เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1030 : มันไม่ได้ไร้เทียมทาน | บทที่ 1031 : รวมเป็นหนึ่งเดียวกับเครื่องจักร

บทที่ 1030 : มันไม่ได้ไร้เทียมทาน | บทที่ 1031 : รวมเป็นหนึ่งเดียวกับเครื่องจักร

บทที่ 1030 : มันไม่ได้ไร้เทียมทาน | บทที่ 1031 : รวมเป็นหนึ่งเดียวกับเครื่องจักร


บทที่ 1030 : มันไม่ได้ไร้เทียมทาน

"แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย" อู๋ฮ่าวถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วพูดกับทั้งสองคนว่า "แม้ว่าเกราะป้องกันเอ็กโซสเกเลตันแบบนี้จะต้องให้ความสำคัญกับความสามารถในการป้องกัน แต่เมื่อเทียบกับพลังป้องกันแล้ว ความคล่องตัวต่างหากที่เป็นข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของมัน หรือจะพูดว่าทั้งสองอย่างนี้ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้เลยก็ได้ เกราะต่อสู้ป้องกันเอ็กโซสเกเลตันจักรกลหนักพิเศษแบบนี้ แม้ว่าจะมีพลังป้องกันที่ยอดเยี่ยม แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียข้อได้เปรียบด้านประสิทธิภาพในด้านอื่นๆ ไปไม่น้อย เช่น ความคล่องตัว และความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อม ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่เอาเจ้านี่ไปวางไว้ในพื้นที่ที่ดินค่อนข้างร่วนซุย หรือเต็มไปด้วยเครือข่ายแม่น้ำลำคลอง เกรงว่าจะขยับตัวไปไหนไม่ได้เลยทีเดียว"

เมื่อพูดถึงตรงนี้ อู๋ฮ่าวก็มองทั้งสองคนแล้วปรับน้ำเสียงให้ผ่อนคลายลง "แน่นอนครับ ถ้าเป็นการรบในเมืองหรือการสู้รบแบบรุกรับทั่วไป มันก็ยังมีประโยชน์อย่างมาก"

ฮ่าๆๆๆ ฉู่เทียนโย่วและเมิ่งฉางปัวต่างก็เผยรอยยิ้มออกมา

เมิ่งฉางปัวพยักหน้าและพูดกับเขาว่า "ที่คุณพูดมาไม่ผิดครับ ในระหว่างการวิจัยและพัฒนาเราก็ได้พิจารณาสถานการณ์นี้แล้ว ดังนั้นจึงได้ทำการเสริมความแข็งแกร่งและอัปเกรดเกราะป้องกันช่วยผ่อนแรงเอ็กโซสเกเลตันจักรกลหนักรุ่นนี้ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของสงครามที่มีความรุนแรงสูงได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรุกรับที่ดุเดือดและการรบในเมือง หากปราศจากความสามารถในการป้องกันที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทหารที่เข้าไปในเมืองจะถูกโจมตีจากภายในอาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆ ได้ง่ายมาก

โดยเฉพาะพวกการลอบยิงลอบกัดแบบกระจัดกระจายเหล่านั้น ยากที่จะระวังตัว และนี่ก็เป็นสาเหตุการบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากที่สุดของกองทัพสหรัฐฯ ในสนามรบต่างๆ นับตั้งแต่เข้าสู่ศตวรรษใหม่เป็นต้นมา"

อู๋ฮ่าวพยักหน้าเมื่อได้ยินดังนั้น จากนั้นมองดูเกราะต่อสู้ป้องกันเอ็กโซสเกเลตันจักรกลหนักพิเศษสีดำเครื่องนี้แล้วกล่าวว่า "สงครามในอนาคตส่วนใหญ่จะปะทุขึ้นในเมือง การแย่งชิงเมืองท่าสำคัญและสนามบินที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ของคู่สงครามจะดุเดือดเลือดพล่านอย่างยิ่ง

จะทำสงครามในเมืองอย่างไร นี่เป็นหัวข้อที่บรรดาประเทศมหาอำนาจทางทหารต่างพากันแย่งชิงศึกษาวิจัย ปัจจุบันมียุทธวิธีหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมและค่อนข้างสุดโต่ง นั่นคือการทำให้เมืองทั้งเมืองราบเป็นหน้ากลอง แบบนี้การบุกยึดก็จะง่ายขึ้น

แต่การยึดครองเมืองแบบนั้นจะมีควายหมายอะไร อีกทั้งผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่ในเมืองก็เป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ การเข่นฆ่าตามอำเภอใจเช่นนี้ ย่อมเป็นการสร้างศัตรูกับประเทศนั้น และสร้างศัตรูกับคนทั้งโลก

พูดตามความเป็นจริง หากเมืองถูกถล่มจนราบเรียบ ถูกทำลาย ก็หมายความว่าเมืองสูญเสียบทบาทและฟังก์ชันเดิมไป การยึดครองมาก็ไม่มีความหมายแล้ว

ดังนั้นจะดำเนินการรบเพื่อยึดเมืองอย่างไร จะสู้รบในเมืองอย่างไร จะกวาดล้างกองกำลังป้องกันที่หลงเหลือของศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองโดยสูญเสียน้อยที่สุดได้อย่างไร นี่คือโจทย์ที่ยากที่สุดที่วางอยู่ตรงหน้าประเทศมหาอำนาจทางทหารต่างๆ

เกราะต่อสู้ป้องกันเอ็กโซสเกเลตันจักรกลหนักพิเศษรุ่นนี้อาจจะทำลายสถานการณ์ปัจจุบันและแก้ปัญหานี้ได้ แต่เรื่องหอกกับโล่ การที่สิ่งของต่างหักล้างและพึ่งพากัน มันไม่มีโล่ใดที่ไม่มีวันถูกทำลาย ดังนั้นในไม่ช้าก็จะมีอาวุธที่ถูกสร้างมาเพื่อจัดการกับมันปรากฏขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น สถาบันวิจัยเทคโนโลยีการบินและโดรนที่อยู่ห่างจากพวกคุณไปไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร พวกเขาได้พัฒนาโดรนโจมตีแบบพลีชีพที่สามารถยิงด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดออกมาได้แล้ว

โดรนรุ่นนี้ก่อนใช้งานก็เหมือนกับลูกระเบิดของเรา พกพาสะดวกมาก เวลาใช้งานสามารถยิงด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดแบบพิเศษ หรือในสถานการณ์ฉุกเฉินก็วางกับพื้นแล้วยิง หรือจะใช้มือขว้างเพื่อปล่อยก็ได้

สามารถยิงทีละนัด หรือจะยิงรัวด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติก็ได้

หลังจากโดรนโจมตีแบบพลีชีพขนาดจิ๋วเหล่านี้ถูกยิงออกไป มันจะบินเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว หรือแม้กระทั่งสามารถรวมกลุ่มเป็นฝูงบินกลางอากาศ บินวนเหนือพื้นที่เป้าหมาย เพื่อลาดตระเวนและล็อกเป้าหมายโจมตี"

พอได้ยินอู๋ฮ่าวพูดแบบนี้ สีหน้าของเมิ่งฉางปัวก็เคร่งขรึมขึ้นทันที ส่วนฉู่เทียนโย่วนั้นมองอู๋ฮ่าวด้วยความตกตะลึง อ้าปากพะงาบๆ แล้วพูดกับอู๋ฮ่าวอย่างไม่พอใจว่า "โธ่ ลูกพี่ บอสอู๋ครับ คุณนี่มันขัดคอกันชัดๆ พวกเราเพิ่งจะสร้างเกราะป้องกันเอ็กโซสเกเลตันช่วยผ่อนแรงหนักออกมาได้ คุณก็ให้คนสร้างอาวุธมาแก้ทางมันซะแล้ว ตกลงคุณอยู่ฝ่ายไหนกันแน่ครับเนี่ย"

"นายนี่นะ อย่ามาพาลใส่ฉัน ของพวกนี้มันเป็นโครงการวิจัยที่กำหนดไว้อยู่แล้ว พวกนายยังจำ 'ผู้กวาดล้างสนามรบ' หรือโดรนโจมตีแบบพลีชีพที่เราพัฒนามาก่อนหน้านี้ได้ใช่ไหม" อู๋ฮ่าวพูดพร้อมรอยยิ้ม

"คุณหมายความว่า..." เมิ่งฉางปัวและคนอื่นๆ ต่างก็ร้องอ๋อขึ้นมาทันที

อู๋ฮ่าวพยักหน้ายิ้มๆ "ใช่แล้ว ทีมของโจวหย่งฮุยได้สร้างโดรนโจมตีแบบพลีชีพ 'ผู้กวาดล้างสนามรบ' รุ่นที่สองออกมาแล้ว"

"ไปตายซะ ไอ้เวรโจวหย่งฮุยนี่ไม่น่ารักเอาซะเลย เมื่อไม่กี่วันก่อนผมยังไปกินข้าวกับเขาอยู่เลย ไอ้หมอนั่นไม่ยอมหลุดปากบอกผมสักคำ" ฉู่เทียนโย่วสบถออกมาตรงๆ

อู๋ฮ่าวเห็นดังนั้นก็พูดอย่างระอาว่า "นายพอได้แล้ว จะให้เขาบอกนายยังไง จะให้เขาวิ่งหน้าบานมาบอกนายว่า พวกเขาพัฒนาอาวุธที่เอาไว้จัดการพวกนายโดยเฉพาะออกมาได้แล้วงั้นเหรอ"

ฉู่เทียนโย่ว: "ผม..."

ส่วนเมิ่งฉางปัว ในเวลานี้ก็ได้ปลอบใจฉู่เทียนโย่วที่กำลังโมโหเป็นฟืนเป็นไฟว่า "นายอย่าใจร้อนไป ต่อให้โดรนรุ่นนี้ร้ายกาจแค่ไหน ก็เป็นพวกเราเองที่พัฒนาขึ้นมา อยู่ในมือพวกเราเอง นายจะกลัวอะไร"

"ที่พูดมาก็เหมือนจะจริงแฮะ" ฉู่เทียนโย่วเพิ่งจะนึกขึ้นได้ แล้วหันไปมองอู๋ฮ่าว

ฝ่ายอู๋ฮ่าวก็ทำเป็นเมินเฉยใส่เขา แล้วพูดกับทุกคนต่อว่า "ผมแค่ยกตัวอย่างให้ดูเฉยๆ อันที่จริงสิ่งที่เป็นภัยคุกคามต่อเกราะป้องกันเอ็กโซสเกเลตันจักรกลหนักของเรานั้นมีเยอะแยะ

เช่น จรวดอาร์พีจี, ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง หรือแม้แต่ระเบิดเพลิงแบบทำมือทั่วไป หรือปืนไรเฟิลซุ่มยิงต่อต้านวัตถุขนาดใหญ่ ระเบิดข้างถนนต่างๆ เป็นต้น

พูดกันตามตรง มันก็แค่ดีกว่าเสื้อเกราะกันกระสุนทั่วไปนิดหน่อย ไม่ได้ไร้เทียมทาน ข้อนี้พวกคุณต้องตระหนักไว้ในใจให้ชัดเจน"

เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋ฮ่าว คนที่ตอบสนองคนแรกก็ยังคงเป็นเมิ่งฉางปัว

เขาพยักหน้าให้อู๋ฮ่าวแล้วพูดว่า "ผมเข้าใจความหมายของคุณครับ และไม่เคยคาดหวังให้มันเป็นสิ่งที่ไร้เทียมทาน แต่ความสามารถในการป้องกันระดับนี้ ถือว่าล้ำหน้าที่สุดในโลกในปัจจุบันแล้ว และเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำให้กับเหล่าทหารได้ เพียงแค่นี้สำหรับพวกเราก็เพียงพอแล้วครับ

ประการที่สอง คือมันยังมีอำนาจการยิงที่ทรงพลัง ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้มันแข็งแกร่งพอ การยกระดับความสามารถในการรบที่มันมอบให้นั้นยิ่งใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย หมู่รบที่สวมใส่เกราะป้องกันเอ็กโซสเกเลตันจักรกลหนักชุดนี้เพียงหมู่เดียว พลังการต่อสู้ที่ระเบิดออกมา เกรงว่าจะเทียบได้กับศัตรูหนึ่งกองร้อย หนึ่งกองพัน หรืออาจถึงหนึ่งกรมด้วยซ้ำ

ดังนั้น สำหรับพวกเราแล้ว มันคือสิ่งที่ดีที่สุด และคือสิ่งที่ไร้เทียมทานครับ"

อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็ยิ้มและพยักหน้า จากนั้นมองดูเกราะช่วยผ่อนแรงเอ็กโซสเกเลตันจักรกลหนักเหล่านี้ แล้วอดถอนหายใจไม่ได้ "ในฐานะผู้ประดิษฐ์และผู้สร้างพวกมัน พูดตามตรงผมไม่ได้เต็มใจที่จะสร้างพวกมันขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องจักรสังหารในสงครามเลย

นี่ไม่ใช่ความสูงส่งอะไร แต่เป็นความรู้สึกสำนึกผิดต่อชีวิตตามสัญชาตญาณ

แน่นอนว่า ในฐานะคนร่วมชาติ ผมยิ่งหวังว่าจะได้ใช้มันเพื่อปกป้องประเทศของเรา และปกป้องชีวิตทหารของพวกเรา"

-------------------------------------------------------

บทที่ 1031 : รวมเป็นหนึ่งเดียวกับเครื่องจักร

นี่ก็เหมือนกับ คาลาชนิคอฟ ผู้ประดิษฐ์ปืนไรเฟิลจู่โจม AK47 ข้อครหาที่เขาได้รับส่วนใหญ่มักจะหนีไม่พ้นเรื่องนี้ ทุกครั้งที่มีคนถกเถียงกันว่าปืนกระบอกนี้ฆ่าคนไปเท่าไหร่ ชื่อของคาลาชนิคอฟผู้ประดิษฐ์มันขึ้นมาก็จะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เสมอ

เรื่องนี้ทำให้คาลาชนิคอฟมักจะรำพึงรำพันอยู่บ่อยครั้งว่า นี่ไม่ใช่ปัญหาของผู้ประดิษฐ์ บาปกรรมไม่ได้อยู่ที่ปืน แต่อยู่ที่คนลั่นไกต่างหาก

แน่นอนว่า ในช่วงบั้นปลายชีวิต คาลาชนิคอฟก็เริ่มสำนึกเสียใจและเจ็บปวด เขาเคยกล่าวว่าถ้าเป็นไปได้ เขาขอเลือกที่จะประดิษฐ์เครื่องตัดหญ้าเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเสียยังจะดีกว่า!

แน่นอนว่าอู๋ฮ่าวเองก็มีความคิดเช่นนี้ หรือจะเรียกว่าความเคลือบแคลงใจในตัวเองก็ว่าได้ อาวุธยุทโธปกรณ์บางอย่างที่เขาวิจัยและมีส่วนร่วมในการพัฒนานั้น ตอนนี้ได้ถูกส่งออกและขายไปยังกว่าสิบประเทศแล้ว และในความขัดแย้งระดับภูมิภาคหรือสงครามขนาดย่อมบางแห่ง ก็ถึงขั้นสามารถมองเห็นเงาของอาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านี้ได้แล้ว

ความรู้สึกแบบนี้มันแย่จริงๆ นี่ไม่ใช่การดัดจริต แต่มันคือความเคารพยำเกรงต่อชีวิตและปมบาปที่ติดตัวมาแต่กำเนิด

แน่นอนว่า ในอีกมุมหนึ่งเขาก็กำลังปลอบใจและโน้มน้าวตัวเอง เจตนารมณ์เริ่มแรกในการวิจัยอาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านี้ก็เพื่อปกป้องประเทศและสร้างความมั่นคงให้กับชาติ ในแง่นี้เขาไม่ผิด ยิ่งไปกว่านั้นเขาเป็นเพียงผู้ประดิษฐ์และสร้างอาวุธเหล่านี้ ไม่ใช่ผู้ใช้งานจริง ดังนั้นจึงไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นคนชั่ว

ต่อให้ไม่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ของเขา สงครามก็ยังคงดำเนินต่อไปอยู่ดี

"ผมเข้าใจครับ ทุกสิ่งที่คุณทำลงไปนั้น สมควรได้รับความเคารพจากประชาชนทั่วทั้งประเทศ ความทุ่มเทและคุณูปการของคุณสมควรได้รับการยกย่องจดจำตลอดไป" เมิ่งฉางโปพยักหน้าและกล่าวปลอบใจเขา

อู๋ฮ่าวยิ้มแล้วโบกมือ จากนั้นจึงพูดกับทั้งสองคนว่า "เทคโนโลยีของอาวุธยุทโธปกรณ์มีการพัฒนาและก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ในด้านนี้ผมคิดว่าพวกคุณไม่จำเป็นต้องยึดติดอยู่กับที่ ควรจะสื่อสารแลกเปลี่ยนกับภายนอกให้มากขึ้น อย่างเช่นสถาบันวิจัยเทคโนโลยีการบินและโดรน ของดีที่พวกเขานำมาโชว์ในครั้งนี้มีเยอะมาก มีของและเทคโนโลยีหลายอย่างที่ผมคิดว่าสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชุดเกราะช่วยรบเอ็กโซสเกเลตันแบบจักรกลหนักรุ่นนี้ได้เลย ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการยกระดับขีดความสามารถในการรบได้อย่างมาก"

ฉู่เทียนโย่วพยักหน้ารัวๆ กล่าวว่า "เดี๋ยวผมกลับไปจะไปหาโจวหย่งฮุย สนิทกันขนาดนี้ ไอ้วายร้ายนั่นกลับไม่ยอมแพร่งพรายข่าวคราวอะไรเลย คอยดูเถอะผมจะจัดการเขายังไง"

"ฮ่าๆ ระวังเรื่องวิธีการหน่อยก็แล้วกัน" อู๋ฮ่าวยิ้ม จากนั้นก็หันไปมองชุดเกราะช่วยรบเอ็กโซสเกเลตันแบบจักรกลหนักรุ่นมาตรฐานอีกชุดหนึ่งที่ตั้งอยู่อีกด้าน

เมื่อเทียบกับชุดเกราะช่วยรบเอ็กโซสเกเลตันแบบจักรกลหนักรุ่นซูเปอร์เฮฟวี่ (Super Heavy) ที่อยู่ข้างๆ แล้ว รุ่นมาตรฐานนี้ดูเล็กกะทัดรัดและคล่องตัวกว่ามาก ขนาดตัวเครื่องโดยรวมเล็กลงไปหนึ่งขนาดเลยทีเดียว

เมื่อดูจากรูปลักษณ์ภายนอก เทียบกับรุ่นที่หนึ่งแล้ว ก็ยังมีความแตกต่างที่ค่อนข้างใหญ่ อย่างแรกเลยคือส่วนใบหน้า เมื่อเทียบกับแผ่นกระจกป้องกันขนาดใหญ่ของรุ่นที่หนึ่ง แผ่นกระจกป้องกันใบหน้าของชุดเกราะช่วยรบเอ็กโซสเกเลตันแบบจักรกลหนักรุ่นนี้ดูแคบและเล็กกว่าเล็กน้อย

ข้อดีของการทำแบบนี้คือสามารถเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้าง และเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกัน อีกทั้งโครงร่างของส่วนใบหน้าทั้งหมดก็ดูรัดกุมขึ้น และรูปทรงโครงสร้างก็ดูสวยงามขึ้นด้วย

เมื่อเห็นสายตาของอู๋ฮ่าว ฉู่เทียนโย่วที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เริ่มแนะนำขึ้นมา: "เมื่อเทียบกับชุดเกราะช่วยรบเอ็กโซสเกเลตันแบบจักรกลหนักรุ่นที่หนึ่งของเราแล้ว รุ่นปรับปรุงใหม่นี้ได้รับการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในหลายจุดครับ... เช่น เกราะป้องกันบริเวณต้นคอตรงนี้ ไม่เพียงแต่ต้องมีความยืดหยุ่นเพียงพอ ไม่กระทบต่อการหันซ้ายขวาหรือก้มเงยตามปกติของคนเราเท่านั้น แต่ยังต้องมีขีดความสามารถในการป้องกันที่เพียงพอ สามารถต้านทานความเสียหายได้ในระดับหนึ่ง

ดังนั้นในส่วนนี้ พวกเราจึงทุ่มเทความพยายามอย่างมาก... บนพื้นฐานเดิมที่ดีอยู่แล้ว เราได้ทำการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ทำให้การเคลื่อนไหวมีความคล่องตัวมากขึ้น และขีดความสามารถในการป้องกันก็ได้รับการยกระดับขึ้นอย่างมากด้วยครับ

การปรับปรุงยกระดับในลักษณะเดียวกันนี้ยังมีที่ข้อต่ออื่นๆ บนร่างกาย รวมถึงจุดสำคัญที่เคลื่อนไหวได้ครึ่งหนึ่งอย่างส่วนเอว ก็ได้รับการปรับปรุงเช่นกันครับ

ในส่วนของระบบปฏิบัติการ เรายังได้นำระบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมองและคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interaction) ที่เราพัฒนาขึ้นล่าสุดมาใช้ด้วย ซึ่งจะทำให้ผู้สวมใส่มีความคล่องตัวยิ่งขึ้นในการควบคุมชุดเกราะช่วยรบเอ็กโซสเกเลตันแบบจักรกลหนัก รวมถึงการประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวข้อง"

"พวกคุณเอาเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ของเรามาใช้ในนี้ด้วยเหรอ?" อู๋ฮ่าวอดประหลาดใจไม่ได้ เพราะเทคโนโลยีนี้เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่พวกอู๋ฮ่าวทุ่มทุนวิจัย เพิ่งจะเริ่มมีผลลัพธ์ออกมาได้ไม่นาน ไม่คิดว่าฉู่เทียนโย่วจะนำมาใช้กับชุดเกราะช่วยรบเอ็กโซสเกเลตันแบบจักรกลหนักเสียแล้ว

"ฮ่าๆ จะทำทั้งทีเราก็ต้องทำให้ดีที่สุด อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ดีที่สุดของเราแน่นอนว่าต้องติดตั้งเทคโนโลยีที่ดีที่สุดสิครับ" ฉู่เทียนโย่วยิ้มอย่างภาคภูมิใจ แล้วอธิบายให้อู๋ฮ่าวที่ดูจะจนใจเล็กน้อยฟัง

"เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการประมวลผลข้อมูลอันทรงพลังของชุดเกราะชุดนี้ ประกอบกับผู้ขับขี่มักจะยากที่จะแบ่งสมาธิและมือไม้มาควบคุมระบบในระหว่างการต่อสู้ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีการควบคุมที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเข้ามาใช้

ผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะก็ดีครับ แต่ประสิทธิภาพมันช้าไปหน่อย ส่วนสถานการณ์ในสนามรบนั้นเปลี่ยนแปลงไปในชั่วพริบตา เห็นได้ชัดว่าวิธีนี้ไม่สามารถตอบสนองต่อการต่อสู้ที่ตึงเครียดและมีความเข้มข้นสูงได้

ส่วนเทคโนโลยีจับความเคลื่อนไหวของดวงตา ในสงครามที่มีความเข้มข้นสูงแบบนี้ สมาธิของคนมักจะจดจ่ออยู่ที่เป้าหมาย ยากที่จะแบ่งสมาธิมาทำการควบคุม และยังง่ายที่จะเกิดการสั่งการผิดพลาด

แต่ระบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมองและคอมพิวเตอร์ชุดนี้ สามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเชื่อมโยงผู้สวมใส่ขับขี่และชุดเกราะช่วยรบเอ็กโซสเกเลตันแบบจักรกลหนักเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้สวมใส่สามารถควบคุมชุดเกราะเพื่อทำการต่อสู้ พร้อมกับประมวลผลข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ฉับไว จนบรรลุสภาวะ 'รวมคนและเครื่องจักรเป็นหนึ่งเดียว' (Man-Machine Unity) ครับ"

"รวมคนและเครื่องจักรเป็นหนึ่งเดียว คุณนึกว่ากำลังบำเพ็ญเพียรฝึกวิชาเซียนอยู่หรือไง" อู๋ฮ่าวพูดอย่างอดไม่ได้

ส่วนเมิ่งฉางโปที่อยู่ด้านข้างก็พูดกับอู๋ฮ่าวด้วยความรู้สึกผิดและเกรงใจว่า "ขอโทษด้วยครับคุณอู๋ ในเรื่องนี้เรายังไม่ทันได้สื่อสารกับพวกคุณ แต่คุณวางใจได้ ความเสียหายที่เกี่ยวข้องของทางคุณรวมถึงค่าลิขสิทธิ์การใช้เทคโนโลยีนี้ ทางเราจะชำระให้พวกคุณอย่างครบถ้วนและตรงเวลาแน่นอนครับ"

เมื่อได้ยินคำพูดของทั้งสองคน สีหน้าของอู๋ฮ่าวถึงได้ผ่อนคลายลงเล็กน้อย แล้วโบกมือพลางว่า "ไม่ใช่เรื่องเงินหรอกครับ แต่เป็นเพราะเทคโนโลยีนี้ยังไม่สมบูรณ์พอ ยังมีอีกหลายด้านที่ต้องปรับปรุงแก้ไข การนำมาใช้กับยุทโธปกรณ์ทางทหารแบบนี้ในตอนนี้ ยากที่จะรับประกันความเสถียร และยังมีความเสี่ยงอยู่พอสมควร"

เมิ่งฉางโปพยักหน้า "สถานการณ์ในด้านนี้พวกเราเข้าใจดีครับ แต่เราจะปฏิเสธเทคโนโลยีใหม่เพียงเพราะความกลัวไม่ได้

โดยตัวมันเองแล้ว ชุดเกราะช่วยรบเอ็กโซสเกเลตันแบบจักรกลหนักรุ่นนี้ก็ถือเป็นยุทโธปกรณ์เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอยู่แล้ว เมื่อนำมาจับคู่กับระบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนและเครื่องจักรแบบใหม่นี้ ก็เรียกได้ว่าเหมือนเสือติดปีก เหมือนปลาได้น้ำ ผมเชื่อว่ามันจะต้องเปล่งประกายความสามารถออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมแน่นอนครับ"

เมื่อเจอคำพูดของเมิ่งฉางโปเข้าไป อู๋ฮ่าวก็จนปัญญา ในเมื่ออีกฝ่ายเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ไม่มีข้อโต้แย้ง และยินดีจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง แล้วเขายังจะมีอะไรให้คัดค้านได้อีก ดังนั้นจึงพยักหน้าและไม่พูดอะไรต่อทันที

จบบทที่ บทที่ 1030 : มันไม่ได้ไร้เทียมทาน | บทที่ 1031 : รวมเป็นหนึ่งเดียวกับเครื่องจักร

คัดลอกลิงก์แล้ว