- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 1252 : คำสั่งซื้อล็อตใหญ่จากเพนกวิน | บทที่ 1253 : สำรวจโลกใบใหม่เพื่อมนุษยชาติ
บทที่ 1252 : คำสั่งซื้อล็อตใหญ่จากเพนกวิน | บทที่ 1253 : สำรวจโลกใบใหม่เพื่อมนุษยชาติ
บทที่ 1252 : คำสั่งซื้อล็อตใหญ่จากเพนกวิน | บทที่ 1253 : สำรวจโลกใบใหม่เพื่อมนุษยชาติ
บทที่ 1252 : คำสั่งซื้อล็อตใหญ่จากเพนกวิน
แม้จะคุยกันอย่างออกรสออกชาติ แต่พอถึงเวลาต้องควักกระเป๋าจริงๆ 'เหล่าหม่า' (หม่าหยุน) ก็เริ่มบ่ายเบี่ยงขึ้นมาทันที
สรุปสั้นๆ คือเขาไม่ค่อยเชื่อมั่นในโครงการด้านนี้
ในเรื่องนี้ อู๋ฮ่าวไม่ได้บังคับฝืนใจ การร่วมมือกันเป็นเรื่องของความสมัครใจทั้งสองฝ่าย ใครก็บังคับใครไม่ได้ การที่เหล่าหม่าไม่เข้าร่วมก็ถือเป็นเรื่องดีเหมือนกัน ช่วยประหยัดน้ำลายของเขาไปได้เยอะ
นอกจาสายของเหล่าหม่าแล้ว ก็ยังมีสายจาก 'เสี่ยวหม่าเกอ' (หม่าฮั่วเถิง) เข้ามาด้วย เมื่อเทียบกับเหล่าหม่าแล้ว เสี่ยวหม่าเกอดูมีความจริงใจมากกว่าเยอะ
หลังจากทักทายตามมารยาทกันพอหอมปากหอมคอ เสี่ยวหม่าเกอก็เข้าสู่ประเด็นทันที "ผลลัพธ์จากดาวเทียมที่ยิงไปเมื่อครึ่งปีแรกดีมาก เราอยากเดินหน้าโครงการนี้ต่อ เพื่อสร้างเครือข่ายสื่อสารดาวเทียมพลเรือนระดับโลก
ในส่วนนี้เราจะต้องส่งดาวเทียมสื่อสารเชิงพาณิชย์ขึ้นไปประมาณ 30 ถึง 50 ดวง เราหวังว่าจะได้ร่วมมือกับพวกคุณ โดยมอบหมายหน้าที่การปล่อยดาวเทียมเหล่านี้ให้พวกคุณเป็นคนจัดการ"
อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็เกิดความสนใจขึ้นมาทันที นี่มันคำสั่งซื้อล็อตใหญ่ที่วิ่งมาหาถึงที่เลยนะ เขาจึงรีบยิ้มและตอบกลับไปว่า "นี่เป็นเรื่องดีเลยครับ วางใจได้ ผมจะให้ราคาที่พิเศษและคุ้มค่าสุดๆ นอกจากนี้พวกคุณก็น่าจะรู้ถึงความน่าเชื่อถือของจรวดเราดี ว่าสามารถรองรับภารกิจการปล่อยดาวเทียมจำนวนมากขนาดนี้ได้อย่างแน่นอน
อีกอย่าง ในทุกภารกิจการปล่อยจรวด เราได้ซื้อประกันภัยที่เกี่ยวข้องให้กับจรวดและดาวเทียมไว้แล้ว หากภารกิจล้มเหลว บริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหาย เพื่อให้มั่นใจว่าพวกคุณจะไม่ได้รับความสูญเสียใดๆ"
เมื่อได้ฟังคำแนะนำนี้ เสี่ยวหม่าเกอก็พยักหน้าและกล่าวว่า "เราได้พิจารณาบริษัทปล่อยจรวดอื่นๆ ในประเทศ รวมถึงบริษัทอุตสาหกรรมอวกาศมาแล้ว เมื่อดูในภาพรวม เงื่อนไขต่างๆ ของพวกคุณตรงกับความต้องการของเราที่สุด
ดังนั้น ผมจึงอยากลองคุยกับคุณก่อน ถ้าไม่มีปัญหาอะไร หลังจากนี้ผมจะส่งทีมธุรกิจของโครงการเดินทางไปที่เมืองอันซีเพื่อหารือกับพวกคุณ"
อู๋ฮ่าวพักหน้า "ไม่มีปัญหาครับ นี่เป็นความร่วมมือที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย (Win-win) ผมเองก็คาดหวังกับเรื่องนี้มาก แม้ว่าตอนนี้เราจะแยกแผนกเทคโนโลยีอวกาศออกมาตั้งเป็นบริษัทลูกในชื่อ 'เฮ่าอวี่ แอโรสเปซ' แล้ว แต่ผมรับปากว่าจะให้ราคาสุดพิเศษกับพวกคุณแน่นอน"
"ขอบคุณครับ งั้นตกลงตามนี้ ผมจะให้ทีมงานเตรียมตัว แล้วจะไปหารือรายละเอียดกับพวกคุณที่อันซี" เสี่ยวหม่าเกอพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
ส่วนอู๋ฮ่าวก็ถามด้วยรอยยิ้มเช่นกัน "เครือข่ายสื่อสารดาวเทียมพลเรือนระดับโลก พวกคุณเล่นใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย"
"ฮ่าๆ เทียบพวกคุณไม่ได้หรอกครับ ถ้าไม่ได้ดูข่าว ผมคงยังไม่รู้ว่าปีหน้าพวกคุณจะส่งยานอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมของตัวเองขึ้นไปแล้ว" เสี่ยวหม่าเกอหัวเราะและถ่อมตัว
อู๋ฮ่าวส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วถามอย่างสนใจ "ดูเหมือนว่าพวกคุณตั้งใจจะบุกตลาดสื่อสารโลกสินะครับ"
เสี่ยวหม่าเกอพยักหน้ารับ แล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ "คุณก็รู้ว่าเราเติบโตมาจากการทำซอฟต์แวร์แชท (IM) ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญกับด้านนี้มาก
แต่น่าเสียดายที่การพัฒนาในตลาดต่างประเทศของเราไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจ สาเหตุหลักมาจากต่างประเทศมีความระแวงต่อบริษัทในประเทศของเรามาก โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับด้านสำคัญๆ เราเคยลองหลายวิธีแล้ว แต่ก็เจอตอทุกครั้ง ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย
แม้ว่าหลายปีมานี้เราจะพยายามอย่างไม่ลดละ จนสามารถเจาะตลาดบางประเทศและบางภูมิภาคได้สำเร็จ แต่การพัฒนาก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับซอฟต์แวร์แชทกระแสหลักของต่างประเทศ เรายังห่างชั้นอยู่พอสมควร
ดังนั้นครั้งนี้ เราจึงตัดสินใจว่าจะทุ่มเทกับด้านนี้อย่างจริงจัง โดยหาช่องทางใหม่ๆ เพื่อทำลายสถานการณ์ที่หยุดชะงักในปัจจุบัน
และชุดเครือข่ายสื่อสารดาวเทียมพลเรือนระดับโลกนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการฝ่าทางตันของเรา"
"คุณวางใจได้ เราจะช่วยส่งดาวเทียมเหล่านี้ขึ้นสู่อวกาศอย่างมีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพื่อช่วยให้พวกคุณทำโครงการที่ยิ่งใหญ่นี้ให้สำเร็จ" อู๋ฮ่าวยืนยันอีกครั้ง
"ขอบคุณครับ" เสี่ยวหม่าเกอพยักหน้า แล้วเอ่ยถามอู๋ฮ่าวขึ้นมาว่า "ผมได้ยินข่าวว่า เฮ่าอวี่ แอโรสเปซ ของพวกคุณกำลังเตรียมการจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น A-share ข่าวนี้จริงไหมครับ?"
อู๋ฮ่าวชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยิน ก่อนจะยิ้มและพยักหน้า "ข่าวไวดีนี่ครับ มีแผนด้านนี้อยู่จริง แต่ยังอยู่ในช่วงการวางแผน ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมครับ"
"ฮ่าๆ ข่าวนี้ในวงการไม่ใช่ความลับหรอกครับ" เสี่ยวหม่าเกอยิ้ม ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังผ่านหน้าจอวิดีโอ "ถ้าอย่างนั้นไม่ทราบว่าพวกคุณมีความสนใจจะขายหุ้นบางส่วนของบริษัทนี้ไหมครับ เรามองเห็นอนาคตที่สดใสของบริษัทลูกแห่งนี้ และมองเห็นแนวโน้มที่ดีในวงการเทคโนโลยีอวกาศ ถ้าพวกคุณยินดี เรื่องราคาก็คุยกันได้ นอกจากนี้เรายังมีประสบการณ์และทีมงานมืออาชีพด้านการผลักดันบริษัทเข้าตลาดหุ้น ถ้าเราเข้ามาร่วมด้วย ก็จะสามารถช่วยพวกคุณผลักดันกระบวนการเข้าตลาดของบริษัทนี้ได้"
ได้ยินข้อเสนอนี้ อู๋ฮ่าวก็แปลกใจเล็กน้อย แต่ก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว นี่สมกับเป็นสไตล์ของเพนกวิน (Tencent) และเสี่ยวหม่าเกอจริงๆ ธุรกิจไหนถ้าแข่งได้ก็แข่ง ถ้าแข่งไม่ไหวก็ใช้เงินฟาดซื้อกิจการมา หรือไม่ก็ขอเข้าถือหุ้น เปลี่ยนให้เป็นคนกันเองซะเลย
และเห็นได้ชัดว่าผลงานของเฮ่าอวี่ แอโรสเปซ นั้นเป็นสิ่งที่เพนกวินลอกเลียนแบบไม่ได้ ก็เลยต้องใช้อีกวิธีหนึ่ง คือการใช้เงินแก้ปัญหา
พอคิดได้แบบนี้ อู๋ฮ่าวก็เผยรอยยิ้ม "ได้สิครับ เรายินดีต้อนรับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีศักยภาพอย่างเพนกวินมาร่วมด้วยอยู่แล้ว ในแง่หนึ่งก็ช่วยให้เราดึงเงินทุนกลับมาได้ส่วนหนึ่ง อีกแง่หนึ่งการที่พวกคุณเข้ามาร่วม ก็ช่วยแบ่งเบาความกดดันให้เราได้ด้วย
เพราะการต้องแบกรับการพัฒนาโครงการมากมายขนาดนี้ ลำพังพวกเราเองก็รู้สึกตึงมือเหมือนกัน ถ้ามีพวกคุณมาช่วยแบ่งเบา เราคงสบายขึ้นเยอะ
อีกอย่าง พวกคุณมีความคุ้นเคยกับกระบวนการบริหารทุนและการเตรียมตัวเข้าตลาดหุ้น การมีพวกคุณมาร่วมด้วยจะช่วยผลักดันการพัฒนาและการเข้าตลาดของบริษัทนี้ได้
และสุดท้าย เราก็หวังว่าจะได้รับความสนับสนุนจากลูกค้ารายใหญ่อย่างเพนกวิน การมีลูกค้ารายใหญ่แบบนี้จะช่วยส่งเสริมให้โครงการต่างๆ ของเราพัฒนาไปได้อย่างปกติและมั่นคง"
พอได้ยินอู๋ฮ่าวตอบตกลง เสี่ยวหม่าเกอก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ "เยี่ยมเลยครับ งั้นหลังวันหยุดวันชาติจีน ผมจะจัดทีมธุรกิจมืออาชีพเข้าไปพูดคุยกับพวกคุณ
นอกจากนี้ เราจำเป็นต้องทำการตรวจสอบและประเมินบริษัท เฮ่าอวี่ แอโรสเปซ อย่างรอบด้านด้วย คุณก็รู้ว่าทุกการตัดสินใจของเราต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริหารและนักลงทุน
ดังนั้นขั้นตอนที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ หวังว่าคุณจะเข้าใจในจุดนี้"
อู๋ฮ่าวโบกมือทันที "ไม่เป็นไรครับ ไม่กระทบอะไร เป็นขั้นตอนปกติ เรายินดีให้ความร่วมมือเต็มที่"
พูดถึงตรงนี้ อู๋ฮ่าวก็หุบยิ้มและทำสีหน้าจริงจัง "มีเรื่องหนึ่งที่ผมต้องแจ้งให้คุณทราบล่วงหน้า คือบริษัทนี้ในระยะสั้นและในเวลาที่คาดการณ์ได้ จะยังไม่สามารถทำกำไรได้ ไม่เพียงแต่ไม่กำไร แต่ยังต้องลงทุนเม็ดเงินลงไปอย่างต่อเนื่อง
ถ้าพวกคุณกะจะแค่แต่งตัวเข้าตลาดหุ้น แล้วฟันกำไรก้อนโตแล้วชิ่งหนี ผมเกรงว่าจะต้องทำให้คุณผิดหวังแล้วล่ะครับ"
-------------------------------------------------------
บทที่ 1253 : สำรวจโลกใบใหม่เพื่อมนุษยชาติ
อู๋ฮ่าวโบกมือทันทีพลางกล่าวว่า "ไม่เป็นไรครับ ไม่กระทบอะไร นี่เป็นขั้นตอนปกติ เราจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่แน่นอน"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ อู๋ฮ่าวก็หุบยิ้มและทำสีหน้าจริงจังขึ้นมา "มีเรื่องหนึ่งที่ผมต้องแจ้งให้คุณทราบล่วงหน้า คือบริษัทนี้จะไม่สามารถทำกำไรได้ในระยะสั้นหรือในระยะเวลาที่คาดการณ์ได้ครับ ไม่เพียงแต่จะไม่ทำกำไร แต่ยังต้องมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องต่อไปอีกด้วย
ถ้าหากพวกคุณแค่คิดจะปั้นแต่งบริษัทเพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ แล้วกอบโกยเงินก้อนโตจากไปล่ะก็ เกรงว่าจะทำให้คุณต้องผิดหวังแล้วล่ะครับ"
คำพูดเหล่านี้ของอู๋ฮ่าวมีจุดประสงค์หลักเพื่อเตือนสติพี่เสี่ยวหม่า หากพวกเขามีความคิดแบบนั้นจริงๆ ก็ควรล้มเลิกเสียแต่เนิ่นๆ อีกนัยหนึ่ง นี่ก็เป็นคำเตือนเช่นกันว่าโครงการนี้ไม่สามารถทำกำไรได้ในระยะสั้นหรือในเวลาอันใกล้นี้ ไม่เพียงทำกำไรไม่ได้ แต่ยังต้องทุ่มเงินลงไปเรื่อยๆ
ดังนั้นถ้าหวังจะให้โครงการนี้เข้าตลาดหุ้นเพื่อระดมทุนกอบโกยเงินจริงๆ ก็เลิกคิดไปได้เลย
ส่วนพี่เสี่ยวหม่าในวิดีโอกลับส่ายหน้าแล้วพูดว่า "ในฐานะนักธุรกิจ เราควรแสวงหาผลกำไรก็จริง แต่ทว่านอกเหนือจากกำไรแล้ว ผมก็หวังว่าจะได้ทำอะไรบางอย่างเพื่อโลกใบนี้บ้าง
ปีนี้ผมก็อายุห้าสิบกว่าแล้ว เผลอแป๊บเดียวชีวิตก็เดินมาเกินครึ่งทางแล้ว
สำหรับผมตอนนี้ เงินไม่ได้สำคัญขนาดนั้นแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่สำคัญนะ แต่จะบอกว่าเงินไม่ใช่สิ่งที่ผมไล่ตามอีกต่อไปแล้ว
ผมหวังว่าจะได้ทำอะไรเพื่อโลกและสังคมนี้บ้าง ไม่ใช่แค่สร้างบริษัทขึ้นมาสักแห่ง โดยเฉพาะบริษัทที่ชื่อเสียงในสังคมไม่ค่อยจะดีนัก
ผมได้ฟังคำปราศรัยของคุณเมื่อไม่กี่วันก่อน รู้สึกสะเทือนใจมาก ดังนั้นผมเลยอยากจะอาศัยช่วงที่ตัวเองยังทำไหว และในมือยังมีเงินอยู่ มาลงมือทำเรื่องที่เป็นชิ้นเป็นอันจริงๆ สักหน่อย
เรื่องจะทำอะไรนั้นผมคิดมาเยอะ เคยคิดเรื่องบริจาคเงินทั้งหมดเพื่อการกุศลเหมือนกัน แต่เรื่องพวกนี้มีคนทำเยอะแล้ว และดูเหมือนจะกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ จนสังคมรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่สมควรทำไปเสียแล้ว
เพราะฉะนั้นผมเลยอยากจะกระโดดออกจากวงจรนี้ เพื่อทำอะไรให้แก่มนุษยชาติอย่างแท้จริง
แนวคิดของคุณช่วยจุดประกายให้ผม ทำไมต้องจำกัดมุมมองอยู่แค่บนโลกล่ะ ในเมื่อเหนือหัวพวกเรายังมีอวกาศที่กว้างใหญ่ไพศาลอยู่
ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ก็ให้พวกเรามารับบทผู้บุกเบิกกันเถอะ เพื่อสำรวจโลกใบใหม่ให้แก่มนุษยชาติ และเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ให้กับพวกเราชาวมนุษย์
ดังนั้น เราจะไม่เพียงแค่ลงทุนในบริษัทนี้ แต่ผมตั้งใจจะเจียดเงินส่วนหนึ่งมาจัดตั้งกองทุนสนับสนุนพิเศษ เพื่อให้ทุนและสนับสนุนโครงการที่มุ่งเน้นการสำรวจอวกาศแบบพวกคุณ
ไม่ว่าความร่วมมือของเราจะสำเร็จหรือไม่ ผมตั้งใจว่าหลังจากก่อตั้งกองทุนสนับสนุนการสำรวจอวกาศนี้แล้ว จะประเดิมด้วยการมอบเงินสิบล้าน เพื่อสนับสนุนโครงการยานอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมของคุณ
นอกจากนี้ สำหรับโครงการสำรวจดวงจันทร์ของคุณ ผมก็จะมอบเงินสนับสนุนให้อีกสิบล้านเช่นกัน
และนี่ยังไม่ใช่ทั้งหมด ผมจะดูพัฒนาการของทั้งสองโครงการนี้ และจะอัดฉีดเงินทุนเพิ่มให้อีก จนกว่าโครงการจะประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์"
ขอบคุณครับ ผมขอเป็นตัวแทนของโครงการเหล่านี้ขอบคุณในความใจกว้างของคุณครับ อู๋ฮ่าวรู้สึกยินดีในใจและรีบกล่าวขอบคุณ "คุณวางใจได้เลย เงินเหล่านี้เราจะนำไปใช้ในการวิจัยโครงการอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยแน่นอนครับ
นอกจากนี้ สำหรับผู้ให้การสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง เราจะมีการตอบแทนคืนให้ในเวลาที่เหมาะสมครับ ตัวอย่างเช่น เมื่อเทคโนโลยียานอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมของเรามีความพร้อมและเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ หลังจากสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์ของเราเปิดดำเนินการ เราจะเปิดให้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
เมื่อถึงเวลานั้น สำหรับผู้สนับสนุนเช่นคุณ เราจะมอบตั๋วเดินทางไป-กลับสถานีอวกาศให้ฟรีหนึ่งใบครับ คุณสามารถใช้ตั๋วนี้โดยสารยานอวกาศของเรา เดินทางไปยังสถานีอวกาศ และเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวในอวกาศได้ช่วงเวลาหนึ่ง"
โอ้ ยังมีการเดินทางแถมมาให้อีกเหรอเนี่ย
พี่เสี่ยวหม่าอดหัวเราะไม่ได้ "ดีเลยครับ แบบนี้ผมค่อยรู้สึกคุ้มค่าที่ควักเงินจ่ายหน่อย บอกตามตรง ผมก็อยากลองสัมผัสดูเหมือนกันว่าการขึ้นไปบนอวกาศมันจะรู้สึกยังไง"
ฮ่าๆ มีโอกาสแน่นอนครับ และผมเชื่อว่าวันนั้นคงอีกไม่ไกล อู๋ฮ่าวยิ้มพลางกล่าว "ไม่ใช่แค่ขึ้นไปบนอวกาศนะครับ หากเงื่อนไขพร้อม เราอาจจะไปพักบนดวงจันทร์สักสองสามวันก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้
โครงการสำรวจดวงจันทร์ของเราก็เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการลงจอดบนดวงจันทร์ เมื่อเงื่อนไขต่างๆ พร้อม เราจะสร้างสถานีวิจัยวิทยาศาสตร์บนดวงจันทร์
และจะค่อยๆ พัฒนาจากสถานีวิจัยให้กลายเป็นจุดตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์ หรือที่เรียกกันว่าเมืองบนดวงจันทร์นั่นแหละครับ
เมื่อถึงตอนนั้น เราก็จะเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชม ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือน ซึ่งผู้สนับสนุนโครงการเหล่านี้ก็จะมีโอกาสได้รับคำเชิญจากเรา ให้ไปพักร้อนบนดวงจันทร์ครับ"
ฮ่าๆๆๆ ปีนี้ผมก็ปาเข้าไปห้าสิบกว่าแล้ว ไม่รู้ว่าผมจะรอความฝันของคุณไหวหรือเปล่านะ พี่เสี่ยวหม่าหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
อู๋ฮ่าวยิ้มและโบกมือ "ฮ่าๆ วางใจเถอะครับ ทันเวลาแน่นอน
ผมรับประกันเลยว่าภายในสิบปี ผมจะเอาตั๋วใบนี้ไปวางตรงหน้าคุณให้ได้"
ได้ งั้นผมจะรอนะ พี่เสี่ยวหม่ารับคำพร้อมรอยยิ้ม แต่ดูจากท่าทีแล้ว เหมือนเขาจะไม่ได้จริงจังอะไรนัก ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจเท่าไหร่
อย่าว่าแต่ความฝันนี้จะเป็นจริงได้หรือไม่ ต่อให้เป็นจริงและเอาตั๋วมาวางตรงหน้าเขาจริงๆ เขาก็อาจจะไม่กล้าขึ้นไปบนอวกาศจริงๆ ก็ได้
นี่คือการท่องเที่ยวอวกาศเชียวนะ ความเสี่ยงมันสูงมาก ในฐานะผู้กุมบังเหียนบริษัทใหญ่ยักษ์ เขาจะกล้าเสี่ยงอันตรายขนาดนั้นเพื่อขึ้นไปบนอวกาศได้อย่างไร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงดวงจันทร์ที่อยู่ห่างไกลเลย
อีกอย่าง ตอนนี้เขาอายุห้าสิบกว่าแล้ว อีกสิบปีก็หกสิบ ด้วยสภาพร่างกายในตอนนั้น ไม่รู้ว่าจะทนรับการผจญภัยแบบนี้ไหวหรือเปล่า
เรื่องนี้อู๋ฮ่าวก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม พูดไปตอนนี้ก็ไร้น้ำหนัก สู้พยายามต่อไป แล้วเอาตั๋วไปยื่นตรงหน้าเขาตอนนั้นเลยจะมีน้ำหนักกว่าเยอะ
เมื่อคิดได้ดังนั้น อู๋ฮ่าวก็ยิ้มออกมา "เวลายิงยานอวกาศทดสอบไร้คนขับลำแรกของเรากำหนดไว้คร่าวๆ ช่วงต้นปีหน้า ถึงตอนนั้นผมขอเชิญคุณไปร่วมชมภารกิจปล่อยจรวดที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือด้วยกันนะครับ"
ได้สิ ถึงเวลาผมไปแน่นอน พี่เสี่ยวหม่าพยักหน้า จากนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดกับอู๋ฮ่าวว่า "ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ที่ผมอยากจะรบกวนคุณหน่อย"
เรื่องอะไรเหรอครับ? อู๋ฮ่าวเอ่ยถามด้วยความสงสัย
พี่เสี่ยวหม่าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดขึ้นว่า "นี่ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของผมเอง อยากจะให้คุณช่วยหน่อยครับ
เรื่องมีอยู่ว่า ญาติของผมมีลูกคนหนึ่ง เด็กคนนี้ค่อนข้างซุกซน ตอนเด็กๆ กลับไปบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด เล่นประทัด แล้วเกิดพลาดทำประทัดระเบิดใส่จนตาบอดสนิททั้งสองข้าง
ตอนนี้เด็กคนนี้โตเป็นหนุ่มแล้ว แต่เพราะตาบอด เลยใช้ชีวิตลำบากมาก เด็กคนนี้เลยค่อนข้างหดหู่ ถึงขั้นเคยคิดฆ่าตัวตายด้วย
ผมได้ยินมาว่าพวกคุณกำลังทำเรื่องดวงตาเทียมอัจฉริยะอยู่ใช่ไหมครับ พอจะให้โอกาสเด็กคนนี้ ช่วยให้เขากลับมามองเห็นแสงสว่างอีกครั้งได้ไหมครับ"