- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 886 : ทั้งร่วมมือและแข่งขันกัน | บทที่ 887 : ในความคาดหมายและนอกเหนือความคาดหมาย
บทที่ 886 : ทั้งร่วมมือและแข่งขันกัน | บทที่ 887 : ในความคาดหมายและนอกเหนือความคาดหมาย
บทที่ 886 : ทั้งร่วมมือและแข่งขันกัน | บทที่ 887 : ในความคาดหมายและนอกเหนือความคาดหมาย
บทที่ 886 : ทั้งร่วมมือและแข่งขันกัน
"ถ้าธุรกิจส่งข้อความทันที (Instant Messaging) เข้าไปไม่ได้ แล้วการที่เราจะเข้าไปมันจะมีความหมายอะไรล่ะ?" พี่หม่ากล่าวอย่างไม่พอใจสุดขีด
อู๋ฮ่าวอมยิ้มเล็กน้อย: "พวกคุณเข้าไม่ได้ บริษัทอื่นก็เข้าไม่ได้เหมือนกัน ไม่ใช่แค่ในประเทศ ต่างประเทศก็เป็นเช่นนี้
แต่ถ้าตัดด้านนี้ออกไป เพนกวิน (Tencent) ของพวกคุณก็ยังมีธุรกิจอื่นอีกเยอะนี่นา เช่น ด้านการชำระเงิน ด้านเนื้อหา (Content) และความบันเทิงรวมถึงเกม ซึ่งล้วนมีอนาคตที่สดใสมาก"
"แล้วด้านช้อปปิ้งอัจฉริยะล่ะ?" พี่หม่ารีบถามต่อทันที
สิ่งที่เรียกว่าช้อปปิ้งอัจฉริยะ ก็คือสิ่งที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการใช้ระบบจดจำอัจฉริยะที่มาพร้อมกับแว่นตา AR อัจฉริยะ เพื่อระบุวัตถุที่คุณมองเห็น เช่น เสื้อผ้าที่คนเดินถนนสวมใส่ และสิ่งของอื่นๆ ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเรา
และระบบช้อปปิ้งอัจฉริยะนี้ ก็คือระบบการซื้อของรูปแบบหนึ่งที่ทำงานบนระบบจดจำอัจฉริยะ โดยจะทำการแนะนำสินค้าแบบเฉพาะเจาะจงตามความสนใจและความชอบของผู้ใช้งาน
หลังจากเปิดระบบจดจำวัตถุอัจฉริยะ ผู้ใช้งานเพียงแค่จ้องมองไปที่วัตถุหนึ่งเป็นเวลาสามวินาที จากนั้นระบบจดจำวัตถุอัจฉริยะจะทำการระบุวัตถุที่คุณมองเห็นโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งแสดงข้อมูลรายละเอียดของมัน และระบบยังจะแนะนำสินค้าที่คล้ายคลึงกันออกมาให้อีกด้วย
หากผู้ใช้งานสนใจ ก็สามารถกดที่ลิงก์สินค้าแนะนำเพื่อสั่งซื้อได้โดยตรง
ปัจจุบันในด้านนี้ ถูกทางอาลี (Alibaba) ผูกขาดไปแล้ว แม้จะเป็นระยะเวลาไม่นาน แต่ก็ทำให้ทางอาลีกอบโกยกำไรไปได้อย่างมหาศาล
ดังนั้นเมื่อเห็นพี่หม่าตั้งเป้าหมายไปที่ธุรกิจด้านนี้ อู๋ฮ่าวจึงไม่ได้แปลกใจเลย
"ไม่มีปัญหาแน่นอนครับ เรายินดีต้อนรับแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เข้ามามากขึ้น เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับเนื้อหาของระบบชุดนี้ และเรายังมีนโยบายส่วนลดและการสนับสนุนอีกมากมายสำหรับเรื่องนี้" อู๋ฮ่าวตอบรับด้วยรอยยิ้ม
"แล้วถ้าเราต้องการการดูแลแบบเดียวกับอาลีล่ะ?" พี่หม่าจ้องมองเขาแล้วถามจี้
เมื่อได้ยินคำพูดของพี่หม่า อู๋ฮ่าวก็ขมวดคิ้วและอดที่จะครุ่นคิดไม่ได้ ตอนแรกเพื่อดึงดูดให้อาลีเข้ามา เขาได้รับปากเงื่อนไขพิเศษบางอย่างไปจริงๆ แต่ตอนนั้นมันเพิ่งเริ่มต้น สถานการณ์ตอนนี้ย่อมเอาไปเปรียบเทียบกับตอนนั้นไม่ได้แน่นอน
อย่างไรก็ตาม หากสามารถให้เพนกวินเข้ามาได้ ด้านหนึ่งจะช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับเนื้อหาในแพลตฟอร์ม อีกด้านหนึ่งก็เป็นการสกัดกั้นอาลีไปในตัว และพี่หม่าคงมองเห็นจุดนี้อย่างไม่ต้องสงสัย ถึงได้ยื่นข้อเสนอแบบนี้กับเขา
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียแล้ว อู๋ฮ่าวก็หันไปพูดกับพี่หม่าที่รออยู่อย่างจริงจังว่า: "โดยหลักการแล้วผมตกลงครับ แต่เงื่อนไขความร่วมมือบางอย่างจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนแบบเฉพาะเจาะจง เรื่องนี้ให้ทีมงานของทั้งสองฝ่ายมาเจรจากัน
แต่เพื่อไม่ให้เกิดปฏิกิริยาตอบโต้ที่รุนแรงจากฝั่งอาลี และเพื่อรักษาความเสถียรของระบบช้อปปิ้งอัจฉริยะทั้งหมด ส่วนลดและการสนับสนุนที่เราจะให้พวกคุณ จะทำได้แค่เสมอภาคกับทางอาลีเท่านั้น
คุณน่าจะรู้ดีว่าทางอาลีไม่อยากให้พวกคุณเข้ามามากๆ ดังนั้นพวกเขาจะต้องกดดันเราอย่างหนักเพื่อขัดขวางไม่ให้พวกคุณเข้ามาได้อย่างราบรื่นแน่นอน
และเรากับทางอาลีก็เป็นพันธมิตรที่มีความร่วมมือกันระยะยาว การปล่อยให้คู่แข่งรายใหญ่อย่างพวกคุณเข้ามา ย่อมกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทเราทั้งสองแห่งอย่างไม่ต้องสงสัย"
เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋ฮ่าว พี่หม่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้าตอบ: "กลับไปผมจะจัดทีมงานเดินทางไปที่เมืองอันซี หวังว่าจะสามารถสรุปความร่วมมือได้โดยเร็วที่สุด
ในเมื่อพวกคุณต้องการขยายแพลตฟอร์มเครือข่ายใหญ่ทั้งสองนี้ให้เติบโต ก็จำเป็นต้องดึงดูดบริษัทต่างๆ เข้ามามากขึ้น ไม่ใช่พึ่งพาแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ไม่ว่าอดีตจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยบนแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างเช่นนี้ พวกคุณต้องวางตัวให้เป็นกลาง"
"วางใจได้ครับ นี่เป็นจรรยาบรรณวิชาชีพที่เราต้องยึดถือ การทำลายมันจะส่งผลเสียต่อเราอย่างมากเช่นกัน" อู๋ฮ่าวตอบกลับอย่างหนักแน่น
พี่หม่ามองดูเขา แล้วพยักหน้า
เพนกวินไม่ได้ยืนกรานที่จะเข้าสู่ธุรกิจซอฟต์แวร์แชทในด้านโซเชียล ซึ่งทำให้อู๋ฮ่าวแปลกใจมาก ต้องรู้ก่อนว่าปัจจุบันในด้านซอฟต์แวร์แชทโซเชียลภายในประเทศ เพนกวินคือเจ้าตลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และระบบแชทที่ฮ่าวอวี่เทคโนโลยีเปิดตัวโดยอาศัยสองแพลตฟอร์มเครือข่ายใหญ่ ย่อมเป็นความท้าทายและภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงที่สุดต่อเพนกวิน
หรือว่าจะยอมแพ้ไปดื้อๆ แบบนี้?
อู๋ฮ่าวส่ายหน้า การจะให้เพนกวินยอมสละอำนาจผูกขาดในด้านนี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้แน่นอน ไม่เพียงแต่เป็นไปไม่ได้ เกรงว่าในอนาคตเพนกวินจะยิ่งเพิ่มมาตรการตอบโต้ และเพิ่มแรงกดดันรวมถึงการปิดล้อมซอฟต์แวร์แชทของอู๋ฮ่าวและพวกเขายิ่งขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตาม การเผชิญหน้าและการแข่งขัน หรือแม้แต่การต่อสู้นี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย แม้แต่ในช่วงที่เพนกวินและอาลีต่อสู้กันดุเดือดที่สุด ก็ไม่เคยตัดขาดความร่วมมือกัน
บางครั้งทั้งสองฝ่ายยังร่วมมือกันเพื่อรับมือกับคู่แข่งรายอื่นด้วยซ้ำ
สิ่งที่เรียกว่าผลประโยชน์ต้องมาก่อน เมื่ออยู่ต่อหน้าผลประโยชน์ มีอะไรที่คุยกันไม่ได้บ้างล่ะ
สำหรับเพนกวินแล้ว แม้ธุรกิจการสื่อสารแบบเรียลไทม์จะสำคัญ แต่ก็เป็นเพียงส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในบรรดาธุรกิจมากมายของพวกเขา เมื่อก่อนอาจจะสำคัญมาก แต่หลังจากธุรกิจความบันเทิงแบบครบวงจร (Pan-entertainment) เติบโตขึ้น ด้านนี้ก็ไม่ได้สำคัญที่สุดขนาดนั้นอีกต่อไป
และเมื่อเผชิญกับการผงาดขึ้นอย่างแข็งแกร่งของสองแพลตฟอร์มเครือข่ายอัจฉริยะของอู๋ฮ่าวและทีมงาน รวมถึงบริษัทมากมายที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพนกวินจะทนนิ่งเฉยไม่เข้าไปขอแบ่งเค้กสักชิ้นได้อย่างไร
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกมและอุตสาหกรรมบันเทิง ซึ่งเป็นจุดแข็งของเพนกวินอยู่แล้ว แต่การเจรจากับฮ่าวอวี่เทคโนโลยีที่ผ่านมายังไม่บรรลุผล จึงยังค้างคากันอยู่
แต่เมื่อเห็นเพื่อนร่วมวงการรายอื่นแห่กันเข้ามา และมีแนวโน้มการเติบโตที่รุนแรง ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พี่หม่าและผู้บริหารระดับสูงของเพนกวินก็นั่งไม่ติด หลังจากหารือกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพนกวินจึงตัดสินใจผ่อนคลายความสัมพันธ์กับฮ่าวอวี่เทคโนโลยีชั่วคราว และเป็นฝ่ายเริ่มแสวงหาความร่วมมือในด้านอื่นๆ ส่วนเรื่องโซเชียลแชทที่มีข้อโต้แย้งมากที่สุด ค่อยคุยกันทีหลัง
แต่ถึงกระนั้น ในบางด้านทั้งสองฝ่ายก็ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ เพราะความเห็นต่างที่ค่อนข้างมากในบางเรื่อง ทำให้เกิดการโต้เถียงกันหลายครั้งในระหว่างความร่วมมือช่วงนี้
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมครั้งนี้พี่หม่าถึงกระตือรือร้นกับเขามากขนาดนี้ ด้านหนึ่งก็เพื่อผูกมิตร อีกด้านหนึ่งก็เพื่อใช้โอกาสนี้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับเขาอย่างจริงจัง เพื่อพยายามแก้ไขความขัดแย้งและข้อพิพาทระหว่างกันโดยตรง
แต่จากปฏิกิริยาของอู๋ฮ่าว ด้านอื่นๆ นั้นคุยง่าย แต่ในด้านโซเชียลแชท ท่าทีของเขาแข็งกร้าวมาก
เรื่องนี้ทำให้พี่หม่าผิดหวังมาก ดูท่าการต่อสู้คงต้องดำเนินต่อไป
คนที่ทำธุรกิจด้านโซเชียลแชทมาหลายสิบปีอย่างเขา รู้ดีถึงความสำคัญและผลกำไรมหาศาลของอุตสาหกรรมนี้ สำหรับเนื้อก้อนโตขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นพี่หม่าหรือเพนกวิน ย่อมไม่ยอมแพ้ไปง่ายๆ แน่นอน
และสำหรับอู๋ฮ่าวแล้ว เพนกวินที่เป็นเจ้าตลาดในด้านโซเชียลแบบเบ็ดเสร็จเช่นนี้ จำเป็นต้องป้องกันเป็นพิเศษ หากปล่อยให้อีกฝ่ายหาโอกาสได้และเติบโตขึ้นมา การจะจัดการทีหลังคงยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา
แน่นอนว่า นี่เป็นเพียงเรื่องภายในสองแพลตฟอร์มเครือข่ายอัจฉริยะเท่านั้น ในโลกอินเทอร์เน็ตแบบดั้งเดิม เพนกวินยังคงเป็นเจ้าตลาดที่ทรงพลังในอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตภายในประเทศ
ดังนั้นในเรื่องนี้ อู๋ฮ่าวจึงไม่กล้าประมาทอย่างแน่นอน
ไม่ใช่แค่เพนกวิน การร่วมมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ล้วนต้องระมัดระวังตัวให้มาก มิฉะนั้นหากถูกอีกฝ่ายหาจุดอ่อนเจอ ก็อาจจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบได้อย่างแท้จริง
-------------------------------------------------------
บทที่ 887 : ในความคาดหมายและนอกเหนือความคาดหมาย
หิมะยิ่งตกยิ่งหนัก เมืองโบราณทั้งเมืองถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน
อู๋ฮ่าวและพี่เสี่ยวหม่าจำต้องยุติการเดินเล่นท่ามกลางหิมะ และแยกย้ายกันกลับไปยังโรงแรมที่พัก
หลังจากอาบน้ำและวิดีโอคอลคุยกับหลินเวยอยู่ครู่หนึ่ง อู๋ฮ่าวก็เข้านอนทันที การเดินทางมาจากปักกิ่งโดยไม่ได้หยุดพัก อีกทั้งยังต้องเข้าร่วมการประชุมและงานเลี้ยงต้อนรับอย่างต่อเนื่อง แถมยังคุยกับเหล่าหม่าและพี่เสี่ยวหม่าอยู่นานสองนาน ต่อให้เขายังหนุ่มแน่นแค่ไหน ก็ย่อมรู้สึกเหนื่อยล้าเป็นธรรมดา
ดังนั้น พอหัวถึงหมอนเขาก็หลับเป็นตายไปจนกระทั่งถูกนาฬิกาปลุกปลุกให้ตื่นในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยที่ไม่ได้ฝันอะไรเลยตลอดคืน
เมื่อลุกขึ้นล้างหน้าแปรงฟัน อู๋ฮ่าวถึงได้สังเกตเห็นว่าหิมะด้านนอกหยุดตกแล้ว และเจ้าหน้าที่ดูแลเมืองโบราณกำลังจัดระเบียบคนงานเพื่อกวาดหิมะ
ชั้นหิมะที่หนาเตอะบนพื้นเพิ่มความยากลำบากในการกวาดหิมะอย่างไม่ต้องสงสัย และยังแสดงให้เห็นว่าหิมะเมื่อคืนนี้ตกหนักเพียงใด
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลายครั้ง อู๋ฮ่าวเปิดประตูออกไป ก็พบว่าเสิ่นหนิง เลขาฯ ของเขายืนถือเสื้อโค้ทวิรออยู่ด้านนอกแล้ว
"ประธานอู๋คะ เมื่อสักครู่เลขาฯ ของประธานหม่าโทรมาถามว่าท่านตื่นหรือยัง ประธานหม่าเชิญท่านไปทานอาหารเช้าด้วยกันค่ะ" เสิ่นหนิงเดินเข้ามาในห้องแล้วกล่าวกับอู๋ฮ่าว
อู๋ฮ่าวพยักหน้ารับเมื่อได้ยินดังนั้น จากนั้นก็หยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม "โทรกลับไปบอกว่าเดี๋ยวเราจะรีบไป"
ประธานหม่าที่เสิ่นหนิงพูดถึงย่อมไม่ใช่พี่เสี่ยวหม่าแน่นอน และในเวลานี้คนที่จะเชิญเขาทานอาหารเช้าได้ก็มีแต่เหล่าหม่าเท่านั้น
สำหรับคำเชิญของเหล่าหม่า อู๋ฮ่าวเองก็พอจะเดาจุดประสงค์ได้บ้าง คงหนีไม่พ้นต้องการหยั่งเชิงดูว่าเมื่อคืนพี่เสี่ยวหม่ามาหาเขาด้วยจุดประสงค์อะไร
หลังจากเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้าน อู๋ฮ่าวก็เดินทางไปยังร้านอาหารที่นัดหมายกับเหล่าหม่า ท่ามกลางการห้อมล้อมของทีมงาน
ยังคงเป็นที่นั่งริมหน้าต่างติดแม่น้ำ ทั้งสองคนนั่งลง
อันที่จริง บ้านเรือนในเมืองโบราณล้วนปลูกสร้างเรียงรายไปตามสองฝั่งแม่น้ำ ซึ่งนี่ก็คือเอกลักษณ์ของเมืองริมน้ำเจียงหนาน
เหล่าหม่ามองดูเมืองที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนนอกหน้าต่าง แล้วยิ้มพลางเอ่ยชมว่า "หิมะตกได้สวยงามจริง ๆ หิมะครั้งนี้ช่วยเติมความสุนทรีย์ให้กับเมืองโบราณแห่งนี้ได้ไม่น้อยเลย"
"จริงครับ การได้เห็นอีกมุมหนึ่งของเมืองริมน้ำเจียงหนานแบบนี้ เป็นเรื่องที่หาได้ยากมากจริง ๆ" อู๋ฮ่าวพยักหน้ากล่าว
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้น พนักงานเสิร์ฟก็นำอาหารเช้ามาเสิร์ฟ มีทั้งน้ำเต้าหู้ โจ๊กเปล่า ไข่ต้ม ซาลาเปา ปาท่องโก๋ และเครื่องเคียงอีกสองสามอย่าง
"มา ทานตอนร้อน ๆ เถอะ" เหล่าหม่าพูดพลางหยิบช้อนขึ้นมาตักโจ๊กทาน
อู๋ฮ่าวเห็นดังนั้นก็ยิ้มรับ ยกถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวขึ้นมา แล้วค่อย ๆ จิบน้ำเต้าหู้ น้ำเต้าหู้ที่โม่ด้วยมือนี้มีความละเอียดนุ่มนวลมาก ผ่านการต้มและกรองจนได้รสสัมผัสที่ยอดเยี่ยม ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำตาล รสดั้งเดิมแบบนี้แหละที่อร่อยที่สุด
เหล่าหม่าคีบเสี่ยวหลงเปาขึ้นมาทานลูกหนึ่ง พลางพูดกับอู๋ฮ่าวว่า "ได้ข่าวว่าเมื่อคืนพวกคุณคุยกันอยู่นานเลยนะ"
"ครับ" อู๋ฮ่าวพยักหน้าเรียบ ๆ แต่ในใจกลับบ่นอุบว่า มาแล้วสินะ
"ทำไม เขาขังไม่ถอดใจอีกเหรอ?" เหล่าหม่ายิ้มพลางเอ่ยถามเชิงเกลี้ยกล่อม
"ยังไงซะเพนกวิน (Tencent) ก็เป็นบริษัทใหญ่ พวกคุณจะกีดกันพวกเขาออกไปโดยสิ้นเชิงก็ไม่ได้หรอกนะ ต้องยอมรับว่าในบางด้านพวกเขาทำได้ยอดเยี่ยมมาก แม้แต่ทางอาลี (Alibaba) ของพวกเราเองยังต้องยอมแพ้"
ทว่าอู๋ฮ่าวกลับส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า "สองแพลตฟอร์มเครือข่ายอัจฉริยะจะต้องมีระบบบัญชีเพียงชุดเดียว จะมีชุดที่สองไม่ได้ครับ มิฉะนั้นจะทำให้การควบคุมดูแลแพลตฟอร์มของเราอ่อนแอลง จนเกิดปัญหาตามมาได้"
เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋ฮ่าว เหล่าหม่าก็พยักหน้าเห็นด้วย จริงอยู่ที่ตอนแรกพวกเขาก็เคยยืนกรานในเรื่องนี้ แต่จนใจที่ท่าทีของฝั่งอู๋ฮ่าวนั้นแข็งกร้าว จนทำให้พวกเขาต้องยอมถอย แต่ตอนนี้สถานการณ์ก็ถือว่าไม่เลว ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าทางเลือกของพวกเขาในตอนนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
"แล้วพี่เสี่ยวหม่ามีปฏิกิริยายังไง ไม่ได้โมโหใช่ไหม พูดตามตรงนะ ตั้งนานมานี้ผมยังไม่เคยเห็นเขาโมโหต่อหน้าคนอื่นเลย" เหล่าหม่าพูดหยอกล้อ
อู๋ฮ่าวอมยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบว่า "โมโหน่ะไม่โมโหหรอกครับ แต่สีหน้าดูไม่ดีเท่าไหร่ แต่ที่ผมคาดไม่ถึงคือ เขาเตรียมใจมาล่วงหน้าแล้ว เลยไม่ได้ดึงดันอะไร"
"ไม่ดึงดัน งั้นก็แสดงว่าจุดประสงค์ของเขาในครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่เรื่องนี้เหรอ?" เหล่าหม่ารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มระแวดระวังตัวขึ้นมาทันที
อู๋ฮ่าวพยักหน้า แล้วมองเหล่าหม่าพลางกล่าวว่า "ใช่ครับ เป้าหมายของพวกเขาในครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่แวดวงโซเชียลมีเดียและการสื่อสาร แต่เป็นด้านอื่น อย่างพวกภาพยนตร์ ความบันเทิง และอุตสาหกรรมเกม"
เมื่อได้ยินคำตอบของเขา เหล่าหม่าก็พยักหน้า "นั่นเป็นธุรกิจที่พวกเขามีความได้เปรียบ และเป็นธุรกิจหลักที่สร้างกำไรได้มหาศาลและเติบโตเร็วที่สุดของทางเพนกวิน
เพราะงั้นพอเห็นคู่แข่งแห่กันเข้ามาและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาก็คงจะร้อนใจเป็นธรรมดา เป็นเรื่องที่คาดเดาได้อยู่แล้ว"
อู๋ฮ่าวพยักหน้า "ถูกต้องครับ ข้อเสนอของพวกเขาคือให้พักเรื่องขัดแย้งไว้ก่อน แล้วมาร่วมมือกันในด้านอื่น ๆ ส่วนเรื่องที่ยังตกลงกันไม่ได้ ก็ค่อย ๆ แก้ปัญหากันไป"
"งั้นคุณต้องระวังตัวให้ดี อย่าเผลอตกหลุมพรางที่อีกฝ่ายวางเอาไว้ล่ะ" เหล่าหม่าตักโจ๊กเข้าปากต่อ
ฝ่ายอู๋ฮ่าวจ้องมองเหล่าหม่าแล้วเอ่ยว่า "นอกจากนี้ อีกฝ่ายยังหวังที่จะเข้าสู่แวดวงใหม่อีกด้วย"
"เกี่ยวกับพวกเราเหรอ?" เมื่อเห็นสายตาของอู๋ฮ่าว เหล่าหม่าก็วางช้อนลง หยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดปากแล้วเอ่ยถาม
อู๋ฮ่าวพยักหน้า มองเหล่าหม่าด้วยสีหน้าจริงจัง "พวกเขาต้องการเข้าสู่แวดวงการช้อปปิ้งอัจฉริยะ และผมก็ตอบตกลงไปแล้ว"
"หืม?" สีหน้าของเหล่าหม่าเคร่งเครียดขึ้นมา แต่หลังจากมองอู๋ฮ่าวแล้ว เขาก็ผ่อนคลายลงทันที "เขายื่นข้อเสนออะไรให้ล่ะ"
อู๋ฮ่าวส่ายหน้าเบา ๆ "ไม่ได้ยื่นข้อเสนออะไรครับ การเข้ามาของพวกเขาจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาวงการช้อปปิ้งอัจฉริยะโดยรวม ไปจนถึงการพัฒนาของสองแพลตฟอร์มเครือข่ายอัจฉริยะ ผมเลยตอบตกลง"
"เพื่อกันไม่ให้พวกเราผูกขาดตลาดเจ้าเดียวงั้นสิ?" เหล่าหม่ามองอู๋ฮ่าวแล้วถาม
อู๋ฮ่าวไม่ได้ตอบตรง ๆ แต่ตักโจ๊กกินพลางกล่าวว่า "ท่านน่าจะทราบดีว่า การที่วงการหนึ่งจะพัฒนาไปได้ การพึ่งพาบริษัทเพียงแห่งเดียวนั้นทำได้ยาก จำเป็นต้องดึงดูดกำลังจากหลายฝ่ายเข้ามา
มีแต่ต้องช่วยกันขยายเค้กก้อนนี้ให้ใหญ่ขึ้น ทุกฝ่ายถึงจะได้รับผลประโยชน์มากขึ้น"
"แล้วทำไมคุณถึงไม่ยอมให้ซอฟต์แวร์แชทและโซเชียลของพวกเขาเข้ามาด้วยล่ะ" เหล่าหม่ามองเขาอย่างหมั่นไส้
หึหึ อู๋ฮ่าวหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดกับเหล่าหม่าต่อว่า "นอกจากนี้ เราจะอนุญาตให้ระบบการชำระเงินของเพนกวินเข้ามาด้วยครับ"
เหล่าหม่าหรี่ตาลงเมื่อได้ยินดังนั้น แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้มองเขา "นี่คุณไม่ไว้ใจพวกเราสินะ"
อู๋ฮ่าวยิ้มและจิบน้ำเต้าหู้อีกอึกหนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า "ตอนที่เราเซ็นสัญญาความร่วมมือกัน ผมเคยบอกท่านไปแล้วว่า ด้านนี้ไม่มีทางผูกขาดได้ และก็ไม่ควรผูกขาดด้วย ศักยภาพของอีกฝ่ายมีอยู่จริง เราจะทำเมินเฉยไม่ได้หรอกครับ"
เมื่อเห็นสีหน้าบึ้งตึงของเหล่าหม่า อู๋ฮ่าวก็ยิ้มปลอบใจว่า "แต่ท่านวางใจเถอะครับ มาตรการสิทธิพิเศษต่าง ๆ สำหรับพวกคุณจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ทางอาลียังคงเป็นหุ้นส่วนและพันธมิตรที่สำคัญของเราเสมอ เราให้ความสำคัญกับมิตรภาพที่มีต่อพวกคุณมากครับ"
"คุณปฏิบัติต่อเพื่อนแบบนี้เหรอ" เหล่าหม่าสวนกลับ
พอเห็นเหล่าหม่าเอ่ยปากต่อว่า อู๋ฮ่าวกลับรู้สึกโล่งใจขึ้นมา เขาหัวเราะแล้วกล่าวว่า "แม้แต่พี่น้องแท้ ๆ เรื่องเงินทองยังต้องคิดบัญชีให้ชัดเจนเลยครับ อีกอย่าง นี่ก็เพื่อเร่งและผลักดันการพัฒนาของสองแพลตฟอร์มเครือข่ายนี้ให้ดียิ่งขึ้นด้วยครับ"