เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1116 : "ป้อมปราการ" อัจฉริยะ | บทที่ 1117 : แยกกันอยู่?

บทที่ 1116 : "ป้อมปราการ" อัจฉริยะ | บทที่ 1117 : แยกกันอยู่?

บทที่ 1116 : "ป้อมปราการ" อัจฉริยะ | บทที่ 1117 : แยกกันอยู่?


บทที่ 1116 : "ป้อมปราการ" อัจฉริยะ

ภายในก็เป็นสไตล์เดียวกัน หรูหราและสง่างาม แม้เว่ยเสี่ยวหย่าจะไม่แกร่งเท่าโจวซี แต่ก็เป็นเด็กผู้หญิงที่มีความคิดความอ่านเป็นของตัวเอง ไม่งั้นคงไม่ไป "มุดเต็นท์" กับจางจวิ้นตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันหรอก

การจัดวางห้องต่างๆ แตกต่างจากของหยางฟานและโจวเสี่ยวตงก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง แม้โครงสร้างหลักจะคล้ายกัน แต่การตกแต่งต่างกันโดยสิ้นเชิง

ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหมอจางจวิ้นยังเอาพวกของเก่า รูปปั้นแกะสลักทางศิลปะ และภาพวาดสีน้ำมันของจิตรกรชื่อดังมาประดับตกแต่งไว้มากมาย ดูมีรสนิยมทางศิลปะสุดๆ

ในแง่นี้ อู๋ฮ่าว หยางฟาน และโจวเสี่ยวตง สามคนนั้นเทียบเขาไม่ได้เลย

หลังจากเยี่ยมชมบ้านของจางจวิ้นเสร็จ สุดท้ายก็มาถึงบ้านของอู๋ฮ่าวและหลินเวย วิลล่าของพวกเขาอยู่ติดริมทะเลสาบ มีทิวทัศน์ทะเลสาบที่กว้างไกล

พื้นที่ก่อสร้างโดยรวมเกือบเก้าร้อยตารางเมตร มีชั้นใต้ดินสามชั้นและบนดินสามชั้น สไตล์โดยรวมของบ้านเป็นแบบโมเดิร์นมินิมอล โครงสร้างหลักประกอบด้วยคอนกรีตและโครงโลหะผสมกระจก

เริ่มจากชั้นหนึ่ง มีห้องรับแขกขนาดใหญ่หนึ่งห้อง ห้องอาหารสองห้อง (ห้องอาหารจีนหนึ่งห้องและห้องอาหารตะวันตกหนึ่งห้อง) และห้องครัวขนาดใหญ่แบบผสมผสานจีน-ตะวันตก นี่เป็นสิ่งที่หลินเวยเรียกร้องมาเป็นพิเศษ เธอต้องการให้ครัวของเธอกว้างขวางพอที่จะให้เธอได้แสดงฝีมือการทำอาหารอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ชั้นหนึ่งยังมีห้องพักแขกสองห้อง รวมถึงห้องพักสำหรับแม่บ้านและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ชั้นใต้ดินชั้นที่หนึ่งก็เป็นห้องรับรองแขก ห้องหนังสือ ห้องชงชา ห้องฟิตเนส ห้องดูหนังฟังเพลง และห้องเก็บไวน์แบบควบคุมอุณหภูมิ

ส่วนชั้นใต้ดินชั้นที่สอง เป็นโรงจอดรถขนาดใหญ่ สามารถรองรับรถได้หลายสิบคัน

ชั้นใต้ดินชั้นที่สาม เป็นห้องเครื่อง หลักๆ ใช้สำหรับติดตั้งอุปกรณ์ฉุกเฉิน เช่น ชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉิน ชุดแบตเตอรี่โซลิดสเตตรุ่นล่าสุด ระบบระบายอากาศ (Fresh Air System) ระบบทำความร้อนพื้น และอุปกรณ์อื่นๆ

นอกจากนี้ ในชั้นนี้ยังมีการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของอู๋ฮ่าวและคอมพิวเตอร์โฟตอนขนาดเล็กระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เพื่อให้เขาใช้เก็บข้อมูลบางอย่าง รวมถึงใช้สำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนตัวและแอปพลิเคชันต่างๆ

และในชั้นนี้ ยังมีห้องนิรภัยที่สร้างจากเหล็กกล้าและวัสดุเซรามิก สำหรับเก็บของมีค่าของอู๋ฮ่าวและหลินเวย

นอกจากนี้ ชั้นนี้ยังมีห้องหลบภัยฉุกเฉิน ภายในห้องหลบภัยมีการสำรองอาหารและน้ำ และมีระบบระบายอากาศที่เป็นอิสระ

ยิ่งไปกว่านั้น ห้องหลบภัยนี้ยังมีระบบกล้องวงจรปิดลับที่เกี่ยวข้อง และระบบสื่อสารไร้สาย รวมถึงโทรศัพท์ดาวเทียมทางทะเลที่สามารถโทรออกได้ตามต้องการ

เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อู๋ฮ่าวและคนอื่นๆ ไม่สามารถหนีออกไปได้อย่างปลอดภัย พวกเขาก็สามารถเข้าไปหลบในห้องหลบภัยแห่งนี้ได้ทันที

ที่นี่ไม่เพียงแต่จะตรวจสอบสถานการณ์ภายนอกผ่านระบบกล้องวงจรปิดลับได้เท่านั้น แต่ยังสามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้อีกด้วย และภายในนี้ยังสำรองอาหารและน้ำไว้สำหรับครึ่งเดือน ซึ่งเพียงพอให้พวกเขาหลบภัยจนพ้นอันตราย

ส่วนชั้นสองบนดิน ก็คือพื้นที่พักผ่อนและห้องนอน นอกจากห้องนอนใหญ่แล้ว ยังมีห้องนอนรองอีกหกเจ็ดห้องในสไตล์ที่แตกต่างกัน รวมถึงห้องเด็กและห้องผู้สูงอายุ

ตรงกลางล้อมรอบด้วยห้องนั่งเล่นเล็กๆ ขนาดเจ็ดถึงแปดสิบตารางเมตร เพื่อให้พวกเขาใช้พักผ่อนในชีวิตประจำวัน

ส่วนชั้นสาม เป็นห้องโล่งกว้าง ที่นี่สามารถใช้ทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงกีฬาที่ต้องการพื้นที่ เช่น แบดมินตัน สนุกเกอร์ หรือกีฬาอื่นๆ ที่ต้องใช้สถานที่

นอกจากนี้ชั้นสามยังมีระเบียงขนาดไม่เล็ก ขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ได้ไกล บรรยากาศดีมาก

ด้านหลังวิลล่าเป็นสระว่ายน้ำสี่เหลี่ยมยาว 35 เมตร กว้าง 28 เมตร ริมสระเป็นพื้นที่พักผ่อน

นอกจากนั้นก็เป็นสวนขนาดใหญ่ หลินเวยทุ่มเทความคิดในการจัดสวนอย่างมาก โดยเฉพาะเถาตะแบกอายุนับร้อยปี (จื่อเวย) ที่ไม่รู้ไปหามาจากไหน กลายเป็นซุ้มกันแดดธรรมชาติขนาดใหญ่

แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับบ้านหลังอื่นๆ จุดเด่นที่สุดของบ้านอู๋ฮ่าวก็คือความอัจฉริยะ

อย่างแรกคือกระจกที่ใช้ในบ้าน ทั้งหมดเป็นกระจกกันกระสุน และเป็นกระจกกันกระสุนคอมโพสิตแบบพิเศษ ไม่เพียงแต่กันกระสุนได้ดีกว่าและบางกว่า แต่ยังมีฟังก์ชันแสดงผลแบบโปร่งใสด้วย

พูดง่ายๆ ก็คือ กระจกทุกบานคือหน้าจอแสดงผลแบบโปร่งใส

อู๋ฮ่าวและทีมงานได้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีการผลิตหน้าจอโปร่งใสขนาดใหญ่แล้ว ดังนั้นจึงนำมาใช้กับบ้านของตัวเองเป็นที่แรก

ความจริงแล้ว บ้านของจางจวิ้น โจวเสี่ยวตง และหยางฟาน ก็ใช้กระจกหน้าจอโปร่งใสแบบนี้ในบางส่วน เพียงแต่ไม่ได้มีพื้นที่ใหญ่เท่าของอู๋ฮ่าว

เนื่องจากภายนอกของตัวบ้านเกือบทั้งหมดหุ้มด้วยกระจก ดังนั้นในบางสถานการณ์ บ้านของพวกเขาจึงสามารถ "ล่องหนทางแสง" ได้

หมายความว่า กระจกโปร่งใสเหล่านี้สามารถแสดงผลได้สองด้าน ผ่านระบบอัจฉริยะ มันสามารถจับภาพและจำลองสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อทำให้เกิดการล่องหนทางแสง

มองจากไกลๆ จะไม่เห็นสิ่งปลูกสร้าง เห็นแต่พืชพรรณเขียวชอุ่ม

ยิ่งไปกว่านั้น คุณสมบัติของหน้าจอโปร่งใสที่พวกเขาใช้ในครั้งนี้ ในระหว่างการแสดงผลจะไม่ปิดกั้นแสง และมีความโปร่งแสงที่ดีมาก

หมายความว่า ในกรณีที่ด้านนอกแสดงภาพ ก็จะไม่กระทบต่อความโปร่งแสงของกระจก คนข้างในยังคงมองเห็นข้างนอกได้อย่างชัดเจนเหมือนกระจกทั่วไป

ส่วนกระจกด้านในก็สามารถแสดงผลได้เช่นกัน และยังแสดงเนื้อหาที่แตกต่างกันได้ด้วย ทำให้ทั้งสองด้านสามารถเล่นเนื้อหาที่ต่างกันได้พร้อมกัน

นอกจากความคมชัดสูงและรีเฟรชเรตสูงแล้ว หน้าจอโปร่งใสแสดงผลสองด้านนี้ยังประหยัดพลังงานได้ดีมากด้วย โดยรวมแล้วกินไฟน้อยกว่าจอมอนิเตอร์ที่มีขนาดเท่ากันมาก

นอกจากนี้ ทั้งบ้านยังใช้ระบบสมาร์ทโฮมที่อู๋ฮ่าวสั่งทำพิเศษ เรียกได้ว่าบ้านทั้งหลังมี "สมองอัจฉริยะ" อยู่หนึ่งก้อน ไม่เพียงแต่ฟังคำพูดของเจ้าของได้ชัดเจน แต่ยังปฏิบัติตามคำสั่งต่างๆ ของเจ้าของได้อย่างซื่อสัตย์

ยังสามารถปรับเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมและนิสัยของเจ้าของได้ เช่น ถ้าแดดข้างนอกแรงเกินไป ระบบอัจฉริยะก็จะปรับลดความสว่างของไฟในห้อง รวมถึงปรับอัตราการส่องผ่านของกระจก เพื่อปรับแสงให้สว่างในระดับที่เจ้าของรู้สึกสบายที่สุด

หรือตัวอย่างเช่น ระบบสามารถใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดในบ้านได้ เช่น แขนกลอัจฉริยะ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ทีวี ตู้เย็น และอื่นๆ

และระบบชุดนี้ยังมีความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์พิเศษโดยเฉพาะ เช่น ถ้าวิลล่าเจอขโมย บ้านก็จะจัดการกับขโมยคนนั้นโดยเฉพาะ

อาทิเช่น ปิดประตูหน้าต่างทั้งหมด บันทึกข้อมูลรูปลักษณ์ของขโมย ติดต่อฝ่ายนิติบุคคล ฝ่ายรักษาความปลอดภัย และกรมตำรวจโดยอัตโนมัติ

หากเจอกับโจรปล้นหรือการโจมตีด้วยกำลัง ระบบอัจฉริยะจะเปิดใช้งานระบบป้องกันฉุกเฉิน อุปกรณ์ฉุกเฉินที่ซ่อนอยู่ในวิลล่า รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันภัยฉุกเฉินต่างๆ จะถูกเปิดใช้งาน เพื่อปกป้องความปลอดภัยของเจ้าของ และในขณะเดียวกันก็จะใช้โจมตีผู้บุกรุกด้วย

-------------------------------------------------------

บทที่ 1117 : แยกกันอยู่?

หลังจากเดินชมจนทั่ว ทุกคนต่างรู้สึกยังไม่จุใจ ต่างพากันพูดคุยถึงความรู้สึกและมุมมองของตัวเอง โดยเฉพาะพวกสาวๆ ที่จินตนาการถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่จะเกิดขึ้นที่นี่ในอนาคต ความปิติยินดีฉายชัดอยู่บนใบหน้า

อู๋ฮ่าวปรบมือแล้วพูดกับทุกคนว่า "เอาล่ะ ตอนนี้ทุกคนชมบ้านกันเสร็จแล้ว ต่อไปเราจะพักผ่อนกันสักสองสามชั่วโมง ช่วงเวลานี้ทุกคนตามสบายเลยนะ

ห้าโมงเย็น ทุกคนมารวมตัวกันนะ เราจะปิ้งย่างบาร์บีคิวกัน"

พอได้ยินอู๋ฮ่าวพูดแบบนี้ ทุกคนในที่นั้นต่างก็ส่งเสียงตอบรับ จางจวิ้นพาเว่ยเสี่ยวหย่า ส่วนคู่ของหยางฟานกับโจวซี ต่างก็ขอตัวแยกย้ายกลับไปที่บ้านของตัวเอง

สำหรับพวกเขาแล้ว ตอนนี้พวกเขาแทบรอไม่ไหวที่จะไปสัมผัสชีวิตคู่ของตัวเอง โดยเฉพาะในบ้านหลังใหม่แบบนี้ ความหมายมันยิ่งพิเศษแตกต่างออกไป

เหลือเพียงโจวเสี่ยวตงที่เป็นคนโสดอยู่ที่นี่ เขาหันไปมองหลินเวย โจวเสี่ยวตงก็ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า "ช่างเถอะ ฉันไม่เป็นก้างขวางคออยู่ที่นี่หรอก พวกนายสองคนอยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ"

"นายคนเดียวจะไปทำอะไร ถ้าไม่มีที่ไปก็พักอยู่ที่นี่สิ ห้องหับมีเยอะแยะ" อู๋ฮ่าวร้องเรียกโจวเสี่ยวตง

โจวเสี่ยวตงโบกมือแล้วเดินออกไปด้านนอก "ช่างเถอะ ฉันกลับไปบ้านฉันดีกว่า พอดีมีของบางอย่างที่ต้องจัดเก็บตกแต่งด้วยตัวเองเหมือนกัน"

อู๋ฮ่าวเดินไปส่งโจวเสี่ยวตงที่หน้าประตู แล้วอดไม่ได้ที่จะพูดเกลี้ยกล่อม "ฉันจะบอกให้นะเจ้าหนู นายเองก็น่าจะเริ่มจริงจังได้แล้ว หาแฟนดีๆ สักคน เวลาที่มีเรื่องน่ายินดีแบบนี้จะได้มีคนมาร่วมฉลองกับนายด้วย"

ไม่มีแฟนแล้วฉันฉลองไม่ได้หรือไง ก็เหมือนกับพวกนายนั่นแหละ โจวเสี่ยวตงเบะปาก แล้วพูดกับอู๋ฮ่าวว่า "ฉันน่ะ ไม่หาใครทั้งนั้น ฉันจะไปแบ่งปันความสุขกับพ่อแม่ฉัน ไปล่ะ!"

มองดูแผ่นหลังของโจวเสี่ยวตงที่เดินจากไปอย่างมาดมั่น อู๋ฮ่าวส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินกลับเข้าไปในห้อง

เห็นหลินเวยเริ่มลงมือจัดเก็บข้าวของไปทั่ว พอเห็นอู๋ฮ่าวเข้ามา หลินเวยก็กวักมือเรียกอู๋ฮ่าว "เร็ว เข้ามาช่วยหน่อย"

"ประธานอู๋ งั้นพวกเราขอตัวออกไปก่อนนะครับ" หลี่เหวินหมิงยิ้มให้เขา

"ได้ ไปเถอะ ห้าโมงเย็นอย่าลืมมานะ เก็บส่วนบาร์บีคิวไว้ให้พวกนายด้วย" อู๋ฮ่าวยิ้มพยักหน้า แล้วมองส่งหลี่เหวินหมิงและพรรคพวกเดินออกไป

ในความเป็นจริง พวกเขาไม่ได้จากไปไหนไกล แต่ไปยังวิลล่าหลังเล็กที่อยู่ติดกับด้านนอกสุดของคาบสมุทร ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยเพียงสี่ร้อยกว่าตารางเมตร เมื่อเทียบกับบ้านหลังอื่นแล้ว หลังนี้ดูจะเล็กกว่าพอสมควร

ที่นี่คือฐานประจำการของทีมรักษาความปลอดภัยส่วนตัวของอู๋ฮ่าว และยังเป็นฐานของทีมรักษาความปลอดภัยของจางจวิ้น หยางฟาน โจวเสี่ยวตง รวมถึงหลินเวยด้วย

ภายในประเทศไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปมีบอดี้การ์ดส่วนตัว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีเลี่ยง พูดง่ายๆ ก็คือการตั้งบริษัทรักษาความปลอดภัยขึ้นมาโดยเฉพาะ แล้วส่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปคุ้มครองลูกค้าเป้าหมายในนามบริษัท

ดังนั้นบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งนี้จึงกลายเป็นบริษัทย่อยที่ฮ่าวอวี่เทคโนโลยีถือหุ้นทั้งหมด รับผิดชอบงานรักษาความปลอดภัยของอู๋ฮ่าว จางจวิ้น และคนอื่นๆ รวมถึงผู้บริหารระดับสูงและนักวิจัยคนสำคัญของบริษัท

ความจริงแล้ว อู๋ฮ่าวยังเตรียมที่จะแยกแผนกรักษาความปลอดภัยของบริษัทออกมาเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยมืออาชีพในอนาคตด้วย

เหตุผลที่ทำเช่นนี้ ก็เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเมื่อบุคลากรในแผนกรักษาความปลอดภัยมีจำนวนมากขึ้น โครงสร้างซับซ้อนขึ้น เพื่อป้องกันความวุ่นวายและเหตุผลอื่นๆ การตั้งเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยมืออาชีพจึงเหมาะสมกว่า

ปัจจุบันผู้จัดการของบริษัทย่อยแห่งนี้คือหลี่เหวินหมิง ซึ่งจะรับผิดชอบงานฝึกอบรมและบริหารจัดการทีมรักษาความปลอดภัยอื่นๆ ด้วย

แต่เขามีเพียงอำนาจในการบริหารจัดการ ไม่ได้มีอำนาจสั่งการโดยตรง สมาชิกทีมรักษาความปลอดภัยของจางจวิ้น หยางฟาน และโจวเสี่ยวตง ยังคงต้องเชื่อฟังการนำและคำสั่งในระดับหนึ่งจากเจ้านายของตนเอง

ต่อไปพวกเขาจะต้องประจำการอยู่ที่นี่ ดังนั้นหลี่เหวินหมิงจึงต้องไปจัดการ เพราะมีเรื่องมากมายที่เขาต้องดูแล

อาศัยจังหวะที่อู๋ฮ่าวและจางจวิ้นยังไม่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ พวกเขาต้องตรวจสอบพื้นที่คาบสมุทรอย่างละเอียด และเข้าควบคุมดูแลพื้นที่เพื่อให้มั่นใจว่าที่นี่ปลอดภัยเพียงพอ

แบบนี้ พวกเขาถึงจะวางใจให้อู๋ฮ่าวและคนอื่นๆ ย้ายเข้ามาอยู่ได้

หลังจากยุ่งอยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมง อู๋ฮ่าวถึงได้กลับมานั่งลงอีกครั้ง แล้วพูดเกลี้ยกล่อมหลินเวยที่ยืนพินิจพิเคราะห์อยู่ตรงนั้นว่า "พอได้แล้วๆ เรื่องพวกนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบริษัทรับทำความสะอาดเถอะ คุณจะมาวุ่นวายทำไม เหนื่อยไหมน่ะ"

ฉันเต็มใจทำไม่ได้หรือไง หลินเวยกลอกตาใส่เขา แต่ก็ยังเดินมานั่งลง รับน้ำที่อู๋ฮ่าวส่งให้มาดื่มอึกหนึ่ง แล้วจึงพูดว่า "ก่อนหน้านี้บริษัททำความสะอาดมาทำความสะอาดหลายรอบแล้ว แต่ฉันยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่

ถึงจะบอกว่าบริการด้วยใจ แต่ก็นั่นแหละ นี่ไม่ใช่บ้านของพวกเขา เวลาทำความสะอาดก็ย่อมทำไปตามหน้าที่ให้มันผ่านๆ ไป

ดังนั้นหลายๆ จุดฉันยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจ ไหนๆ ก็ว่างอยู่แล้ว ลงมือทำเองถือซะว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัว"

เอาใจคุณไม่ถูกเลยจริงๆ อู๋ฮ่าวส่ายหน้า แล้วพิงโซฟาพูดว่า "ต้องรอให้สำนักงานใหญ่บริษัทเราย้ายมาก่อน เราถึงจะย้ายเข้ามาอยู่ได้

เพราะงั้นบ้านหลังนี้ ปล่อยให้ว่างไปสักพักเถอะ ถึงจะบอกว่าใช้วัสดุรักษ์โลกเกรดพรีเมียม แต่ยังไงก็ยังมี 'กลิ่น' อยู่บ้าง ให้ระบายอากาศออกไปหน่อยก็ดี"

หลินเวยได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า "วันหยุดสุดสัปดาห์แวะมาพักสักวันสองวันก็ดีนะ แบบนี้พอเราย้ายเข้ามาอยู่จริงๆ จะได้ชิน"

อู๋ฮ่าวพยักหน้ารับ แล้วมองไปที่หลินเวย "พวกคุณวางแผนยังไง เวยมีเดียจะย้ายหรือไม่ย้าย"

"ย้าย แต่พวกเราไม่เหมือนพวกคุณ เราตัดสินใจจะย้ายตัวบริษัทหลักมาที่นี่ แล้วทิ้งแผนกการตลาดและปฏิบัติการบางส่วนไว้ที่นั่น" หลินเวยพยักหน้าพูดกับอู๋ฮ่าว "พวกคุณก็ไม่ยอมให้เราเข้าไปอยู่ในเขตสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของพวกคุณ ตอนนี้จะสร้างตึกก็คงไม่ทันแล้ว

ดังนั้น เราเลยกะว่าจะเช่าอาคารสำนักงานในย่านธุรกิจหลิงหูทำงานไปก่อน ส่วนสำนักงานใหญ่ของเราจะสร้างไหม สร้างที่ไหน หรือสร้างยังไง พวกเราต้องปรึกษาชั่งน้ำหนักกันให้ละเอียดอีกที

เพราะยังไงตอนนี้ในสายตาคนจำนวนมาก เวยมีเดียก็เหมือนเป็นส่วนต่อขยายของฮ่าวอวี่เทคโนโลยี ตราบใดที่รั้งฮ่าวอวี่เทคโนโลยีไว้ได้ เวยมีเดียก็ต้องอยู่ต่อแน่นอน

ดังนั้นในเรื่องการต่อรองภาษีและนโยบายสนับสนุน เราเลยเจอกับแรงต้านและปัญหาอยู่บ้าง

เพราะฉะนั้น ฉันเลยตัดสินใจเตรียมแผนสำรองไว้หลายทาง จะตัดสินใจรีบร้อนไม่ได้

ไม่จำเป็นต้องเป็นย่านธุรกิจหลิงหู หรือเขตพัฒนาเศรษฐกิจ หรือแม้แต่ในเมืองอันซีเสมอไป

ทางปักกิ่ง ทางเซี่ยงไฮ้ เชิญเรามาหลายรอบแล้ว แย่ที่สุด ฉันก็แค่ย้ายสำนักงานใหญ่ไปเซี่ยงไฮ้ (โม่ตู) หรือไม่ก็เซินเจิ้น (เผิงเฉิง)"

"อะไรกัน นี่คุณกะจะเล่นบทแยกกันอยู่คนละที่กับผมหรือไง" อู๋ฮ่าวเริ่มไม่พอใจขึ้นมาทันที

คิกคิก พอเห็นท่าทางคาดคั้นแบบนั้น หลินเวยก็หัวเราะออกมา "ที่เขาว่าระยะทางทำให้รู้ค่าของความรักไงคะ ฉันจะตัวติดกับคุณตลอดเวลาก็ไม่ได้ เดี๋ยวคุณเบื่อแล้วจะแอบไปมีกิ๊กข้างนอก

เดี๋ยวนี้การคมนาคมสะดวกจะตาย อย่างมากก็แค่นั่งเครื่องบินไปกลับ กลัวอะไรล่ะ

แถมตอนนี้การทำงานทางไกลก็ก้าวหน้ามาก สั่งงานผ่านระบบทางไกลเอาก็ได้ วิธีการมีถมเถไป"

จบบทที่ บทที่ 1116 : "ป้อมปราการ" อัจฉริยะ | บทที่ 1117 : แยกกันอยู่?

คัดลอกลิงก์แล้ว