- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 514 : กำไรมหาศาล | บทที่ 515 : เก็บเกี่ยวผลสำเร็จอย่างงดงาม
บทที่ 514 : กำไรมหาศาล | บทที่ 515 : เก็บเกี่ยวผลสำเร็จอย่างงดงาม
บทที่ 514 : กำไรมหาศาล | บทที่ 515 : เก็บเกี่ยวผลสำเร็จอย่างงดงาม
บทที่ 514 : กำไรมหาศาล
[ฉบับแก้ไข]
หลังจากได้รับแรงกระตุ้นจากใบสั่งซื้อแรก คณะตัวแทนจากประเทศอื่นๆ ที่มีความสนใจก็เริ่มติดต่อและเจรจากับอู๋ฮ่าวและทีมงานอย่างกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น
ได้รับอิทธิพลจากประเทศเหล่านี้ อู๋ฮ่าวและทีมงานจึงได้ต้อนรับคณะตัวแทนอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนใหญ่เป็นพวกตามกระแส แต่ในความเป็นจริงมีไม่กี่ประเทศที่มีศักยภาพพอที่จะซื้อยุทโธปกรณ์ไฮเทคประเภทนี้ได้
ในด้านหนึ่ง ประเทศเหล่านี้ค่อนข้างยากจนเมื่อเทียบกับเหล่าเศรษฐีน้ำมัน ดังนั้นงบประมาณทางทหารส่วนใหญ่จึงถูกใช้ไปกับการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นเร่งด่วน เช่น รถถัง ปืนใหญ่ และรถหุ้มเกราะ
ในอีกด้านหนึ่ง ยุทโธปกรณ์ไฮเทคเหล่านี้ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงพลังการรบที่ชัดเจนมากนัก สำหรับประเทศเหล่านี้แล้วมันจึงไม่มีประโยชน์หรืออาจจะไม่คุ้มค่ากับการลงทุน
อู๋ฮ่าวตระหนักถึงจุดนี้ดี แต่เขาก็ยังให้การต้อนรับคนเหล่านี้อย่างอบอุ่น แม้ว่าประเทศเหล่านี้จะยังไม่ซื้อในตอนนี้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่ซื้อในอนาคต คนเหล่านี้ถือเป็นลูกค้าที่มีศักยภาพของพวกเขา
และก็เป็นไปตามที่อู๋ฮ่าวคาดไว้ คนเหล่านี้ต่างแสดงความสนใจอย่างมากผ่านแววตา แต่หลังจากสอบถามราคาแล้ว ทุกคนต่างก็ส่ายหน้าและจากไปอย่างเสียดาย
ตามคำบอกเล่าของพนักงานขายหน้างาน สมาชิกคณะตัวแทนบางประเทศแวะเวียนมาหลายวันติดต่อกัน แววตาของพวกเขาแสดงออกถึงความรู้สึกที่เปี่ยมล้น จนแม้แต่คนขายเห็นแล้วยังซาบซึ้งและอดไม่ได้ที่จะอธิบายเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย
แต่สุดท้ายพวกเขาก็จำต้องจากไปอย่างจำยอม และเดินไปยังบูธของบริษัทขายปืนใหญ่อีกฝั่งหนึ่ง
ใบสั่งซื้อที่สองของพวกเขามาจากคุณซูฮา ซึ่งเป็นคนแรกที่ตั้งข้อสงสัยในยุทโธปกรณ์ชุดนี้ของพวกเขา
อย่างไรก็ตาม สัญญาฉบับนี้มีมูลค่าไม่สูงนัก เพียงแค่ 60 กว่าล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังไม่สามารถชำระเต็มจำนวนได้ โดยขอจ่ายเป็นเงินสดครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะชำระด้วยน้ำมัน
แม้ข้อเรียกร้องนี้จะทำให้พวกเขาปวดหัวอยู่บ้าง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีหนทาง เนื่องจากประเทศของเรามีการค้าขายนำเข้าน้ำมันกับประเทศของคุณซูฮาอยู่แล้ว ดังนั้นเงินส่วนนี้จึงสามารถแปลงสภาพผ่านน้ำมันได้ ทางสำนักอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์และการป้องกันประเทศจะช่วยประสานงานในเรื่องนี้ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาทำเรื่องแบบนี้
ทว่าเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้อู๋ฮ่าวตื่นเต้นได้นานนัก เพราะตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของเขาจดจ่อไปที่ท่านนายพลอาบู แม้ว่าการเจรจาของทั้งสองฝ่ายจะยังดำเนินอยู่และเป็นไปอย่างดุเดือด แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใบสั่งซื้อนี้มีขนาดใหญ่มาก ใหญ่กว่าสองใบสั่งซื้อก่อนหน้านี้รวมกันเสียอีก
ดังนั้น ไม่เพียงแค่อู๋ฮ่าวเท่านั้น หวังเหลียงกงจากสำนักอุตสาหกรรมฯ และผู้จัดงานนิทรรศการต่างก็ให้ความสนใจกับสัญญานี้เป็นอย่างมาก และกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อผลักดันให้สัญญานี้สำเร็จ
ในขณะนี้ ข้อขัดแย้งหลักของทั้งสองฝ่ายยังคงอยู่ที่การถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง รองลงมาคือระยะเวลาการส่งมอบ บริการหลังการขาย และการกำหนดขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ ส่วนเรื่องเงินเป็นประเด็นสุดท้าย
จากการประเมินเบื้องต้น หากเคาะสัญญานี้ลงตัว มูลค่าอาจสูงถึง 300-400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แน่นอนว่าตัวเลขนี้อาจเทียบไม่ได้กับสัญญาขนาดใหญ่ของรัฐวิสาหกิจอื่นๆ แต่นับเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมมาก และอาจกล่าวได้ว่าเป็นใบสั่งซื้อทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดของภาคเอกชนหลังจากก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมทางทหาร
"ท่านนายพลอาบู นี่เป็นความจริงใจสูงสุดของเราแล้วครับ" อู๋ฮ่าวกล่าวกับนายพลอาบูที่นั่งอยู่ตรงข้าม การเจรจามาถึงจุดนี้ไม่ได้วัดกันแค่ฝีปาก แต่ยังวัดกันที่ความอดทนของทั้งสองฝ่ายด้วย
เดิมทีคิดว่านายพลอาบูจะคุยง่ายที่สุด และซาอุดีอาระเบียก็เป็นเศรษฐีที่ใจป้ำที่สุด แต่ไม่นึกเลยว่าจะคุยยากและยืดเยื้อขนาดนี้ อีกฝ่ายรวยจริง แต่คงเป็นเพราะรวยจนชิน เลยเอาใจยากและมีข้อเรียกร้องเยอะไปหน่อย
"โอเค คุณอู๋ เอาตามนี้ก็แล้วกัน"
นายพลอาบูพยักหน้า แล้วชูนิ้วขึ้นมาพูดกับอู๋ฮ่าวว่า "โดรน 200 ลำ ใช้รูปแบบการผลิตหนึ่งบวกหนึ่ง โดย 100 ลำพวกคุณขายให้เราโดยตรง ส่วนอีก 100 ลำพวกคุณขายชิ้นส่วนให้เรานำไปประกอบและผลิตเองในประเทศของเรา พวกคุณต้องให้คำแนะนำทางเทคนิคจนกว่าโรงงานของเราจะสามารถผลิตโดรนเหล่านี้ได้อย่างราบรื่น
ส่วนรถลาดตระเวนไร้คนขับ 100 คัน ยานใต้น้ำไร้คนขับ 50 ลำ และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ทั้งหมดจะมอบให้พวกคุณเป็นผู้ผลิต เราต้องการให้ส่งมอบใบสั่งซื้อทั้งหมดให้เสร็จสิ้นก่อนปี 2025 นอกจากนี้พวกคุณต้องให้บริการหลังการขายและอัปเกรดระบบเป็นเวลา 5 ปี เพื่อรับประกันว่าเราจะสามารถแก้ไขปัญหาทางเทคนิคและการใช้งานได้ตลอดเวลา"
"5 ปีนานเกินไปครับ 2 ปี ทางเราจะให้บริการหลังการขายฟรีแก่ฝ่ายท่านเป็นเวลา 2 ปี หลังจากครบ 2 ปี เรายังคงให้บริการหลังการขายได้ แต่ฝ่ายท่านจะต้องชำระค่าบริการให้แก่เราตามสมควร"
"2 ปีสั้นเกินไป 5 ปี เรายินดีจ่ายค่าบริการเพิ่มเติมให้พวกคุณ" นายพลอาบูส่ายหน้ากล่าว
"โอเค งั้นก็ไม่มีปัญหาครับ" อู๋ฮ่าวยิ้มออกมา ในเมื่อยอมจ่ายเงิน ทุกอย่างก็คุยกันง่าย
นายพลอาบูได้ยินคำตอบของอู๋ฮ่าวก็ยิ้มออกมาเช่นกัน จากนั้นก็หันไปกระซิบปรึกษากับผู้ช่วยสองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ
ทางฝั่งอู๋ฮ่าวก็เช่นกัน หลังจากตกลงเงื่อนไขในสัญญาเรียบร้อยแล้ว สุดท้ายก็มาถึงเรื่องราคาที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุด
ตามรายการสั่งซื้อ ทางทีมงานของอู๋ฮ่าวคำนวณราคาเสนออยู่ที่ 420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ราคานี้แน่นอนว่าบวกเผื่อต่อรองไว้แล้ว ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าราคาที่อีกฝ่ายรับได้จะอยู่ที่เท่าไหร่
หลังจากหารือกันครู่หนึ่ง นายพลอาบูก็พูดกับอู๋ฮ่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า "คุณอู๋ หลังจากที่เราได้หารือและคำนวณอย่างรอบคอบแล้ว 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐคือราคาสูงสุดที่เรารับได้"
...
อู๋ฮ่าวและสมาชิกในทีมทุกคนที่นั่งอยู่ถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน แบบนี้จะต่อรองลงไปได้ยังไง ยอมตกลงไปเลยดีไหมเนี่ย
แม้ว่าราคาเสนอของพวกเขาจะอยู่ที่ 420 ล้านดอลลาร์ แต่ตั่นเป็นเพียงราคาเปิดเท่านั้น ตามความคาดหวังของพวกเขา ถ้าต่อรองได้ที่ 300 ล้านดอลลาร์ก็ถือว่ากำไรมหาศาลแล้ว หรือต่อให้ต่ำกว่านั้นพวกเขาก็ยังรับได้
ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะให้ราคามาที่ 400 ล้านดอลลาร์ตรงๆ แบบนี้ นี่มัน...
สมกับเป็นเศรษฐีกระเป๋าหนักจริงๆ อู๋ฮ่าวรีบพลิกหน้ากระดาษปิดใบเสนอราคาที่ทีมงานส่งให้เขาอย่างแนบเนียน พยายามข่มความดีใจในอก แล้วบีบสีหน้าให้ดูไม่พอใจเล็กน้อยส่งไปให้อีกฝ่าย "ท่านนายพลอาบู ราคานี้ต่ำเกินไปครับ
550 ล้านดอลลาร์ครับ นี่เป็นราคาเสนอสุดท้ายที่เราคำนวณมาอย่างละเอียดแล้ว ต่ำกว่านี้ไม่ได้จริงๆ ท่านต้องทราบนะครับว่านี่คือโดรน 200 ลำ รถลาดตระเวนไร้คนขับ 100 คัน และยานใต้น้ำ 50 ลำ ซึ่งยังไม่รวมระบบควบคุมส่วนหลังและอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ
นอกจากนี้ยังมีสายการผลิตที่พวกท่านต้องการ รวมถึงค่าบริการและอื่นๆ อีกมากมาย"
"คุณอู๋ เราคำนวณทุกอย่างรวมไว้หมดแล้ว 400 ล้านดอลลาร์ ราคานี้เหมาะสมที่สุดแล้ว" นายพลอาบูส่ายหน้า
"ไม่ ไม่ ท่านนายพล ท่านอาจจะไม่เข้าใจค่าครองชีพในประเทศของเรา รวมถึงค่าจ้างบุคลากรคอมพิวเตอร์ระดับสูง ซึ่งมีต้นทุนที่สูงมาก ราคาที่เราให้ท่านไปแทบจะไม่เหลือกำไรเลย เผลอๆ อาจจะขาดทุนด้วยซ้ำ เราต้องไปรอรับเงินอุดหนุนในภายหลังถึงจะพอกำไรได้บ้างนิดหน่อย"
-------------------------------------------------------
บทที่ 515 : เก็บเกี่ยวผลสำเร็จอย่างงดงาม
แม้ว่าอู๋ฮ่าวและสมาชิกในทีมเจรจาจะรู้สึกตื่นเต้นกันมาก แต่ในระหว่างการเจรจาพวกเขาก็พยายามรักษาท่าทีให้ดูเคร่งขรึมที่สุดเท่าที่จะทำได้ บางคนถึงขั้นสวมบทบาทตีหน้าเศร้าและแสดงความไม่พอใจออกมาได้อย่างแนบเนียน
สิ่งที่มั่นใจได้ในตอนนี้คือเงินจำนวน 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นั้นอยู่ในกำมือแน่นอนแล้ว ส่วนจะโก่งราคาขึ้นไปได้อีกเท่าไหร่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของทุกคนที่อยู่ในที่นี้ สำหรับทุกคนแล้ว ยิ่งมูลค่าสัญญามากเท่าไหร่ ก็หมายความว่าโบนัสของพวกเขาก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ดังนั้นสมาชิกในทีมจึงเริ่มโต้เถียงด้วยเหตุผลกับทีมของอีกฝ่ายอย่างดุเดือด
"คุณอู๋ 450 ล้านดอลลาร์ นี่คือขีดจำกัดของเราแล้ว" ท่านนายพลอาบูพูดกับอู๋ฮ่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
อู๋ฮ่าวส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า "ท่านนายพล ราคานี้มันต่ำเกินไปจริงๆ ครับ เอาอย่างนี้ ผมยอมถอยให้อีกก้าว 520 ล้านดอลลาร์ นี่คือราคาที่แสดงความจริงใจอย่างที่สุดแล้วครับ"
"ไม่ ไม่ ราคานี้ก็ยังสูงเกินไป คุณอู๋ ถ้าตัดค่าวิจัยและพัฒนาที่คุณอ้างถึงออกไป ราคาของโดรนและอุปกรณ์อื่นๆ เหล่านี้จริงๆ แล้วไม่ได้มีมูลค่ามากขนาดนั้น ข้อนี้คุณน่าจะเข้าใจดี" ท่านนายพลอาบูส่ายหน้าใส่เขา
อู๋ฮ่าวพยักหน้ายิ้มๆ "ผมทราบดีครับ สิ่งที่ท่านพูดถึงเป็นเพียงราคาต้นทุนการผลิต แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่ท่านไม่ได้นำมาคำนวณรวมด้วย เช่น ระบบรักษาความปลอดภัยลาดตระเวนอัจฉริยะแบบไร้คนขับ และโดรนลาดตระเวนเตือนภัยทางอากาศ สิ่งที่มีค่าที่สุดไม่ใช่ตัวโดรนหรืออุปกรณ์เหล่านี้ แต่คือชุดระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะนี้ต่างหากครับ
เราคงไม่สามารถขายให้พวกคุณแค่ตัวโดรนเปล่าๆ ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นมันจะต่างอะไรกับโดรนเชิงพาณิชย์ทั่วไปล่ะครับ
ผมเชื่อว่าทางฝ่ายท่านได้ทำการศึกษาระบบรักษาความปลอดภัยลาดตระเวนอัจฉริยะและโดรนลาดตระเวนเตือนภัยทางอากาศรุ่นนี้มาอย่างละเอียดแล้ว เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันที่มีอยู่ในโลกปัจจุบัน มันล้ำหน้าไปอีกขั้นอย่างไม่ต้องสงสัย และคู่แข่งรายอื่นยากที่จะไล่ตามได้ทันในระยะเวลาอันสั้น
นอกจากนี้ เรายังจะทำการอัปเดตระบบที่ฝ่ายท่านใช้งานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับประกันว่ามันจะยังคงสถานะผู้นำอยู่เสมอ
ด้วยโดรนรุ่นนี้ นั่นหมายความว่าทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไพศาลและแนวชายแดนที่ยาวเหยียดของประเทศท่าน สามารถใช้มันในการลาดตระเวนได้ทั้งหมด
เพียงแค่เติมน้ำมันให้มัน แล้วทำการบำรุงรักษาง่ายๆ มันก็จะทำงานเงียบๆ โดยไม่บ่นสักคำ เมื่อเทียบกับทหารแล้ว มันน่าเชื่อถือกว่า ราคาถูกกว่า และซื่อสัตย์กว่า มันจะไม่บ่น ไม่ก่อกบฏ และไม่มีทางหนีทัพกลางคันแน่นอน
ผมเชื่อว่า ระบบรักษาความปลอดภัยลาดตระเวนอัจฉริยะแบบไร้คนขับรุ่นนี้ จะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวังอย่างแน่นอนครับ"
"แน่นอน ก็เพราะเราเห็นข้อดีเหล่านี้ของมัน เราถึงตัดสินใจซื้อมันไงล่ะ" ท่านนายพลอาบูยิ้มออกมาแล้วพูดว่า "ตกลง เพื่อนของผม ผมสามารถเพิ่มราคาให้อีกหน่อย แต่พวกคุณต้องรับปากว่าจะส่งมอบสินค้าล็อตแรกให้เราโดยเร็วที่สุด เราต้องการได้รับยุทโธปกรณ์ชุดนี้ก่อนประเทศอื่นๆ
เกี่ยวกับอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัยขนาดนี้ ภายในประเทศของเรายังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์สงสัยอยู่บ้าง ผมต้องการโดรนรุ่นนี้ไปทำให้คนพวกนั้นหุบปาก"
อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้ตอบตกลงในทันที แต่ทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยปากพูดว่า "เอาอย่างนี้ครับ ท่านนายพลอาบู สามเดือน ผมรับรองว่าจะส่งมอบโดรนลาดตระเวนเตือนภัยทางอากาศล็อตแรกจำนวน 12 ลำ รถลาดตระเวนไร้คนขับ 6 คัน ยานใต้น้ำ 3 ลำ และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้พวกท่านภายในสามเดือน ด้วยอุปกรณ์ชุดนี้ ผมเชื่อว่าเพียงพอที่จะพิสูจน์ประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของมันให้คนในประเทศของท่านได้เห็น
ส่วนออเดอร์ที่เหลือ ผมรับรองว่าเราจะรีบส่งมอบให้ฝ่ายท่านภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาครับ"
"12 ลำมันน้อยเกินไป ผมต้องการโดรน 24 ลำ รถลาดตระเวนไร้คนขับ 12 คัน และยานใต้น้ำ 6 ลำ" ท่านนายพลอาบูส่ายหน้า แล้วแจ้งความต้องการของเขาออกมาทันที
เมื่อได้ยินคำพูดของท่านนายพลอาบู อู๋ฮ่าวก็รีบโบกมือปฏิเสธทันควัน "เป็นไปไม่ได้ครับ เวลาสามเดือนมันสั้นเกินไป เราไม่สามารถผลิตจำนวนมากขนาดนั้นได้ในเวลาสั้นๆ ยิ่งไปกว่านั้น เรายังมีออเดอร์ของลูกค้าเจ้าอื่นที่ต้องทำให้เสร็จด้วย"
"เราเพิ่มเงินให้ได้ แต่อุปกรณ์ชุดนี้ต้องส่งมอบภายในสามเดือน" ท่านนายพลอาบูมองอู๋ฮ่าวด้วยท่าทีหนักแน่น
อู๋ฮ่าวแสร้งทำเป็นคิดเล็กน้อย แล้วจึงเอ่ยปากว่า "520 ล้านดอลลาร์ ออเดอร์ล็อตแรกเราจะส่งมอบภายในสามเดือนแน่นอน"
"500 ล้านดอลลาร์" อาบูชูนิ้วขึ้นมา
"520 ล้านดอลลาร์!"
"500 ล้านดอลลาร์"
"โอเค โอเค เราถอยกันคนละก้าว 510 ล้านดอลลาร์ สามเดือน ผมรับประกันว่าจะส่งโดรนชุดนี้ไปถึงซาเท่อ"
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา อาบูก็ยิ้มและลุกขึ้นยืนทันที ก่อนจะเข้ามากอดเขาแน่นๆ แล้วพูดว่า "อู๋ เพื่อนรักของผม ขอบคุณมาก"
"ไม่เป็นไรครับ ท่านนายพลอาบู ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณท่านที่มอบออเดอร์ใหญ่ขนาดนี้ให้เรา แม้ว่ามันจะไม่ง่ายเลยก็ตาม" อู๋ฮ่าวข่มความดีใจในใจเอาไว้แล้วกล่าวตอบ
"ร่วมมือกันด้วยดี!"
"ร่วมมือกันด้วยดีครับ"
ทั้งสองฝ่ายกอดกันอีกครั้ง แม้ว่าอู๋ฮ่าวจะไม่ค่อยชินกับกระบวนการนี้เท่าไหร่ แต่ทำไงได้ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นลูกค้า เป็นพระเจ้าของพวกเขา... ไม่สิ น่าจะเป็น... เอิ่ม เป็นอะไรนะ
หลังจากส่งอาบูและคณะกลับไปพร้อมรอยยิ้มแล้ว ทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมก็ไม่อาจเก็บความดีใจเอาไว้ได้อีกต่อไป ต่างพากันกระโดดโลดเต้นและส่งเสียงเฮลั่น
อู๋ฮ่าวมองดูทุกคนที่กำลังตื่นเต้นพลางกดมือลงเป็นสัญญาณให้เบาๆ แล้วทำท่าจุ๊ปากบอกว่า "เงียบๆ หน่อย ทำตัวโลว์โปรไฟล์เข้าไว้ พวกเขายังไปได้ไม่ไกลนะ"
ฮ่าๆๆๆ... ทุกคนในที่นั้นต่างพากันหัวเราะเบาๆ
อู๋ฮ่าวเองก็หัวเราะตามไปด้วยแล้วพูดว่า "เอาล่ะๆ คู่มือรักษาความลับทุกคนก็รู้กันดีอยู่แล้ว ห้ามเปิดเผยเนื้อหาการเจรจาออกไปเด็ดขาด การค้าขายอาวุธยุทโธปกรณ์เป็นเรื่องค่อนข้างพิเศษ ผลของการทำข้อมูลรั่วไหลพวกคุณก็รู้กันดี ผมคงไม่ต้องพูดซ้ำ
ต่อมามาพูดเรื่องที่น่ายินดีกันบ้าง การที่สัญญาฉบับนี้สำเร็จได้ ทุกคนเหนื่อยกันมาก อันดับแรก โบนัสไม่มีทางขาดแน่นอน ทุกคนมีส่วนแบ่ง"
"ขอบคุณครับบอสอู๋... บอสอู๋จงเจริญ!"
อู๋ฮ่าวยิ้มและกดมือลง "นอกจากนี้ หลายวันมานี้ทุกคนทำงานหนักมาก อุตส่าห์มาถึงเมืองจูทั้งทีจะให้เสียเที่ยวได้ไง เอาอย่างนี้ ผมได้ยินว่าอาหารทะเลที่นี่รสชาติดีมาก คืนนี้ผมเลี้ยงเอง ทุกคนไปลองชิมอาหารทะเลที่นี่กัน"
"บอสอู๋จงเจริญ ขอบคุณครับบอสอู๋ บอสอู๋หล่อมาก..."
อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็พูดอย่างเอือมๆ ว่า "นี่ผมหล่อแค่ตอนเลี้ยงข้าวหรือไง?"
"ใช่ครับ/ค่ะ!" พนักงานหนุ่มสาวหลายคนตะโกนแซวขึ้นมาพร้อมกัน
เอิ่ม...
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า... เมื่อเห็นอู๋ฮ่าวทำหน้าบอกบุญไม่รับ ทุกคนก็พากันหัวเราะลั่น
หลังจากโบกมือไล่ให้ทุกคนแยกย้ายกันไป โทรศัพท์ของอู๋ฮ่าวก็ดังขึ้นพอดี ทันทีที่กดรับ ปลายสายก็มีเสียงหัวเราะร่าเริงของหวังเหลียงกงดังลอดออกมา
"ฮ่าฮ่า เสี่ยวอู๋ ยินดีด้วยนะ 510 ล้านดอลลาร์ เจ้าหนูนี่กล้าเรียกราคาจริงๆ นะ"
"แหะๆ ผอ.ครับ พวกเราก็ไม่คิดเหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะใจป้ำขนาดนี้ ไม่ได้ยื้อเรื่องเงินมากเท่าไหร่" อู๋ฮ่าวอดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปาก
"ฉันบอกแล้วไงว่าทางนั้นเขารวย" หวังเหลียงกงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
อู๋ฮ่าวพยักหน้ายิ้มๆ "รวยจริงครับ แต่ก็เป็นพวกถือตัวว่ามีเงิน เอาใจยากชะมัด แต่ก็ยังดีที่ทุกอย่างราบรื่น สุดท้ายก็คว้าออเดอร์นี้มาได้"
"ฮ่าๆ คนรวยก็เรื่องมากเป็นธรรมดา เข้าใจได้น่า พวกเธอนี่ยังถือว่าเล็กน้อยนะ มีเจ้าไหนไม่รู้ เพื่อจะเลี้ยงข้าวอาบูมื้อเดียว ถึงกับลงทุนจ้างทีมพ่อครัวมาจากซินเจียงโดยเฉพาะเลยนะ" หวังเหลียงกงพูดปลอบใจพลางหัวเราะ
พอได้ยินอีกฝ่ายพูดถึงเรื่องนี้ อู๋ฮ่าวก็หัวเราะตามไปด้วย มีบางบริษัทพยายามเอาใจเศรษฐีรายใหญ่รายนี้ด้วยสารพัดวิธี หนึ่งในนั้นคือการจ้างทีมเชฟจากซินเจียงมาจัดโต๊ะอาหารฮาลาลชุดใหญ่
แต่ผลปรากฏว่าท่านนายพลอาบูคนนี้กลับไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ เพราะเขานำเชฟส่วนตัวมาด้วย แถมวัตถุดิบทุกอย่างยังขนส่งทางอากาศมาจากซาเท่อโดยตรง เลยไม่ได้ไปกินงานเลี้ยงนั้น เท่ากับว่างานนี้ประจบม้าแต่ดันไปโดนกีบม้าดีดใส่เข้าให้เต็มๆ