- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 258 : ศักยภาพและอิทธิพลที่พุ่งสูงขึ้น | บทที่ 259 : เช้าที่ไม่เงียบสงบ
บทที่ 258 : ศักยภาพและอิทธิพลที่พุ่งสูงขึ้น | บทที่ 259 : เช้าที่ไม่เงียบสงบ
บทที่ 258 : ศักยภาพและอิทธิพลที่พุ่งสูงขึ้น | บทที่ 259 : เช้าที่ไม่เงียบสงบ
บทที่ 258 : ศักยภาพและอิทธิพลที่พุ่งสูงขึ้น
"มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือคะ?" ผู้บริหารหญิงวัยสี่สิบกว่าปีที่พูดขึ้นก่อนหน้านี้อุทานด้วยความประหลาดใจ
ชายชราหัวล้านวัยห้าสิบกว่าปีมีสีหน้าเคร่งขรึมและกล่าวว่า "ร้ายแรงกว่าที่คุณจินตนาการไว้เสียอีกครับ เรื่องอุตสาหกรรมแบตเตอรี่เอาไว้ก่อน ผมจะขอยกตัวอย่างสองเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ก็แล้วกัน
อย่างแรกคือด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หากซูเปอร์แบตเตอรี่นี้เข้าสู่กระบวนการผลิต เกรงว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันคงต้องมีการจัดระเบียบกันใหม่หมด
เมื่อพิจารณาจากระยะทางที่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปวิ่งได้ประมาณสามร้อยกว่ากิโลเมตรในปัจจุบัน หากเปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่รุ่นนี้ ระยะทางจะเพิ่มขึ้นเป็นห้าร้อยกิโลเมตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่ากลัวมากทีเดียว
มันอาจจะทำลายตลาดที่รถยนต์น้ำมันครองอยู่ และพารถยนต์ไฟฟ้าก้าวไปสู่อีกขั้น หนึ่งในจุดอ่อนที่ยอมรับกันโดยทั่วไปของรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันคือระยะทางในการขับขี่ และแบตเตอรี่รุ่นนี้ก็สามารถกล่าวได้ว่าเข้ามาอุดจุดอ่อนในด้านนี้
ผมคิดว่าหลังจากจบงานเปิดตัว คงมีผู้ผลิตรถยนต์หลายรายที่นอนไม่หลับ สำหรับบริษัทเหล่านี้ ใครที่ครอบครองซูเปอร์แบตเตอรี่นี้ได้ก่อน ก็เท่ากับครอบครองตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตได้ก่อนเช่นกัน
และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมอู๋ฮ่าวถึงพูดในงานเปิดตัวว่า แบตเตอรี่รุ่นนี้ยังต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะออกสู่ตลาดได้"
ชายชราหัวล้านกวาดตามองทุกคนแล้วพูดต่อว่า "ตัวอย่างที่สองนั้นเกี่ยวข้องกับพวกเราโดยตรง ทุกท่านทราบดีว่าในขณะที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อย่างโทรศัพท์มือถือทวีความรุนแรงขึ้น ความทนทานของแบตเตอรี่ในอุปกรณ์เหล่านี้ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้ใช้พิจารณา
หากผู้ผลิตรายใดสามารถครอบครองซูเปอร์แบตเตอรี่นี้ได้ ผมคิดว่ามันจะสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อคู่แข่งรายอื่นๆ รวมถึงพวกเราด้วย"
คำพูดของชายชราหัวล้านทำให้ทุกคนในที่นั้นเริ่มเงียบลง บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที
"คงไม่ร้ายแรงขนาดนั้นหรอกมั้งคะ อู๋ฮ่าวกับพวกเปิดตัวเทคโนโลยีซูเปอร์แบตเตอรี่นี้ออกมา ด้านหนึ่งก็เพื่อใช้กับผลิตภัณฑ์ของพวกเขา แต่อีกด้านหนึ่งก็น่าจะเพื่อจำหน่ายในตลาดด้วย ตลาดแบตเตอรี่มีมูลค่ามหาศาลขนาดนี้ พวกเขาคงไม่เมินเฉยหรอก
แถมเทคโนโลยีสำคัญที่มีอิทธิพลสูงขนาดนี้ พวกเขาก็คงไม่สามารถผูกขาดได้หรอกค่ะ" ผู้บริหารหญิงวัยสี่สิบกว่าปีพูดขึ้นเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ
ชายวัยกลางคนผมบางที่นั่งอยู่หัวโต๊ะพยักหน้าเมื่อได้ยินดังนั้น "ที่พูดมาก็ถูก เทคโนโลยีที่มีผลกระทบวงกว้างขนาดนี้ ต่อให้พวกเขาอยากจะผูกขาดก็คงเป็นไปไม่ได้
องค์กรธุรกิจไม่ยอม อุตสาหกรรมไม่ยอม และภาครัฐก็คงจะไม่ยอมเช่นกัน"
"ไม่ ผมไม่คิดอย่างนั้น"
ชายชราหัวล้านส่ายหน้า "นี่เป็นเทคโนโลยีหลักที่ยกระดับไปสู่ความมั่นคงของชาติ การมีเทคโนโลยีนี้เท่ากับว่าประเทศของเรามีอำนาจต่อรองอย่างมากในด้านพลังงานใหม่
ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากยุทธศาสตร์ระดับชาติ เทคโนโลยีนี้ย่อมจะไม่ถูกเผยแพร่ออกไปในวงกว้างอย่างแน่นอน
อีกทั้งอู๋ฮ่าวก็มีความสัมพันธ์อันดีกับกองทัพ และเคยร่วมงานกันสำเร็จมาแล้วหลายครั้ง สำหรับระดับรัฐบาลแล้ว เขาถือว่าเป็นคนที่น่าเชื่อถือมาก
เมื่อมีแรงสนับสนุนเหล่านี้ เราก็ยากที่จะกดดันเขาในเรื่องนี้ได้ ผมคิดว่าภายใต้การประสานงานและไกล่เกลี่ยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ความร่วมมือต่างๆ น่าจะเกิดขึ้นได้ในเร็วๆ นี้
ไม่ว่าอู๋ฮ่าวและพวกจะมีอำนาจต่อรองหรือไม่ แต่ผลกระทบในด้านนี้ย่อมมหาศาล เว้นแต่จะมีเทคโนโลยีซูเปอร์แบตเตอรี่แบบใหม่ออกมา ไม่อย่างนั้นเขาจะยังคงมีอิทธิพลต่อตลาดผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่ทั้งหมดต่อไป"
"นี่หมายความว่าในอนาคตเขาจะกุมอำนาจต่อรองในตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่เอาไว้อย่างนั้นหรือ" ชายวัยกลางคนตรงหัวโต๊ะพูดอย่างครุ่นคิด
"ดูจากภายนอกอาจจะยังไม่ถึงขั้นนั้นครับ เพราะตอนนี้เรายังไม่รู้ต้นทุนการผลิตของซูเปอร์แบตเตอรี่ตัวนี้ แต่ในระยะยาว หากประสิทธิภาพต่างๆ ของแบตเตอรี่รุ่นนี้ได้รับการพิสูจน์ ความเป็นไปได้ที่จะกุมอำนาจในวงการแบตเตอรี่ทั้งหมดก็ถือว่าสูงมาก" ชายหัวล้านกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
ชายวัยกลางคนตรงหัวโต๊ะพยักหน้า แล้วถอนหายใจพลางกล่าวว่า "ดูเหมือนว่าครั้งนี้อู๋ฮ่าวจะผงาดขึ้นมาจริงๆ แล้ว เขาได้ก้าวขึ้นไปสู่จุดที่ทุกคนต้องเกรงใจ
การมีไพ่ตายอยู่ในมือนี่มันดีจริงๆ เท่ากับว่ามีอาวุธไม้ตายเลยทีเดียว"
"ผมว่าเราไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไปหรอกครับ"
ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมสวมแว่นตาอายุราวสี่สิบปีกล่าวขึ้น "แบตเตอรี่รุ่นนี้อู๋ฮ่าวกับพวกคงไม่เก็บไว้ใช้เองคนเดียวแน่ ยังไงก็ต้องปล่อยออกสู่ตลาด ดังนั้นถ้าเราอยากใช้ ก็ย่อมหามาใช้ได้ แน่นอนว่ามีข้อแม้คือต้องไม่ไปมีเรื่องขัดแย้งกับพวกเขา
หากมีปัญหากัน อีกฝ่ายอาจตัดการส่งมอบแบตเตอรี่ได้ โชคดีที่ผลิตภัณฑ์ของเรากับพวกเขาไม่ได้ขัดผลประโยชน์กันมากนัก"
"ก็ไม่แน่เสมอไป" ชายชราหัวล้านส่ายหน้า "ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เราแย่งส่วนแบ่งตลาดระดับล่างในด้านผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะและเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะมาได้มากโข เอาแค่อู๋ฮ่าวกับพวกเองเถอะ พวกเขาจะไม่สนใจเคกก้อนโตอย่างตลาดโทรศัพท์มือถือบ้างเลยหรือ?"
"ฉันคิดว่าเรื่องนี้ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ พวกเขาไม่น่าจะกระโดดเข้ามาทำตลาดโทรศัพท์มือถือ"
ผู้บริหารหญิงวัยสี่สิบกว่าปีกล่าวอย่างมั่นใจ "พวกคุณต้องเข้าใจว่าตอนนี้ธุรกิจหลักของพวกเขายังคงเป็นผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะ ซึ่งยังต้องพึ่งพาโทรศัพท์มือถือจำนวนมากในการเชื่อมต่อเครือข่ายและบริการที่เกี่ยวข้อง
หากพวกเขาทำโทรศัพท์มือถือออกมาขาย เกรงว่าจะโดนผู้ผลิตมือถือรายใหญ่รุมเล่นงานเอา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้งานปกติของฐานลูกค้าส่วนใหญ่ที่มีอยู่
และฉันก็คิดว่าเป้าหมายของอู๋ฮ่าวไม่ได้อยู่ตรงนี้ด้วย ฉันคอยสังเกตกลยุทธ์การตลาดของพวกเขาอยู่
ในอนาคตพวกเขาน่าจะยังคงให้ความสำคัญกับระบบแอปพลิเคชันและโซเชียลมีเดีย ต้องไม่ลืมนะคะว่าตอนนี้พวกเขามีผู้ใช้งานที่แอคทีฟหลายสิบล้านคนอยู่ในมือ นี่เท่ากับเป็นเหมืองทองคำขนาดมหึมาเลยทีเดียว"
สิ้นเสียงของผู้บริหารหญิงคนนี้ ชายวัยกลางคนร่างท้วมสวมแว่นตาก็รีบแย้งขึ้นทันที "ก็ไม่แน่หรอกครับ เมื่อก่อนปีใหม่พวกเขาเพิ่งทุ่มเงินเกือบพันล้านซื้อโรงงานผลิตแผงหน้าจอ LCD ในซูตู
ถ้าไม่มีความสนใจด้านนี้ จะซื้อโรงงานนี้ไปทำไม เอาไปทำทีวีเหรอ?"
"ก็ใช่ว่าจะไม่มีความเป็นไปได้นี่คะ เพราะทีวีก็มีสัดส่วนที่สูงมากในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ" ผู้บริหารหญิงกล่าว
"แต่คุณก็อย่าลืมนะว่า ธุรกิจทีวีก็เป็นธุรกิจหลักของเราเหมือนกัน" ชายวัยกลางคนร่างท้วมสวมแว่นตาย้อนถาม
ผู้บริหารหญิงส่ายหน้า "เมื่อเทียบกับธุรกิจหลักอย่างโทรศัพท์มือถือแล้ว ด้านนี้จริงๆ แล้วถือว่าเป็นส่วนที่เลือกตัดทิ้งได้ค่ะ"
"พอได้แล้ว! ยังไม่ทันรู้ความเคลื่อนไหวของเขาแน่ชัด พวกเราก็มาทะเลาะกันเองซะแล้ว"
ชายวัยกลางคนผมบางที่นั่งหัวโต๊ะโบกมือขัดจังหวะการโต้เถียงของทั้งสองคน แล้วหันไปพูดกับทุกคนในที่ประชุมว่า "ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นอย่างไร ธุรกิจหลักของเราจะต้องไม่เสียไป นี่คือเส้นตาย
แน่นอนว่าบนพื้นฐานของเส้นตายนี้ เราก็ควรแสดงความเป็นมิตรต่อฝ่ายตรงข้ามให้มากที่สุด ตลาดโลกนั้นกว้างใหญ่ บริษัทในประเทศเราไม่จำเป็นต้องมาสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่ง มีคำกล่าวที่ดีอยู่ว่า ความปรองดองนำมาซึ่งความร่ำรวย
ผมคิดว่าถ้าอู๋ฮ่าวฉลาดพอ เขาคงไม่แตกหักกับเราตรงๆ หรอก
วันนี้ไม่ได้มีแค่เราเจ้าเดียวที่จับตามองงานเปิดตัวนี้ เดี๋ยวพวกคุณลองไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านช่องทางส่วนตัวของตัวเองกันดู แล้วหลังจากนั้นพวกเราค่อยออกหน้าไปพูดคุยกับคนหนุ่มคนนี้ดีๆ วงการนี้ยังต้องการเลือดใหม่ๆ อยู่นะ"
-------------------------------------------------------
บทที่ 259 : เช้าที่ไม่เงียบสงบ
เจ็ดโมงเช้า อู๋ฮ่าวก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์ หลังจากนั้นสายเรียกเข้าก็หลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้เขาจำต้องลุกขึ้นมารับสายเหล่านี้อย่างเสียไม่ได้
คนแรกที่โทรมาหาเขาอย่างอดรนทนไม่ไหวคือ ถังฝูเซิง จากบีญ่าชี่ (B Ya Qi) อู๋ฮ่าวไม่แปลกใจเลยสักนิดที่เขาโทรมา เพียงแต่นี่มันออกจะใจร้อนเกินไปหน่อย โทรมาตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า
ดูไม่เหมือนคนอายุห้าสิบกว่าเลยสักนิด ความสุขุมเยือกเย็นยังไม่ผ่านเกณฑ์
อู๋ฮ่าวหาวออกมาทีหนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียว่า "ฮัลโหล"
"ฮัลโหล เสี่ยวอู๋ ยังไม่ตื่นอีกเหรอ ขอโทษที่รบกวนนะ" เสียงหัวเราะร่าเริงของถังฝูเซิงดังมาจากในโทรศัพท์ แม้ปากจะบอกว่าขอโทษ แต่ดูไม่มีเจตนาจะวางสายเลยสักนิด
"ประธานถัง อรุณสวัสดิ์ครับ" อู๋ฮ่าวหาวอีกครั้งแล้วพูดว่า "เมื่อคืนกลับโรงแรมดึก ก็เลยยังนอนไม่อิ่มครับ ขอโทษด้วย"
"ไม่เป็นไรๆ ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ รบกวนคุณเช้าเกินไป"
ถังฝูเซิงรีบกล่าวขอโทษประโยคหนึ่ง ก่อนจะพูดพร้อมเสียงหัวเราะว่า "งานเปิดตัวเมื่อวานผมดูแล้วนะ ยอดเยี่ยมมากเลย
ไม่นึกเลยว่าพวกคุณจะงัดผลิตภัณฑ์ระดับบิ๊กออกมาทีเดียวเยอะขนาดนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ"
ดูแล้วกะผีน่ะสิ อู๋ฮ่าวบ่นในใจ แต่ก็ตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้มว่า "ขอบคุณประธานถังที่ชมครับ เมื่อเทียบกับบีญ่าชี่แล้ว พวกเรายังมีอีกหลายจุดที่ต้องเรียนรู้"
ถังฝูเซิงหัวเราะเสียงดัง: "ที่ไหนกัน พวกคุณนี่ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นแถมยังเก่งกว่าต้นเสียอีก ความสามารถในการวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยของพวกคุณ เป็นสิ่งที่พวกเราต้องเรียนรู้ต่างหาก"
"ฮ่ะๆ ท่านก็พูดเกินไป" อู๋ฮ่าวหัวเราะตอบรับ
เมื่อเห็นว่าอู๋ฮ่าวไม่ได้มีความสนใจเท่าไหร่นัก ถังฝูเซิงที่อยู่อีกฝั่งก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้าง คืนเดียวแทบไม่ได้นอน พอเห็นว่าเช้านี้เวลาพอเหมาะแล้วก็รีบโทรมาเพื่อชิงจังหวะก่อน ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยังไม่ตื่น
แต่ในเมื่อโทรมาแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะวางสาย ต่อให้อู๋ฮ่าวทางฝั่งนั้นจะดูไม่มีกะจิตกะใจแค่ไหน เขาก็ยังต้องพูด
"เสี่ยวอู๋ ได้ยินว่าเมื่อคืนในงานเปิดตัวคุณได้ประกาศเทคโนโลยีซูเปอร์แบตเตอรี่ออกมาเหรอ?"
เอ่อ งานเปิดตัวคุณก็ดูตลอดไม่ใช่เหรอ ยังจะมา 'ได้ยินว่า' อีก
อู๋ฮ่าวบ่นในใจ ก่อนจะปลุกความสดชื่นขึ้นมาหน่อยแล้วตอบว่า "มีเทคโนโลยีนี้อยู่ครับ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ได้นำเข้าสู่กระบวนการผลิตจริง ทำไมเหรอครับ ประธานถังสนใจเหรอ"
สนใจสิ สนใจมากด้วย ถังฝูเซิงระงับความตื่นเต้นในใจ แล้วรีบพูดพร้อมรอยยิ้ม: "แน่นอน นี่มันเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ในวงการเทคโนโลยีแบตเตอรี่เลยนะ
คุณก็รู้ บีญ่าชี่ของเรามุ่งมั่นวิจัยในด้านรถยนต์พลังงานใหม่มาโดยตลอด และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ก็เป็นปัญหาใหญ่และคอขวดที่จำกัดการพัฒนาในด้านนี้มาเสมอ เทคโนโลยีของพวกคุณเท่ากับเป็นการเปิดประตูบานใหม่ให้กับวงการนี้ และผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานใหม่ไปสู่ระดับใหม่
พูดได้ว่า การเอาชนะรถยนต์น้ำมันแบบดั้งเดิม จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป"
"ฮ่าๆ ไม่เวอร์ขนาดที่ท่านพูดหรอกครับ ก็แค่เทคโนโลยีธรรมดาๆ" อู๋ฮ่าวหัวเราะ
ถังฝูเซิงรีบตอบกลับทันที: "คุณนี่นะ ยังมองข้ามเทคโนโลยีนี้เกินไปแล้ว มันจะเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบเลยนะ
เสี่ยวอู๋ ทางเราสนใจเทคโนโลยีนี้มาก ไม่รู้ว่าทางคุณพอจะมีเวลาไหม ผมจะบินไปคุยกับคุณด้วยตัวเอง
คุณวางใจได้ เรื่องเงื่อนไขเชิญคุณเสนอมาได้ตามสบาย ขอแค่ไม่มากจนเกินไป เราสามารถตอบตกลงได้ทั้งหมด"
อู๋ฮ่าวหัวเราะ หึหึ ในใจ แต่ภายนอกยังคงแสร้งทำเป็นลำบากใจ: "ประธานถัง ต้องขอโทษจริงๆ ครับ คุณก็รู้ว่าเราเพิ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ตารางงานช่วงนี้แน่นเอี๊ยด เกรงว่าจะไม่มีเวลา
เกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้จริงๆ แล้วยังมีปัญหาอยู่อีกมาก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็กำลังดำเนินการตรวจสอบทางเทคนิคในด้านนี้อยู่ จะสามารถนำเข้าสู่การผลิตได้ราบรื่นหรือไม่ยังเป็นเรื่องไม่แน่นอนเลยครับ
เอาอย่างนี้ รอให้เราสรุปรายละเอียดการผลิตได้เรียบร้อย ถึงตอนนั้นผมจะปูเสื่อรอต้อนรับท่านเอง"
รอคุณเคาะรายละเอียดการผลิต งั้นเราจะคุยกันไปทำซากอะไร ถังฝูเซิงแค่นเสียงในใจ แต่ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้ม: "เรื่องนี้ไม่เป็นไรหรอก คุณอยู่ที่ซ่างไห่หรืออันซี พวกเราไปรอได้ คุณดูว่าพอจะเจียดเวลาสักชั่วโมงสองชั่วโมงมาเจอกันคุยกันหน่อยก็ได้
ผมรู้ว่าการจะนำเทคโนโลยีหนึ่งเข้าสู่การผลิตย่อมต้องมีปัญหามากมาย ในด้านนี้บีญ่าชี่ของเรามีประสบการณ์โชกโชน สามารถให้ความช่วยเหลือพวกคุณได้อย่างเต็มที่"
"ฮ่ะๆ ขอบคุณครับประธานถัง ปัญหาด้านนี้แม้จะค่อนข้างเยอะ แต่พวกเรายังพอรับมือไหว ไม่รบกวนท่านดีกว่า ตอนนี้ตารางงานในซ่างไห่ของผมค่อนข้างแน่น เอาไว้กลับอันซีเมื่อไหร่แล้วจะติดต่อไปนะครับ"
เมื่อได้ยินคำตอบแบบขอไปทีของอู๋ฮ่าว ถังฝูเซิงย่อมรู้สึกไม่สบอารมณ์ แต่ความไม่สบอารมณ์นี้ก็แสดงออกมาไม่ได้ จึงได้แต่ยิ้มแล้วพูดว่า "ไม่เป็นไร ใครใช้ให้เราเป็นทั้งเพื่อนและพาร์ทเนอร์คนสำคัญล่ะ
พอดีเลย เทคโนโลยีไร้คนขับของรถยนต์อัจฉริยะที่เราตั้งศูนย์ไว้ที่อันซีมีความคืบหน้าใหม่ อีกไม่กี่วันผมจะไปอันซี พวกเราค่อยไปตรวจงานด้วยกัน อีกอย่างพี่น้องเราสองคนก็ไม่ได้เจอกันนานแล้ว พี่ชายคนนี้คิดถึงนายจะแย่"
"ฮ่าๆ ขอบคุณประธานถังที่เป็นห่วง งั้นก็ได้ครับ ไว้เจอกันที่อันซี" อู๋ฮ่าวตอบตกลง เขารู้อยู่แล้วว่าถังฝูเซิงต้องบุกมาหาถึงที่แน่นอน ไม่ว่าเขาจะตกลงหรือไม่ก็ตาม
อย่างว่า ยื่นมือไม่ตบหน้าคนมีรอยยิ้ม ในเมื่ออีกฝ่ายตั้งใจมาหาด้วยความจริงใจ ก็ควรให้โอกาสพวกเขาได้แสดงความจริงใจเสียหน่อย
หลังจากได้รับคำตอบจากอู๋ฮ่าว รอยยิ้มบนหน้าของถังฝูเซิงก็กว้างขึ้น ทักทายตามมารยาทอีกสองสามประโยคแล้วจึงวางสาย
ทันทีที่วางสาย รอยยิ้มบนใบหน้าก็หายไปทันที แทนที่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"เป็นไง อีกฝ่ายไม่ตกลงเหรอ" ชายชราอีกคนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา แต่ดูหนุ่มกว่าถามขึ้น
ถังฝูเซิงส่ายหน้า "ผมบอกแล้วไง ว่าไอ้หนูนี่ไม่ใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมัน (ไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่ายๆ) ที่เขาปล่อยข่าวนี้ออกมาในงานเปิดตัว ก็เพราะอยากเห็นพวกเราแข่งขันกันเอง แล้วสุดท้ายเขาก็จะรอรับผลประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียว
ครั้งนี้พวกเราอยากจะกอบโกยผลประโยชน์ เกรงว่าจะยาก"
ทว่าชายชราคนนั้นได้ยินแล้วกลับส่ายหน้าพูดว่า "ไม่จำเป็นต้องกอบโกยผลประโยชน์ ต่อให้ขาดทุนนิดหน่อย ตราบใดที่ได้เข้าร่วมก็พอ เทคโนโลยีแบตเตอรี่นี้สำคัญต่อเรามากเกินไป"
"สำคัญต่อเรา แล้วจะไม่สำคัญต่อผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นหรือไง"
......
อีกด้านหนึ่ง พอเพิ่งวางสาย โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอีก มองดูชื่อคนโทรเข้าบนหน้าจอ อู๋ฮ่าวก็ได้แต่ยิ้มอย่างจนใจ
"ฮ่ะๆ ประธานอู๋ อรุณสวัสดิ์ค่ะ ฉันรู้อยู่แล้วว่าเช้านี้โทรศัพท์ของคุณต้องสายไหม้แน่ๆ กะแล้วเชียวว่าฉันโทรมาสามสี่รอบสายไม่ว่างตลอด คุยกับใครอยู่คะ ถึงได้ถูกคอกันขนาดนั้น" เสียงผู้หญิงที่คุ้นเคยดังมาจากในโทรศัพท์
"ทำไม ทางอาลี (A Li) ก็อยากมาร่วมวงด้วยเหรอ" อู๋ฮ่าวถามเสียงเรียบ คนที่โทรหาเขาคือ สวี่เสี่ยวหยา รองประธานอาวุโสของอาลี และเป็นคนคุ้นเคยของเขานั่นเอง
เสียงหัวเราะคิกคักของสวี่เสี่ยวหยา ดังมาจากในโทรศัพท์: "แน่นอนสิคะ การบรรยายที่ยอดเยี่ยมของคุณเมื่อคืน พวกเราจะไม่สนใจได้ยังไง ไม่ใช่แค่ฉันนะ ผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ รวมถึงประธานหม่าก็กำลังจับตามองอยู่
ครั้งนี้พวกเราสนใจผลิตภัณฑ์ที่พวกคุณเปิดตัวมากๆ ว่าไงคะ มาเจอกันคุยกันหน่อยไหม"
"อ้อ ผลิตภัณฑ์ตัวไหนล่ะ" อู๋ฮ่าวถามยิ้มๆ
สวี่เสี่ยวหยายิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ยออกมาคำหนึ่งว่า "ทั้งหมด!"
"ความอยากอาหารเยอะจังนะ จะกินไหวเหรอ" อู๋ฮ่าวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกลับ
"ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ไงว่าไหวหรือไม่ไหว" สวี่เสี่ยวหยาพูดพร้อมรอยยิ้ม: "คุณยังอยู่ซ่างไห่ใช่ไหม ประธานหม่าของเราอยากเชิญคุณไปล่องเรือที่ทะเลสาบไท่หูด้วยกัน พายเรือ จิบชา รำลึกความหลัง"
"ไม่ว่าง!"
บ้าหรือเปล่า นี่เพิ่งจะเดือนมีนาเองนะ จะไปยืนตากลมที่ทะเลสาบไท่หู สวมบทจอมยุทธ์ท่องยุทธภพอะไรกัน คิดว่าตัวเองเป็นฟงชิงหยางหรือไง