- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 158 : การทดสอบยิงด้วยกระสุนจริง | บทที่ 159 : การผนึกกำลังของยักษ์ใหญ่
บทที่ 158 : การทดสอบยิงด้วยกระสุนจริง | บทที่ 159 : การผนึกกำลังของยักษ์ใหญ่
บทที่ 158 : การทดสอบยิงด้วยกระสุนจริง | บทที่ 159 : การผนึกกำลังของยักษ์ใหญ่
บทที่ 158 : การทดสอบยิงด้วยกระสุนจริง
อู๋ฮ่าวพยักหน้ายิ้มและกล่าวว่า "เป็นอย่างนั้นครับ นอกจากความต้องการในการต่อต้านการก่อการร้ายแล้ว เราจะนำมันไปใช้ในด้านการลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยด้วยครับ
เราสามารถปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เป็นระบบรักษาความปลอดภัยแบบลาดตระเวน แบ่งเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับแบบติดตั้งถาวร โดรน ยานพาหนะไร้คนขับ และเรือไร้คนขับ เพื่อทำการลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่ที่ต้องการปกป้องแบบครอบคลุมทุกมิติ
ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดควบคุมด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่บินขึ้นลาดตระเวนไปจนถึงลงจอดชาร์จไฟ ไม่จำเป็นต้องมีการแทรกแซงจากมนุษย์ ระบบจะกำหนดเส้นทางลาดตระเวนโดยอัตโนมัติ ควบคุมโดรน ยานพาหนะ และเรือเหล่านี้เป็นชุดๆ เพื่อลาดตระเวนตามเวลาและจุดที่กำหนด หรือแบบสุ่มเวลาและสถานที่
เมื่อตรวจพบผู้ต้องสงสัยบุกรุกเข้ามา โดรน ยานพาหนะ และเรือไร้คนขับจะทำการติดตามเฝ้าระวังผู้บุกรุก พร้อมทั้งส่งสัญญาณเตือนและขับไล่
ในขณะเดียวกัน ระบบจะติดต่อหน่วยงานรักษาความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องทันที หากการขับไล่ไม่ได้ผล หน่วยงานรักษาความปลอดภัยก็จะเข้ามารับช่วงต่อเพื่อจัดการสถานการณ์ทันทีครับ"
"แนวคิดนี้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านการทหารหรือพลเรือน ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะแบบอัตโนมัตินี้จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในด้านนี้ เรามีพื้นที่สำหรับความร่วมมือที่กว้างขวางมาก" ท่านผู้นำกล่าวชมเชย
เมื่อได้ยินคำพูดของท่านผู้นำ ทุกคนด้านหลังก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วย จริงอยู่ที่ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติชุดนี้จะมีบทบาทสำคัญในหลากหลายสาขา
เช่น ภารกิจรักษาความปลอดภัยสำหรับเป้าหมายสำคัญ ภารกิจลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยสำหรับกิจกรรมสำคัญ ภารกิจลาดตระเวนรักษาความสงบเรียบร้อยในเมือง ภารกิจลาดตระเวนป้องกันไฟป่า เป็นต้น
นี่หมายความว่าระบบนี้จะมีตลาดที่ใหญ่มาก จนทำให้ตัวแทนบริษัทอุตสาหกรรมทางทหารหลายคนที่ตามมาด้วยต่างตาลุกวาวขึ้นมาทันที
ระหว่างที่พูดคุยกัน โดรนห้าลำก็บินกลับมา บนหน้าจอขนาดใหญ่แสดงจำนวนคนที่โดรนตรวจจับได้พร้อมเครื่องหมายระบุตำแหน่งที่ชัดเจน
แปะ แปะ แปะ... ทุกคนปรบมือให้อย่างกึกก้องอีกครั้ง แม้กระบวนการทั้งหมดจะสั้นมาก แต่ทุกคนก็ได้เห็นภาพโดรนบินสำรวจทะลุเข้าไปในตึกผ่านหน้าจอ
สำหรับสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของโดรนรุ่นนี้ ทุกคนต่างให้การประเมินค่าไว้สูงมาก
"เสี่ยวอู๋ รายการทดสอบต่อไปคืออะไร?" ท่านผู้นำถามเขาพลางปรบมือไปด้วย
อู๋ฮ่าวกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "ต่อไปเป็นการทดสอบการบินอัตโนมัติในสภาพแวดล้อมป่าเขา และโครงการลาดตระเวนตรวจจับระบุเป้าหมายที่ซ่อนตัวพรางกายครับ
ทุกท่านทราบดีว่า การทดสอบภายในอาคารเมื่อสักครู่นี้ เน้นตรวจสอบการบินหลบหลีกสิ่งกีดขวางในพื้นที่จำกัดเป็นหลัก
แต่สภาพแวดล้อมป่าเขานั้นซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่า เอื้อต่อการพรางตัวของบุคคล ดังนั้นนี่จะเป็นบททดสอบความสามารถในการลาดตระเวนของโดรนครับ"
เมื่อได้ยินคำแนะนำของเขา ทุกคนก็พากันพยักหน้า จริงอยู่ที่สภาพแวดล้อมป่าเขาจะทดสอบสมรรถนะโดยรวมของโดรนได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นทุกคนจึงเต็มไปด้วยความสนใจในการทดสอบรายการต่อไปนี้
หลังจากพักเบรกสั้นๆ ไม่กี่นาที การทดสอบก็เริ่มขึ้นทันที ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปพรางตัวซุ่มอยู่ในป่าแล้ว ส่วนทางด้านนี้หยางฟานและทีมงานจะปล่อยโดรนออกไปค้นหาลาดตระเวนในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อตรวจจับ ระบุ และทำเครื่องหมายเป้าหมายที่พรางตัวอยู่
ความจริงแล้วป่าที่เลือกใช้ในการทดสอบครั้งนี้ ถือว่าค่อนข้างง่ายหรือสบายสำหรับพวกเขา เพราะป่าผืนนี้ส่วนใหญ่เป็นป่าสนที่ปลูกขึ้นเอง มีไม้เบญจพรรณน้อยมาก และวัชพืชก็ค่อนข้างเบาบาง อีกทั้งความสูงของต้นสนก็ไล่เลี่ยกัน ไม่มีความแตกต่างของระดับความสูงมากนัก
สิ่งนี้เปิดโอกาสให้โดรนได้แสดงสมรรถนะอย่างเต็มที่ เห็นเพียงโดรนสิบลำบินพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว หลังจากบินวนเหนือป่าไม่กี่รอบ ก็พุ่งดิ่งเข้าไปในป่าทันที
ในขณะเดียวกัน ภาพจากกล้องบนโดรนและแผนที่ภูมิประเทศสามมิติที่สร้างขึ้นแบบเรียลไทม์ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว
"เจออีกคนแล้ว!"
"เร็วขนาดนี้เลยเหรอ!"
"ไวมาก ตรวจจับได้ยังไงเนี่ย"
...
เมื่อเห็นกรอบสีแดงและเครื่องหมายตกใจกะพริบเตือนปรากฏขึ้นบนหน้าจออย่างต่อเนื่อง ผู้ที่มาร่วมชมการทดสอบต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
แม้ว่าขอบเขตการตรวจจับครั้งนี้จะค่อนข้างกว้าง แต่เวลาที่ใช้กลับพอๆ กับรายการก่อนหน้า ความเร็วในการลาดตระเวนตรวจจับที่รวดเร็วเช่นนี้ ทำให้ตัวแทนจากกองทัพต่างตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น
จริงๆ แล้วสาเหตุที่เร็วขนาดนี้หลักๆ เป็นเพราะภูมิประเทศค่อนข้างเรียบง่าย มีแต่ต้นสน พื้นดินไม่มีวัชพืชรกทึบ วิธีการซ่อนตัวจึงมีค่อนข้างจำกัด
อีกทั้งตอนนี้ยังเป็นเวลาเช้า อุณหภูมิสภาพแวดล้อมในป่าค่อนข้างต่ำ หลังจากทหารพรางตัวและเคลื่อนที่ ความร้อนในร่างกายจะลดลงยาก ทำให้เซ็นเซอร์อินฟราเรดบนโดรนสามารถตรวจจับบุคคลที่ซุ่มซ่อนเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำ
หากภูมิประเทศซับซ้อนกว่านี้ และเปลี่ยนเป็นช่วงบ่ายที่มีอุณหภูมิสูง ให้คนซุ่มซ่อนนานขึ้นอีกหน่อย ความเร็วในการลาดตระเวนคงไม่เร็วขนาดนี้แน่นอน
หลังจากรายการทดสอบนี้จบลง ทุกคนเริ่มย้ายไปยังสนามยิงปืน ที่นี่พวกเขาจะต้องทำการทดสอบขั้นตอนสุดท้าย นั่นคือการโจมตีด้วยกระสุนจริง
เพื่อการทดสอบครั้งนี้ อู๋ฮ่าวและทีมงานได้เตรียมโดรนไว้สิบห้าลำ โดยได้ติดตั้งโมดูลกระสุนที่เกี่ยวข้องไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้มันกลายเป็นโดรนโจมตี 'ผู้กวาดล้างสนามรบ' อย่างแท้จริง
อู๋ฮ่าวแนะนำให้ทุกคนที่กำลังรับชมอย่างกระตือรือร้นฟังว่า "ครั้งนี้เราได้จัดตั้งเป้าหมายในรูปแบบต่างๆ มีทั้งหุ่นจำลองสวมชุดลายพรางถืออาวุธปืน เป้าวงกลมบนพื้นแบบทั่วไป และเป้าแนวตั้งรูปกากบาท
เป้าหมายเหล่านี้ถูกติดตั้งกระจายอยู่ในรัศมีสองกิโลเมตร กระบวนการโจมตีทั้งหมดโดรนจะเป็นผู้เลือกเป้าหมายและโจมตีเองโดยอัตโนมัติ เราจะไม่มีการควบคุมหรือแทรกแซงใดๆ"
"งานเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยเป็นอย่างไรบ้าง?" เนื่องจากเป็นการยิงกระสุนจริง ท่านผู้นำจึงให้ความสำคัญมากและถามเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
อู๋ฮ่าวพยักหน้าตอบว่า "พื้นที่สนามยิงปืนทั้งหมดได้รับการเคลียร์และปิดล้อมเรียบร้อยแล้วครับ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีบุคคลภายนอกหลุดเข้ามา
นอกจากนี้ เรายังกำหนดขอบเขตพื้นที่สนามยิงปืนให้กับโดรนไว้แล้ว ดังนั้นโดรนจะไม่บินออกนอกพื้นที่ที่กำหนดครับ
และหากเกิดเหตุฉุกเฉิน เราสามารถเปลี่ยนมาควบคุมด้วยมือได้ทันที เพื่อรับประกันความปลอดภัยในการทดสอบครับ"
เมื่อได้ฟังคำชี้แจงของอู๋ฮ่าว ท่านผู้นำและทุกคนจึงวางใจลงได้ เพราะการยิงกระสุนจริงไม่ใช่เรื่องเล็ก งานด้านความปลอดภัยต้องเตรียมพร้อมให้ดีที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ
"เริ่มได้!"
วื้ด......
ตามสัญญาณของท่านผู้นำ โดรนชุดแรกสามลำก็พุ่งตัวขึ้นจากลาน แล้วมุ่งหน้าไปยังเป้าวงกลมบนพื้นที่อยู่ไกลออกไป
ใช้เวลาเพียงเจ็ดถึงแปดวินาที โดรนก็พุ่งชนเป้าวงกลมบนพื้นที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงห้าเมตร ซึ่งอยู่ห่างจากจุดปล่อยตัวไปหนึ่งกิโลเมตรโดยตรง แรงระเบิดทำให้ดินกระเด็นฟุ้งกระจาย ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังสนั่น
"เยี่ยม!" ทุกคนที่เห็นฉากนี้ต่างพากันปรบมือร้องเชียร์
"เร็วมาก ความเร็วขนาดนี้พอๆ กับขีปนาวุธต่อต้านรถถังเลย"
"แม่นยำมาก เป้าพื้นทั้งสามเป้าถูกทำลายในครั้งเดียว แถมยังเข้ากลางเป้าทั้งหมด"
"สิ่งที่ผมถูกใจที่สุดคือความเบาและกะทัดรัดของมัน หากอยู่ในการรบ เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งกิโลเมตร เราเพียงแค่ปล่อยโดรนแบบนี้ออกไปลำเดียวก็สามารถกำจัดฝ่ายตรงข้ามได้แล้ว"
"ระยะหนึ่งกิโลเมตรถือเป็นขีดจำกัดของพลซุ่มยิงส่วนใหญ่ การใช้มันเพื่อต่อต้านพลซุ่มยิงจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน"
...
-------------------------------------------------------
บทที่ 159 : การผนึกกำลังของยักษ์ใหญ่
"เสี่ยวอู๋ ผมจะแนะนำให้คุณรู้จัก นี่คือรองประธานเฉิงจากบริษัทอุตสาหกรรมการบิน และนี่คือรองประธานหลิ่วจากบริษัทนอร์ธ อินดัสตรีส์ ทั้งสองท่านมีความสนใจในโดรนรุ่นนี้ของคุณเป็นอย่างมาก และอยากจะร่วมมือกับพวกคุณในด้านนี้" ท่านผู้บัญชาการแนะนำชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบห้าสิบปีสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ให้กับอู๋ฮ่าวได้รู้จัก
รองประธานเฉิงแห่งบริษัทอุตสาหกรรมการบิน เป็นคนตัวสูงและรูปร่างดีมาก การที่สามารถดูแลรูปร่างได้ดีขนาดนี้ในวัยนี้ แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่มีวินัยในตนเองสูงมากในชีวิตประจำวัน
ส่วนรองประธานหลิ่วแห่งบริษัทนอร์ธ อินดัสตรีส์ นั้นมีรูปร่างที่ค่อนข้างท้วมสมบูรณ์กว่า ผมสีดอกเลา และใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่เสมอ
ตลอดหลายวันของการจัดแสดงและการทดสอบ รองประธานทั้งสองท่านนี้ได้ติดตามดูอย่างใกล้ชิด และแสดงความสนใจอย่างมากต่อโดรนรุ่นนี้ของพวกเขาให้แก่ท่านผู้บัญชาการและอู๋ฮ่าวได้รับรู้อยู่หลายครั้ง
ทันทีที่การทดสอบครั้งนี้จบลง พวกเขาก็รีบขอให้ท่านผู้บัญชาการมาเป็นพ่อสื่อชักนำให้ทันที โดยไม่อยากเปิดโอกาสให้กับตัวแทนจากบริษัทอุตสาหกรรมทหารอื่นๆ ที่ทราบข่าวและรีบตามมา
"สวัสดีครับรองประธานเฉิง สวัสดีครับรองประธานหลิ่ว" อู๋ฮ่าวจับมือทักทายทั้งสองท่านตามลำดับ
รองประธานหลิ่วหัวเราะอย่างอารมณ์ดีพลางกล่าวกับเขาว่า "เสี่ยวอู๋ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ โดรนรุ่นนี้ของพวกคุณสร้างความประหลาดใจให้พวกเรามากเหลือเกินในช่วงหลายวันที่ผ่านมา"
"ท่านก็ชมเกินไปครับ ยังมีอีกหลายจุดที่ต้องปรับปรุง ซึ่งยังต้องการคำชี้แนะและความช่วยเหลือจากบริษัทอุตสาหกรรมทหารชั้นยอดอย่างพวกท่านอีกมากครับ"
รองประธานหลิ่วกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ฮ่าๆๆ ทั้งหมดก็เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับการป้องกันประเทศ การช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นเรื่องที่สมควรทำอยู่แล้ว
และระบบอุตสาหกรรมทหารของเราก็ต้องการบริษัทเอกชนที่มีคุณภาพจากสังคมภายนอกอย่างพวกคุณเข้ามาร่วมด้วย เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และร่วมกันสร้างกิจการป้องกันประเทศไปด้วยกัน"
"บริษัทเอกชนชั้นนำที่ประสบความสำเร็จในด้านเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเฮ่าอวี่เทคโนโลยี คือสิ่งที่ระบบอุตสาหกรรมทหารของเราขาดแคลนและต้องการมากที่สุด เรายินดีต้อนรับพวกคุณเข้าสู่ครอบครัวใหญ่นี้อย่างอบอุ่น เพื่อร่วมแรงร่วมใจกันสร้างชาติ"
รองประธานเฉิงก็เอ่ยปากขึ้นเช่นกัน "อันที่จริงก่อนหน้านี้พวกเราก็คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว และมีความร่วมมือที่ดีต่อกันมาตลอด
เราหวังว่าครั้งนี้เราจะสามารถร่วมมือกันได้อย่างราบรื่นในด้านโดรนรบขนาดเล็กนี้ เพื่อพยายามส่งมอบยุทโธปกรณ์ที่ดียิ่งขึ้นและล้ำสมัยยิ่งขึ้นให้กับกองทัพ"
ในเวลานี้ ท่านผู้บัญชาการก็ได้กล่าวเสริมขึ้นว่า "สำหรับบริษัทที่มีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญในสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างเฮ่าอวี่เทคโนโลยี การที่สามารถเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมทหารเพื่อช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับการป้องกันประเทศนั้น ทางกองทัพเรายินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่ง
เราเห็นว่าบริษัทเอกชนที่มีเทคโนโลยีที่สมบูรณ์และมีศักยภาพอยู่ในมือเช่นนี้ สมควรที่จะเข้าร่วมในการสร้างการป้องกันประเทศ
ดังนั้นเรายินดีที่จะสนับสนุนให้พวกคุณเข้าร่วมในโครงการวิจัยและผลิตยุทโธปกรณ์ทางทหาร และจะอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องให้ในด้านนี้
ผมจะเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและรับรองพวกคุณโดยเร็วที่สุด เพื่อขจัดอุปสรรคและปูทางสำหรับการวิจัยและพัฒนา รวมถึงความร่วมมือด้านยุทโธปกรณ์ทางทหารของพวกคุณ"
"ขอบคุณครับท่าน!" อู๋ฮ่าวกล่าวด้วยความตื่นเต้น
ท่านผู้บัญชาการโบกมือ แล้วพูดกับคนอื่นๆ ว่า "เอาล่ะ ต่อไปพวกคุณก็คุยกันเองเถอะ เสียเวลามาหลายวันแล้ว ผมยังมีธุระอีกเยอะที่ต้องไปจัดการ
เสี่ยวอู๋ สู้ๆ นะ ผมหวังว่าจะได้เห็นยุทโธปกรณ์รุ่นนี้เข้าประจำการในกองทัพโดยเร็วที่สุด เวลาไม่คอยท่านะ ยิ่งเข้าประจำการเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างขีดความสามารถในการรบได้เร็วเท่านั้น และยิ่งข่มขวัญศัตรูที่คิดร้ายต่อเราได้เร็วขึ้นเท่านั้น"
"ครับ รับรองว่าจะปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จครับ!" อู๋ฮ่าวยืนตรงทำความเคารพ แม้เขาจะไม่ใช่ทหาร แต่เขาก็ใช้ท่ายืนนี้เพื่อแสดงความมุ่งมั่นที่จะทำภารกิจให้สำเร็จ
"ฮ่าๆๆๆ ดี! ไปล่ะ ไม่ต้องไปส่งนะ!"
พูดจบ ท่านผู้บัญชาการก็เดินออกไปท่ามกลางการห้อมล้อมของผู้ติดตาม ทิ้งไว้เพียงอู๋ฮ่าว รองประธานทั้งสอง และเจ้าหน้าที่ผู้ติดตามอีกจำนวนหนึ่ง
ทุกคนต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะการที่มีท่านผู้บัญชาการอยู่ด้วยทำให้ทุกคนดูเกร็งๆ ไปบ้าง
"เสี่ยวอู๋ เหล่าเฉิง มานั่งคุยกันเถอะ!" รองประธานหลิ่วกวักมือเรียกทั้งสองคน
"ครับ!"
ทั้งสามคนนั่งลงทันที หลังจากเจ้าหน้าที่เปลี่ยนน้ำชาชุดใหม่มาให้ รองประธานหลิ่วก็ยิ้มให้ผู้ฮ่าวแล้วกล่าวว่า "การบรรลุการพัฒนาแบบผสมผสานระหว่างทหารและพลเรือน คือยุทธศาสตร์สำคัญที่ท่านผู้นำได้วางไว้ภายใต้สถานการณ์ใหม่ โดยคำนึงถึงการพัฒนาและความมั่นคงของชาติในภาพรวม
จะพัฒนาให้เกิดการผสมผสานระหว่างทหารและพลเรือนได้อย่างไร พูดง่ายๆ ก็คือ ในตัวคุณมีผม ในตัวผมมีคุณ เติมเต็มข้อดีซึ่งกันและกัน ส่งเสริมซึ่งกันและกัน และพัฒนาไปพร้อมกัน
บริษัทพลเรือนมีข้อดีของบริษัทพลเรือน ส่วนบริษัทอุตสาหกรรมทหารก็มีจุดแข็งของบริษัทอุตสาหกรรมทหาร สิ่งที่เราต้องทำคือการนำข้อดีและจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาผสานกัน เพื่อร่วมกันเป็นอิฐเป็นปูนเสริมสร้างเศรษฐกิจและการป้องกันประเทศ
ในด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงและสารสนเทศ พวกคุณมีความได้เปรียบ ส่วนในด้านการผลิตยุทโธปกรณ์ทางทหาร พวกเราก็มีความเชี่ยวชาญของตัวเอง
ดังนั้นผมจึงคิดว่า พวกเรามีพื้นที่สำหรับความร่วมมือกันอย่างกว้างขวางในด้านนี้"
รองประธานเฉิงแห่งอุตสาหกรรมการบินพยักหน้าเห็นด้วยและกล่าวว่า "ก่อนหน้านี้พวกเรากับพวกคุณก็มีประสบการณ์ความร่วมมือที่น่ายินดีมาก ไม่ว่าจะเป็น 'ระบบโจมตีฝูงโดรนผึ้งคลั่ง' ที่นำโดยผู้อาวุโสจ้าวแห่งสถาบันวิจัยยุทโธปกรณ์ หรือ 'ระบบช่วยรบสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ' ที่เรากำลังร่วมมือกันอยู่ ล้วนแต่ประสบความสำเร็จที่ดีเยี่ยม
ดังนั้นผมจึงเชื่อว่า ในส่วนของโดรน 'ผู้กวาดล้างสนามรบ' ตัวนี้ เราจะมีความร่วมมือที่น่ายินดียิ่งขึ้นไปอีกแน่นอน"
เมื่อได้ยินคำพูดของทั้งสองคน อู๋ฮ่าวพยักหน้าด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า แต่ในใจกลับรู้สึกสงสัยตะหงิดๆ สองบริษัทนี้สังกัดคนละระบบกัน อุตสาหกรรมการบินย่อมสังกัดระบบการบิน ส่วนบริษัทนอร์ธฯ ชัดเจนว่าสังกัดระบบอุตสาหกรรมทหารบก
ถ้าอย่างนั้น การที่สองบริษัทนี้มาร่วมกันหาพวกเขาโดยไม่มีท่าทีแข่งขันกันอย่างชัดเจน แสดงว่าได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือกันมาก่อนแล้วหรือ?
แต่โชคดีที่ทั้งสองท่านนี้ล้วนเป็น 'จิ้งจอกเฒ่า' ที่ทำงานมาหลายสิบปี... เอ้ย ผู้อาวุโส จะดูไม่ออกได้อย่างไรว่าตอนนี้อู๋ฮ่าวกำลังคิดอะไรอยู่
ดังนั้น รองประธานหลิ่วจึงยิ้มและกล่าวว่า "ก่อนจะมาที่นี่ ผมได้คุยกับเหล่าเฉิงเกี่ยวกับโดรน 'ผู้กวาดล้างสนามรบ' ของพวกคุณและรูปแบบความร่วมมือที่เกี่ยวข้องมาแล้ว
ตอนแรกเรามีแนวโน้มที่จะร่วมมือกันทั้งสามฝ่าย แบบนี้เราจะสามารถดึงจุดเด่นของแต่ละฝ่ายออกมาช่วยกันทำโครงการนี้ให้สำเร็จได้
แต่พอลองคิดดูอีกทีก็รู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะสมนัก ทิศทางของบริษัทเราสองแห่งมีจุดร่วมกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างมาก
ทางอุตสาหกรรมการบินมีแนวโน้มไปทางวิจัยยุทโธปกรณ์การบินชั้นสูง ซึ่งโดรนของพวกคุณก็อยู่ในขอบเขตความเชี่ยวชาญของพวกเขาพอดี นี่จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะเชื่อมต่อความร่วมมือกับพวกคุณในด้านนี้
ส่วนบริษัทนอร์ธฯ ของเรานั้น ภารกิจหลักคือการวิจัยและผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์เบาและหนักของกองทัพบก รวมถึงอุปกรณ์พิเศษบางประเภท นอกจากนี้เรายังมีลูกค้าต่างประเทศจำนวนมาก ดังนั้นจึงมีความต้องการที่เฉพาะตัวในด้านนี้
ด้วยเหตุนี้ เราจึงตัดสินใจว่า ทั้งสองฝ่ายจะแยกกันร่วมมือกับพวกคุณ เป็นการผนึกกำลังระหว่างยักษ์ใหญ่ เพื่อร่วมกันพัฒนาโดรนและระบบยุทโธปกรณ์ที่มีฟังก์ชันและการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยมีพื้นฐานมาจากชุดโดรนผู้กวาดล้างสนามรบของพวกคุณ"
"แบบนี้เนื้อหาโครงการจะซ้ำซ้อนกันไหมครับ?" อู๋ฮ่าวถามด้วยความกังวล
รองประธานเฉิงส่ายหน้าและกล่าวว่า "ไม่หรอก เพราะพวกคุณคือผู้ร่วมดำเนินการ ดังนั้นเรื่องความซ้ำซ้อนพวกคุณเป็นคนควบคุม
อีกอย่าง โดรนผู้กวาดล้างสนามรบของพวกคุณมีศักยภาพในการพัฒนาสูงมาก แม้จะเป็นเทคโนโลยีชุดเดียวกัน แต่เราก็สามารถออกแบบและพัฒนาออกมาเป็นอาวุธยุทโธปกรณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงได้ ตามกลุ่มเป้าหมายและวัตถุประสงค์การใช้งานที่ต่างกัน"