- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 634 : การเลือกชีวิต | บทที่ 635 : ช่วงเวลาวิกฤต
บทที่ 634 : การเลือกชีวิต | บทที่ 635 : ช่วงเวลาวิกฤต
บทที่ 634 : การเลือกชีวิต | บทที่ 635 : ช่วงเวลาวิกฤต
บทที่ 634 : การเลือกชีวิต
ณ ศูนย์บัญชาการหน่วยความมั่นคงเมืองอันซี
ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับภาพถ่ายทอดสดทางอากาศจากโดรนบนหน้าจอขนาดใหญ่
ในภาพถ่ายทอดสดนั้น รถเก๋งสีขาวคันหนึ่งค่อยๆ ขับมาจอดเทียบข้างรถตู้สีดำที่จอดอยู่ก่อนหน้านี้
เมื่อสวี่ฮุยเห็นดังนั้นก็ตบมือฉาดแล้วสั่งการทันที "ใช่พวกเขาจริงๆ ตรวจสอบชายหญิงบนรถคันนั้นเดี๋ยวนี้ ผมอยากรู้ว่าไม่กี่วันที่ผ่านมานี้พวกเขาไปไหนมาบ้าง ทำอะไร รวมถึงข้อมูลโดยละเอียด ปูมหลังครอบครัว และข้อมูลอื่นๆ ทั้งหมด"
"ครับ!"
หวังเกาเฟิงมองดูคนสองคนที่เดินลงมาจากรถสีขาวบนหน้าจอ แล้วพูดอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก "ในสองคนนี้จะมี X อยู่หรือเปล่า หรือว่าสองคนนี้ก็เป็นแค่ลูกน้อง ส่วน X ตัวจริงยังซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง"
สวี่ฮุยพยักหน้า "เพราะงั้นตอนนี้เรายังบุ่มบ่ามไม่ได้ รอความเคลื่อนไหวต่อไปของพวกเขา ถ้าเป็น X จริง อีกไม่นานพวกเขาก็จะเผยพิรุธออกมาเอง"
"รายงานครับ จากการเปรียบเทียบภาพวงจรปิดของระบบสกายเน็ต กับฐานข้อมูลประชากรทั่วประเทศและฐานข้อมูลผู้เดินทางเข้าเมืองของด่านตรวจคนเข้าเมือง พบว่าทั้งสองคนเป็นผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศครับ
โดยผู้ชายเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ชื่อเฉินจื้อตง อายุสามสิบสี่ปี เดินทางเข้าประเทศเมื่อหนึ่งเดือนก่อน
ส่วนผู้หญิงชื่อเฝิงเสวี่ยหง อายุสามสิบสองปี เป็นคนมณฑลฝูเจี้ยน หลังจากจบมหาวิทยาลัยก็ไปเรียนต่อที่แคนาดา ต่อมาทำงานที่อเมริกามาตลอด เมื่อหนึ่งปีก่อนถูกบริษัทส่งตัวมาประจำสาขาที่อันซีเพื่อดูแลงานขยายตลาด
นอกจากนี้ เรายังตรวจสอบพบว่าตอนที่เพื่อนร่วมงานของเราดูภาพจากกล้องวงจรปิดในร้านแมคโดนัลด์ฝั่งตรงข้ามจุดที่หลัวเหวินเหวินขึ้นรถครั้งสุดท้าย พบว่าสองคนนี้ก็อยู่ในร้านตอนนั้นด้วย และหลังจากหลัวเหวินเหวินไปแล้ว สองคนนี้ก็รีบออกไปทันทีครับ"
"เป็นพวกเขาไม่ผิดแน่!" สวี่ฮุยฟันธง
ขณะที่ฝ่ายสวี่ฮุยกำลังระบุตัวตน อีกด้านหนึ่ง หญิงสาวและชายหนุ่มร่างเล็กที่มาถึงจุดนัดพบก็ลงจากรถ สำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ แล้วเดินตรงไปยังรถตู้สีดำ
สองคนนี้ก็คือเฉินจื้อตงและเฝิงเสวี่ยหงตามที่เจ้าหน้าที่เทคนิคระบุ พอพวกเขาเห็นคนที่นอนอยู่ไกลๆ กับหลุมลึกที่ขุดไปเกือบเสร็จแล้ว ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
ชายร่างกำยำเห็นทั้งสองคนมาถึงก็ยิ้มต้อนรับ
"คนล่ะ?" เฉินจื้อตงถาม
"อยู่บนรถ" พูดจบ ชายร่างกำยำก็เปิดประตูรถ พบหลัวเหวินเหวินถูกมัดตัวขดเป็นก้อน รอยปัสสาวะบนพื้นที่ยังไม่แห้งส่งกลิ่นฉุนกึกออกมา
ทั้งสองคนขมวดคิ้ว แล้วใช้มือพัดไล่กลิ่นตรงจมูก
หลัวเหวินเหวินที่มีสภาพอิดโรย พอเห็นผู้หญิงที่ยิ้มให้เขาอยู่ตรงหน้า ก็ดิ้นรนขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น ปากส่งเสียงอู้อี้
"อยู่นิ่งๆ!" ชายร่างกำยำเตะเขาไปทีหนึ่ง
"หน้าไปโดนอะไรมา?" เฝิงเสวี่ยหงถาม
หึๆ ชายร่างกำยำหัวเราะเบาๆ "เมื่อกี้เจ้านี่ไม่ซื่อ ตอนที่ผมขุดหลุมมันคิดจะหนี เลยถูกผมลากกลับมากระทืบซะน่วม"
คิกคิก! เฝิงเสวี่ยหงกวาดตามองหลัวเหวินเหวิน แล้วหัวเราะร่าอย่างมีจริตจะก้าน ซึ่งทำให้หลัวเหวินเหวินยิ่งโกรธแค้นหนักกว่าเดิม
เฉินจื้อตงไม่สนใจหลัวเหวินเหวิน แต่ถามตรงๆ ว่า "ของล่ะ?"
"อยู่นี่" ชายร่างกำยำหยิบกระเป๋าเป้ของหลัวเหวินเหวินออกมาจากที่นั่งข้างคนขับ แล้วหยิบฮาร์ดดิสก์สองลูกออกมาจากข้างใน
"น้อยไปหน่อย แต่ก็ลำบากเขาแย่กว่าจะเอาออกมาได้" ชายหนุ่มยิ้ม แล้วหยิบแล็ปท็อปยี่ห้อผลไม้แหว่งออกมา เชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์เพื่อตรวจสอบ
หลังจากตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ทั้งสองลูกอย่างละเอียดแล้ว เฉินจื้อตงก็ยิ้มออกมา "เป็นไปตามที่คาดไว้จริงๆ ฮ่าวอวี่เทคโนโลยีทำการเข้ารหัสข้อมูลในฮาร์ดดิสก์เป็นพิเศษ ยากจะเจาะได้ในเวลาสั้นๆ
แต่ยังดีที่ฮาร์ดดิสก์และข้อมูลสมบูรณ์ดี แค่เอาไปให้พีทก็พอแล้ว"
"ถือว่ายังซื่อสัตย์อยู่" เฝิงเสวี่ยหงมองหลัวเหวินเหวินแล้วยิ้ม
"เอาล่ะ ในเมื่อได้ของแล้ว พวกเราก็รีบออกเดินทางกันเถอะ" เฉินจื้อตงเก็บแล็ปท็อปและฮาร์ดดิสก์ แล้วหันไปบอกชายร่างกำยำว่า "จัดการพื้นที่เสร็จแล้ว คุณก็รีบถอนตัว ไปเจอกันที่ฮ่องกง"
"รับทราบ!" ชายร่างกำยำพยักหน้า แล้วมองหลัวเหวินเหวินที่ขดตัวอยู่ในรถด้วยสายตาไม่ประสงค์ดี พลางแยกเขี้ยวขาววับ
"ไปกันเถอะ" เฉินจื้อตงบอกเฝิงเสวี่ยหง
เฝิงเสวี่ยหงพยักหน้า ส่งจูบให้หลัวเหวินเหวิน แล้วหันไปบอกชายร่างกำยำว่า "เดี๋ยวจัดการให้ไวหน่อย ให้เขาทรมานน้อยหน่อย ถึงยังไงเขาก็ถือว่ามีความดีความชอบ ถือซะว่าเป็นรางวัลให้เขาแล้วกัน"
"วางใจได้ ผมจัดการเอง" ชายร่างกำยำยิ้มอย่างมั่นใจ
เฝิงเสวี่ยหงโบกมือ แล้วเดินตามเฉินจื้อตงไปที่รถเก๋งสีขาว
ชายร่างกำยำมองส่งทั้งสองคนขึ้นรถจากไป แล้วยื่นมือเข้าไปในรถ ลากตัวหลัวเหวินเหวินที่กำลังดิ้นรนด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวังออกมามือเดียว ลากไปจนถึงปากหลุมที่ขุดไว้
เมื่อเห็นคนขับรถที่นอนไร้ลมหายใจอยู่ตรงหน้า ร่างกายของหลัวเหวินเหวินก็เริ่มสั่นเทา เขาอยากหนี แต่ชั่วขณะนั้นเหมือนเรี่ยวแรงทั้งหมดในร่างกายถูกสูบออกไป ปากทำได้แค่ส่งเสียงอู้อี้
ชายร่างกำยำมองเขาแล้วยิ้ม ถ่มน้ำลายใส่มือ หยิบพลั่วสนาม กระโดดลงไปในหลุมแล้วเริ่มขุดต่อ
ส่วนที่ศูนย์บัญชาการความมั่นคงอันซี ทุกคนมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านภาพอินฟราเรดจากกล้องสอดแนมของโดรน
ภายในศูนย์บัญชาการเงียบกริบ ทุกคนจ้องมองหน้าจอใหญ่เป็นระยะ เหมือนกำลังรอช่วงเวลาสุดท้ายในชีวิตของหลัวเหวินเหวิน เจ้าหน้าที่หญิงและคนหนุ่มสาวบางคนหันไปมองสวี่ฮุยและหวังเกาเฟิงเป็นพักๆ หวังว่าพวกเขาจะเปลี่ยนใจ
ถึงแม้หลัวเหวินเหวินจะทำผิดกฎหมาย น่ารังเกียจมาก และสมควรได้รับโทษ แต่ก็ปล่อยให้ถูกฆ่าตายไปเฉยๆ แบบนี้ไม่ได้
หวังเกาเฟิงสังเกตเห็นบรรยากาศในห้อง จึงหันไปพูดกับสวี่ฮุย "ในฐานะเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย และในฐานะคนปกติที่มีมโนธรรม เราจะทนดูคนคนนี้ถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้ ถึงแม้เขาจะสมควรตาย แต่เขาก็ควรถูกตัดสินโทษโดยศาล ไม่ใช่ให้คนร้ายมาใช้ศาลเตี้ยแบบนี้
ถึงทำแบบนี้อาจจะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ผมขอเสนอความเห็นอย่างจริงจังว่า... ช่วยคน!"
สวี่ฮุยที่กำลังจ้องหน้าจอใหญ่ได้ยินคำพูดของหวังเกาเฟิง แล้วกวาดสายตามองทุกคน ก่อนจะเริ่มครุ่นคิด
การตัดสินใจครั้งนี้ยากมากสำหรับเขา หากมองในภาพรวม การบุ่มบ่ามลงมืออาจทำให้ภารกิจล้มเหลว ผู้ต้องสงสัยเป้าหมายอาจหนีไปได้
แต่ในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายและคนที่มีมโนธรรม เขาเองก็ไม่อยากให้มีคนตายต่อหน้า แม้คนคนนั้นจะสมควรโดนดีแค่ไหน ก็ต้องให้กฎหมายเป็นผู้ตัดสิน
ดังนั้นเขาจึงลังเลระหว่างเหตุผลกับความรู้สึกในใจ ตัดสินใจได้ยาก
แต่สุดท้าย เขาก็ตัดสินใจเลือกในสิ่งที่เขาคิดว่าถูกต้อง
"แจ้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยรถตู้สีดำอย่างลับๆ และช่วยเหลือตัวประกันทันที!"
-------------------------------------------------------
บทที่ 635 : ช่วงเวลาวิกฤต
เขานอนคว่ำอยู่บนพื้น มองดูเงาของชายร่างใหญ่ที่กำลังขุดดินอย่างขะมักเขม้นในหลุม และคนขับรถที่ผิวซีดเผือดไร้ชีวิตชีวาภายใต้แสงไฟหน้ารถที่สาดส่อง
หลัวเหวินเหวินรู้สึกสิ้นหวัง นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่สิ้นหวังที่สุดในชีวิตของเขา เขาพวกจะตายแล้ว ตอนนี้เขาไม่มีความกระหายที่จะมีชีวิตอยู่เลยแม้แต่น้อย ในหัวของเขากำลังฉายภาพความทรงจำตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาอย่างรวดเร็ว
ตั้งแต่จำความได้ เข้าโรงเรียนอนุบาล ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย จนถึงสถาบันวิจัย เขาคิดถึงเพื่อนเล่นในวัยเด็ก เพื่อนสมัยมัธยม คนรักสมัยมหาวิทยาลัย และเพื่อนร่วมงานที่ยังทักทายเขาอย่างอบอุ่นเมื่อเช้านี้
เขาคิดถึงพ่อแม่ที่แก่เฒ่า รวมถึงคำกำชับของแม่และคุณยายผมขาวโพลนในตอนที่เขาจากมา
และยังคิดถึงเฝิงเสวี่ยหง ผู้หญิงที่ผลักเขาลงสู่หุบเหวและล่อลวงเขาไปสู่ความตายด้วยมือของเธอเอง
น่าเสียดาย... ถ้าหากว่า... สมมติว่า... ตอนนี้พูดไปก็สายเกินแก้แล้ว
รอชาติหน้าก็แล้วกัน หากมีชาติหน้าจริง หรือมีการทะลุมิติและเกิดใหม่เหมือนในนิยาย เขาจะใช้ชีวิตให้คุ้มค่า หึหึ ถึงแม้เขาจะไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้เลยก็ตาม คนทำงานด้านเทคนิคที่ผ่านการศึกษาระดับสูงมาอย่างเขา จะไปเชื่อเรื่องพรรค์นี้ได้อย่างไร
ทันใดนั้น ชายร่างใหญ่ก็หยุดมือ แล้วหันมามองหลัวเหวินเหวินที่ขดตัวกลม จากนั้นก็ปีนขึ้นมาจากหลุม ปัดฝุ่นที่มือ แล้วเดินไปหาคนขับรถที่นอนไร้ลมหายใจอยู่ปากหลุม ก่อนจะใช้เท้าถีบอย่างแรงจนร่างคนขับรถร่วงลงไปในหลุม
จากนั้น ชายร่างใหญ่ก็เดินมาตรงหน้าหลัวเหวินเหวิน แล้วชักมีดสั้นออกมาพลางพูดว่า "เจ๊สั่งมาว่าให้แกตายสบายๆ หน่อย จะได้ทรมานน้อยลง
วางใจเถอะ มีดของฉันแม่นมาก แค่แทงเข้าที่คอตัดเส้นเลือดใหญ่ แกก็จะหมดสติไปอย่างรวดเร็ว ตายไวกว่าแทงหัวใจเยอะ"
พูดจบ ชายร่างใหญ่ก็กระชากตัวหลัวเหวินเหวินขึ้นมา แล้วเอามีดจ่อที่คอของเขา
ส่วนหลัวเหวินเหวิน ตอนนี้ในหัวว่างเปล่าไปหมด ดิ้นรนไปตามสัญชาตญาณร่างกายเท่านั้น แต่เขาที่ถูกมัดและผอมแห้งจะมีแรงสู้ชายร่างใหญ่ได้ยังไง จึงถูกมือของชายร่างใหญ่จับล็อคไว้แน่น
"น้องชาย เราไม่มีความแค้นต่อกัน ฉันก็แค่รับงานมาทำให้สำเร็จ ขอโทษด้วยนะ" ชายร่างใหญ่เงื้อมีดขึ้นเตรียมจะแทงหลัวเหวินเหวิน ทันใดนั้นก็มีแสงไฟสาดมาจากระยะไกล ตามมาด้วยเสียงสุนัขเห่า เงาดำสองร่างพุ่งทะยานข้ามพื้นที่ว่างตรงเข้ามาหาชายร่างใหญ่อย่างรวดเร็ว
ชายร่างใหญ่รีบตวัดมีดปาดคอหลัวเหวินเหวินไปหนึ่งที แล้วรีบมุดเข้าไปในรถ มือหนึ่งหยิบปืนพกออกมา อีกมือหนึ่งเตรียมออกรถ
เมื่อเห็นดังนั้น คนที่แอบสะกดรอยตามมาก็ไม่ซ่อนตัวอีกต่อไป ต่างพากันยกปืนขึ้นเล็งและบีบวงล้อมเข้าหาชายร่างใหญ่
บนถนนทั้งสองฝั่งไม่ไกลนักมีไฟฉุกเฉินของตำรวจกะพริบอยู่ ดูเหมือนว่าจะมีขบวนรถกำลังมุ่งหน้ามา
ชายร่างใหญ่รีบขับรถเตรียมหนี อีกมือหนึ่งรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและกดโทรออกอย่างรวดเร็ว
"สวัสดีค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียกอยู่นอกเขตพื้นที่ให้บริการ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ"
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ชายร่างใหญ่ก็สบถออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะโยนโทรศัพท์ทิ้งไปด้านข้างแล้วหันมาตั้งใจขับรถ
ถนนทั้งสองด้านถูกรถปิดล้อมไว้หมดแล้ว ทางรอดเดียวของชายร่างใหญ่คือต้องขับฝ่าเข้าไปในทุ่งข้าวสาลีที่เพิ่งเกี่ยวเสร็จและยังว่างเปล่าอยู่
ฝุ่นที่ตลบขึ้นมาจากล้อรถกลายเป็นมังกรสีเทายาวเหยียดภายใต้ความมืดมิด รถตำรวจที่เปิดไฟวับวาบเห็นดังนั้นจึงรีบปรับขบวนไล่ตามออกไปทันที
อีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่มาถึงรีบนั่งลงดูหลัวเหวินเหวินที่นอนอยู่ ซึ่งเลือดกำลังพุ่งออกมาจากลำคอไม่หยุด
"หมอสนาม! หมอสนาม!" เจ้าหน้าที่คนหนึ่งใช้มือกดบาดแผลของหลัวเหวินเหวินไว้ พลางตะโกนเรียกคนด้านหลังเสียงดังลั่น
ไม่นานนัก ชายหนุ่มที่แต่งกายคล้ายหน่วยปฏิบัติการพิเศษและสวมเสื้อเกราะกันกระสุนก็วิ่งหิ้วกระเป๋าพยาบาลที่มีตรากากบาทสีแดงเข้ามานั่งลงข้างหลัวเหวินเหวิน เขารีบเปิดกระเป๋าหยิบผ้าก๊อซและอุปกรณ์ปฐมพยาบาลออกมา
"เส้นเลือดใหญ่ที่คอถูกตัด เสียเลือดมาก ต้องรีบส่งโรงพยาบาลด่วน ยังพอช่วยทัน!" หมอสนามกล่าวกับเจ้าหน้าที่หลังจากตรวจดูบาดแผลของหลัวเหวินเหวินคร่าวๆ
"งั้นก็อย่ามัวพูดมาก รีบส่งโรงพยาบาลเร็วเข้า เอาเปลมา!"
ส่วนทางด้านชายร่างใหญ่ รถตู้สีดำที่เขาขับกำลังแล่นตะบึงไปในทุ่งนา แต่เนื่องจากเป็นรถตู้สีดำ ช่วงล่างจึงค่อนข้างต่ำ และยางที่ใช้ก็เป็นยางสำหรับวิ่งบนถนนทั่วไป ไม่ใช่ยาง AT สำหรับวิ่งออฟโรด ทำให้ทำความเร็วไม่ได้ และบางครั้งล้อก็จมโคลน
ส่วนรถตำรวจที่ไล่ตามมาล้วนเป็นรถออฟโรดที่มีกำลังเครื่องยนต์เหลือเฟือ จึงสามารถไล่ตามทันได้อย่างรวดเร็วในสภาพพื้นที่แบบนี้
ชายร่างใหญ่เห็นท่าไม่ดี จึงรีบยกปืนขึ้นยิงใส่รถตำรวจที่ไล่ตามมา
ฝั่งเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ไล่ล่าอยู่ด้านหลัง เคยผ่านการฝึกฝนภารกิจไล่ล่าทางรถยนต์มาโดยเฉพาะ จึงรู้ดีว่าต้องจัดการอย่างไร
รถตำรวจคันหนึ่งเริ่มเบียดกระแทกท้ายรถตู้สีดำของชายร่างใหญ่ เพื่อบีบให้รถเสียหลักและเปลี่ยนทิศทาง
ส่วนเจ้าหน้าที่ในรถตำรวจอีกคันหยิบปืนไรเฟิลออกมา ยื่นตัวออกไปนอกรถ แล้วยิงใส่ถังน้ำมันของรถตู้สีดำก่อน จากนั้นจึงยิงใส่ยางรถ
นี่เป็นยุทธวิธีหยุดรถฉุกเฉินที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษหรือตำรวจใช้จัดการกับรถต้องสงสัย การเบียดรถทำเพื่อให้รถเสียการควบคุมทิศทาง ส่วนการยิงถังน้ำมันไม่ได้ทำให้รถระเบิด แต่จะทำให้รถน้ำมันรั่วจนขับเคลื่อนต่อไปไม่ได้
การยิงยางรถก็เช่นเดียวกัน มีจุดประสงค์เพื่อให้ยางแบนอย่างรวดเร็ว ทำให้ควบคุมรถได้ยาก
และแล้วหลังจากโดนจัดการด้วยวิธีการเหล่านี้ รถตู้สีดำก็แล่นในทุ่งนาได้อย่างยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ ความเร็วค่อยๆ ลดลง จนกระทั่งหยุดนิ่งไปในที่สุด
ชายร่างใหญ่ไม่ได้ลงจากรถ แต่หมอบตัวหลบซ่อนอยู่ภายในรถ
รถตำรวจหลายคันเข้าปิดล้อมรถตู้สีดำคันนั้นไว้ทุกทิศทาง เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษลงจากรถและใช้ประตูรถเป็นที่กำบัง พร้อมทั้งยกปืนเล็งไปที่รถตู้สีดำ
"คนในรถฟังให้ดี คุณถูกล้อมไว้หมดแล้ว วางอาวุธแล้วรีบออกมามอบตัว อย่าต่อสู้ขัดขืนอย่างไร้ความหมาย ไม่งั้นมีแต่ตายสถานเดียว"
"คนในรถฟังให้ดี ตอนนี้คุณไม่มีทางหนีแล้ว ออกมามอบตัวเพื่อขอความเมตตา มิฉะนั้นเราจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด"
"คนในรถฟังให้ดี นี่เป็นคำเตือนครั้งสุดท้าย ถ้ายังไม่ออกมา เราจะบุกเข้าจับกุม
จะนับถอยหลังสิบวินาที สิบ เก้า แปด..."
ชายร่างใหญ่ในรถฟังเสียงนับถอยหลังด้านนอก พลางกำปืนในมือแน่นขึ้น ดูเหมือนกำลังรอช่วงเวลาสุดท้าย
"สี่ สาม สอง..." ในจังหวะที่กำลังจะนับหนึ่ง ทันใดนั้นปืนกระบอกหนึ่งก็ถูกยื่นออกมาทางหน้าต่างรถ ตามด้วยมือข้างหนึ่ง
"ทิ้งปืน! โยนปืนออกมา เร็วเข้า!"
หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษในที่เกิดเหตุตะโกนสั่งทันทีเมื่อเห็นเหตุการณ์
ชายร่างใหญ่ค่อยๆ ยื่นปืนออกไปนอกหน้าต่างแล้วปล่อยมือทิ้งลงพื้น จากนั้นจึงยื่นมือทั้งสองข้างออกมานอกหน้าต่าง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ด้านนอกมองเห็นได้ชัดเจน
"ยื่นมือทั้งสองข้างออกมา แล้ววางบนประตูรถ เร็วเข้า!" เจ้าหน้าที่ตะโกนสั่งเสียงดัง