- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 880 : มื้ออาหารที่แพงที่สุด | บทที่ 881 : หญ้าต้นเดียวสั่นกระดิ่ง
บทที่ 880 : มื้ออาหารที่แพงที่สุด | บทที่ 881 : หญ้าต้นเดียวสั่นกระดิ่ง
บทที่ 880 : มื้ออาหารที่แพงที่สุด | บทที่ 881 : หญ้าต้นเดียวสั่นกระดิ่ง
บทที่ 880 : มื้ออาหารที่แพงที่สุด
พวกเขาหาร้านอาหารแห่งใหม่ได้แล้ว และยังคงเป็นที่นั่งริมหน้าต่างติดแม่น้ำเช่นเคย ทุกคนนั่งลง เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนพวกเขา เจ้าของร้านจึงรีบปิดประตูไม้หน้าร้านตั้งแต่เนิ่นๆ พร้อมแขวนป้ายแจ้งหยุดให้บริการ
ภายในร้านไม่มีเครื่องทำความร้อน แต่มีเตาผิงอยู่หนึ่งเตา จึงยังถือว่าค่อนข้างอบอุ่น
ทุกคนประคองถ้วยชาร้อนไว้ในมือ แล้วหันหน้ามองออกไปด้านนอกอย่างเงียบๆ มองเกล็ดหิมะที่ค่อยๆ โปรยปรายลงมา
"เกี๊ยวน้ำมาแล้วครับ!"
เห็นเพียงเจ้าของร้านยิ้มร่า ยกถาดไม้เดินเข้ามา บนถาดมีชามกระเบื้องเคลือบสีขาววางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบหกใบ ภายในคือเกี๊ยวที่กำลังส่งควันร้อนฉุย
"มาครับ เกี๊ยวน้ำสามสหาย เชิญชิมกันช้าๆ นะครับ ยังมีซาลาเปาน้ำซุปอีก เดี๋ยวตามมาครับ!" เจ้าของร้านส่งชามเกี๊ยวไปตรงหน้าทุกคนพลางแนะนำอย่างกระตือรือร้น
ในฐานะร้านเก่าแก่ในท้องถิ่น งานประชุมสุดยอดจัดมาตั้งหลายปีแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่มีเถ้าแก่ใหญ่มาเยือนร้านเล็กๆ ของเขามากมายขนาดนี้ เจ้าของร้านจึงดีใจเป็นธรรมดา ในแง่หนึ่งก็ดีใจที่ได้เห็นคนดังมากมายขนาดนี้ แต่อีกแง่หนึ่ง แน่นอนว่าย่อมมีจุดประสงค์แอบแฝงเล็กน้อย
"ขอบคุณครับเถ้าแก่!" ทุกคนมองดูเกี๊ยวร้อนๆ ก็รู้สึกเจริญอาหารขึ้นมาทันที จึงรีบยิ้มและกล่าวขอบคุณเจ้าของร้าน
"ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องเกรงใจครับ พวกคุณมาที่ร้านเรา ก็ถือเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับพวกเราแล้ว" เจ้าของร้านรีบโบกมือปฏิเสธ จากนั้นดวงตาก็เป็นประกาย รีบล้วงโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่หุ้มด้วยเคสกันกระแทกหนาเตอะออกมา แล้วยิ้มประจบพลางพูดกับทุกคนว่า
"เอ่อ เถ้าแก่ทุกท่านครับ ขอถ่ายรูปด้วยกันสักใบได้ไหมครับ"
ฮ่าๆๆๆ...
ทุกคนที่เพิ่งหยิบช้อนเตรียมจะลงมือทานเมื่อได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะออกมาทันที พร้อมกับวางช้อนลงและพยักหน้า
โดยปกติแล้วคำขอเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ พวกเขาไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว สำหรับพวกเขาแล้วมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แม้ว่าสำหรับคนธรรมดา พวกเขาจะดูดูลึกลับและเข้าถึงยาก
แต่ในความเป็นจริงพวกเขาก็เป็นคนธรรมดา ยิ่งคนที่มีความสามารถและมีชื่อเสียง กลับยิ่งเป็นกันเอง
ส่วนพวกที่ชอบวางท่าทำตัวสูงส่ง ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่เศรษฐีใหม่ ก็พวกใจเสาะเปราะบาง และเป็นคนที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงเท่าไหร่
"มาครับ หนึ่ง สอง สาม!"
ทุกคนส่งรอยยิ้มให้กล้อง แม้กระทั่งเหล่าหม่าและเสวี่ยปิงยังชูนิ้วโป้งขึ้นมา ดูท่าทางจะมีประสบการณ์หรือเชี่ยวชาญในการถ่ายรูปหมู่แบบนี้เป็นอย่างดี ส่วนอู๋ฮ่าวเพียงแค่ส่งยิ้มจางๆ ให้กล้องเท่านั้น
"โอเคครับ ขอบคุณเถ้าแก่ทุกท่านครับ เรายังมีขนมขึ้นชื่อของตำบล ขนมติ้งเซิ่ง เดี๋ยวผมจัดมาให้สักจานนะครับ" เจ้าของร้านถือโทรศัพท์มือถือราวกับได้สมบัติล้ำค่า พูดกับทุกคนอย่างมีความสุข
เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่าหม่าก็โบกมือแล้วพูดว่า "ขนมไม่ต้องหรอกครับ ขอเต้าหู้เหม็นสักจานเถอะ"
"ได้ครับ เดี๋ยวรีบยกมาให้ เต้าหู้เหม็นร้านเราใช้น้ำหมักสูตรดั้งเดิม รสชาติแท้แน่นอนครับ" เจ้าของร้านรับคำ แล้วรีบวิ่งแจ้นออกไปอย่างกระตือรือร้น
เต้าหู้เหม็นไม่ได้มีแค่ที่เซียงหูเท่านั้น ในแถบเจียงหนานก็นิยมมากเช่นกัน และต่างจากเต้าหู้เหม็นของเซียงหู เต้าหู้เหม็นแถบเจียงหนานก็มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
เมื่อเห็นเจ้าของร้านออกไปแล้ว เหล่าหม่าก็หยิบช้อนขึ้นมาแล้วยิ้มว่า "มา ลองชิมเกี๊ยวที่นี่ดู ได้ยินว่ารสชาติใช้ได้เลยทีเดียว"
อู๋ฮ่าวใช้ช้อนคนเกี๊ยวไปมา แล้วตักขึ้นมาลูกหนึ่ง ส่งเข้าปาก กัดเบาๆ เพียงคำเดียว แป้งเกี๊ยวที่บางเบาราวกับปีกจักจั่นห่อหุ้มไส้ที่มีกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งปาก บวกกับความร้อนในฤดูหนาวแบบนี้ ทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที
"ไม่เลว ไม่เลว รสชาติดีมาก!" เสี่ยวหม่าพยักหน้า แม้ว่าเจียงหนานกับหลิ่งหนานจะอยู่ไม่ไกลกันนัก แต่นิสัยการกินก็ยังมีความแตกต่างกันมาก การที่คนหลิ่งหนานแท้ๆ อย่างเสี่ยวหม่าเอ่ยปากชมได้ แสดงว่ารสชาติต้องดีจริงๆ
"ซาลาเปามาแล้วจ้า!"
เห็นเพียงเจ้าของร้านนำเด็กสาววัยสิบแปดสิบเก้าปีที่สวมแว่นตา AR อัจฉริยะ ยกซาลาเปาและเต้าหู้เหม็นเข้ามา
ซาลาเปาเป็นแบบเสี่ยวหลงเปาน้ำซุป ในเข่งไม้ไผ่มีซาลาเปาขนาดเท่าหัวกระเทียมวางเรียงรายอยู่อย่างเป็นระเบียบ ส่งควันร้อนฉุย
ส่วนเต้าหู้เหม็นนั้น หลังจากทอดเสร็จแล้วราดด้วยน้ำซอส กลิ่นไม่เหม็นเท่าไหร่แล้ว มีเพียงกลิ่นเฉพาะตัวบางอย่าง และยังหอมอีกด้วย
หลังจากทักทายทุกคนแล้ว เจ้าของร้านก็ลากเด็กสาวที่ยังคงชะเง้อมองและดูเหมือนอยากจะลองทำอะไรบางอย่างออกไป
ทุกคนยิ้มเล็กน้อย แน่นอนว่ารู้ว่าเด็กสาวคนนี้ต้องการจะทำอะไร แต่เมื่อเธอไม่ได้เอ่ยปาก ทุกคนก็คงไม่เสนอตัวก่อนเป็นแน่
"มา มาทานซาลาเปากัน!" เหล่าหม่าพูดพลางเป็นคนแรกที่คีบซาลาเปาขึ้นมาเริ่มทาน
อู๋ฮ่าวที่มัวแต่คุยในงานเลี้ยง ก็ใช้ตะเกียบคีบซาลาเปาลูกหนึ่ง จุ่มลงในถ้วยน้ำส้มสายชู แล้ววางลงในช้อน ก่อนจะส่งเข้าปาก
ซาลาเปาน้ำซุปแบบนี้ เวลากินต้องมีเทคนิค ถ้ากินเหมือนซาลาเปาทั่วไป รับรองว่าต้องเจ็บตัวแน่ เมื่อก่อนตอนอยู่มหาวิทยาลัย เขาโดนน้ำซุปในซาลาเปาลวกปากมาไม่น้อย
ส่วนด้านนอกห้องส่วนตัว เด็กสาวเมื่อสักครู่นี้
ถือตัวเครื่องแว่นตา AR อัจฉริยะด้วยสีหน้าเสียดาย โอกาสเมื่อกี้ช่างหายากเหลือเกิน ถ้าได้คุยด้วยสักคำ หรือถ่ายรูปคู่ด้วยก็คงดี เวยป๋อกับบัญชีวิดีโอสั้นของเธอคงจะดังระเบิดไปแล้ว
แต่ไม่มีโอกาสแล้ว พ่อของเธอสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้เข้าไปรบกวนอีก
เธอมองดูวิดีโอที่บันทึกไว้ด้วยแว่นตา AR อัจฉริยะเมื่อครู่ และรูปถ่ายรวมที่ขอมาจากพ่อ
ดวงตาของเด็กสาวเป็นประกาย รีบทำการตัดต่ออย่างง่ายๆ แล้วอัปโหลดลงในบัญชีของตัวเองทันที
หัวข้อคือ "สัมผัสใกล้ชิดกับเหล่าบิ๊กบอสแบบระยะเผาขน" พร้อมติดแฮชแท็กคำค้นยอดฮิตของงานประชุมสุดยอดและหัวข้อที่เกี่ยวข้อง
งานประชุมสุดยอดในทุกๆ ปีมักจะดึงดูดความสนใจของชาวเน็ตจำนวนมาก ปีนี้ก็ไม่ต่างกัน ดังนั้นเมื่อวิดีโอและรูปภาพนี้ถูกเผยแพร่ลงบนอินเทอร์เน็ต ก็ดึงดูดชาวเน็ตเข้ามามุงดูทันที
"มาแล้ว มาแล้ว ภาพโต๊ะอาหารที่แพงที่สุดประจำปีโผล่มาอีกแล้ว"
"ใช่เลย รูปนี้เรียกได้ว่าเป็นโต๊ะอาหารระดับล้านล้านหยวน แค่ทรัพย์สินของเหล่าหม่ากับเสี่ยวหม่า รวมกับเสวี่ยปิง หลี่เฟยหง แล้วก็เถาเจิ้งหยางผู้คมในฝัก รวมถึงม้ามืดที่เพิ่งผงาดอย่างอู๋ฮ่าว ทรัพย์สินของคนทั้งโต๊ะนี้รวมกันน่าจะทะลุล้านล้านไปแล้ว"
"ล้านล้านแน่นอน แค่สองหม่า (เหล่าหม่า+เสี่ยวหม่า) รวมกันก็เจ็ดแสนล้านแล้ว แล้วเสวี่ยปิงกับหลี่เฟยหงและเถาเจิ้งหยางรวมกันอีกสองแสนล้าน แล้วก็อู๋ฮ่าว แม้ว่าตอนนี้ฮ่าวอวี่เทคโนโลยียังไม่เข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่จากการประเมินค่าของภายนอก อย่างน้อยก็สามสี่แสนล้าน ดังนั้นเกินล้านล้านไม่มีปัญหาแน่นอน"
"โอ้โห แค่ทรัพย์สินของคนโต๊ะนี้ ก็เทียบเท่ากับสิบกว่าประเทศได้เลยนะเนี่ย"
"สิบกว่าประเทศ นายดูถูกกันเกินไปแล้ว อย่างน้อยต้องหลายสิบประเทศต่างหาก
ไม่ต้องพูดถึงทรัพย์สินส่วนตัวหรอก เอาแค่มูลค่าตลาดของบริษัทที่พวกเขาดูแลอยู่ ก็ติดอันดับต้นๆ ของรายชื่อประเทศทั่วโลกแล้ว อย่างอื่นไม่พูดถึง อย่างน้อยๆ ก็เท่ากับรัสเซีย หรือเกาหลีใต้ได้เลยแหละ"
"นี่สิถึงจะเรียกว่าร่ำรวยระดับประเทศของจริง นายทุนผู้ชั่วร้าย"
"อย่ามีอคติกับคนรวยเลย ตอนที่คุณมีทรัพย์สินมากขนาดนั้น คุณก็จะไม่คิดแบบนี้หรอก หรือจะบอกว่าเมื่อคุณมีทรัพย์สินและสินทรัพย์ระดับหนึ่ง คุณก็จะไม่คิดแบบนี้แล้ว ในโลกนี้ยังมีคนอีกมากที่ด้อยกว่าคุณ
ในขณะที่คุณเกลียดชังเศรษฐีเหล่านั้น หารู้ไม่ว่ามีคนอีกมากที่กำลังเกลียดชังคุณอยู่เหมือนกัน"
"ยังไงฉันก็ไม่ชอบพวกเศรษฐีตัวเป้งพวกนี้ ขี้เหนียวชะมัด กินแค่เกี๊ยวน้ำกับซาลาเปาน้ำซุป ขี้งกจริงๆ"
"ดูน่ากินจัง ดึกป่านนี้แล้วมาโพสต์ยั่วของกิน เรียกรถทัวร์ชัดๆ (น่าหมั่นไส้มาก)"
"กรี๊ดดด อู๋ฮ่าวหล่อมาก!"
"ใช่เลย พอมีไอ้พวกหน้าแก่เลี่ยนๆ พวกนี้มาช่วยขับเน้น อู๋ฮ่าวก็ยิ่งดูหล่อระเบิดระเบ้อไปเลย"
"พูดจาอะไรเนี่ย ต่อให้ไม่มีหน้าแก่ๆ พวกนั้น เขาก็หล่อมากอยู่แล้วย่ะ"
"รักเลย รักเลย สมกับที่เป็นสามีของฉันจริงๆ"
"ฝันกลางวันอยู่เหรอ อย่างเขาเนี่ยนะจะมามองเธอ"
"ชักดาบออกมาดวลกันเดี๋ยวนี้!"
......
-------------------------------------------------------
บทที่ 881 : หญ้าต้นเดียวสั่นกระดิ่ง
ติ๊ดๆ!
โทรศัพท์มือถือที่เหล่าหม่าวางไว้บนโต๊ะส่งเสียงดังขึ้นกะทันหัน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะยิ้มให้ทุกคนแล้วพูดว่า "แม่สาวน้อยที่เข้ามาเมื่อกี้ โพสต์วิดีโอและรูปถ่ายของพวกเราลงเน็ตไปแล้ว ตอนนี้ขึ้นฮอตเสิร์ชอีกแล้ว"
ฮ่าๆๆๆ... ทุกคนได้ยินดังนั้นก็พากันหัวเราะ นี่เป็นเรื่องที่น่าหนักใจจริงๆ ด้วยการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของสื่อโซเชียล เดี๋ยวนี้ขอแค่พวกเขาปรากฏตัวในที่สาธารณะ ก็จะถูกประชาชนจับภาพได้ทันที แล้วก็นำไปโพสต์ลงอินเทอร์เน็ต
ทำให้ทุกคนแทบจะไม่มีพื้นที่ส่วนตัวเลย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนดังจำนวนมากถึงยอมไปอยู่ต่างประเทศ
"ของพวกคุณนี่มีข้อเสียตรงนี้แหละ ง่ายต่อการถ่ายรูปและอัดวิดีโอคนอื่นโดยไม่รู้ตัวจริงๆ" เหล่าหม่าวางมือถือลง แล้วหยิบช้อนขึ้นมากินเกี๊ยวต่อ
ส่วนเสี่ยวหม่าเกอนั้น กลับให้ความสนใจไปที่ประเด็นอื่น "วิธีการถ่ายรูปและวิดีโอที่รวดเร็วแบบนี้ เป็นทั้งจุดเด่นและจุดด้อยของแว่นตา AR อัจฉริยะรุ่นนี้ของคุณ พฤติกรรมการแอบถ่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วนำไปโพสต์ลงเน็ต จะก่อให้เกิดปัญหาตามมาหรือไม่
นอกจากนี้ วิธีการถ่ายภาพและวิดีโอที่รวดเร็วแบบนี้ จะทำให้เกิดวิดีโอที่ผิดกฎหมายและลามกอนาจารจำนวนมากหรือไม่ พวกคุณจัดการกับปัญหานี้อย่างไร"
พูดง่ายๆ ก็คือ จุดที่เสี่ยวหม่าเกอให้ความสนใจยังคงเป็นเรื่องของการตรวจสอบเนื้อหา ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน และเป็นสิ่งที่แพลตฟอร์มเนื้อหาและบริษัทข้อมูลข่าวสารทุกแห่งต้องเผชิญ
อย่างทางเพนกวิน (Tencent) ก็เจอปัญหานี้ และรุนแรงมาก แทบทุกปีต้องทุ่มเทความพยายามอย่างมากในการจัดการ และทุกปีก็จะถูกประชาชนวิพากษ์วิจารณ์เพราะเหตุการณ์ทำนองนี้
ดังนั้นวันนี้พอได้ยินเหล่าหม่าบ่นเรื่องนี้ เขาจึงให้ความสนใจขึ้นมาทันที ก็จริง วิธีการถ่ายภาพและวิดีโอที่รวดเร็วสะดวกสบายเช่นนี้ ย่อมต้องก่อให้เกิดวิดีโอและรูปภาพที่ละเมิดกฎจำนวนมหาศาลอย่างแน่นอน
แต่จนถึงตอนนี้ ดูเหมือนจะยังไม่ค่อยมีข่าวหลุดออกมาว่า สองแพลตฟอร์มเครือข่ายใหญ่ของเฮ่าอวี่เทคโนโลยีเกิดปัญหาในด้านนี้ เขาจึงรู้สึกสงสัยมาก
อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็วางช้อนลง ดึงกระดาษทิชชู่มาเช็ดปาก แล้วยิ้มพลางกล่าวว่า "ความจริงแล้วตอนที่เราออกแบบผลิตภัณฑ์ตัวนี้ เราก็ได้พิจารณาปัญหานี้ไว้แล้วครับ
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการแอบถ่ายที่ละเมิดกฎ เราได้ติดตั้งมาตรการป้องกันไว้สองชั้น ชั้นแรก ในขณะที่ถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอ ไฟสถานะที่อยู่ด้านข้างแว่นจะกะพริบอย่างรวดเร็ว จุดนี้ขอแค่สังเกตสักนิด อีกฝ่ายก็จะสามารถรับรู้ได้
ในตอนนั้นหากผู้ถูกถ่ายรู้สึกว่าสิทธิของตนถูกละเมิด หรือไม่ต้องการให้ถ่ายรูป ก็สามารถเข้าไปเจรจาได้
หรือสามารถใช้ฟังก์ชันนามบัตรของแว่นตา AR อัจฉริยะ ฝากข้อความถึงอีกฝ่ายเพื่อแจ้งให้ทราบได้
ประการที่สอง การใช้แว่นตา AR อัจฉริยะรุ่นนี้ในการถ่ายภาพและวิดีโอ จะมีการแจ้งเตือนความเสี่ยงปรากฏขึ้น เช่น เตือนผู้ใช้ว่าเนื้อหาที่เขาถ่ายอาจมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือผิดกฎระเบียบ โปรดใช้งานด้วยความระมัดระวัง เป็นต้น
และสุดท้ายคือกลไกการตรวจสอบทางเครือข่าย เราได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยตรวจสอบ และทำการฝึกฝนให้มันเรียนรู้ที่จะปรับตัว มันไม่เหมือนกับกลไกการตรวจสอบแบบเถรตรงทั่วไปที่ใช้มาตรฐานเดียววัดทุกอย่าง
แต่จะใช้มาตรการที่ยืดหยุ่นตามเนื้อหา
ความจริงแล้ว ปัจจุบันเราจัดการข้อมูลที่ผิดกฎระเบียบวันละกว่าสิบล้านรายการ ถ้าไม่ได้พึ่งพาระบบตรวจสอบด้วยปัญญาประดิษฐ์ชุดนี้ เกรงว่าสองแพลตฟอร์มเครือข่ายใหญ่คงล่มไปนานแล้ว"
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของอู๋ฮ่าว เหล่าหม่าและเสี่ยวหม่ามองหน้ากัน ต่างแสดงความสนใจออกมา เหล่าหม่าไม่กินต่อแล้ว หันมาถามอู๋ฮ่าวตรงๆ ว่า "ระบบชุดนี้พวกเราเอาไปใช้ได้ไหม"
อู๋ฮ่าวมองทั้งสองคน แล้วยิ้มพยักหน้าตอบว่า "แน่นอนครับ เพียงแต่ต้องมีการปรับแต่งให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการใช้งานของพวกคุณโดยเฉพาะ"
"งั้นขายให้เราสักชุดเถอะ" เสี่ยวหม่าเผยรอยยิ้มออกมา
อู๋ฮ่าวมองทั้งสอง แล้วยิ้มรับคำ "ได้ครับ เรื่องนี้ให้ลูกน้องไปคุยกันเถอะ ว่าจะเลือกรูปแบบความร่วมมือแบบไหน จะให้เราขายเคอร์เนล (Kernel) ระบบให้ แล้วพวกคุณรับไปปรับแต่งให้เข้ากันเอง หรือจะให้เราช่วยปรับแต่งให้จนเสร็จ"
ทั้งสองวิธีนี้มีข้อดีข้อเสียต่างกัน แต่สำหรับบริษัทใหญ่ที่หยิ่งในศักดิ์ศรีแบบนี้ พวกเขาย่อมเลือก หรือพูดได้ว่ามีความมั่นใจที่จะเลือกนำไปปรับแต่งเอง
เหตุผลมีมากมาย แต่เหตุผลหลักคือต้องการซึมซับและเรียนรู้เทคโนโลยี
ข้อนี้อู๋ฮ่าวย่อมรู้ดี แต่มีหรือที่เขาจะไม่มีไม้ตายหรือการเตรียมการไว้
เคอร์เนลระบบทุกตัวมีเอกลักษณ์เฉพาะ ต้องใช้รหัสยืนยันเฉพาะในการเปิดใช้งาน ไม่สามารถคัดลอก และยิ่งไม่สามารถแยกส่วนประกอบได้
ดังนั้นอู๋ฮ่าวจึงไม่ต้องกังวลว่า หลังจากที่อีกฝ่ายได้ของไปแล้วจะนำไปใช้ในทางที่ผิด คัดลอกวาง หรือแกะเพื่อเรียนรู้เทคโนโลยี
ถ้ามันง่ายดายขนาดนั้น ผ่านมาหลายปีขนาดนี้ แกนกลางระบบของพวกเขาก็คงถูกเจาะไปนานแล้ว
ทั้งสองได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า ส่วนหลี่เฟยหงเองก็ดูกระตือรือร้นอยากลองเช่นกัน เพราะพวกเขาก็เผชิญปัญหาเดียวกัน ถ้าสามารถแก้ไขได้ ก็คงจะดีไม่น้อย ดูท่ามาคราวนี้จะไม่เสียเที่ยว
"ผมสงสัยจริงๆ นายไปเอาเทคโนโลยีล้ำสมัยพวกนี้มาจากไหนเยอะแยะ" เหล่าหม่าถามเขา
เสี่ยวหม่าเกอที่อยู่ข้างๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย "ในเน็ตมีมุกตลกบอกว่า นายเคยถูกมนุษย์ต่างดาวจับตัวไป แล้วขโมยเทคโนโลยีของมนุษย์ต่างดาวหนีกลับมา"
ฮ่าๆๆๆ...
ทุกคนได้ยินก็หัวเราะร่า ตามความเข้าใจของทุกคน ต่างรู้ว่านี่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เป็นแค่คำพูดล้อเล่นขำขันเท่านั้น
"บางทีอาจจะเป็นไปได้จริงๆ ก็ได้นะครับ"
อู๋ฮ่าวยิ้มแล้วกล่าวว่า "จริงๆ แล้วนี่ไม่ใช่ผลงานของผมคนเดียว แต่เป็นผลงานของทุกคน ภายในบริษัทของเรามีสภาพแวดล้อมการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ตื่นตัวและสะดวกสบายมาก ขอแค่คุณมีไอเดีย มีความคิดริเริ่ม ก็มีสิทธิ์ยื่นขอเงินทุนสนับสนุนโครงการเฉพาะได้
ดังนั้นบรรยากาศการวิจัยภายในบริษัทจึงค่อนข้างดี ทุกวันจะมีบุคลากรด้านเทคนิคและการวิจัยนำเสนอไอเดียและแผนโครงการที่เหนือจินตนาการมากมาย
และคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีของเราจะทำหน้าที่ตรวจสอบโครงการเหล่านี้ และคัดเลือกโครงการที่มีความเป็นไปได้สูงและมีคุณค่า
โครงการที่ถูกคัดเลือกเหล่านี้จะถูกจัดลำดับตามความยากง่าย และจำนวนงบประมาณที่ต้องใช้ รวมถึงข้อกำหนดอื่นๆ แล้วบรรจุลงในแผนการวิจัยต่อไป
แน่นอน สำหรับนักวิจัยที่ไม่มีไอเดีย และบุคลากรด้านเทคนิคที่สนใจในโครงการเหล่านี้ หากต้องการเข้าร่วมทีมวิจัยโครงการที่ตนสนใจ ก็ต้องไปผ่านการสัมภาษณ์ภายใน เมื่อผ่านการประเมินจากการสัมภาษณ์แล้ว ก็จะสามารถเข้าร่วมทีมนั้นและร่วมกันพยายามได้"
เมื่อได้ยินการแนะนำของอู๋ฮ่าว เสี่ยวหม่าก็ใช้นิ้วขยับแว่นตา แล้วถามเขาว่า "ทีมวิจัยโครงการอิสระแบบนี้ แถมยังมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก พวกคุณไม่กลัวจะเหนื่อยเปล่าเหรอ ถ้าทีมพวกนี้ลาออกยกทีมไปเปิดบริษัทเอง หรือถูกคนอื่นซื้อตัวไป"
อู๋ฮ่าวยิ้มพลางส่ายหน้า "แน่นอนว่าเราก็มีความกังวลในเรื่องนี้ ดังนั้นเราจึงออกแบบมาตรการหลายอย่าง เพื่อรับประกันการดำเนินงานที่ปกติและมั่นคงของทีมวิจัยโครงการเหล่านี้
เช่น บุคลากรด้านเทคนิคและการวิจัยเหล่านี้ ล้วนเซ็นสัญญาห้ามประกอบธุรกิจแข่งขัน (Non-compete agreement) ซึ่งนี่เป็นข้อผูกมัดตัวพวกเขาเอง
ประการต่อมา เราให้ผลตอบแทนที่สูงมาก ไม่ใช่แค่เงินเดือน แต่ยังมีโบนัสและส่วนแบ่งผลกำไรต่างๆ
สาเหตุที่พนักงานส่วนใหญ่ลาออกในตอนนี้ ไม่พ้นเรื่องค่าตอบแทน และในเมื่อเราให้ค่าตอบแทนที่สูงพอ และมั่นคงมาก ในตอนที่คนเหล่านี้คิดจะลาออกก็จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียแล้ว
แรงต้านที่เจอไม่ได้มีแค่ในใจพวกเขาเอง แต่ยังมีคำทัดทานจากญาติมิตรคนรอบข้างด้วย อย่าดูถูกคนกลุ่มนี้นะครับ พวกเขามีอิทธิพลต่อทุกคนอย่างมหาศาล โดยเฉพาะกับคนหนุ่มสาว"