- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 148 : คิดมากไปเอง | บทที่ 149 : "วันหยุด" ณ ริมธาร
บทที่ 148 : คิดมากไปเอง | บทที่ 149 : "วันหยุด" ณ ริมธาร
บทที่ 148 : คิดมากไปเอง | บทที่ 149 : "วันหยุด" ณ ริมธาร
บทที่ 148 : คิดมากไปเอง
อู๋ฮ่าวไม่มีทางบอกรายละเอียดโครงการให้เขารู้แน่นอน จึงหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วพูดว่า "เปล่าหรอกครับ แค่ตอนนี้มีความคิดบางอย่าง แต่ยังพูดอะไรมากไม่ได้"
ยิ่งเขาพูดแบบนี้ ซุนเส้าหยางยิ่งรู้สึกกังวลใจ แต่เขาก็รู้ว่าเวลานี้จะแสดงความหวั่นไหวไม่ได้ จึงยิ้มและพูดว่า "ทำไมครับ โครงการนี้ยากมากเหรอ?"
เมื่อเห็นว่าการถามตรงๆ ไม่ได้ผล ซุนเส้าหยางจึงเปลี่ยนวิธีคิด ตัดสินใจถามรายละเอียดจากด้านอื่นๆ แล้วค่อยประเมินสถานการณ์
ปลายสาย อู๋ฮ่าวถอนหายใจออกมาทันที "ยากครับ ยากมากๆ หลักๆ คือเรื่องการบูรณาการฮาร์ดแวร์ ตอนนี้เราขาดแคลนคนเก่งด้านนี้มาก
ว่าไงครับพี่ซุน สนใจมาอยู่กับผมไหม เลือกตำแหน่งได้ตามใจ เงินเดือนเรียกมาได้เลย"
เอ่อ นี่กำลังขุดบ่อล่อปลาต่อหน้าต่อตาผมเลยเหรอ? ซุนเส้าหยางพูดไม่ออก ถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้ถือหุ้นและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของต้าเจียง (DJI) ไปอยู่ที่นั่นจะให้ทำอะไร เขาคงไม่ยกตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปให้หรอกมั้ง
เมื่อคิดได้ดังนั้น ซุนเส้าหยางก็ส่ายหน้า "ทางคุณมีหยางฟานอยู่ไม่ใช่เหรอ เจ้าหนุ่มนั่นความสามารถไม่ด้อยไปกว่าผู้เชี่ยวชาญโดรนทางฝั่งเราเลยนะ"
"ยังไม่ไหวครับ หยางฟานมีความสามารถก็จริง แต่ยังเด็กเกินไป"
อู๋ฮ่าวพูดจบก็ไม่อยากจะยื้อบทสนทนาเรื่องนี้ต่อ จึงถามกลับไปว่า "พี่ซุน พี่คุ้นเคยด้านนี้ดี ผมเลยนึกถึงพี่เป็นคนแรก อยากรู้ว่าพี่พอจะรู้จักโรงงานผลิตมอเตอร์ดีๆ ในประเทศบ้างไหม"
เมื่อเห็นเขาถามมาแบบนี้ ซุนเส้าหยางก็รู้ว่าต้องช่วยเรื่องนี้แน่นอน ถึงไม่ช่วย อีกฝ่ายก็แค่เสียเวลาเพิ่มขึ้นหน่อยเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
ดังนั้นหลังจากเรียบเรียงความคิด เขาจึงยิ้มและพูดว่า "ผมรู้จักโรงงานที่ยอดเยี่ยมด้านนี้อยู่ไม่กี่เจ้า พวกเขามีความร่วมมือใกล้ชิดกับเรามาตลอด
อย่างเช่น เหิงต๋า กับ ว่านจื้อชู ในเซินเจิ้น แล้วก็ เหอเวย ในมณฑลซู เอาอย่างนี้ เดี๋ยวผมให้ผู้ช่วยรวบรวมข้อมูลละเอียดส่งไปที่อีเมลของคุณนะ"
"โอ้ ขอบคุณมากครับ" อู๋ฮ่าวยิ้มออกมา
เมื่อบรรลุเป้าหมายแล้ว เขาก็ไม่รบกวนต่อ คุยสัพเพเหระอีกสองสามประโยคแล้ววางสายไป
ส่วนซุนเส้าหยางที่ปลายสาย หลังจากวางสายจากอู๋ฮ่าวแล้วกลับรู้สึกนั่งไม่ติดที่ หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ต่อสายโทรศัพท์ "ฮัลโหล เหล่าเสิ่น แจ้งเหล่าหวังด้วย อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันที่ห้องประชุมเล็ก ผมมีเรื่องสำคัญจะรายงาน"
อีกด้านหนึ่ง หลังจากอู๋ฮ่าวได้รับข้อมูลรายละเอียดที่เกี่ยวข้องแล้ว ก็เรียกจางเสี่ยวเล่ย เลขาของเขาเข้ามา
"ประธานอู๋ เรียกฉันเหรอคะ?" จางเสี่ยวเล่ยเดินสวมรองเท้าส้นสูงเข้ามาด้วยความสงสัย
โดยปกติแล้ว 'เข่อเข่อ' ผู้ช่วยอัจฉริยะของอู๋ฮ่าวจะเป็นคนแจ้งงานต่างๆ น้อยครั้งมากที่อู๋ฮ่าวจะเรียกเธอเข้ามาด้วยตัวเองโดยไม่บอกว่าเป็นเรื่องอะไร
อู๋ฮ่าวพยักหน้า แล้วยื่นเอกสารที่ปริ้นออกมาให้เธอ "ผมมีงานให้คุณทำ นี่เป็นข้อมูลโรงงานผลิตมอเตอร์ในประเทศที่ทางต้าเจียงส่งมา
คุณรีบติดต่อพวกเขาในนามของผมทีละเจ้า บอกว่าเราต้องการมอเตอร์ไร้แปรงถ่าน (Brushless Motor) กำลังสูง รอบจัด สำหรับโดรนโดยเฉพาะ หวังว่าพวกเขาจะส่งตัวอย่างมาให้ทดสอบได้
อืม บอกพวกเขาด้วยว่าเรายินดีจ่ายค่าตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง"
จางเสี่ยวเล่ยรับเอกสารไปดูแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้าตอบ "ได้ค่ะ ต้องการประมาณเท่าไหร่คะ?"
อู๋ฮ่าวคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วยิ้มตอบ "เอาเจ้าละหนึ่งร้อยตัวก่อน เร่งให้พวกเขาส่งของให้เร็วที่สุด เรื่องนี้ผมฝากคุณจัดการด้วย ทำให้เรียบร้อยโดยเร็ว ผมรอฟังผลอยู่"
"ได้ค่ะ ฉันจะไปจัดการทันที!" จางเสี่ยวเล่ยเก็บความตื่นเต้นในใจไว้ไม่อยู่ รีบพยักหน้ารับคำ นี่เป็นโอกาสที่เธอรอคอยมานานแสนนาน
เธอเผลอกำหมัดแน่น ให้กำลังใจตัวเองในใจ จะปล่อยให้โอกาสหายากครั้งนี้หลุดลอยไปไม่ได้ ต้องให้เจ้านายคนนี้เห็นความสามารถของเธอให้ได้
ถึงจะเป็นผู้หญิง แต่เธอก็มีความฝัน มีความทะเยอทะยานในอาชีพการงาน ไม่อยากเป็นแค่คนวิ่งซื้อของ หรือวุ่นวายอยู่กับไม้ถูพื้น ผ้าขี้ริ้ว และกาแฟไปวันๆ
ณ ห้องทำงานผู้จัดการทั่วไป บริษัทเหิงต๋าเทคโนโลยี ในเซินเจิ้น โจวอี้ฟากำลังถือใบสั่งซื้อตัวอย่างสินค้าและครุ่นคิดอยู่นาน
"ผู้จัดการโจว นี่ก็แค่ใบสั่งซื้อตัวอย่างธรรมดาๆ ใบหนึ่ง พวกเราจะคิดมากไปเองหรือเปล่าครับ?" ซุนฉี่หรง ผู้จัดการฝ่ายการตลาดลองถามหยั่งเชิง
โจวอี้ฟาส่ายหน้า แล้วจุดบุหรี่สูบ "ผมไม่ค่อยรู้จักอู๋ฮ่าวเท่าไหร่ แต่ชื่อเสียงของฮ่าวอวี่เทคโนโลยีพวกเรารู้จักกันดี
สามารถสร้างชื่อเสียงโด่งดังได้ขนาดนี้ในเวลาสั้นๆ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน
แถมในวงการโดรน พวกเขาถือครองเทคโนโลยีการควบคุมแบบฝูงบิน (Cluster Control) อยู่ในมือ แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่างต้าเจียงยังต้องร่วมมือด้วย
ครั้งนี้ขอซื้อตัวอย่างทดสอบจากผู้ผลิตมอเตอร์หลายราย ดูทรงแล้วคงอยากจะสลัดต้าเจียงทิ้ง แล้วกระโดดเข้าสู่ตลาดโดรนด้วยตัวเองแล้วล่ะ"
"ไม่น่าจะเป็นไปได้นะครับ ด้วยสถานะทางการตลาดของต้าเจียง ฮ่าวอวี่เทคโนโลยีจะแทรกตัวเข้ามาคงไม่ใช่เรื่องง่าย เว้นแต่ว่า..." ซุนฉี่หรงนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกว่ามันเหลือเชื่อ
"คุณก็คิดเหมือนกันเหรอ?"
โจวอี้ฟามองเขาแวบหนึ่ง แล้วส่ายหน้าเบาๆ "เว้นแต่ว่าพวกเขาจะกำความลับเทคโนโลยีโดรนแบบใหม่เอาไว้ แต่การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีที่จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างตลาดได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เพียงแต่อู๋ฮ่าวคนนี้ดูออกยาก ใครจะไปคิดว่าคนหนุ่มอายุแค่ยี่สิบสาม จะสามารถสร้างความสั่นสะเทือนได้ขนาดนี้"
"นั่นสิครับ เราคิดไม่ถึงจริงๆ"
ซุนฉี่หรงถอนหายใจ จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า "บางทีเราอาจจะคิดมากไปเอง ฮ่าวอวี่เทคโนโลยีครั้งนี้อาจไม่ได้จะสลัดต้าเจียงทิ้ง แต่มีแผนอื่น"
"หือ ยังไง?" โจวอี้ฟาเริ่มสนใจ
ซุนฉี่หรงยิ้มแล้วพูดว่า "จำข่าวที่อู๋ฮ่าวไปร่วมพิธีตัดริบบิ้นคลังสินค้าโลจิสติกส์อัจฉริยะของอาลี (Ali) ก่อนหน้านี้ได้ไหมครับ ผมจำได้ว่าพวกเขาเหมือนจะเคยพูดว่า นอกจากคลังสินค้าอัจฉริยะแล้ว พวกเขายังจะพัฒนาโดรนส่งพัสดุอัจฉริยะด้วย
ที่คุณว่าพวกเขาขอซื้อมอเตอร์รอบจัดกำลังสูงสำหรับโดรนจากเรา เป็นไปได้ไหมว่าจะเอาไปวิจัยโดรนขนส่งพัสดุโดยเฉพาะ"
"มีเป็นไปได้!"
โจวอี้ฟาลุกขึ้นยืน โบกไม้โบกมือชี้ไปที่เขา แล้วเดินวนไปวนมาในห้องทำงาน ก่อนจะหันมาพูดกับเขาด้วยความตื่นเต้นว่า "ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง นี่ถือเป็นโอกาสทองของเราเลยนะ
คุณรีบจัดส่งมอเตอร์รอบจัดกำลังสูงรุ่นพวกนั้นของเราไปให้พวกเขาเดี๋ยวนี้ ส่งไปเยอะหน่อย เราต้องชิงตัดหน้าโรงงานอื่นคว้าออเดอร์นี้มาให้ได้!"
ในขณะเดียวกัน ก็มีโรงงานอีกหลายแห่งที่มีปฏิกิริยาเช่นเดียวกัน อู๋ฮ่าวคิดไม่ถึงเลยว่า เขาแค่ต้องการมอเตอร์รอบจัดกำลังสูงรุ่นหนึ่ง แต่กลับก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวใหญ่โตขนาดนี้
แม้แต่หยวนซือหมิงทางฝั่งอาลียังโทรมาถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น
สื่อเทคโนโลยีบางสำนักก็ไม่รู้ไปได้ข่าวมาจากไหน ต่างพากันคาดเดาว่าอู๋ฮ่าวอาจเกิดรอยร้าวในความร่วมมือกับอาลีหรือต้าเจียง และตอนนี้กำลังเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์โดรนของตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าข่าวนี้เปรียบเสมือนการโยนหินก้อนเดียวแต่สร้างแรงกระเพื่อมนับพันระลอก
-------------------------------------------------------
บทที่ 149 : "วันหยุด" ณ ริมธาร
ไม่ใช่แค่เพียงมอเตอร์เท่านั้น ในช่วงเวลานี้อู๋ฮ่าวและทีมงานยังได้สั่งซื้อตัวอย่างชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องจากโรงงานในประเทศหลายแห่งมาทำการทดสอบอย่างถี่ถ้วน
สิ่งนี้ไม่เพียงสร้างความตื่นตระหนกเล็กน้อยให้กับวงการโดรน แต่ยังทำให้ซุนเส้าหยางจากต้าเจียง (Dajiang) และหยวนซือหมิงจากอาลี (Ali) นั่งไม่ติด ทั้งคู่ต่างรีบเดินทางมายังอันซีเพื่อต้องการหยั่งเชิงดูสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม พวกเขามาผิดเวลา เพราะอู๋ฮ่าวได้นำทีมวิจัยและพัฒนาเดินทางไปยังรีสอร์ตกลางแจ้งแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปสองถึงสามร้อยกิโลเมตรนานแล้ว
จะเรียกว่ารีสอร์ตก็คงไม่ถูกนัก จริงๆ แล้วก็เป็นเพียงกลุ่มบ้านพักเชิงเกษตรไม่กี่หลัง แม้ทิวทัศน์จะสวยงาม แต่ทำเลค่อนข้างห่างไกลความเจริญ แม้จะเป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อนที่อากาศร้อนจัด แต่ผู้คนที่มาที่นี่ก็มีจำนวนจำกัดมาก
ดังนั้นอู๋ฮ่าวจึงตัดสินใจเหมาสถานที่แห่งนี้ทั้งหมด นอกจากจะใช้เป็นที่พักผ่อนสำหรับเจ้าหน้าที่เทคนิคในทีมวิจัยแล้ว ที่นี่ยังจะถูกใช้เป็นสนามทดสอบภาคสนามสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
เหตุผลที่ต้องเหมาทั้งหมด หลักๆ ก็เพื่อหลีกเลี่ยงคนนอกที่มากเกินไปและความวุ่นวาย โดยเฉพาะในยุคที่คลิปวิดีโอสั้นกำลังระบาดเช่นนี้ หากมีนักท่องเที่ยวถ่ายภาพแล้วอัปโหลดลงอินเทอร์เน็ต คาดว่าจะต้องก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกระลอกแน่นอน
การทดสอบในครั้งนี้คือเครื่องต้นแบบรุ่นที่สามที่หยางฟานและทีมพัฒนาขึ้น เมื่อเทียบกับสองรุ่นก่อนหน้า โดรนโจมตีความเร็วสูงรุ่นนี้มีการบูรณาการระบบที่ดีกว่า ขนาดเล็กลง และยังมีประสิทธิภาพด้านพลังงานรวมถึงระบบเซนเซอร์ที่ได้รับการยกระดับขึ้นอย่างมาก
การทดสอบก่อนหน้านี้ล้วนทำในสภาพแวดล้อมจำลอง แต่ครั้งนี้เป็นการทดสอบในพื้นที่ป่าเขาจริง สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าสนามทดสอบที่มีสิ่งกีดขวางจำลอง มีปัจจัยหลายอย่างที่ทีมวิจัยคาดไม่ถึง ดังนั้นสำหรับโดรนและระบบโจมตี 'ผู้กวาดล้างสนามรบ' (Battlefield Sweeper) รวมถึงทีมวิจัยที่เกี่ยวข้อง นี่จึงถือเป็นบททดสอบครั้งยิ่งใหญ่
ด้วยเหตุนี้ ก่อนออกเดินทาง ทีมวิจัยโครงการจึงได้เตรียมการหลายขั้นตอน แค่อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องก็ขนมาถึงสองคันรถใหญ่ ยังไม่นับรวมเสบียงและวัสดุอุปกรณ์สนับสนุนอื่นๆ
นอกจากนี้ เพื่อสนับสนุนการทดสอบและรักษาความปลอดภัยของโครงการ อู๋ฮ่าวยังได้คัดเลือกหน่วยรักษาความปลอดภัยย่อยมาติดตามขบวนด้วยหนึ่งทีม
เป้าหมายด้านหนึ่งคือเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของบุคลากรและอุปกรณ์ ส่วนอีกด้านหนึ่งคือรับผิดชอบเรื่องการรักษาความลับข้อมูลระหว่างการทดสอบ
และยังมีอีกหนึ่งภารกิจ นั่นคือการร่วมมือกับทีมทดสอบเพื่อทำภารกิจการซ่อนตัวและการค้นหาเพื่อระบุเป้าหมาย
คนเหล่านี้ล้วนเป็นทหารเก่าที่มีประสบการณ์โชกโชนในการเอาชีวิตรอดและการซ่อนพรางในป่า และสิ่งที่โดรนต้องทดสอบในครั้งนี้ ก็คือการค้นหาทหารเก่าที่ซ่อนตัวพรางกายอยู่ในป่าทึบแห่งนี้พร้อมทั้งระบุตัวตน พูดง่ายๆ ก็คือ นี่คือการปะทะกันซึ่งๆ หน้าฟระหว่างโดรน 'ผู้กวาดล้างสนามรบ' ที่พวกเขาพัฒนาขึ้นกับเหล่าทหารเก่านั่นเอง
"นายรีบกลับมาได้แล้ว สองคนนี้รออยู่ที่นี่มาหลายวันแล้ว ยืนกรานว่าจะต้องพบนายให้ได้" จางจวินบ่นผ่านทางโทรศัพท์
อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมา มองดูเหล่าเจ้าหน้าที่เทคนิคที่กำลังว่ายน้ำเล่นกันอยู่อย่างสนุกสนานในระยะไกล แล้วกล่าวว่า "ทางนี้ฉันกำลังยุ่งอยู่ ไม่มีเวลากลับไป นายรับหน้าไปก่อนก็แล้วกัน"
"เหลวไหล ถ้าฉันจัดการได้จะเรียกนายกลับมาทำไม พวกเขาเจาะจงชื่อว่าจะต้องพบนายนะ" จางจวินพูดอย่างหงุดหงิด
อู๋ฮ่าวรู้สึกพูดไม่ออกขึ้นมาทันที สองคนนี้ทำไมถึงน่ารำคาญขนาดนี้นะ
"นายก็บอกไปว่าฉันอยู่ต่างถิ่นไม่มีเวลา อธิบายให้พวกเขาฟังหน่อยว่าโครงการนี้ของเราไม่ได้พุ่งเป้าไปที่พวกเขา และความร่วมมือกับพวกเขาก็ยังดำเนินต่อไปตามปกติ"
"ฉันบอกแล้ว แต่มันไม่ได้ผล ก่อนหน้านี้เราสั่งซื้อชิ้นส่วนโดรนจากผู้ผลิตตั้งหลายเจ้า พวกเขาต้องคิดว่าเรากำลังจะบุกตลาดโดรนครั้งใหญ่แน่ ดังนั้นต่อให้ฉันอธิบายยังไง พวกเขาก็คิดว่าเราแค่พูดปัดๆ เพื่อหลอกให้ตายใจ และถ่วงเวลาเพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่ดี" จางจวินวิเคราะห์ให้ฟังทันที
"งั้นก็ไม่ต้องสนใจ ปล่อยให้พวกเขารอไป ฉันเป็นไปไม่ได้ที่จะทิ้งงานทางนี้แล้วกลับไปปลอบใจพวกเขา มันไม่จำเป็น" อู๋ฮ่าวปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา
ใกล้จะถึงงานนิทรรศการผลงานความร่วมมือทางทหารและพลเรือนแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องทดสอบอุปกรณ์รุ่นนี้ให้เสร็จสิ้นก่อนหน้านั้น ต่อให้ไม่มีผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปออกมา อย่างน้อยก็ต้องมีข้อมูลการทดสอบที่น่าเชื่อถือ ไม่อย่างนั้นถึงเวลาจะจัดแสดงอย่างไร จะทำให้คนเชื่อในประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมของผลิตภัณฑ์รุ่นนี้ได้ยังไง
"ตกลง งั้นฉันจะรับมือพวกเขาเอง นายตั้งใจทำโครงการไปเถอะ" จางจวินย่อมรู้ดีว่าโครงการนี้กำลังอยู่ในช่วงทดสอบที่สำคัญ อู๋ฮ่าวปลีกตัวมาไม่ได้แน่นอน จึงรับคำแล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนา "แล้วทางนั้นเป็นไงบ้าง"
"ภูเขาสวยน้ำใส อากาศบริสุทธิ์ สบายสุดๆ ไปเลย" อู๋ฮ่าวสูดหายใจเข้าลึกๆ เผยสีหน้าที่มีความสุข
สิ้นเสียงของเขา ในโทรศัพท์ก็มีเสียงบ่นอย่างเดือดดาลของจางจวินดังขึ้น "ไอ้บ้าเอ๊ย ข้าต้องทำงานตากความร้อนอยู่ทางนี้ แต่นายกลับหนีไปเที่ยวภูเขาเล่นน้ำในป่าลึกซะงั้น
ไม่ได้การล่ะ รอให้ช่วงยุ่งๆ นี้ผ่านไปก่อน ข้าก็จะไปบ้าง"
"มากันให้หมดเลย! อากาศร้อนขนาดนี้ จัดกิจกรรมคลายร้อนให้พนักงานบริษัทสักรอบก็ได้ ไม่เสียเวลาแค่ไม่กี่วันหรอก" อู๋ฮ่าวพูดด้วยรอยยิ้ม
"นายพูดจริงเหรอ?" จางจวินชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้า "ช่างเถอะ เอาไว้รอให้ผ่านช่วงยุ่งๆ นี้ไปก่อนค่อยว่ากัน"
อู๋ฮ่าวส่ายหน้าเมื่อได้ยินดังนั้น "ตั้งแต่เปิดตัวผลิตภัณฑ์มา ทุกคนแทบจะไม่ได้พักผ่อนเลย ถึงงานจะสำคัญ แต่ก็ตึงเครียดเกินไปไม่ได้ การผ่อนคลายอย่างเหมาะสมจะช่วยปรับอารมณ์และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
จะให้หยุดพร้อมกันหมดคงเป็นไปไม่ได้ ให้แต่ละแผนกสลับหมุนเวียนกันมาแล้วกัน"
"ส่วนเรื่องเวลา..." อู๋ฮ่าวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจว่า "เอาเป็นหนึ่งสัปดาห์แล้วกัน ถือว่าเป็นสวัสดิการที่บริษัทมอบให้ทุกคน
สถานที่ก็เลือกแถบชานเมือง อย่าให้ไกลเกินไป เน้นการพักผ่อนหย่อนใจเป็นหลัก อย่าจัดกิจกรรมที่เหนื่อยเกินไป"
"ได้ เดี๋ยวฉันจะไปปรึกษากับหัวหน้าแผนกต่างๆ แล้วรีบทำแผนงานที่เหมาะสมออกมา" จางจวินรับคำทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น บริษัทที่มีพนักงานหลายร้อยคน ไม่ใช่ว่าจะสั่งหยุดก็หยุดได้เลย ต้องพิจารณาตามสถานการณ์จริงด้วย
ยกตัวอย่างเช่น ทีมการตลาดที่รับผิดชอบอยู่ในขณะนี้ พนักงานที่ดูและสายการผลิต นักวิจัยที่ดูแลโครงการสำคัญๆ เป็นต้น แผนกและตำแหน่งสำคัญเหล่านี้จะขาดคนไม่ได้โดยสิ้นเชิง ดังนั้นจึงทำได้เพียงสลับหมุนเวียนกัน หรือหาช่วงเวลาว่างแทรกเข้ามา
คุยกันอีกไม่กี่คำ ทั้งสองก็วางสาย ส่วนอู๋ฮ่าวนั่งอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบใต้ร่มไม้ สวมแว่นกันแดดมองดูผู้คนที่กำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานในแม่น้ำที่ไม่ไกลนัก
"ลูกพี่!" หยางฟานถือจานผลไม้เดินเข้ามา วางลงข้างตัวเขาแล้วยิ้มพลางถามว่า "ทำไมพี่ไม่ลงไปเล่นด้วยกันล่ะ"
อู๋ฮ่าวหยิบไม้จิ้มฟันจิ้มองุ่นใส่ปากเคี้ยว "นายเองก็ไม่ได้ไปเหมือนกันไม่ใช่เหรอ"
หยางฟานนั่งลงบนเก้าอี้ผ้าใบข้างๆ แล้วส่ายหน้า "ผมไม่ไหว ผมกลัวน้ำมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะในแม่น้ำแบบนี้ ยิ่งไม่กล้าลงไปใหญ่"
"ทำไมล่ะ ตอนเด็กๆ เคยเล่นน้ำแล้วสำลักเหรอ" อู๋ฮ่าวถามด้วยความสงสัย
หยางฟานพยักหน้า "กินน้ำเข้าไปตั้งหลายอึก ถ้าผู้ใหญ่แถวนั้นไม่มาเห็นทันเวลา ป่านนี้ผมคงจมน้ำไปแล้ว"
"ฮ่าๆๆๆ ที่นี่ไม่ใช่แม่น้ำหวงผู่สักหน่อย กลัวอะไร"
อู๋ฮ่าวหัวเราะพลางกล่าวว่า "คนตั้งเยอะแยะ ไม่เป็นไรหรอก ลงไปเล่นเถอะ"
หยางฟานยังคงส่ายหน้า มองเขาแล้วถามว่า "อย่าว่าแต่ผมเลย แล้วทำไมพี่ไม่ลงไปล่ะ"
"ถ้าฉันลงไป พวกเขาจะสนุกสุดเหวี่ยงได้อย่างตอนนี้เหรอ"
อู๋ฮ่าวชำเลืองมองหยางฟานแวบหนึ่ง แล้วหันกลับไปมองผู้คนที่กำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานในแม่น้ำพลางกล่าวว่า "ปล่อยให้พวกเขาเล่นให้สนุกสักวันเถอะ เพราะวันหลังจากนี้คงไม่ได้สบายแบบนี้แล้ว"