูมิทัศน์เข้าไปอีกหลายอย่าง สุดท้ายอู๋ถงสาวน้อยคนนี้ก็เข้ามาร่วมวงด้วย โดยลงมือจัดฉากภูมิทัศน์ขนาดย่อส่วนด้วยตัวเอง
ส่วนหลินเวยและจางเสี่ยวหม่าน หลังจากยืนดูอยู่ครู่หนึ่งก็เข้าไปเตรียมมื้อเที่ยงในครัวแล้ว
ด้วยความพยายามร่วมกันของทั้งสามคน ในที่สุดการจัดแต่งภูเขาจำลองครั้งนี้ก็เสร็จสมบูรณ์ ถึงแม้ว่าเมื่อมีอู๋ฮ่าวและอู๋ถงมาร่วมด้วยแล้ว ภูเขาจำลองที่จัดใหม่นี้จะดูไม่ค่อยสวยงามเป็นธรรมชาติเหมือนก่อนหน้านี้ แต่กลับได้รับคำชมเชยอย่างสูงจากอู๋เจี้ยนหัว
สำหรับอู๋เจี้ยนหัวแล้ว ภูเขาจำลองแห่งนี้อาจจะไม่สวยงามหรือเป็นธรรมชาติพอ แต่นี่คือผลงานชิ้นเอกที่ลูกๆ ของเขาทำร่วมกับเขา ซึ่งมีความหมายมาก ในอนาคตเมื่อลูกๆ ไม่ได้อยู่ข้างกาย ก็ยังสามารถมองดูสระปลาภูเขาจำลองนี้เพื่อดูสิ่งของต่างหน้าและระลึกถึงพวกเขาได้
หลังจากจัดการภูเขาจำลองเสร็จ ก็ถึงขั้นตอนปล่อยน้ำ เพราะเป็นน้ำประปาที่มีก๊าซคลอรีนสำหรับฆ่าเชื้อปนอยู่ จึงยังปล่อยปลาคาร์ปแฟนซีลงไปทันทีไม่ได้ จำเป็นต้องตากแดดไว้สักหนึ่งวัน เพื่อให้คลอรีนในน้ำระเหยเจือจางลงไปบ้าง และเพิ่มสารอาหารในน้ำ จากนั้นถึงจะปล่อยปลาเหล่านี้ลงไปได้ โชคดีที่วันนี้แดดดี ตอนเย็นก็น่าจะปล่อยปลาได้แล้ว
พอเสร็จงานเหล่านี้ อู๋เจี้ยนหัวก็เรียกทั้งสองคนมานั่งที่เก้าอี้หวายใต้ร่มกันแดดริมสระปลา ส่วนเขาก็ต้มชาให้ทั้งสองคนอย่างสบายอารมณ์ พลางชื่นชมผลงานก่อนหน้านี้ไปด้วย
อู๋ฮ่าวรับถ้วยชาที่อู๋เจี้ยนหัวส่งมาแล้วค่อยๆ จิบอย่างละเมียดละไม ของอย่างชานั้น ดื่มไปมากๆ ก็จะเข้าใจได้เองตามธรรมชาติ แม้ว่าตอนนี้อู๋ฮ่าวจะเพิ่งเรียนรู้ได้แค่ผิวเผิน แต่ก็พอจะลิ้มรสชาติของชานี้ได้แล้ว
แต่อู๋ถงสาวน้อยคนนี้กลับไม่ไหว ดื่มไปคำหนึ่งก็บ่นว่าขมเกินไป จากนั้นก็หยิบแท็บเล็ตพับได้แบบโปร่งใสที่อู๋ฮ่าวให้เธอขึ้นมาไถเล่น เล่นไปได้ไม่นานก็บ่นว่านั่งแล้วไม่สบาย วิ่งกลับเข้าไปนอนเอนหลังบนโซฟาในบ้านแล้ว
อู๋ฮ่าวและอู๋เจี้ยนหัวเห็นดังนั้นต่างก็ส่ายหน้าและหัวเราะออกมา อู๋เจี้ยนหัวรินชาเติมให้อู๋ฮ่าว แล้วยิ้มถามเขาว่า "พ่อได้ยินว่าพวกแกวางแผนจะสร้างสถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์อะไรสักอย่างบนดวงจันทร์ เพื่อให้คนขึ้นไปอยู่อาศัยระยะยาวเหรอ?"
อู๋ฮ่าวรู้อยู่แล้วว่าอู๋เจี้ยนหัวจะให้ความสนใจกับข่าวที่เกี่ยวกับเขามาก จึงพยักหน้ายิ้มตอบว่า "ใช่ครับ มีแผนแบบนั้นอยู่ ในอนาคตเราวางแผนจะสร้างสถานีวิจัยวิทยาศาสตร์เชิงพาณิชย์บนดวงจันทร์ แล้วเปิดให้แก่นักวิทยาศาสตร์และนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเข้ามาใช้บริการ นักวิทยาศาสตร์และนักท่องเที่ยวเหล่านี้เพียงแค่จ่ายค่าใช้จ่ายจำนวนหนึ่งก็สามารถเดินทางไปใช้ชีวิตและทำวิจัยที่สถานีวิจัยเชิงพาณิชย์บนดวงจันทร์แห่งนี้ได้สักระยะหนึ่งครับ"
"ประเทศเรากำลังทำสถานีวิจัยดวงจันทร์นานาชาตินั่นอยู่ไม่ใช่เหรอ โครงการของพวกแกมันซ้ำซ้อนกันหรือเปล่า จะทำเงินได้เหรอ?" อู๋เจี้ยนหัวถามด้วยความเป็นห่วง แม้เขาจะรู้ดีว่าโครงการใหญ่ยักษ์ขนาดนี้มันเกินขอบเขตความเข้าใจและจินตนาการของเขาไปแล้ว แต่ด้วยความเป็นห่วงลูกชาย เขาจึงอดที่จะถามไม่ได้
สำหรับคำถามของพ่อ อู๋ฮ่าวย่อมไม่สามารถอธิบายรายละเอียดในมุมมองทางวิชาการให้ฟังได้ เพราะต่อให้พูดไป พ่อก็อาจจะฟังไม่เข้าใจ ดังนั้นจึงทำได้เพียงอธิบายแบบภาษาชาวบ้านง่ายๆ
"ทำเงินได้แน่นอนครับ ไม่งั้นเราก็คงไม่เตรียมการโครงการนี้ โดยเฉพาะเมื่อต้องลงทุนมหาศาลขนาดนี้ ส่วนสถานีวิจัยดวงจันทร์นานาชาตินั้นเป็นโครงการของรัฐบาล ซึ่งต่างจากโครงการของเราครับ และเมื่อเทียบกับโครงการของรัฐที่มีกรอบระเบียบข้อบังคับเข้มงวด ของเราไม่ได้มีกฎเกณฑ์บังคับตายตัวมากขนาดนั้น จึงค่อนข้างมีอิสระมากกว่า ดังนั้นจึงเหมาะกับโครงการวิจัยเชิงพาณิชย์ และควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวดวงจันทร์ด้วยครับ"
พูดถึงตรงนี้ อู๋ฮ่าวก็หยุดพักหายใจแล้วพูดต่อว่า "ตอนนี้แต่ละประเทศต่างก็กำลังเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศ ดังนั้นด้านอวกาศจึงพัฒนาไปเร็วมากครับ
มีคนมองว่า ภาพการสำรวจจักรวาลของมนุษย์ในตอนนี้เหมือนกับการสำรวจมหาสมุทรของนักเดินเรือในช่วงก่อนยุคแห่งการค้นพบ โอกาสและความท้าทายมาพร้อมกัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะสามารถโดดเด่นออกมาจากสถานการณ์นี้ได้
เรารู้จักยุคแห่งการค้นพบดี ยุโรปอาศัยการเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ในยุคนั้น วางรากฐานให้ยุโรปและอเมริกาครอบครองมหาสมุทรมานานหลายร้อยปี และอาศัยการกอบโกยและสั่งสมในยุคแห่งการค้นพบ ทำให้ประเทศเหล่านี้ได้รับประโยชน์มหาศาลและผงาดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนถึงทุกวันนี้ก็ยังเป็นประเทศและภูมิภาคที่แข็งแกร่งของโลก
ใครคุมมหาสมุทรได้ คนนั้นก็ครองโลก
และตอนนี้ โอกาสแบบเดียวกันก็วางอยู่ตรงหน้าเรา ถ้าเราไม่เร่งตามให้ทันและเข้าไปมีส่วนร่วม หากประเทศหรือบริษัทอื่นยึดครองทรัพยากรเหล่านี้ไปได้ก่อน เราจะไปไล่ตามทีหลังก็ยากแสนยากแล้วครับ
ยุคแห่งการค้นพบครั้งก่อน ทำให้เราต้องไล่ตามมาหลายร้อยปี และตอนนี้จักรวาลที่กว้างใหญ่กว่าเดิม ถ้าเราพลาดโอกาสดีๆ ไปอีก ก็ไม่รู้จะต้องไล่ตามไปอีกกี่ปีนะครับ
ดังนั้นเมื่อเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นระดับประเทศหรือระดับองค์กรธุรกิจ ต่างก็ต้องคว้าโอกาสที่หาได้ยากนี้ไว้ แล้วพยายามพัฒนาอย่างเต็มที่
เหมือนกับที่ตอนนี้แต่ละประเทศและบริษัทต่างก็กำลังพัฒนาโครงการสตาร์ลิงก์ของตัวเอง พ่อคิดว่าพวกเขาแค่กำลังพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารของตัวเองจริงๆ เหรอครับ? ไม่เลย นั่นเป็นแค่เปลือกนอก เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาคือการแย่งชิงทรัพยากรวงโคจรที่มีค่ามหาศาลต่างหาก
อวกาศนั้นกว้างใหญ่ แต่ทรัพยากรวงโคจรรอบโลกนั้นมีจำกัด ยานอวกาศที่มีมาก่อนหน้านี้รวมถึงซากชิ้นส่วนและดาวเคราะห์น้อยโคจรอยู่เต็มไปหมด ทรัพยากรวงโคจรที่เหลือให้มนุษย์เราใช้นั้นจริงๆ แล้วมีไม่มาก และวงโคจรที่มีมูลค่าสูงบางแห่งก็ยิ่งล้ำค่ามากครับ
ตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทรัพยากรวงโคจรเหล่านี้ใช้หลักใครจองก่อนได้ก่อน ดังนั้นประเทศและบริษัทเหล่านี้ถึงได้ขยันส่งดาวเทียมขึ้นไปกันไม่หยุดหย่อน
เป้าหมายของพวกเขาก็เพื่อแย่งชิงทรัพยากรวงโคจรเหล่านี้ แล้วกักตุนไว้ รอให้อนาคตทรัพยากรวงโคจรขาดแคลนแล้วค่อยเอาออกมาขาย ถึงตอนนั้นถ้าอยากได้ ราคาก็ย่อมแพงลิบลิ่วแน่นอนครับ"
พูดถึงตรงนี้ อู๋ฮ่าวก็จิบชาไปหนึ่งคำ แล้วพูดต่อว่า "บนดวงจันทร์ก็เหมือนกันครับ อย่างแรกคือบนดวงจันทร์มีทรัพยากรล้ำค่ามากมาย นอกจากฮีเลียม-3 ที่เราเคยได้ยินกันแล้ว ยังมีแร่ธาตุอื่นๆ อีกเพียบ เช่น แร่ไทเทเนียม, ทองแดง, ทองคำ, ควอตซ์ และอื่นๆ ทรัพยากรเหล่านี้ล้ำค่ามาก ใครขุดเจาะคนนั้นก็ได้ไป
นอกจากนี้ดวงจันทร์ยังเป็นประตูเข้าออกจักรวาลของโลก มีมูลค่าทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาก ในวันข้างหน้าหากมนุษย์เราต้องการเดินทางไปยังห้วงอวกาศลึก หรือเดินทางจากนอกอวกาศกลับมายังโลก ล้วนต้องผ่านดวงจันทร์ทั้งสิ้น
ดังนั้นดวงจันทร์จึงเปรียบเสมือนสี่แยกของการเข้าออกโลก ใครที่ควบคุมที่นี่ได้ ก็เท่ากับตัดเส้นทางเข้าออกจักรวาลภายนอกของคนอื่น
ถ้าตอนนี้เราไม่พยายาม แล้วมองดูคนอื่นยึดครองดวงจันทร์ตาปริบๆ ถึงตอนนั้นถ้าเราอยากจะออกไปสู่ห้วงอวกาศลึก ก็ต้องคอยดูสีหน้าคนอื่นเขาแล้วครับ
ในแง่ของธุรกิจ สถานที่สำคัญแบบนี้ เหมาะมากที่จะสร้างศูนย์กลางการขนถ่ายและเติมเสบียง เพื่อให้บริการแก่ยานขนส่งสินค้าที่เข้าออกดวงจันทร์
ในยุคแห่งการค้นพบ สิงคโปร์หรือเมืองสิงโต อาศัยทำเลทองที่อยู่ติดกับทางเข้าช่องแคบมะละกา กลายเป็นหนึ่งในท่าเรือที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก แต่ละปีแค่ค่าน้ำมันและค่าจอดเทียบท่าก็ทำให้สิงคโปร์กอบโกยเงินได้เป็นกอบเป็นกำ และในอนาคตของยุคแห่งการค้นพบครั้งใหม่ มูลค่าทางยุทธศาสตร์ของดวงจันทร์จะยิ่งใหญ่กว่านั้นมากนัก ต้องรู้ไว้นะครับว่าท่าเรือที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบนโลกนั้นมีเยอะแยะ แต่ดวงจันทร์มีเพียงดวงเดียวครับ"