- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 876 : ยานอวกาศแบบเป่าลม | บทที่ 877 : มาร่วมกันสร้างเครื่องลิโธกราฟี
บทที่ 876 : ยานอวกาศแบบเป่าลม | บทที่ 877 : มาร่วมกันสร้างเครื่องลิโธกราฟี
บทที่ 876 : ยานอวกาศแบบเป่าลม | บทที่ 877 : มาร่วมกันสร้างเครื่องลิโธกราฟี
บทที่ 876 : ยานอวกาศแบบเป่าลม
การท่องเที่ยวอวกาศ? เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ทุกคนในที่ประชุมต่างก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น นี่อาจจะเป็นโครงการท่องเที่ยวที่แพงที่สุดในโลก และเป็นโครงการที่ทำกำไรได้มหาศาลที่สุดด้วย
และที่สำคัญกว่านั้น นี่คือสิ่งที่หลายคนต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้ ตัวอย่างเช่นมหาเศรษฐีในประเทศเราบางคน ก็เคยมีความปรารถนาและความฝันเช่นนี้ แต่น่าเสียดายที่ติดขัดด้วยอุปสรรคบางประการ ทำให้พวกเราถูกกีดกันให้อยู่วงนอกมาโดยตลอด
หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ มันจะเป็นการลงทุนที่ได้กำไรมหาศาล และเมื่อเทียบกับเรื่องเงินแล้ว นี่ถือเป็นทรัพยากรที่ดีเยี่ยมประเภทหนึ่ง เปรียบเหมือนคลับระดับไฮเอนด์ สิ่งที่พวกเขาแย่งชิงกันไม่ใช่แค่ค่าสมาชิก แต่คือทรัพยากรและคอนเนกชัน
"ปลอดภัยไหมครับ ผมหมายถึงยานอวกาศแบบเป่าลมเนี่ย?" เสี่ยวหม่าถามด้วยความกังวลเล็กน้อย
เมื่อได้ยินดังนั้น อู๋ฮ่าวก็หัวเราะเบาๆ: "จริงๆ แล้วก็เหมือนกับยานอวกาศและเครื่องบินอวกาศทั่วไปครับ ไม่มีทางที่จะปลอดภัยเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
เรารู้กันดีว่าเศษซากที่ลอยอยู่บนท้องฟ้านั้นโคจรรอบโลกด้วยความเร็วที่สูงมาก ไม่ว่าจะชนเข้ากับยานอวกาศแบบไหน ก็ทะลุได้ทั้งนั้น
ดังนั้น ในแง่ของความปลอดภัย ทั้งสองแบบนี้จึงไม่มีความแตกต่างกันมากนัก
ส่วนในด้านอื่นๆ ตัวยานทำขึ้นจากวัสดุโพลิเมอร์แบบชิ้นเดียวไร้รอยต่อ ซึ่งมีความแข็งแรงและเสถียรมาก เพียงพอที่จะรับมือกับสภาพแวดล้อมสุดขั้วในอวกาศได้"
พูดถึงตรงนี้ อู๋ฮ่าวก็จิบน้ำ แล้วกวาดสายตามองทุกคน ก่อนจะพูดต่อ: "ความจริงแล้ว ยานอวกาศแบบเป่าลม หรือจะเรียกว่าโมดูลแบบเป่าลมนี้ นอกจากจะใช้ขยายพื้นที่กิจกรรมของสถานีอวกาศแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญอีกอย่างหนึ่ง
มันสามารถกลายเป็นฐานส่วนหน้าสำหรับการลงจอดบนดวงจันทร์หรือดาวอังคารของพวกเราได้
เนื่องจากมันมีน้ำหนักเบา และเมื่อพับเก็บแล้วจะมีขนาดเล็ก จึงสามารถพกพาไปได้จำนวนมาก ในภารกิจหนึ่งครั้ง เราจึงสามารถส่งโมดูลแบบเป่าลมจำนวนมากไปยังดวงจันทร์หรือดาวอังคารได้
เมื่อโมดูลเหล่านี้ลงจอด เราสามารถใช้หุ่นยนต์บังคับระยะไกลจากภาคพื้นดินประกอบมันเข้าด้วยกันได้อย่างสะดวก เพื่อใช้เป็นจุดพักหรือฐานชั่วคราวสำหรับการลงจอดบนดวงจันทร์หรือดาวอังคารของมนุษย์"
เมื่อเห็นสีหน้าสนใจของทุกคน อู๋ฮ่าวก็ยิ้มและกล่าวว่า: "ทุกคนทราบดีว่า เนื่องจากระยะทางที่ไกลมาก การขนส่งวัสดุไปยังดวงจันทร์หรือแม้แต่ดาวอังคารนั้นยากลำบากและมีค่าใช้จ่ายสูงมาก
ดังนั้นโครงการสำรวจห้วงอวกาศของนานาประเทศในปัจจุบัน จึงมุ่งเน้นไปที่การหาวัสดุในพื้นที่ และลดการขนส่งให้น้อยที่สุด
ซึ่งเจ้าโมดูลแบบเป่าลมนี้เหมาะสมพอดี ไม่เพียงสะดวกต่อการขนส่งจำนวนมาก แต่ยังประกอบได้รวดเร็ว
ที่สำคัญคือ ราคาถูก ไม่ใช่แค่ต้นทุนการผลิตถูก แต่ค่าขนส่งก็ค่อนข้างถูกด้วย การขนส่งเพียงครั้งเดียวมักจะได้ปริมาณที่น่าพอใจมาก
นอกจากนี้ วัสดุโพลิเมอร์ชนิดนี้ยังสามารถใช้งานได้ในระยะยาว ซึ่งหมายความว่าเราสามารถใช้โมดูลแบบเป่าลมนี้สร้างฐานระยะยาวได้เลย
เมื่อพิจารณาถึงสภาพอากาศพิเศษบนดาวอังคาร ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคของเรายังได้เสนอแนวคิดหนึ่งขึ้นมา
นั่นคือการใช้โมดูลแบบเป่าลมนี้เป็นแกนชั้นใน แล้วผิวด้านนอกก็ใช้วัสดุในพื้นที่ โดยนำทรายที่พบทั่วไปบนดวงจันทร์หรือดาวอังคารมาใช้เทคโนโลยีแรงดันสูง อัดให้เป็นก้อนอิฐเพื่อทำเป็นผนังภายนอก
หรืออาจจะใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติของวงการก่อสร้าง เพื่อพิมพ์ผนังภายนอกออกมา
ด้วยเทคโนโลยีนี้ เราสามารถสร้างฐานประจำการระยะยาวบนพื้นผิวดวงจันทร์หรือดาวอังคารได้ง่ายมาก และด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่นักบินอวกาศของเราจะสามารถปฏิบัติภารกิจบนดวงจันทร์หรือดาวอังคารที่เกี่ยวข้องได้ โดยอาศัยฐานนี้เป็นที่พึ่งพิง เพื่อสร้างฐานถาวรที่แท้จริงต่อไป"
เมื่อได้ยินแผนการที่กล้าหาญเช่นนี้ แม้แต่ทุกคนในที่นี้ที่มีประสบการณ์โชกโชน สีหน้าก็ยังแสดงความตกตะลึงออกมาอย่างมาก
นี่มันจะจินตนาการล้ำเลิศเกินไปหน่อยไหม เพิ่งจะยิงจรวดเอง ก็วางแผนจะสร้างฐานประจำการบนดวงจันทร์และดาวอังคารเสียแล้ว
"แล้วผลตอบแทนล่ะ การลงทุนมหาศาลขนาดนี้ คงไม่ได้แค่ดึงดูดนักท่องเที่ยวใช่ไหม?" เซวี่ยปิงถามขึ้น
"แน่นอนว่าไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวครับ จริงๆ แล้วผลตอบแทนนั้นอู้ฟู่มาก"
อู๋ฮ่าวยิ้มและกล่าวว่า: "เริ่มจากการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพื้นที่ก่อนเลยครับ ถึงตอนนั้นเราสามารถเปิดทรัพยากรด้านนี้ให้แก่บริษัทวิจัยจำนวนมาก ดึงดูดให้พวกเขามาทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในอวกาศ
ต่อมา คือการร่วมมือกับมูลนิธิต่างๆ เพื่อดึงดูดนักวิทยาศาสตร์ให้เดินทางไปทำการทดลองในอวกาศ
และสุดท้าย คือทรัพยากรจากต่างดาว เช่น แร่ธาตุบนดวงจันทร์ อย่างที่เราทราบกันดีเรื่องทรัพยากรฮีเลียม-3 ซึ่งมีปริมาณมหาศาลบนดวงจันทร์
นอกจากนี้ บนดวงจันทร์ยังมีเหล็ก ทองแดง ทอง และแร่ธาตุอื่นๆ ที่อุดมสมบูรณ์ หรืออาจจะมีธาตุอีกหลายชนิดที่ไม่มีบนโลกของเรา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมีมูลค่ามหาศาลครับ"
"มันดูไกลตัวเกินไปหน่อย ตอนนี้ลงทุนไป ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะเห็นผลตอบแทน" หลี่เฟยหงส่ายหน้า
แม้จะสนใจโครงการนี้มาก แต่มันดูห่างไกลเกินไป และฟังจากคำอธิบาย โครงการนี้ผลาญเงินแน่นอน ด้วยสถานการณ์ของเชียนตู้ในตอนนี้ เกรงว่าจะไม่เหมาะที่จะกระโดดเข้ามาร่วมวง แม้ว่าเขาจะรู้สึกอยากได้จนตาลุกวาวก็ตาม
"คุณวางแผนจะดำเนินการยังไง?" เหล่าหม่าที่นิ่งเงียบมาตลอด เอ่ยปากถามขึ้นในตอนนี้ จะเห็นได้ว่าที่เขาไม่พูดอะไรเลยมาตลอด ก็เพราะกำลังคำนวณผลดีผลเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"โครงการใหญ่ขนาดนี้ ลำพังเราเจ้าเดียวคงทำไม่ไหวแน่นอนครับ ดังนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะดึงผู้เล่นรายอื่นเข้าร่วมด้วย
และแน่นอน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เราตัดสินใจจะผลักดันมันเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ครับ"
หืม?
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ทุกคนต่างหันไปมองเขาด้วยความประหลาดใจ
จากสิ่งที่พวกเขารู้ ดูเหมือนว่าอู๋ฮ่าวจะไม่ชอบการนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นเอามากๆ ความพยายามหลายครั้งก่อนหน้านี้ก็ถูกปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ไม่นึกเลยว่าครั้งนี้เขาจะเป็นฝ่ายเสนอขึ้นมาเอง
"ฮ่าๆ อย่างที่ผมบอกไป โครงการใหญ่ขนาดนี้ ลำพังพวกเราทำเองคงไปรอดยาก ยังไงก็ต้องดึงพลังจากสังคมเข้ามาร่วมด้วย" เมื่อเผชิญกับสายตาของทุกคน อู๋ฮ่าวยิ้มและอธิบาย
"พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกแล้วมั้งเนี่ย หาดูยากจริงๆ"
เหล่าหม่าเอ่ยแซวเขาประโยคหนึ่ง แล้วยิ้มถามว่า: "งั้นคุณคิดจะแบ่งออกมาเท่าไหร่ล่ะ ถ้าแบ่งออกมาน้อยไป พวกเราไม่เอาด้วยนะ"
"แผนเบื้องต้นของเราคือจะแบ่งออกมาสี่สิบเปอร์เซ็นต์ก่อนครับ และในอนาคตถ้าเข้าตลาดหุ้น ก็จะแบ่งออกมาอีกสิบห้าเปอร์เซ็นต์เพื่อระดมทุน" อู๋ฮ่าวยิ้มและกล่าว
"สี่สิบเปอร์เซ็นต์ ใจป้ำมาก" เหล่าหม่าเอ่ยชม แล้วโบกมือพูดว่า: "ฉันขอซาวเปอร์เซ็นต์"
ฝ่ายเสี่ยวหม่าที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า รีบพูดตามทันทีว่า: "ฉันก็จะเอาซาวเปอร์เซ็นต์เหมือนกัน"
"เฮ้ ผมบอกเลยนะทั้งสองท่าน ผลประโยชน์ดีๆ แบบนี้พวกคุณจะเหมาหมดไม่ได้นะ ต้องแบ่งให้พวกเราบ้างสิ" หลี่เฟยหงที่นั่งอยู่ข้างๆ พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
เมื่อเห็นสองหม่ากระตือรือร้นขนาดนั้น หลี่เฟยหงก็เริ่มร้อนรน
"ใช่ๆ ประธานหม่าทั้งสอง พวกคุณกินเนื้อ ก็ต้องให้พวกเราได้ซดน้ำแกงบ้างสิ" เซวี่ยปิงพูดเสริม
"ใช่ ถูกต้อง..."
ทันใดนั้น ทุกคนในที่ประชุมต่างก็ส่งเสียงเห็นด้วย
สองหม่าไม่ได้พูดอะไร แต่หันไปมองอู๋ฮ่าว สำหรับเรื่องนี้ อู๋ฮ่าวยิ้มแล้วโบกมือปัด: "สำหรับผมแล้ว แน่นอนว่าผมหวังว่าจะมีพันธมิตรที่มีอุดมการณ์ตรงกันเข้ามาร่วมด้วยให้มากที่สุด
แต่สี่สิบเปอร์เซ็นต์นี่คือขีดจำกัดแล้วครับ เป็นไปไม่ได้ที่จะมากไปกว่านี้ ดังนั้นจะจัดสรรแบ่งส่วนกันอย่างไร พวกคุณไปตกลงกันเองครับ"
-------------------------------------------------------
บทที่ 877 : มาร่วมกันสร้างเครื่องลิโธกราฟี
เดิมทีโครงการด้านอวกาศเป็นโครงการที่ผลาญเงินอย่างมหาศาล ดังนั้นหากต้องการการพัฒนาที่ก้าวกระโดดในด้านนี้ จำเป็นต้องทุ่มเงินทุนจำนวนมาก หากพึ่งพาเพียงแค่อู๋ฮ่าวและพรรคพวกฝ่ายเดียว คงจะเป็นเรื่องที่ตึงมืออย่างยิ่ง แน่นอนว่าไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่เป็นเพราะพวกเขายังมีโครงการอื่นๆ อีก จึงตัดสินใจเปิดระดมทุนจากภายนอก
สำหรับสัดส่วนร้อยละสี่สิบนั้นถือเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นตัวเลขสุดท้าย ท้ายที่สุดแล้วจะแบ่งหุ้นให้เท่าไหร่ก็ต้องขึ้นอยู่กับผลการเจรจา แต่แน่นอนว่าจะไม่เกินร้อยละสี่สิบ
ส่วนหุ้นที่ต้องใช้สำหรับการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น จะถูกหักออกจากสัดส่วนการถือหุ้นของแต่ละฝ่ายตามสัดส่วน โดยหลักการแล้ว อู๋ฮ่าวและทีมงานจะถือหุ้นอยู่ประมาณร้อยละห้าสิบ เพื่อความสะดวกในการควบคุมกิจการ
แน่นอนว่าการพัฒนาโครงการนี้ต้องใช้เวลา ดังนั้นการระดมทุนจึงไม่สามารถทำให้เสร็จสิ้นได้ในคราวเดียว แต่จะแบ่งออกเป็นหลายช่วงตามความคืบหน้าของโครงการ
"ประธานอู๋ ลองพูดถึงอีกโครงการหนึ่งหน่อยสิครับ" หลี่เฟยหงกล่าวอย่างสนใจ ดูเหมือนว่าจะมีคนสนใจโครงการอวกาศนี้เป็นจำนวนมาก เกรงว่าถึงเวลาจริงการแข่งขันคงจะดุเดือดน่าดู
ดังนั้นหลี่เฟยหงจึงฝากความหวังและเป้าหมายไว้ที่อีกหนึ่งโครงการผลาญเงินที่ออกจากปากของอู๋ฮ่าว
เมื่อได้ยินคำถามของหลี่เฟยหง ผู้คนในงานที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ก็หยุดลง แล้วตั้งใจฟังอย่างละเอียด แม้กระทั่งแขกผู้มีเกียรติจำนวนไม่น้อยที่นั่งอยู่ด้านหลัง ก็เดินมายืนที่แถวหน้าเพื่อรอฟังคำแถลงของเขา
อู๋ฮ่าวยิ้มรับแล้วกล่าวว่า "โครงการนี้จริงๆ แล้วมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตของพวกเราครับ"
โอ้?
เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนี้ ดวงตาของทุกคนก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
โครงการอวกาศก่อนหน้านี้ ทุกคนไม่คุ้นเคย ดังนั้นในใจจึงมีความลังเลและกังวลอยู่บ้าง แต่เมื่อโครงการนี้เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต ย่อมเป็นสิ่งที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีกว่า
ดังนั้นทุกคนจึงมองไปที่เขา ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
อู๋ฮ่าวเห็นดังนั้นจึงพูดเสียงดังขึ้นกับทุกคนว่า "งานแนะนำเทคโนโลยีใหม่ก่อนหน้านี้ ผมเชื่อว่าทุกท่านคงได้ยินมาบ้างไม่มากก็น้อย
ในการบรรยายครั้งนั้น เราได้เปิดตัวเทคโนโลยีหนึ่ง นั่นคือเทคโนโลยีเลนส์แบบคอมโพสิต พูดง่ายๆ ก็คือการพิมพ์และแกะสลักเลนส์ขนาดจิ๋วจำนวนมากขึ้นในแก้วชนิดพิเศษ เพื่อสร้างเป็นเลนส์ประกอบ หรือเลนส์คอมโพสิตขึ้นมา
เลนส์คอมโพสิตที่แปรรูปด้วยเทคโนโลยีนี้มีประโยชน์กว้างขวางมาก และหนึ่งในนั้นที่เราเคยพูดถึงก็คือ เลนส์คอมโพสิตชนิดนี้สามารถนำไปใช้สร้างแหล่งกำเนิดแสงอัลตราไวโอเลตแบบสุดขีด (EUV) ในเครื่องลิโธกราฟี (Lithography Machine) ได้
ทุกท่านคงทราบดีว่า แหล่งกำเนิดแสง EUV เป็นเทคโนโลยีหลักในเครื่องลิโธกราฟีปัจจุบัน ซึ่งถูกผูกขาดโดยโลกตะวันตกมาตลอด คุณภาพของมันเป็นตัวกำหนดคุณภาพของชิปที่ผลิตออกมาโดยตรง
และเจ้าเลนส์แบบคอมโพสิตตัวนี้ จะช่วยลดความซับซ้อนของโครงสร้างชุดกระจกแหล่งกำเนิดแสง EUV ในเครื่องลิโธกราฟีแบบเดิมได้อย่างมหาศาล ส่งผลให้สามารถสร้างแหล่งกำเนิดแสงที่มีความยาวคลื่นสั้นลง และนำไปสู่การผลิตชิปที่มีขนาดเล็กลงได้
เรื่องนี้ผมได้พูดไปบ้างแล้วในงานแนะนำเทคโนโลยีใหม่ก่อนหน้านี้ จึงขอไม่ลงรายละเอียดที่นี่ครับ
ทุกท่านคงทราบดีว่า ระดับเทคโนโลยีเครื่องลิโธกราฟีในประเทศเราตอนนี้ ยังห่างชั้นจากระดับสากลอยู่มาก
และบางประเทศในต่างแดน ก็กีดกันเทคโนโลยีล้ำสมัยเช่นนี้กับเราอย่างเข้มงวดและโหดร้ายมาก ดังนั้นเราจึงไม่มีทางได้เครื่องลิโธกราฟีที่ทันสมัยมาจากมือของพวกเขา วิธีเดียวคือต้องลงมือทำเอง ถึงจะมีกินมีใช้
ดังนั้นหากไม่อยากถูกคนอื่นควบคุม ก็ต้องสร้างชิปสัญชาติเราเองออกมาให้ได้ และถ้าอยากสร้างชิป ก็จำเป็นต้องมีเครื่องลิโธกราฟีของพวกเราเอง
แม้ว่าเราจะคิดค้นเลนส์คอมโพสิตและทะลวงคอขวดทางเทคโนโลยีด้านแหล่งกำเนิดแสง EUV ได้แล้ว แต่ยังมีปัญหายากๆ ทางเทคนิคอีกมากมายรอเราอยู่
และเครื่องลิโธกราฟีที่ล้ำสมัยสักเครื่อง มันคือผลลัพธ์จากการรวมเทคโนโลยีชั้นสูงของทั้งอุตสาหกรรมหรือแม้แต่ทุกอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ดังนั้นลำพังแค่พวกเราฝ่ายเดียวคงไม่เพียงพอ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคนครับ
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอใช้โอกาสนี้แนะนำโครงการนี้ออกมา เพื่อแบ่งปันกับทุกคน ให้พวกเรามาร่วมกันพยายาม ร่วมกันสร้างเครื่องลิโธกราฟีที่ล้ำสมัยที่เป็นของพวกเรา และมีทรัพย์สินทางปัญญาเป็นของพวกเราเองครับ"
แปะๆๆๆ...
สิ้นเสียงของเขา เสียงปรบมือก็ดังสนั่นไปทั่วงาน
ทันใดนั้น เสวี่ยปิงก็อดไม่ได้ที่จะเป็นคนแรกที่เอ่ยถามขึ้นว่า "โครงการเครื่องลิโธกราฟีนี้ทางรัฐบาลเป็นผู้นำอยู่แล้ว การที่เราตั้งโครงการแบบนี้ขึ้นมาอีก จะเป็นการไม่จำเป็นและขัดแย้งกับโครงการที่ตั้งไว้แล้ว จนทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรหรือไม่"
"โครงการวิจัยและพัฒนาเครื่องลิโธกราฟีที่ภาครัฐตั้งขึ้นนั้น เป็นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยเดินตามรอยเท้าของคนอื่น ซึ่งมีความคืบหน้าช้ามาก
หากเราต้องการไล่ตามให้ทันและแซงหน้าเขา เราจำเป็นต้องฉีกแนวหาทางใหม่ และในด้านนี้ โครงการนั้นก็ดูอนุรักษนิยมเกินไป สู้ความยืดหยุ่นของโครงการเชิงพาณิชย์ไม่ได้
และผมคิดว่าบริษัทเอกชนที่เราควบคุมเอง จะมีความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดมากกว่า และสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็นได้หลายอย่าง สะดวกต่อการนำเครื่องลิโธกราฟีที่เราผลิต รวมถึงชิปที่ผลิตจากเครื่องนี้ ออกสู่ตลาดโลกในอนาคตครับ"
"นอกจากนี้ขนาดตลาดนี้ยังใหญ่มาก และกำไรก็งดงาม จุดนี้ทุกท่านคงทราบดี" อู๋ฮ่าวมองทุกคนแล้วกล่าว
"โครงสร้างของเครื่องลิโธกราฟีนั้นซับซ้อนมาก แค่ทะลุทะลวงเรื่องแหล่งกำเนิดแสง EUV ได้ยังไม่พอหรอกครับ" มีคนในงานถอนหายใจกล่าว
อู๋ฮ่าวพยักหน้ารับเมื่อได้ยินดังนั้น "พูดถูกครับ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมชวนทุกคนมาร่วมมือกัน
ก็เพราะมันซับซ้อนขนาดนี้ ต้นทุนถึงได้สูง กำไรถึงได้งามไงครับ
ถ้าแค่ขายแอปเปิ้ลหรือขายผักโขม มันก็ต้องง่ายและราคาถูกอยู่แล้ว"
"มีความมั่นใจแค่ไหนครับ?" คราวนี้คนที่เอ่ยปากคือเสี่ยวหม่า เขาถามอู๋ฮ่าว
เมื่อได้ยินคำถามของเสี่ยวหม่า อู๋ฮ่าวก็มองเขาแล้วตอบด้วยสีหน้าจริงจังว่า "ในส่วนของชิ้นส่วนหลักอย่างแหล่งกำเนิดแสง EUV เราแก้ไขได้แล้ว ส่วนด้านอื่นๆ นั้น จำเป็นต้องให้ทุกคนมาร่วมด้วยช่วยกันแก้ไขครับ
ในอนาคตชิปที่เราผลิตจะดีหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ความพยายามของทุกคนแล้ว"
"บนโลกนี้ไม่ใช่ทุกเรื่องที่พยายามแล้วจะประสบความสำเร็จนะ" มีเสียงคนตะโกนมาจากในฝูงชน
อู๋ฮ่าวกวาดตามองไปรอบๆ ฝูงชน แล้วยิ้มตอบว่า "ใช่ครับ บนโลกนี้ไม่ใช่ทุกเรื่องที่พยายามแล้วจะประสบความสำเร็จ แต่ถ้าไม่พยายาม คุณจะไม่มีวันประสบความสำเร็จเลย"
"โครงการนี้คุณวางแผนจะร่วมมือกันอย่างไร?" ผู้ถามคือเหล่าหม่า นี่เป็นสิ่งที่พวกเขาตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแค่มาถามต่อหน้าทุกคนเพื่อไขข้อข้องใจ
"แน่นอนว่าต้องร่วมมือกันครับ มีเงินออกเงิน มีแรงออกแรง มีเทคโนโลยีก็ออกเทคโนโลยี ในฐานะผู้ริเริ่ม แน่นอนว่าพวกเราทั้งออกเงิน ออกแรง และออกเทคโนโลยีครับ" พูดง่ายๆ ก็คือ เทคโนโลยีนี้จะมีพวกเขาเป็นแกนหลัก นำพาทุกคนพัฒนาไปด้วยกัน
เดิมทีอู๋ฮ่าวก็อยากจะกินรวบโครงการนี้คนเดียวเหมือนกัน แต่ติดเหตุผลเดียวคือ เงินทุนไม่พอ นี่เห็นได้ชัดว่าเป็นโครงการที่ผลาญเงิน และในช่วงแรกต้องเทเงินลงไปมหาศาล อีกทั้งยังต้องใช้ทรัพยากรต่างๆ และความร่วมมือจากหลากหลายอุตสาหกรรม
ดังนั้นเขาจึงใช้วิธีนี้ในการโปรโมทโครงการ เพื่อดึงดูดให้ทุกคนเข้าร่วม