- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 236 : บริษัทในช่วงเทศกาลตรุษจีน | บทที่ 237 : การวางหมากระดับโลก
บทที่ 236 : บริษัทในช่วงเทศกาลตรุษจีน | บทที่ 237 : การวางหมากระดับโลก
บทที่ 236 : บริษัทในช่วงเทศกาลตรุษจีน | บทที่ 237 : การวางหมากระดับโลก
บทที่ 236 : บริษัทในช่วงเทศกาลตรุษจีน
อาณาเขตของบริษัทฮ่าวอวี่เทคโนโลยีเปิดทำการตลอดช่วงเทศกาลตรุษจีน นอกจากพนักงานฝ่ายการตลาดบางส่วนที่ต้องอยู่เวรแล้ว ฝั่งห้องปฏิบัติการก็ยังมีทีมโปรเจกต์หลายทีมที่เร่งทำงานล่วงเวลากันอยู่
นอกจากนี้ ความจริงแล้วภายในบริษัทยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งในช่วงตรุษจีน คนเหล่านี้คือพนักงานที่ไม่ได้กลับบ้าน หรือกลับไม่ได้ในปีนี้ เพื่อให้พนักงานเหล่านี้ได้ฉลองปีใหม่อย่างมีความสุข ทางบริษัทจึงจัดเตรียมอาหารการกินในช่วงวันหยุดตรุษจีนให้ฟรีเป็นกรณีพิเศษ
ด้วยเหตุนี้ ในวันส่งท้ายปีเก่า (วันซานสือ) จึงมีการรวบรวมพนักงานที่เหลืออยู่ทั้งหมดมาร่วมรับประทานอาหารที่โรงอาหาร ช่วยกันห่อเกี๊ยว เล่นเกม และดูรายการกาล่าฉลองตรุษจีนด้วยกัน
ไม่ได้ทำเพื่ออะไรอื่น ก็แค่อยากให้คนที่ยังอยู่เหล่านี้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และทำให้ทุกคนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นเหมือนอยู่ที่บ้าน
เช้าวันตรุษจีน (ชูซาน) อู๋ฮ่าวเดินทางมาที่บริษัท เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง เขาจึงจงใจสวมเสื้อไหมพรมสีแดงมาเป็นพิเศษ
ทันทีที่เดินผ่านประตูใหญ่ของอาณาเขตบริษัท เขาก็เริ่มตระเวนอวยพรปีใหม่และแจกอั่งเปาให้ทุกคนทีละคน เริ่มตั้งแต่ป้อมยามรักษาความปลอดภัยหน้าประตู
ในซองอั่งเปาแต่ละซองมีเงินสองร้อยหยวน ซึ่งสื่อความหมายว่าเรื่องราวดีๆ จะมาเป็นคู่ในปีใหม่นี้ แน่นอนว่าเงินจำนวนนี้อาจดูไม่เยอะ แต่มันคือน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากเขา
"สุขสันต์วันปีใหม่ครับ!" อู๋ฮ่าวยื่นซองอั่งเปาให้กับคุณป้าแม่บ้านที่กำลังทำความสะอาดโรงอาหาร
"ขอบคุณค่ะประธานอู๋ สุขสันต์วันปีใหม่เช่นกันนะคะ" คุณป้าแม่บ้านรีบเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนของตัวเอง แล้วรับอั่งเปาไปพร้อมรอยยิ้มเปื้อนหน้า
"ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณป้าครับ เทศกาลปีใหม่แท้ๆ ยังต้องลำบากออกมาทำงานกัน ทุกคนทำงานหนักกันมากเลยครับ"
อู๋ฮ่าวประสานมือคารวะพนักงานโรงอาหารที่รุมล้อมอยู่รอบตัวเขา แล้วกล่าวว่า "ผมขอเป็นตัวแทนบริษัทอวยพรปีใหม่ทุกคน ขอให้พวกคุณในปีใหม่นี้ มีสุขภาพแข็งแรง ครอบครัวกลมเกลียว การงาน... ไม่สิ ขอให้ร่ำรวยๆ เฮงๆ กันทุกคนครับ!"
เดิมทีเขาตั้งใจจะพูดว่าการงานราบรื่น แต่พอนึกขึ้นได้ว่านี่มันช่วงเทศกาลปีใหม่ อย่าพูดเรื่องงานเลยดีกว่า จึงเปลี่ยนเป็นขอให้ร่ำรวยแทน ทุกคนทำงานหนักไปเพื่ออะไร ก็เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัวไม่ใช่หรือ ดังนั้นคำอวยพรขอให้ร่ำรวยจึงตรงกับความคาดหวังของทุกคนมากกว่า
แปะๆๆๆ... ทุกคนเริ่มปรบมือ ถือซองอั่งเปาไว้ในมือ รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนไม่จางหาย บางทีนี่อาจเป็นชีวิตของคนธรรมดาทั่วไป ความสุขมักจะเรียบง่ายเช่นนี้เสมอ
หลังจากนั้น เขาก็เดินทางไปยังฝ่ายการตลาดและห้องปฏิบัติการ เพื่ออวยพรปีใหม่ให้กับพนักงานที่ยังคงปักหลักปฏิบัติหน้าที่ และในช่วงเที่ยง เขาก็ได้รับประทานอาหารร่วมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของฝ่ายความมั่นคงที่โรงอาหาร
ไม่ว่าจะเวลาไหน ฝ่ายความมั่นคงจะขาดคนไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อบริษัทมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ งานรักษาความปลอดภัยจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
และเมื่อเทียบกับพนักงานฝ่ายอื่น งานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนั้นหนักหนากว่ามาก คนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นทหารผ่านศึก อย่างที่รับสมัครมาปีนี้จำนวนมากก็รับตรงมาจากกองทัพเลย ดังนั้นหลายคนพอออกจากค่ายทหารก็มาที่นี่ทันที แทบไม่มีเวลากลับไปรวมญาติที่บ้าน
ในช่วงเทศกาลปีใหม่แบบนี้ ยังต้องยืนหยัดประจำตำแหน่ง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ
"ผมเห็นเจ้าหน้าที่ของเราที่เดินลาดตระเวนข้างนอกยังใส่เสื้อผ้าค่อนข้างบาง บอกให้ทุกคนใส่เสื้อผ้าหนาๆ หน่อย อย่าให้หนาวจนไม่สบาย อีกอย่างให้โรงอาหารเตรียมซุปร้อนๆ ไว้เยอะหน่อย ให้ทุกคนได้ดื่มตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำขิงหรือโจ๊กร้อนๆ เสมอไป ซื้อพวกกระดูกวัว ข้าวโพด หรืออะไรที่มีสารอาหารมาต้มซุปเยอะๆ หน่อย
แบบนี้ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของเรา พนักงานแผนกต่างๆ รวมถึง รปภ. ของคณะกรรมการบริหารและตำรวจที่ใช้พื้นที่ของเราเป็นจุดพักฝึกซ้อม จะได้ดื่มอะไรที่ร้อนๆ กันถ้วนหน้า" อู๋ฮ่าวสั่งการกับจ้าวเจียผิง ผู้รับผิดชอบเวรยามในช่วงตรุษจีน
"รับทราบครับ" จ้าวเจียผิงพยักหน้า มาอยู่ที่นี่ได้หนึ่งปีแล้ว แต่จ้าวเจียผิงก็ยังคงเป็นคนพูดน้อยเหมือนเดิม แต่นั่นไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความสามารถของเขา ในทางตรงกันข้าม ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และเมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากอู๋ฮ่าวให้เลื่อนตำแหน่งจากหัวหน้าทีมขึ้นเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย
หากหลี่เหวินหมิงยังอยู่ที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ด้วยความสามารถและนิสัยของเขา คงจะก้าวหน้าได้ดีกว่าจ้าวเจียผิงแน่นอน แต่เขาเลือกที่จะอยู่ข้างกายอู๋ฮ่าวต่อไป
แน่นอนว่า แม้ในนามจะเป็นคนขับรถของอู๋ฮ่าว แต่ระดับของหลี่เหวินหมิงในฝ่ายรักษาความปลอดภัยก็ไม่ใช่น้อยๆ ในทางทฤษฎีเขามีศักดิ์เท่าเทียมกับจ้าวเจียผิง และเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ตำแหน่งคนขับรถของเขากลับดูมีภาษีดีกว่าเสียอีก
"ฮัลโหล อยู่ไหน?" โทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้น ปลายสายเป็นเสียงของหลินเวย
"อยู่บริษัท มีอะไรหรือเปล่า?" อู๋ฮ่าวตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
"กลับมาทำไมไม่บอกกันบ้างเลย ช่วงบ่ายว่างไหม?" หลินเวยในโทรศัพท์บ่นอุบอิบก่อนจะถามต่อ
อู๋ฮ่าวตอบกลับกลั้วหัวเราะ "เพิ่งกลับมาเมื่อวาน ยุ่งๆ กับการจัดการธุระเลยไม่ทันได้บอก ช่วงบ่ายยังไม่มีธุระอะไร ทำไมเหรอ?"
"ฉันดูเวลาแล้ว บ่ายสามกว่าๆ ฉันจะไปหาที่บ้านนะ" หลินเวยพูดผ่านโทรศัพท์
อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมา "ตรุษจีนทั้งที คุณไม่ไปเยี่ยมญาติอวยพรปีใหม่เหรอ?"
"เฮ้อ อย่าพูดถึงเลย เจอหน้าญาติพวกนั้นก็ถามนู่นถามนี่น่ารำคาญจะตาย ฉันไปหลบภัยที่บ้านคุณดีกว่า อีกอย่างก่อนปีใหม่เคยคุยกันไว้ไม่ใช่เหรอ ว่าคุณกลับมาแล้วฉันจะเลี้ยงข้าว เดี๋ยวฉันไปทำให้กิน" หลินเวยบ่นมาตามสาย
เมื่อได้ยินน้ำเสียงบ่นกระปอดกระแปดของเธอ อู๋ฮ่าวก็หลุดขำ "งั้นเหรอ งั้นคุณมาเถอะ พอดีเลย ผมกลับมาคราวนี้หอบของฝากจากบ้านเกิดมาเพียบ กำลังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะทำกินยังไงดี"
"มีของอร่อย งั้นรอฉันนะ" พูดจบ หลินเวยก็วางสายไป
อู๋ฮ่าวเก็บโทรศัพท์แล้วยิ้มบางๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ
แม้จะเหลือเวลาอีกกว่าหนึ่งเดือนกว่าจะถึงงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในฤดูใบไม้ผลิช่วงเดือนมีนาคม แต่เนื่องจากงานเปิดตัวครั้งนี้จะเป็นการเปิดตัวพร้อมกันทั่วโลก จึงมีเรื่องที่ต้องเตรียมการค่อนข้างมาก
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงส่งทีมงานหลายชุดเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น อังกฤษ ฝรั่งเศส และที่อื่นๆ เพื่อเตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ส่วนสถานที่จัดงานหลักในประเทศนั้น ครั้งนี้เลือกจัดที่เซี่ยงไฮ้ เมื่อเทียบกับเมืองอันซีแล้ว เซี่ยงไฮ้มีอิทธิพลในระดับสากลมากกว่า ดังนั้นหลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจใช้ศูนย์การประชุมนานาชาติเซี่ยงไฮ้เป็นสถานที่จัดงานหลัก
เช่นเดียวกับปีที่แล้ว แม้งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ครั้งนี้จะมุ่งเน้นตลาดสากล แต่จำนวนผู้เข้าร่วมงานก็ไม่ได้มากนัก ปีนี้พวกเขาวางแผนเชิญแขกเข้าร่วมงานทั้งหมดเพียงหกร้อยคน
นอกจากสื่อมวลชนกว่าร้อยสำนักและบล็อกเกอร์สายการตลาดที่มีอิทธิพลแล้ว พวกเขายังเปิดที่นั่งสองร้อยที่นั่งเพื่อมอบให้กับผู้ใช้งานของพวกเขา
โดยตั๋วเข้าชมยี่สิบใบจะทำการสุ่มแจกผ่านทางบัญชีเวยป๋อทางการของบริษัท เพื่อเป็นการกระตุ้นกระแสบนโลกออนไลน์ล่วงหน้า ตั๋วอีกสามสิบใบจะมอบให้แผนกที่เกี่ยวข้องนำไปแจกจ่ายให้กับบล็อกเกอร์และชาวเน็ตที่เคยสนับสนุนพวกเขาในอดีต
ส่วนตั๋วที่เหลืออีกหนึ่งร้อยห้าสิบใบ จะทำการสุ่มแจกผ่านแพลตฟอร์มบริการเสมือนจริงของระบบผู้ช่วยอัจฉริยะทางเสียง ดังนั้นผู้ใช้ที่กดเข้าร่วมการชิงโชคจึงจะมีโอกาสได้รับตั๋วเข้าชม และตั๋วจะผูกติดกับบัญชีผู้ใช้ ไม่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้
เดิมทีมีเว็บไซต์ขายตั๋วผี (ตั๋วที่กว้านซื้อมาโก่งราคา) เจ้าหนึ่งต้องการร่วมมือกับพวกเขา โดยหวังให้พวกเขาขยายขนาดงานเปิดตัว และทางเว็บไซต์จะช่วยขายตั๋วให้ แต่อู๋ฮ่าวปฏิเสธไปทันที
งานเปิดตัวครั้งนี้โดยเนื้อแท้แล้วคือกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ใช้ จะยอมให้ปลาเน่าตัวเดียวมาเหม็นไปทั้งข้อง (ขี้หนูเม็ดเดียวทำน้ำแกงเสียทั้งหม้อ) ได้อย่างไร
-------------------------------------------------------
บทที่ 237 : การวางหมากระดับโลก
วันที่ 15 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติ วันเทศกาลซ่างหยวน วันนี้ไม่ใช่วันหยุดราชการ อย่างไรก็ตาม หลายบริษัทที่ยึดหลักการบริหารโดยยึดคนเป็นศูนย์กลางก็มักจะให้พนักงานเลิกงานเร็วขึ้น หรือไม่ก็ให้หยุดในช่วงบ่ายไปเลย มีบริษัทเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ไม่เพียงแต่จะไม่ให้หยุดในวันนี้ แต่ยังอาจจะต้องทำงานล่วงเวลาอีกด้วย
เทศกาลซ่างหยวน หรือที่เรียกกันว่าเทศกาลหยวนเซียว ตรงกับวันที่ 15 เดือน 1 แต่ไม่ว่าจะเรียกอย่างไร คำว่าเทศกาลซ่างหยวนก็ฟังดูรื่นหูที่สุด ผู้คนในปัจจุบันลืมความหมายของเทศกาลซ่างหยวนไปนานแล้ว จำได้เพียงว่าวันนี้ต้องกินบัวลอยหยวนเซียวและชมโคมไฟ
ในความเป็นจริง เทศกาลดั้งเดิมหลายเทศกาลค่อยๆ กลายสภาพเป็นแบบนี้ ทุกคนจำได้เพียงว่าวันนี้ต้องกินอะไร แต่กลับมีน้อยคนนักที่จะศึกษาวัฒนธรรมที่แฝงอยู่ในเทศกาลเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง
แน่นอนว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชนที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เทศกาลเหล่านี้จึงค่อยๆ หวนคืนสู่ธรรมเนียมดั้งเดิม และผู้คนก็เริ่มสนใจในวัฒนธรรมดั้งเดิมเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ
ตัวอย่างเช่น ในคืนวันที่ 15 เดือน 1 นี้ ทุกคนจะออกไปเดินชมงานโคมไฟ ทายปริศนาโคมไฟ หรือไปร่วมงานหาคู่ที่จัดโดยคณะกรรมการเยาวชนในท้องถิ่นหรือองค์กรอื่นๆ สิ่งนี้ทำให้เทศกาลนี้เป็นที่นิยมในหมู่คนหนุ่มสาว จึงยิ่งครึกครื้นมากขึ้น ถึงขั้นที่มีคนเสนอให้กำหนดให้วันนี้เป็นวันหยุดราชการเลยทีเดียว
ด้วยหลักการใส่ใจเพื่อนมนุษย์ วันนี้บริษัทจึงอนุญาตให้หยุดงานครึ่งวัน ยกเว้นศูนย์บริการลูกค้าฝ่ายการตลาดและฝ่ายรักษาความปลอดภัยที่มีคนเข้าเวร พนักงานทุกคนในบริษัทได้หยุดงาน เหลือไว้เพียงสมาชิกทีมโครงการที่ยังคงต่อสู้ฝ่าฟันอยู่ในห้องทดลอง
ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ต้องมีความตึงความหย่อน บางครั้งถ้าตึงเครียดเกินไปอาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้
หลังจากคุยโทรศัพท์กับครอบครัวแล้ว อู๋ฮ่าวก็มาที่บ้านเช่าของจางจวิน ทุกครั้งที่มีเทศกาลพวกเขาจะมารวมตัวสังสรรค์กันเล็กน้อย และครั้งนี้ก็เช่นกัน
พวกเขาสามคนซื้อบ้านในหมู่บ้านเดียวกับที่อู๋ฮ่าวอาศัยอยู่แล้วในตอนนี้ แม้ว่าจะตกแต่งเสร็จพร้อมอยู่ แต่ก็ยังต้องจัดเตรียมข้าวของอีกหน่อยถึงจะเข้าอยู่ได้
การรวมตัวของชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก ย่อมต้องดื่มกันสักหน่อย เหล้าคือเหมาไถที่จางจวินซื้อมา ใช้คำพูดของเจ้านี่ก็คือ ตอนที่รวมตัวกันสมัยเรียนมหาวิทยาลัย พวกเขาเคยพูดกันไว้ว่า ถ้ารวยเมื่อไหร่ ทุกครั้งที่รวมตัวกันจะดื่มเหมาไถ ตอนนี้ความปรารถนานี้ก็เป็นจริงในที่สุด
ส่วนกับแกล้มนั้น เป็นหม้อไฟเนื้อแพะที่ห่อกลับมาจากร้านเสี่ยวเฟยหยาง ใช้เนื้อแกะหางใหญ่จากเขตมองโกเลีย เนื้อละเอียดนุ่มและมีไขมันแทรก เหมาะที่สุดสำหรับการลวกในหม้อไฟน้ำใส
"มา ชนแก้ว!" จางจวินชูแก้วเหล้าขึ้น
"ชน!" ทุกคนชนแก้วกันแล้วดื่ม
"กินเลย กินเลย หม้อเดือดแล้ว!" จางจวินหยิบตะเกียบคีบเนื้อชิ้นหนึ่งลงไปในหม้อ
อู๋ฮ่าว โจวเสี่ยวตง และหยางฟานก็ไม่ยอมน้อยหน้า คีบเนื้อใส่ลงไปในหม้อทองแดงเช่นกัน
ลวกอยู่ไม่กี่วินาที พอเนื้อเปลี่ยนสีและม้วนตัว ทุกคนก็รีบคีบขึ้นมา จุ่มลงในถ้วยน้ำจิ้มแล้วส่งเข้าปากทันที เผยให้เห็นสีหน้าแห่งความพึงพอใจ
"ช้าหน่อย อย่าแย่งกัน เนื้อยังมีอีกตั้งหลายชั่ง" แม้ปากจางจวินจะพูดแบบนั้น แต่ตะเกียบในมือกลับไม่ได้ชะลอความเร็วลงเลย
"เอ้อ ไอ้ฮ่าว วันนี้วันที่ 15 นะ ทำไมนายไม่ไปอยู่เป็นเพื่อนแฟน แต่กลับมานั่งกินเหล้ากับพวกเราวะเนี่ย" โจวเสี่ยวตงชนแก้วกับเขาแล้วเอ่ยถาม
อู๋ฮ่าวเห็นดังนั้นก็ตอบอย่างไม่สบอารมณ์ว่า "เธอยังไม่ใช่แฟนฉัน อีกอย่างเทศกาลไหนฉันก็มาฉลองกับพวกนายตลอดแหละ"
"เฮอะๆ ทำไมยังจีบไม่ติดอีก" จางจวินแซวเรื่องชาวบ้าน
"ไสหัวไปเลย!" อู๋ฮ่าวถลึงตาใส่เขา แล้วชูแก้วเหล้าขึ้นทางเพื่อนๆ "มา แก้วนี้แด่พวกนาย หลังผ่านวันนี้ไปทุกคนต้องยุ่งกันอีกแล้ว พวกเรามาพยายามไปด้วยกัน!"
"สู้ๆ!"
ระหว่างกิน อู๋ฮ่าวหันไปพูดกับจางจวินว่า "พรุ่งนี้เย็นนายต้องไปยุโรปแล้ว จัดการเรียบร้อยหรือยัง"
"โดยพื้นฐานก็เรียบร้อยหมดแล้ว ช่วงที่ฉันไม่อยู่ งานบริหารทั่วไปของบริษัทจะมอบหมายให้ต่งอี้หมิงดูแล แต่เรื่องสำคัญบางอย่างยังต้องให้นายอนุมัติ ฉันยังไม่ค่อยวางใจเขานัก" จางจวินพูดกับเขา
"ไม่มีปัญหา" อู๋ฮ่าวพยักหน้า แล้วพูดกับเขาว่า "การไปยุโรปครั้งนี้หลักๆ คือการเปิดช่องทางการขายที่เกี่ยวข้อง แม้ตลาดอังกฤษและฝรั่งเศสจะไม่ใหญ่มาก แต่อิทธิพลนั้นมหาศาล ปกติต้องให้พวกเขาเปิดรับก่อน ประเทศอื่นๆ ที่ใช้ภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสถึงจะค่อยๆ ยอมรับตามมา
จากข่าวที่คนของฝ่ายการตลาดที่ส่งไปก่อนหน้านี้ส่งกลับมา อีกฝ่ายตั้งใจจะฉกฉวยโอกาสนี้เพื่อโขกสับเราอย่างหนัก ดังนั้นจะแก้เกมนี้อย่างไร ต้องขึ้นอยู่กับไหวพริบและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของนายแล้ว"
"นายวางใจเถอะ ฉันรู้จุดประสงค์หลักของการไปครั้งนี้ดี จะไม่ส่งผลกระทบต่องานเปิดตัวสินค้าใหม่ระดับโลกช่วงกลางเดือนมีนาคมแน่นอน" จางจวินหุบยิ้มแล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
อู๋ฮ่าวดื่มน้ำผลไม้หนึ่งคำ มองหน้าเขาแล้วกำชับว่า "แม้จะพูดไปหลายครั้งแล้ว แต่วันนี้ฉันยังต้องย้ำกับนายอีกครั้ง เป้าหมายหลักที่นายไปครั้งนี้ คือการบุกเบิกช่องทาง ข้อนี้สำคัญกว่าผลกำไรที่นายจะต่อรองได้จากตัวแทนจำหน่ายเหล่านั้น ขอแค่เปิดช่องทางได้และยืนหยัดได้อย่างมั่นคง เราก็จะกุมความได้เปรียบ ถึงตอนนั้นจะร่วมมือกับใคร จะร่วมมืออย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับเราเป็นคนกำหนด
ดังนั้นผลประโยชน์ที่ควรสละก็อย่าลังเล เป้าหมายที่นายไปคือการรีบจัดการปัญหาให้จบโดยเร็วที่สุด และคว้าความสำเร็จกลับมา
แน่นอนว่า แม้จะบอกว่ายอมลดผลประโยชน์และถอยให้ได้ แต่ผลประโยชน์หลักห้ามถอยเด็ดขาด นี่คือขีดจำกัดของเรา"
"ฉันเข้าใจ" แม้จางจวินจะพยักหน้า แต่สีหน้ากลับเคร่งเครียดผิดปกติ เขารู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้คงไม่ราบรื่นนัก แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องทำให้สำเร็จ
อืม อู๋ฮ่าวมองเขาพยักหน้า แล้วพูดต่อว่า "หลังจากสรุปสัญญาแล้ว ทีมงานธุรกิจที่ไปกับนายต้องแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเปลี่ยนเส้นทางไปแคนาดา แอฟริกาใต้ ส่วนอีกส่วนหนึ่งจะตามนายไปอินเดียและญี่ปุ่น
แม้แคนาดาจะมีประชากรไม่มาก แต่อิงแอบอยู่กับสหรัฐฯ การยึดแคนาดาได้ก็เท่ากับงัดประตูบ้านของสหรัฐฯ ออก แม้จะมีคำสั่งแบนก็ไร้ผล
ส่วนจุดหมายสำคัญในการเดินทางของนายคืออินเดีย แม้ทีมงานล่วงหน้าของเราจะกำหนดช่องทางการจำหน่ายไว้แล้ว แต่ประเทศนี้นายก็รู้ว่ามีปัจจัยที่ไม่แน่นอนเยอะเกินไป ต้องการให้นายไปตรวจสอบให้แน่ใจด้วยตัวเอง
สำหรับญี่ปุ่นนั้นเป็นกรณีพิเศษ นายแวะไปโชว์ตัวสักหน่อยก็พอ ถือซะว่าไปเปลี่ยนเครื่อง"
"ในเมื่อแคนาดาสำคัญขนาดนั้น ต้องให้ฉันไปเองไหม" จางจวินแจกบุหรี่ให้ทุกคน แล้วจุดสูบเองมวนหนึ่ง
อู๋ฮ่าวพ่นควันบุหรี่ออกมาวงหนึ่ง แล้วโบกมือปฏิเสธ "ไม่ต้อง นายไปจะยิ่งทำให้เสียเรื่อง พวกเขาจะคิดว่าเรากำลังวางแผนชั่วร้ายอะไรอยู่ สิ่งที่ฉันต้องการคือให้น้ำซึมบ่อทราย ส่งอิทธิพลไปอย่างช้าๆ
กว่าพวกเขาจะรู้สึกตัว ข้าวสารก็กลายเป็นข้าวสุกไปแล้ว มันสายเกินไป"
"ไอ้ฮ่าว ฉันยังกังวลอยู่บ้าง พวกมะกันและยักษ์ใหญ่อินเทอร์เน็ตของมะกันพวกนั้นคงไม่ยืนดูพวกเราพัฒนาไปเฉยๆ หรอก คงต้องสร้างความวุ่นวายให้เราบ้างแน่ ต้องระวังไว้นะ" ตอนนี้เอง โจวเสี่ยวตงขมวดคิ้วเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล
อู๋ฮ่าวเขี่ยขี้บุหรี่แล้วยิ้มกล่าวว่า "การสร้างปัญหาน่ะมีแน่ แต่ตราบใดที่พวกเราไม่มีจุดอ่อนให้พวกเขาจับได้ก็ไม่เป็นไร อีกอย่างผลิตภัณฑ์ของเราในครั้งนี้ไม่ได้ขัดผลประโยชน์กับยักษ์ใหญ่อินเทอร์เน็ตพวกนั้นมากนัก ดังนั้นคงไม่มีปัญหาใหญ่อะไร
ดังนั้นตอนนี้เราต้องทำตัวให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก็แค่ถือซะว่านี่เป็นหูฟังบลูทูธธรรมดาๆ รุ่นหนึ่ง"