เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 756 : คำขอพิเศษ | บทที่ 757 : อย่าชมกันขนาดนี้ ผมจะเหลิงเอานะครับ

บทที่ 756 : คำขอพิเศษ | บทที่ 757 : อย่าชมกันขนาดนี้ ผมจะเหลิงเอานะครับ

บทที่ 756 : คำขอพิเศษ | บทที่ 757 : อย่าชมกันขนาดนี้ ผมจะเหลิงเอานะครับ


บทที่ 756 : คำขอพิเศษ

การไม่กดดันและไม่กำหนดเส้นตาย นี่คือทัศนคติที่อู๋ฮ่าวมีต่อโครงการนี้ คำพูดเหล่านี้ของเขาทำให้คนอื่นๆ รู้สึกสงสัยและไม่เข้าใจอยู่บ้าง ว่าทำไมถึงมีข้อกำหนดแบบนี้

ส่วนโจวหย่งฮุยนั้น เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ในใจก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันที แล้วรีบกล่าวขอบคุณอู๋ฮ่าวซ้ำๆ ว่า "ขอบคุณครับประธานอู๋ ได้ยินท่านพูดแบบนี้ ผมก็เบาใจขึ้นเยอะเลยครับ

บอกตามตรงว่าหลายเดือนมานี้ สมาชิกในทีมของเราแบกรับความกดดันกันอย่างหนัก โดยพื้นฐานแล้วกินนอนกันอยู่ที่นี่ หลายเดือนแล้วที่ทุกคนยังไม่ได้ลงจากเขาเลยครับ

แม้กระทั่งงานแต่งงานของสมาชิกในทีมคนหนึ่งก็ต้องเลื่อนออกไปเพราะโครงการนี้ครับ"

ฮ่าๆๆๆ...

ทุกคนที่ได้ยินต่างพากันหัวเราะ ส่วนอู๋ฮ่าวก็ยิ้มและโบกมือปฏิเสธว่า "เรื่องใหญ่ในชีวิตจะล่าช้าไม่ได้หรอกนะ ควรให้ลาพักก็ต้องให้ลา ให้เขาไปแต่งงานก่อนเถอะ

ส่วนเรื่องฮันนีมูนนั้น อันนี้ลองไปปรึกษากับภรรยาดู รอให้โครงการเสร็จสิ้นแล้วค่อยรวมวันลาหยุดไปเที่ยวทีเดียวเลย

ถึงตอนนั้นโบนัสก็น่าจะออกพอดี จะได้ใช้เงินโบนัสไปเที่ยวพักผ่อนให้เต็มที่

พนักงานคนไหนหรือครับ อยู่ที่นี่ไหม?"

โจวหย่งฮุยมองไปรอบๆ แล้วชี้ไปที่ชายหนุ่มรูปร่างผอมสูงที่มีสิวบนใบหน้าเยอะๆ คนหนึ่งในกลุ่มคนหนุ่มสาวทางด้านนั้น

พนักงานชายคนนี้เมื่อเห็นดังนั้น ก็ยกมือขึ้นและทักทายอู๋ฮ่าว

อู๋ฮ่าวเห็นดังนั้นจึงยิ้มและกล่าวว่า "การแต่งงานเป็นเรื่องมงคล และเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต จะให้งานมาทำให้ล่าช้าไม่ได้

ดังนั้นการลานี้ผมอนุมัติ ให้คุณหยุดสิบวัน กลับไปแต่งงานซะ บอกภรรยาคุณด้วยว่าผมเป็นคนพูดเอง เรื่องไปเที่ยวพักผ่อนอย่าเพิ่งรีบ รอโครงการจบแจกโบนัสแล้วค่อยไป

นอกจากนี้ ในเมื่อมาเจอเรื่องมงคลแบบนี้ ผมก็คงอยู่เฉยไม่ได้ เอาอย่างนี้ ผมจะมอบอั่งเปาส่วนตัวให้พวกคุณ ขอให้พวกคุณมีความสุขกับการแต่งงาน ครองรักกันอย่างหวานชื่นและให้เกียรติซึ่งกันและกัน"

แปะๆๆๆ... เสียงปรบมือดังขึ้น พนักงานชายคนนั้นก็รีบกล่าวขอบคุณเขาทันที

อู๋ฮ่าวพยักหน้า แล้วหันไปถามโจวหย่งฮุยว่า "ถือโอกาสตอนที่พวกเราหลายคนอยู่ที่นี่ มีปัญหาอะไรยากๆ ก็พูดมา ไม่อย่างนั้นถ้าผ่านจุดนี้ไปแล้วจะหาโอกาสแบบนี้ยากนะ"

ฮ่าๆๆๆ หลังเสียงหัวเราะเบาๆ โจวหย่งฮุยก็พยักหน้าและกล่าวว่า "มีปัญหาหนึ่งจริงๆ ครับประธานอู๋ ตอนนี้เราขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์สถิติข้อมูลอย่างมาก ไม่ทราบว่าท่านพอจะหาคนมาให้เราสักสองคนได้ไหมครับ"

อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า แล้วหันไปมองหยางฟาน หยางฟานเข้าใจความหมายของอู๋ฮ่าวทันที หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงหันไปบอกโจวหย่งฮุยว่า "เดี๋ยวผมกลับไปประสานงานให้ จะดึงตัวผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลจากโครงการอื่นมาให้พวกคุณสองคน"

"ขอบคุณครับท่านรองหยาง!" โจวหย่งฮุยกล่าวด้วยความตื่นเต้นทันที

หยางฟานโบกมือ แล้วหันกลับไปจดจ่อที่หน้าจอขนาดใหญ่อีกครั้ง ความสนใจของเขายังคงอยู่ที่เทคโนโลยีและข้อมูลเหล่านี้

"มีอีกไหม?" อู๋ฮ่าวถามย้ำ

โจวหย่งฮุยส่ายหน้า "ไม่มีแล้วครับ ปัญหาที่เหลือพวกเราสามารถเอาชนะได้"

อู๋ฮ่าวพยักหน้ายิ้มๆ แล้วกล่าวว่า "แม้โครงการนี้จะสำคัญมาก แต่สุขภาพของทุกคนสำคัญยิ่งกว่า ดังนั้นค่อยเป็นค่อยไปนะ

ประการต่อมา การสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ต้องทำให้ดี โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ต้องทานข้าวให้ตรงเวลา และต้องมั่นใจว่าอาหารมีโภชนาการครบถ้วน

ผมเห็นหลายคนค่อนข้างผอม แบบนี้ไม่ได้นะ ถ้าสุขภาพร่างกายไม่ดี จะรับประกันคุณภาพงานได้อย่างไร"

พูดจบ อู๋ฮ่าวก็หันไปสั่งจางจวินว่า "เดี๋ยวกลับไปจัดนักโภชนาการมาให้สักคน ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนให้ดี"

"ประธานอู๋ ไม่จำเป็นครับ พวกเราอยู่ที่นี่สบายดี หัวหน้าสถานีอนุรักษ์ก็ดูแลพวกเราดีมาก" โจวหย่งฮุยรีบกล่าวปฏิเสธ

อู๋ฮ่าวกล่าวขอบคุณหัวหน้าสถานีกัวและลู่เสวี่ยเฟิง แล้วส่ายหน้ากล่าวว่า "พวกคุณยังต้องอยู่ที่นี่อีกนาน ดังนั้นมีนักโภชนาการมาดูแลจะดีต่อสุขภาพของพวกคุณมากกว่า

อีกอย่าง เวลาเข้าป่าต้องระมัดระวัง อย่าปฏิบัติการโดยพลการหรือวู่วาม และห้ามปฏิบัติการเพียงลำพังเด็ดขาด

เรื่องนี้คงต้องรบกวนทางสถานีอนุรักษ์หน่อย เวลาเข้าป่าให้หาคนนำทางหรือเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนไปด้วย ความปลอดภัยต้องมาก่อน"

เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋ฮ่าว หัวหน้าสถานีกัวก็ยิ้มและกล่าวทันทีว่า "ประธานอู๋ เรื่องนี้พวกท่านวางใจได้ เวลาพวกเขาเข้าป่าจะมีเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนของเราติดตามไปด้วยเสมอ

ผมได้ออกคำสั่งตายตัวแก่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนของเราแล้ว ว่าจะต้องรับประกันความปลอดภัยของผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคเหล่านี้ให้ได้"

"ขอบคุณครับหัวหน้าสถานีกัว มีคำยืนยันจากท่านแบบนี้ผมก็วางใจ พวกเขาล้วนเป็นคนหนุ่มสาว หากมีอะไรที่ทำไม่เหมาะสม ก็ขอให้พวกท่านช่วยให้อภัยด้วยนะครับ" อู๋ฮ่าวพยักหน้ายิ้ม

ฮ่าๆๆๆ หัวหน้าสถานีกัวโบกมือกล่าวว่า "ไม่หรอกครับ ผมชอบคนหนุ่มสาวพวกนี้มาก พวกเขาฉลาดและมีความกระตือรือร้น... พออยู่กับพวกเขานานๆ ผมรู้สึกว่าตัวเองเด็กลงไปเยอะเลย

ยิ่งไปกว่านั้น โครงการของพวกเขาเกี่ยวข้องกับอนาคตของเขตอนุรักษ์ของเรา เราจะไม่ดูแลของล้ำค่าเหล่านี้ให้ดีได้อย่างไร"

ฮ่าๆๆๆ...

ท่ามกลางเสียงหัวเราะพูดคุยอย่างมีความสุข การตรวจเยี่ยมงานที่นี่ก็ถือว่าสิ้นสุดลงโดยประมาณ ทุกคนกลับมานั่งใต้ร่มกันแดดกลางแจ้งอีกครั้ง จิบกาแฟพลางชื่นชมทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงของที่นี่

เนื่องจากพื้นที่ภูเขามีความสูงจากระดับน้ำทะเลค่อนข้างมาก แม้ตอนนี้จะยังไม่ถึงเดือนตุลาคม แต่ใบไม้ในป่าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว สีสันหลากหลาย สวยงามมาก

และอู๋ฮ่าว ท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงามนี้ ก็ได้ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ร่วมกับสื่อมวลชนไม่กี่สำนัก

ผู้ตั้งคำถามคือนักข่าวหญิงคนเดิม เธอถามอู๋ฮ่าวด้วยรอยยิ้มว่า "ประธานอู๋คะ ท่านหรือทางบริษัทของท่านมีแนวคิดในการพัฒนาระบบแบบนี้ขึ้นมาได้อย่างไรคะ"

อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็ยิ้มและตอบว่า "แน่นอนว่าเป็นผลจากการระดมสมองของทุกคน และยังได้รับผลกระทบจากข่าวไฟป่าที่รุนแรงก่อนหน้านี้... ผมรู้สึกเสียใจต่อเพื่อนร่วมทีมดับเพลิงที่เสียสละเหล่านั้น และขอสดุดีด้วยความเคารพอย่างสูง

อายุเฉลี่ยของพวกเขาแค่ยี่สิบสี่ปีเองครับ อายุน้อยกว่าผมอีก แต่กลับต้องมาเสียสละแบบนี้ น่าเสียดายจริงๆ

ดังนั้นพวกเราจึงคิดกันว่า จะสามารถวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สักอย่างขึ้นมาได้ไหม ที่สามารถป้องกันการเกิดอัคคีภัย และกำจัดไฟป่าตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น

พอดีว่าเรามีเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องซึ่งมีความพร้อมอยู่แล้ว คุณก็รู้ว่าในวงการโดรนมืออาชีพ เราได้สั่งสมเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งเอาไว้มาก

ดังนั้นเราจึงนำโครงการนี้มาอภิปรายความเป็นไปได้กันอย่างเป็นทางการ และในที่สุดก็รู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีความเป็นไปได้สูงมาก และมีพื้นที่การใช้งานที่กว้างขวาง โครงการนี้จึงถือกำเนิดขึ้นครับ"

"เราสังเกตว่า ชื่อของระบบชุดนี้คือ 'ระบบป้องกันและควบคุมไฟป่าอัจฉริยะ' ไม่ใช่ 'ระบบเตือนภัยไฟป่าอัจฉริยะ' นี่หมายความว่าระบบชุดนี้ไม่เพียงแต่มีฟังก์ชันการเตือนภัย แต่ยังมีฟังก์ชันการควบคุมหรือแม้แต่การดับไฟด้วยใช่ไหมคะ" นักข่าวหญิงคนนั้นถามต่อ

อู๋ฮ่าวยิ้มและพยักหน้าตอบว่า "ครับ จริงๆ แล้วเดิมทีระบบชุดนี้เรียกว่าระบบเตือนภัยไฟป่าอัจฉริยะ แต่ทว่าเราเห็นว่าบนพื้นฐานของระบบชุดนี้ เรายังสามารถทำการอัปเกรดเพิ่มเติมได้อีก

เช่น การติดตั้งระเบิดดับเพลิงให้กับโดรนลาดตระเวนเฝ้าระวังทางอากาศ แบบนี้เมื่อพบจุดไฟไหม้เล็กๆ โดรนลาดตระเวนก็สามารถทิ้งระเบิดดับเพลิงใส่จุดไฟไหม้ เพื่อกำจัดจุดไฟไหม้ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้นได้ครับ"

-------------------------------------------------------

บทที่ 757 : อย่าชมกันขนาดนี้ ผมจะเหลิงเอานะครับ

"นอกจากนี้ ระบบชุดนี้ยังเชื่อมต่อกับระบบดับเพลิงป่า เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ก็จะแจ้งเตือนไปยังหน่วยดับเพลิงป่าทันที ทำให้ทางหน่วยดับเพลิงมีเวลาเตรียมตัวอย่างเพียงพอ และสามารถเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อดับไฟป่าได้ในเวลาที่สั้นที่สุดครับ

หากมีการติดตั้งเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง เฮลิคอปเตอร์ก็จะบินขึ้นปฏิบัติการทันทีเพื่อควบคุมสถานการณ์ไฟไหม้ครับ

รวมถึงอาศัยเซ็นเซอร์และอุปกรณ์เฝ้าระวังที่กระจายอยู่ทั่วเขตอนุรักษ์ เพื่อประเมินทิศทางของไฟอย่างทันท่วงที และให้ข้อมูลที่แม่นยำสำหรับการดับเพลิงครับ

ในขณะเดียวกัน ทางท้องถิ่นก็จะจัดระเบียบให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยอพยพออกไปได้อย่างทันท่วงทีครับ"

เมื่อพูดถึงตรงนี้ อู๋ฮ่าวก็จิบชาใสหนึ่งคำ แล้วพูดต่อว่า "อันที่จริง ในระหว่างการดับเพลิง ระบบชุดนี้ของเรายังสามารถให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์และการสนับสนุนด้านการสื่อสารแก่ทีมนักผจญเพลิงได้ด้วยครับ

โดยการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ลาดตระเวนเตือนภัยทางอากาศมาติดตั้งเป็นสถานีฐานการสื่อสารชั่วคราวและสถานีทวนสัญญาณวิทยุ เพื่อให้มั่นใจว่าการสื่อสารระหว่างนักผจญเพลิงกับศูนย์บัญชาการส่วนหลังจะราบรื่น สะดวกต่อการสั่งการและให้นักผจญเพลิงรายงานสถานการณ์ได้แบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ ข้อมูลที่ระบบรวบรวมได้จะถูกส่งไปยังนักผจญเพลิงแบบเรียลไทม์ เพื่อให้พวกเขาสังเกตสถานการณ์ในจุดเกิดเหตุ ค้นหาจุดอันตรายได้ทันท่วงที และกำหนดเส้นทางถอยหนีที่ปลอดภัย เป็นต้นครับ

เราได้เรียนรู้ว่าสาเหตุของโศกนาฏกรรมหลายครั้งเกิดจากสภาพอากาศในภูเขาที่หลากหลายและการเปลี่ยนแปลงของทิศทางลมที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่เซ็นเซอร์ที่กระจายอยู่ทั่วเขตอนุรักษ์จะสามารถรวบรวมข้อมูลเหล่านี้และส่งไปยังนักผจญเพลิงแนวหน้าและศูนย์บัญชาการส่วนหลังได้ทันที

ด้วยวิธีนี้ ทันทีที่ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของทิศทางลม เหล่านักผจญเพลิงก็จะสามารถถอนตัวได้ทันเวลาครับ"

เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋ฮ่าว นักข่าวสาวก็ยิ้มและพยักหน้ากล่าวว่า "นี่เป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ค่ะ เชื่อว่าเมื่อมีระบบชุดนี้แล้ว จะสามารถรักษาผืนป่าได้มากขึ้น และยิ่งไปกว่านั้นคือช่วยรักษาชีวิตของวีรบุรุษได้อีกมากมาย ต้องขอบอกเลยค่ะประธานอู๋ ตอนนี้ฉันรู้สึกเคารพคุณมากจริงๆ!"

"ฮ่าๆ อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ เดี๋ยวผมจะเหลิงเอา" อู๋ฮ่าวโบกมือพร้อมหัวเราะ

ฮ่าๆๆๆ... นักข่าวสาวและทุกคนที่ยืนดูอยู่ต่างก็หัวเราะออกมา บรรยากาศจึงผ่อนคลายลงทันที

"ประธานอู๋คะ ปกติคุณเป็นคนอัธยาศัยดีแบบนี้กับทุกคนเลยเหรอคะ ฉันเห็นว่าทุกคนดูไม่กลัวคุณเลย แบบนี้จะทำให้เสียความน่าเกรงขามในฐานะผู้นำองค์กรไหมคะ" นักข่าวสาวถามด้วยรอยยิ้ม

หึๆ อู๋ฮ่าวยิ้มและส่ายหน้า "อย่ามองผมแค่ภายนอกนะครับ จริงๆ แล้วเวลาผมโมโห ผมดุมากนะ พวกเขากลัวผมกันทั้งนั้น"

อู๋ฮ่าวชี้ไปทางจางจวิ้นและพรรคพวก ซึ่งพวกจางจวิ้นก็ยิ้มและแกล้งทำท่าทางหวาดกลัวออกมา ดูตลกมาก

"แน่นอนครับ โดยส่วนใหญ่แล้วผมคิดว่าตัวเองค่อนข้างใจดีนะ แต่ในสายตาพวกเขาจะเป็นยังไงผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

อีกอย่างผมคิดว่าสถานะของผมกับพวกเขาจริงๆ แล้วเท่าเทียมกัน เราเป็นแค่ความสัมพันธ์แบบนายจ้างกับลูกจ้าง จะไปแบ่งแยกสถานะสูงต่ำทำไม

ทำไมต้องกลัวผมด้วย ผมจับพวกเขากินไม่ได้สักหน่อย"

"แต่คุณไล่พวกเขาออกได้นี่คะ?" นักข่าวสาวพูดแทรกขึ้นมา

"ทำไมต้องไล่พวกเขาออกด้วยล่ะครับ?" อู๋ฮ่าวย้อนถาม "พวกเขาทำงานดีๆ ไม่ได้ทำความผิดอะไร ทำไมผมต้องไล่พวกเขาออก แถมพวกเขาทำงานให้ผม ผมดีใจจะตายไป ทำไมต้องไปดุพวกเขาด้วย

ความน่าเกรงขามที่ได้มาจากการไล่คนออกหรือการกดขี่ข่มเหงนั้นไร้ค่าครับ ทุกคนจะไม่มีทางยอมรับจากใจจริง

การจะทำให้ทุกคนยอมรับและเชื่อถือผม พูดอะไรแล้วมีน้ำหนัก ผมจำเป็นต้องพยายามด้วยตัวเอง ความสามารถของผมต้องทำให้ทุกคนเชื่อมั่นและยอมรับได้ คำพูดและคำสั่งของผมถึงจะศักดิ์สิทธิ์ครับ"

"งั้นคุณเคยไล่คนออกด้วยตัวเองไหมคะ?" นักข่าวสาวถาม

"แน่นอนครับ" อู๋ฮ่าวพยักหน้าอย่างเป็นเรื่องปกติ "นี่เป็นสิทธิ์ของผมในฐานะประธานกรรมการและซีอีโอนะครับ

คนที่ผมไล่ออกกับมือมีไม่น้อย ส่วนใหญ่เป็นพวกที่ทำผิดวินัยร้ายแรง มีหลายคนที่เป็นระดับผู้บุกเบิกของบริษัท เป็นกลุ่มแรกๆ ที่ร่วมสร้างอาณาจักรมากับพวกเรา

พอคนพวกนี้ได้รับแจ้งจากฝ่ายบุคคลก็ไม่ยอมรับ เลยมาหาผมเพื่อขอความเห็นใจ

แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือ ผมเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้เอง ฝ่ายบุคคลรู้ดีว่าพวกเขาเป็นคนเก่าคนแก่เลยลังเลที่จะให้ออก สุดท้ายเลยส่งเรื่องมาให้ผมตัดสินใจ

ส่วนผมพอทราบต้นสายปลายเหตุแล้ว ก็อนุมัติด้วยตัวเองครับ"

นักข่าวสาวรีบถามทันทีว่า "ทำไมล่ะคะ คนพวกนี้เป็นถึงผู้บุกเบิกของบริษัท เรียกได้ว่าเป็นขุนพลคู่ใจของคุณเลย ให้โอกาสพวกเขาอีกครั้งไม่ได้เหรอคะ อีกอย่างทำแบบนี้จะมีคนว่าเอาหรือเปล่าคะว่าคุณอู๋ฮ่าวใจจืดใจดำ ทำเรื่องเนรคุณประเภทเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล"

อู๋ฮ่าวยิ้มแล้วพยักหน้า "มีคนพูดแบบนั้นแน่นอนครับ แถมไม่ใช่ส่วนน้อยด้วย แม้แต่พวกเขาก็ยังคิดว่าผมใจร้ายไปหน่อย

แต่กฎระเบียบของบริษัทก็คือกฎระเบียบครับ มันเปลี่ยนเพราะคนใดคนหนึ่งไม่ได้ ถ้าเปลี่ยนได้ตามใจชอบ บริษัทนี้คงอยู่ได้ไม่นาน แถมยังสร้างภาพจำที่ไม่ยุติธรรมในใจพนักงานคนอื่นๆ ซึ่งบั่นทอนความกระตือรือร้นในการทำงานของทุกคน

โอกาสน่ะผมให้แล้วครับ ไม่ใช่ไม่ได้ให้ แค่บางคนไม่รู้จักรักษาไว้เอง ในเมื่อเป็นแบบนั้น ก็อย่าโทษว่าผมไม่เกรงใจ ผมจะยอมให้ผลประโยชน์ของทั้งบริษัทเสียหายเพราะเขาคนเดียวไม่ได้ นั่นไม่ใช่สิ่งที่ซีอีโอที่มีคุณภาพควรทำครับ

แน่นอนว่าคนเหล่านี้ร่วมฟันฝ่ามากับเราตั้งแต่ต้น ผมย่อมไม่ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างแล้งน้ำใจ ตอนที่พวกเขาแต่ละคนออกไป ต่างก็ได้รับเงินก้อนโต เอิ่ม... เราถือซะว่าเป็นเงินโบนัสแล้วกันครับ

เพื่อขอบคุณความทุ่มเทที่พวกเขามีให้บริษัทในช่วงเริ่มต้นและตลอดหลายปีที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้ผมจดจำได้เสมอครับ"

"ดูออกเลยค่ะว่าคุณเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมและแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้อย่างชัดเจน" นักข่าวสาวแอบยกยอเล็กน้อย

อู๋ฮ่าวรีบโบกมือปฏิเสธ "อย่าพูดอย่างนั้นเลยครับ ผมไม่ได้ยอดเยี่ยมอะไร แค่พอจะสอบผ่านแบบถูไถเท่านั้นแหละ เมื่อเทียบกับรุ่นพี่เก่งๆ หลายท่าน ผมยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ครับ"

"คุณถ่อมตัวเกินไปแล้วค่ะ"

นักข่าวสาวชมเชย แล้วถามต่อว่า "ก่อนหน้านี้ฉันสังเกตเห็นว่า เมื่อเทียบกับตัวโครงการแล้ว ดูเหมือนคุณจะห่วงใยสุขภาพและความเป็นอยู่ของทุกคนมากกว่า

เราทราบมาว่าปกติคุณก็เป็นแบบนี้ อีกทั้งอาหารการกินของฮ่าวอวี่เทคโนโลยีก็อุดมสมบูรณ์มาก ในจุดนี้คุณมีแนวคิดอย่างไรคะ"

"ไม่มีแนวคิดอะไรหรอกครับ แค่ค่อนข้างใส่ใจเรื่องนี้เป็นพิเศษก็เท่านั้น" อู๋ฮ่าวส่ายหน้าแล้วพูดว่า "จริงๆ แล้วเรื่องการติดตามงานโครงการ ก็มีผู้จัดการผลิตภัณฑ์และหัวหน้าแผนกต่างๆ รับผิดชอบอยู่แล้ว

ส่วนสิ่งที่ผมต้องทำคือดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนให้ดี เราจึงจัดเตรียมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยอดเยี่ยมและอาหารที่หลากหลายไว้ให้พนักงาน

รวมถึงจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการมาดูแลสัดส่วนทางโภชนาการของอาหารในบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนจะได้ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

การที่โครงการนี้ประสบความสำเร็จขนาดนี้ในเวลาอันสั้นก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว ผมไม่มีอะไรจะเรียกร้องไปมากกว่านี้

สิ่งเดียวที่ขอคือหวังว่าพวกเขาจะรักษาสุขภาพ เพราะยังไงที่นี่ก็ลำบากกว่าในตัวเมืองอยู่ไม่น้อยครับ"

จบบทที่ บทที่ 756 : คำขอพิเศษ | บทที่ 757 : อย่าชมกันขนาดนี้ ผมจะเหลิงเอานะครับ

คัดลอกลิงก์แล้ว