เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 580 : ราวกับได้ครอบครองโลกทั้งใบในพริบตา | บทที่ 581 : ผมไม่ได้มาเพื่อสร้างภาพ

บทที่ 580 : ราวกับได้ครอบครองโลกทั้งใบในพริบตา | บทที่ 581 : ผมไม่ได้มาเพื่อสร้างภาพ

บทที่ 580 : ราวกับได้ครอบครองโลกทั้งใบในพริบตา | บทที่ 581 : ผมไม่ได้มาเพื่อสร้างภาพ


บทที่ 580 : ราวกับได้ครอบครองโลกทั้งใบในพริบตา

อู๋ฮ่าวมองโจวเสี่ยวตงที่ดูอิดโรยเล็กน้อยผ่านหน้าจอแล้วพูดว่า "ตอนนี้การผลิตที่โรงงานเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว นายไม่จำเป็นต้องเฝ้าอยู่ที่นั่นอีกต่อไป

จัดการงานทางนั้นให้เรียบร้อยแล้วกลับมาเถอะ กลับมาพักผ่อนสักพัก จะออกไปเที่ยวหรือกลับบ้านไปอยู่เป็นเพื่อนพ่อแม่ให้เต็มที่ก็ได้ แล้วค่อยกลับมา ฉันมีงานจะมอบหมายให้นายทำ"

"งานอะไรเหรอ?" โจวเสี่ยวตงถามด้วยความสนใจ

อู๋ฮ่าวส่ายหัวเล็กน้อยแล้วพูดว่า "รอนายพักผ่อนเสร็จกลับมาค่อยว่ากัน รีบพักผ่อนเถอะ แค่นี้นะ วางสายล่ะ"

จริงอยู่ที่การผลิตทางฝั่งโรงงานเริ่มนิ่งแล้ว การให้โจวเสี่ยวตงเฝ้าอยู่ที่นั่นก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากนัก สู้เรียกตัวกลับมาแล้วมอบหมายงานที่สำคัญกว่าให้เขาทำยังจะดีเสียกว่า

หลังจากวางสาย เขาใช้เวลาช่วงที่อยู่บนรถจัดการงานต่างๆ อย่างรวดเร็ว สำหรับคนที่ส่งอีเมลและข้อความมา เขาก็ตอบกลับไปแบบเดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าคนเหล่านี้จะมีจุดประสงค์อะไร แต่การที่ส่งข้อความแสดงความยินดีมาในเวลานี้ก็นับว่าเป็นความปรารถนาดี ส่วนที่ควรขอบคุณก็ต้องขอบคุณ

แน่นอนว่ามีคนส่งจดหมายและข้อความแสดงความยินดีมาหาเขาเยอะมาก เยอะกว่านี้มากนัก เพียงแต่คนกลุ่มนี้เป็นบุคคลที่ค่อนข้างสำคัญ จึงสามารถรู้บัญชีอีเมลส่วนตัวของเขาได้

"ฮัลโหล ครับพ่อ ตอนที่พ่อโทรมาผมกำลังให้สัมภาษณ์อยู่บนเครื่องบิน ไม่สะดวกรับสายครับ" อู๋ฮ่าวพูดกับพ่อในวิดีโอคอล

อู๋เจี้ยนหัวในวิดีโอยิ้มและส่ายหัว "ไม่เป็นไร พ่อดูข่าวแล้ว ดีใจจริงๆ ที่รู้ว่าลูกได้รับรางวัล ครอบครัวลุงใหญ่ พวกอาๆ แล้วก็น้าๆ ของลูกโทรมาแสดงความยินดีกันใหญ่เลย

ทำได้ดีมาก สร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลอู๋ของเราจริงๆ"

"ฮะๆ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดูครับ"

อู๋ฮ่าวยิ้มแล้วถามว่า "แล้วน้าจางกับเสี่ยวถงล่ะครับ?"

"เขากำลังทำกับข้าวอยู่ พอเห็นลูกได้รับรางวัลก็ดีใจมาก บอกว่าจะผัดกับข้าวดีๆ สักสองสามอย่าง พวกเราจะฉลองกันหน่อย ส่วนเสี่ยวถงไปเรียนภาคค่ำ ทางโรงเรียนเขาบังคับให้เรียนภาคค่ำน่ะ" อู๋เจี้ยนหัวพูดด้วยรอยยิ้ม เห็นได้ชัดว่าตอนนี้อารมณ์ของเขาดีมาก

"รอผมยุ่งช่วงนี้เสร็จจะกลับไปเยี่ยมนะครับ พ่อกับน้าจางรักษาสุขภาพด้วย ส่วนเสี่ยวถง บอกให้เธอตั้งใจเรียน รอสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ ผมจะพาเธอไปเที่ยว" อู๋ฮ่าวพูดด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย

ส่วนอู๋เจี้ยนหัวนั้นโบกมือปฏิเสธ "ลูกดูแลตัวเองให้ดีเถอะ ไม่ต้องห่วงทางนี้ ทางเราสบายดี ลูกไม่ต้องกังวล

รางวัลนี้เป็นการยืนยันถึงความพยายามที่ผ่านมาของลูก และยังเป็นบทสรุปอีกด้วย อย่ามัวแต่จมอยู่กับความสำเร็จในอดีต ต้องมีสติ มองไปข้างหน้า..."

หลังจากถูกอบรมเรื่องทัศนคติอยู่กว่าสิบนาที อู๋เจี้ยนหัวถึงได้โบกมือจบการสนทนาอย่างยังไม่จุใจนัก

อู๋ฮ่าวปาดเหงื่อที่หน้าผาก การคุยกับพ่อแต่ละครั้งทำให้เขารู้สึกกดดันมหาศาลจริงๆ

เดิมทีเขาตั้งใจจะโทรหาพ่อตาแม่ยายด้วย แต่เห็นว่าใกล้จะถึงบ้านแล้ว จึงล้มเลิกความคิดไป

เมื่อมาถึงใต้ตึก อู๋ฮ่าวไล่เฉาเหว่ยและคนอื่นๆ กลับไป จากนั้นก็เดินเข้าบ้าน หลินเวยที่คอยฟังเสียงอยู่ พอได้ยินเสียงก็เดินออกมาจากในครัว มองอู๋ฮ่าวแล้วยิ้ม "กลับมาแล้วเหรอ ฉันโทรหาคุณสองครั้ง เห็นไม่รับสายก็เลยไม่กล้ารบกวน"

"ให้สัมภาษณ์อยู่บนเครื่องบินน่ะ เลยไม่ได้รับ" อู๋ฮ่าวยิ้มตอบ "ทำอะไรอร่อยๆ บ้าง ผมเริ่มหิวแล้วเนี่ย"

"บนเครื่องบินไม่ได้ทานอะไรมาเหรอ?" หลินเวยยิ้มพลางสำรวจเขา

"มัวแต่คุย เลยกินไปแค่นิดเดียว"

"งั้นคุณไปนั่งดื่มน้ำพักผ่อนก่อนเถอะ กับข้าวใกล้จะเสร็จแล้ว" หลินเวยบอกเขา แล้วรีบเดินกลับเข้าไปในครัว

แม้ว่าตอนนี้ทั้งสองคนจะงานยุ่งมาก แต่ก็ยังไม่จ้างแม่บ้าน สาเหตุหลักคือทั้งคู่ไม่อยากให้มีคนนอกเข้ามาอยู่ในชีวิตส่วนตัว อีกอย่าง พ่อบ้านอัจฉริยะและแขนกลอัจฉริยะในบ้านก็ช่วยทำงานบ้านได้ตั้งเยอะ จริงๆ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องให้แม่บ้านทำอะไร

สิ่งที่พวกเขาลงมือทำเองมากที่สุดในแต่ละวันคงจะเป็นการทำอาหาร แต่การทำอาหารไม่เคยเป็นภาระ กลับเป็นความสุขอย่างหนึ่ง นี่เป็นเหตุผลที่อู๋ฮ่าวยืนกรานที่จะไม่พัฒนาหุ่นยนต์ที่มีฟังก์ชันทำอาหาร

ถอดเสื้อโค้ท ปลดกระดุมคอเสื้อ อู๋ฮ่าวนั่งลงบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ แขนกลอัจฉริยะหยิบเบียร์กระป๋องหนึ่งออกมาจากตู้เย็นแล้วยื่นให้เขา

เปาะ! เปิดกระป๋องเบียร์ ดื่มเข้าไปอึกใหญ่ เขาเผลอเรอออกมาเบาๆ บางครั้งเวลาที่เหนื่อยๆ ได้ผ่อนคลายด้วยเบียร์สักกระป๋อง มันช่างเป็นความสุขจริงๆ

"ทานข้าวได้แล้ว!"

หลินเวยยกกับข้าวเดินออกมา แล้วตะโกนเรียกเขา

อู๋ฮ่าวพยักหน้า จากนั้นโยนกระป๋องเปล่าออกไปส่งๆ ซึ่งแขนกลอัจฉริยะก็รับไว้ได้อย่างคล่องแคล่ว แล้วโยนมันลงถังขยะ

"อาหารมื้อใหญ่เลยนี่นา!" อู๋ฮ่าวมองอาหารละลานตาบนโต๊ะ ก็รู้สึกเจริญอาหารขึ้นมาทันที

"ก็คุณได้รางวัลนี่นา เราก็ต้องฉลองกันหน่อยสิ นี่มันรางวัลระดับชาติเลยนะ" หลินเวยยิ้มหวาน แล้วพูดกับเขาว่า "เปิดไวน์แดงสักขวดสิ!"

"ได้ งั้นเรามาฉลองเล็กๆ กัน"

พูดจบอู๋ฮ่าวก็หันหลังเดินไปที่ตู้แช่ไวน์ หยิบไวน์แดงขวดหนึ่งที่ตัวแทนจำหน่ายจากฝรั่งเศสส่งมาให้ ว่ากันว่าผลิตจากโรงไวน์ที่มีชื่อเสียง ผลิตปี 2012 รสชาติดีมาก

"มา ชนแก้ว!" อู๋ฮ่าวยกแก้วไวน์ขึ้นยิ้มให้กับหลินเวยที่นั่งลงแล้ว

"ชนแก้ว ยินดีด้วยนะ! ฉันดูข่าวแล้ว คุณในจอทีวีหล่อจริงๆ!" หลินเวยยกแก้วขึ้นชนเบาๆ แล้วยิ้มให้อู๋ฮ่าว

"งั้นเหรอ ผมก็หล่อมาตลอดอยู่แล้วนี่" อู๋ฮ่าวยิ้ม

"แหวะ ชมหน่อยทำเป็นเหลิง" หลินเวยค้อนใส่เขาอย่างมีจริตจะก้าน จิบไวน์แดงเล็กน้อย แล้วหยิบตะเกียบชวนทาน

"รีบชิมเร็ว นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันทำหมูหุยกัว (หมูสามชั้นผัดซอสสไตล์เสฉวน) ดูซิว่ารสชาติเป็นยังไง?"

"อืม ได้" อู๋ฮ่าวพยักหน้า แล้วคีบหมูหุยกัวชิ้นหนึ่งเข้าปาก

"รสชาติเป็นไงบ้าง?" หลินเวยถามอย่างคาดหวัง

"อร่อย คุณลองชิมสิ" อู๋ฮ่าวยิ้มชม

หลินเวยส่ายหน้า "ไม่กินหรอก มันอ้วนแล้วก็น้ำมันเยอะเกินไป ไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมคุณถึงชอบกินหมูหุยกัวขนาดนี้นะ"

ฮะๆ อู๋ฮ่าวยิ้มแล้วพูดว่า "สมัยมัธยมปลายกับมหาวิทยาลัย พวกเราเป็นแค่นักเรียนจนๆ ไม่มีเงินนี่นา

เพราะงั้นทุกครั้งที่ไปกินข้าวโรงอาหาร นอกจากข้าวราดแกงที่ไม่มีน้ำมันอะไรแล้ว ทุกคนจะชอบสั่งข้าวราดหมูหุยกัวนี่แหละ เพราะมันกินกับข้าวได้เยอะ แถมยังมีไขมัน ที่สำคัญคือมันขอเติมข้าวได้

ดังนั้นไม่ใช่แค่ผมหรอก เด็กผู้ชายหลายคนก็ชอบกิน"

หลินเวยส่ายหน้า แสดงท่าทีไม่เข้าใจ ก็ไม่แปลก เธอที่มีฐานะทางบ้านดีเยี่ยมย่อมไม่มีประสบการณ์แบบนี้ ตอนนั้นอู๋ฮ่าวมีปัญหากับที่บ้าน ดังนั้นตอนมัธยมปลายที่อยู่หอพักเลยไม่ค่อยได้กลับบ้าน ความเป็นอยู่จึงค่อนข้างขัดสน

แม้จะไม่เข้าใจ แต่พอได้ยินสิ่งที่อู๋ฮ่าวพูด เธอก็ยังแสดงสีหน้าปวดใจออกมา จากนั้นก็ใช้ตะเกียบคีบหมูหุยกัวให้เขาชิ้นหนึ่งแล้วพูดว่า

"ในเมื่อคุณชอบกิน ก็กินเยอะๆ หน่อย จานนี้เป็นของคุณทั้งหมด ไม่มีใครแย่งคุณหรอก"

อื้อๆ อู๋ฮ่าวพยักหน้า แล้วยิ้ม "ยังไงก็มีแต่คุณภรรยาที่รักผมที่สุด"

"ไปเถอะน่า!" หลินเวยกลอกตา ก่อนจะหันมายิ้มให้เขาแล้วพูดว่า "วันนี้มีคนโทรศัพท์มาแสดงความยินดีกับฉันเยอะมากเลยนะ มีทั้งญาติ เพื่อน หุ้นส่วน แล้วก็ยังมีคนที่ไม่ค่อยสนิทอีกตั้งหลายคน ราวกับว่าจู่ๆ คุณก็ได้ครอบครองโลกทั้งใบไปแล้วอย่างนั้นแหละ มัน...จริงๆ เลย"

-------------------------------------------------------

บทที่ 581 : ผมไม่ได้มาเพื่อสร้างภาพ

เช้าตรู่ อู๋ฮ่าวเดินลงบันไดมาด้วยอาการขาอ่อนแรงเล็กน้อยและมือกุมเอวไว้ ความบ้าคลั่งบางอย่างเมื่อคืนได้ปลอบประโลมจิตใจที่ตื่นเต้นของหลินเวย และช่วยให้เขาได้ปลดปล่อยความเครียดที่สะสมมาก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น

แต่ผลที่ตามมาคือ มันออกจะหนักมือไปหน่อย

"บาปกรรมจริงๆ บาปกรรมจริงๆ" อู๋ฮ่าวพึมพำกับตัวเอง

หลินเวยยังคงหลับอยู่ ส่วนเขาต้องตื่นเช้ากว่าปกติเพราะมีกิจกรรมสำคัญในช่วงเช้าวันนี้

เมื่อเดินเข้าห้องครัว เขาเริ่มจากอุ่นขนมปัง ทอดเบคอนและไข่ จากนั้นนำผักผลไม้ออกมาทำสลัด รินนมให้ตัวเองแก้วหนึ่ง แล้วจึงเดินไปนั่งทานที่โต๊ะอาหาร

ถ้าเป็นเวลาปกติ เขาคงจะตั้งใจทำของอร่อยๆ มากกว่านี้ แต่วันนี้เวลาค่อนข้างกระชั้นชิด เขาเลยทำได้แค่ลักไก่นิดหน่อย

ขณะที่กำลังทานอาหารเช้าไปพลางดูข่าวไปพลาง หลินเวยก็เดินลงมาจากชั้นบนอย่างเกียจคร้าน ท่าทางดูอิดโรยมาก

"ตื่นแล้วเหรอ ทำไมไม่นอนต่ออีกหน่อยล่ะครับ?" อู๋ฮ่าวยิ้มให้เธอ

หลินเวยหาวฟอดใหญ่ แล้วทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะอาหารอย่างหมดแรง "เช้านี้มีประชุมน่ะค่ะ ขาดไม่ได้"

"ผมทำมื้อเช้ามาง่ายๆ คุณทานหน่อยสิ" อู๋ฮ่าวยิ้มพลางบอกเธอ

หลินเวยพยักหน้า แล้วหยิบมีดส้อมจิ้มสลัดขึ้นมาทาน

อู๋ฮ่าวส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วเดินกลับเข้าครัวไปทอดไข่กับเบคอนให้เธอใหม่ แต่พอเขายกออกมา หลินเวยก็จัดการอาหารในจานของเขาจนเกลี้ยงแล้ว

"หิวขนาดนั้นเลยเหรอ?" อู๋ฮ่าวหลุดขำ

"พลิกไปพลิกมาทั้งคืน ท้องมันก็ร้องประท้วงนานแล้วย่ะ" หลินเวยค้อนใส่เขา

อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็ชักจะไม่ยอม "เอ้า เรื่องนี้จะมาโทษผมได้ยังไง ไม่รู้ว่าเมื่อคืนใครกันนะที่คึกคักขนาดนั้น เรียกร้องตั้งหลายรอบ ทำเอาผมตื่นมาเช้านี้ขาแทบเปลี้ย"

"แหม แค่ไม่กี่รอบก็ไม่ไหวซะแล้ว สงสัยต้องหาอะไรมาบำรุงหน่อยแล้วมั้ง" หลินเวยเอ่ยแซว

อู๋ฮ่าวได้ยินแบบนั้น ไฟราคะก็พุ่งพล่านขึ้นมาจากท้องน้อย ท้าทายกลับไปว่า "ไม่รู้ว่าใครกันที่เมื่อคืนร้องขอชีวิต ตอนนี้ลืมซะแล้ว เดี๋ยวลองอีกสักทีไหมล่ะ ผมไม่เชื่อหรอกว่าจะปราบปีศาจสาวอย่างคุณไม่ได้"

พูดจบ อู๋ฮ่าวก็แกล้งทำท่าจะกระโจนเข้าใส่ หลินเวยเห็นดังนั้นรีบลุกหนีด้วยความตกใจ "พอแล้วๆ อย่าเล่นน่า สายแล้วนะ ยังมีธุระสำคัญต้องทำอีก"

อู๋ฮ่าวได้ยินจึงหยุดท่าทีรุกราน แล้วกลับไปนั่งลงใหม่ "เดี๋ยวผมทำงานเสร็จกลับมา คอยดูนะผมจะจัดการคุณยังไง"

"ก็มาสิ ใครจะจัดการใครยังไม่รู้เลย" หลินเวยมองเขาแล้วเลียริมฝีปาก

เอ่อ... อู๋ฮ่าวเลือกที่จะเมินเฉย เขาเกรงว่าจะควบคุมไฟในตัวไม่ได้

เขาจัดการมื้อเช้าของตัวเองอย่างรวดเร็ว อู๋ฮ่าวลุกขึ้นยืน "ผมไปก่อนนะ ทุกคนรออยู่"

"เดี๋ยวก่อน" หลินเวยลุกตามมา แล้วรีบเดินมาตรงหน้าเขา ช่วยจัดเสื้อเชิ้ตให้เรียบ และจัดทรงเสื้อผ้าให้

"ผูกเนกไทหน่อยไหมคะ จะได้ดูเป็นทางการขึ้นอีกนิด"

อู๋ฮ่าวส่ายหน้า "แบบนี้แหละครับ สบายๆ หน่อย ไม่ใช่แค่ตัวผมเองที่สบาย แต่อีกฝ่ายก็จะรู้สึกผ่อนคลายด้วย นี่เป็นแค่พิธีธรรมดา ถ้าเป็นทางการเกินไป คนไข้จะรู้สึกอึดอัดเปล่าๆ"

หลินเวยพยักหน้า แล้วเขย่งปลายเท้าจุ๊บปากเขาเบาๆ "เย็นนี้อยากกินอะไร เดี๋ยวฉันไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต"

"ถ้าคุณยุ่งก็ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมกลับมาทำเอง" อู๋ฮ่าวโอบเอวเธอพร้อมรอยยิ้ม

"ไม่เป็นไร วันนี้ฉันไม่มีอะไรมาก" หลินเวยส่ายหน้า พลางใช้นิ้ววนเล่นที่หน้าอกของเขา

"งั้นก็เอาแบบง่ายๆ แล้วกัน คุณดูตามความเหมาะสมเลย" อู๋ฮ่าวก้มหน้าลงหอมเธอหนึ่งที แล้วปล่อยมือจากหลินเวย หยิบเสื้อสูทมาสวม

"ไปละนะ!"

มองดูแผ่นหลังของอู๋ฮ่าวที่เดินจากไป หลินเวยก็ยิ้มออกมา จากนั้นก็นึกถึงสมรภูมิรบอันดุเดือดเมื่อคืน หน้าของเธอก็แดงระเรื่อขึ้นมาทันที

'คนบ้าคนนี้ สรรหาท่าใหม่ๆ มาได้ตลอดเลยนะ'

เมื่อลงมาถึงข้างล่าง หลี่เหวินหมิงรออยู่ที่หน้ารถแล้ว พอเห็นเขาออกมาก็รีบเปิดประตูรถให้

"วันนี้ทำไมคุณขับเองล่ะ" อู๋ฮ่าวแปลกใจเล็กน้อย

หลี่เหวินหมิงยิ้ม "ก็ผมว่างนี่ครับ เลยขอตามมาด้วย อีกอย่างได้ยินว่าเป้าหมายของกิจกรรมวันนี้คือนักดับเพลิงที่เสียแขนขวาระหว่างปฏิบัติหน้าที่ดับเพลิง ผมเลยอยากไปดูหน่อยครับ เพื่อส่งมอบความเคารพจากพวกเราเหล่าทหารผ่านศึก"

"ฮะๆ งั้นไปกันเถอะ" อู๋ฮ่าวยิ้มและพยักหน้า

นักดับเพลิงก็คือทหาร และทหารย่อมยกย่องวีรบุรุษ หลี่เหวินหมิงจึงเป็นฝ่ายขอติดตามมาด้วยในครั้งนี้ เพราะอยากจะไปพบกับวีรบุรุษนักดับเพลิงผู้เสียสละในหน้าที่อันยิ่งใหญ่

รถแล่นไปที่บริษัทก่อนเพื่อรวมพลกับคนที่รออยู่ รวมถึงเจียงหนานและทีมงาน แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลอันซี ในสังกัดวิทยาลัยการแพทย์ทหารอากาศ

ตลอดทางไม่มีการพูดคุย เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ผู้บริหารโรงพยาบาลและกลุ่มนักข่าวที่มารอทำข่าวอยู่ก่อนแล้วต่างก็กรูกันเข้ามา

"ประธานอู๋ ท่านนี้คือรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลของเรา รองผอ.หวงครับ" มีคนแนะนำให้เขารู้จักพร้อมรอยยิ้ม

"สวัสดีครับ ท่านรองฯ หวง" อู๋ฮ่าวรีบจับมือทักทาย

"ฮ่าๆ ประธานอู๋ ยินดีต้อนรับครับ ในที่สุดก็ได้เจอตัวจริงสักที ได้ยินชื่อเสียงมานาน ตัวจริงหนุ่มแน่นและเก่งกาจมากครับ" รองผอ.หวงกล่าวต้อนรับอย่างกระตือรือร้น

"ไม่หรอกครับ ท่านชมเกินไปแล้ว" อู๋ฮ่าวตอบตามมารยาท

จากนั้นรองผอ.หวงก็ทำหน้าที่แนะนำต่อ เขาชี้ไปที่แพทย์อาวุโสวัยหกสิบกว่าที่ยังดูแข็งแรงท่านหนึ่ง "นี่คือหัวหน้าแผนกจ้าว เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับศาสตราจารย์และเป็นหัวหอกด้านศัลยกรรมกระดูกของโรงพยาบาลเรา ท่านเป็นผู้ดูแลโครงการนี้ครับ"

"สวัสดีครับ หัวหน้าแผนกจ้าว" อู๋ฮ่าวเดินเข้าไปจับมือทักทายอย่างอบอุ่น

"โฮะๆ ประธานอู๋ ผมรอคุณมานานแล้วครับ... อยากคุยกับคุณเรื่องแขนเทียมอัจฉริยะเลียนแบบชีวภาพ (Bionic Prosthetics) มาตลอด แต่ไม่มีโอกาสสักที วันนี้คุณต้องทำให้ความปรารถนาของผมเป็นจริงนะ" หัวหน้าแผนกจ้าวจับมือเขาพร้อมกล่าวอย่างกระตือรือร้น

"ยินดีครับ เรามาแลกเปลี่ยนความรู้กัน ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ เราเองก็หวังว่าจะได้รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะดีๆ จากท่าน เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นครับ"

"ประธานอู๋ เชิญเข้าไปคุยด้านในดีกว่าครับ" รองผอ.หวงเชื้อเชิญ

อู๋ฮ่าวพยักหน้า แล้วเดินเข้าไปในโรงพยาบาลท่ามกลางวงล้อมของผู้คน

"โรงพยาบาลของเราเป็นโรงพยาบาลหลักในสังกัดกองทัพอากาศ และรับผิดชอบงานด้านการศึกษาและฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ของกองทัพอากาศด้วย ตั้งแต่ก่อตั้งโรงพยาบาลมา เรา..."

ทันทีที่เดินเข้ามาในโรงพยาบาล รองผู้อำนวยการหวงก็เริ่มแนะนำข้อมูลพื้นฐานและประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของโรงพยาบาลให้เขาฟังอย่างกระตือรือร้น

ส่วนอู๋ฮ่าว ท่ามกลางคำบรรยายที่พรั่งพรูไม่ขาดสายนี้ เขาก็ได้รับรู้ถึงประวัติความเป็นมาอันน่าภาคภูมิใจของโรงพยาบาล หรือจะเรียกว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ ทำให้ในใจของเขาเต็มไปด้วยความเคารพยกย่อง

เดิมทีควรจะมีการประชุมต้อนรับสั้นๆ แต่ถูกอู๋ฮ่าวปฏิเสธไป เขาให้เหตุผลว่า วันนี้ถือเป็นวันสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักดับเพลิงที่ได้รับบาดเจ็บนายนั้น เกรงว่าทั้งตัวเขาและครอบครัวคงจะนอนไม่หลับกันทั้งคืนเมื่อคืนนี้

ในเมื่อคนก็มาถึงแล้ว ก็อย่าปล่อยให้พวกเขาต้องรอนานเลย ยิ่งใกล้ถึงเวลาเท่าไหร่ ความรู้สึกของการรอคอยเช่นนี้มันยิ่งทรมานใจ

การยึดถือผู้ป่วยเป็นสำคัญเช่นนี้ ทำให้เหล่าแพทย์ในที่นั้นต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย และรู้สึกชื่นชมในตัวอู๋ฮ่าวผู้นี้มากขึ้นไปอีก

พวกเขาเคยให้การต้อนรับผู้บริหารมามากมาย และเคยเข้าร่วมกิจกรรมบริจาคทำนองนี้มาก็เยอะ แต่คนที่เหมือนกับอู๋ฮ่าว ซึ่งไม่เน้นสร้างภาพและนึกถึงใจผู้ป่วยจริงๆ นั้น นี่ถือเป็นคนแรก จึงทำให้ทุกคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเลื่อมใสนับถือ

จบบทที่ บทที่ 580 : ราวกับได้ครอบครองโลกทั้งใบในพริบตา | บทที่ 581 : ผมไม่ได้มาเพื่อสร้างภาพ

คัดลอกลิงก์แล้ว