- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 50 : แผนการที่น่าตื่นตะลึง [ตอนแถม]
บทที่ 50 : แผนการที่น่าตื่นตะลึง [ตอนแถม]
บทที่ 50 : แผนการที่น่าตื่นตะลึง [ตอนแถม]
"ท่านประธานหนิวคะ มีคนส่งกระเช้าดอกไม้มาที่ห้องข้างๆ เราอีกแล้วค่ะ" เลขาสาวหุ่นเย้ายวนสวมรองเท้าส้นสูงเดินส่งเสียงต็อกแต็กเข้ามาในห้องทำงานอันกว้างขวาง ก่อนจะรายงานชายวัยกลางคนลงพุงที่นั่งอยู่
"คราวนี้เป็นเจ้าไหนอีกล่ะ?" ประธานหนิวผู้ลงพุงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนหน้านี้เขาได้ยินมาว่าตึกข้างๆ บริษัทเขามีบริษัทใหม่ย้ายเข้ามา แต่เดิมเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร สมัยนี้อยู่มาตั้งหลายปี เพื่อนบ้านประตูตรงข้ามเป็นใครยังไม่รู้เลย นับประสาอะไรกับบริษัทที่อยู่ติดกัน
แต่เมื่อเช้านี้ตอนที่บริษัทนี้ย้ายเข้ามาอย่างเป็นทางการกลับทำให้เขาต้องตกตะลึง ดูเหมือนจะเป็นบริษัทใหม่ที่ก่อตั้งโดยคนหนุ่มสาวไม่กี่คน แต่กลับดึงดูดให้ผู้อำนวยการคณะกรรมการบริหารมาแสดงความยินดีถึงที่
ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างอาลี (Alibaba), เชียนตู้ (Qiandu/Baidu) และ เอสเฟิง (SF Express) ก็ยังส่งกระเช้าดอกไม้มาให้ นี่ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่า บริษัทใหม่แห่งนี้มีเบื้องหลังความเป็นมาอย่างไรกันแน่ ถึงทำให้ยักษ์ใหญ่เหล่านี้ยอมไว้หน้าได้ขนาดนี้
"เป็นของต้าเจียง (DJI) ค่ะ!" เลขาสาวตอบ
ประธานหนิวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตั้งสติได้แล้วถามว่า "ใช่ต้าเจียงที่ทำโดรนหรือเปล่า?"
"ใช่ค่ะ" เลขาสาวพยักหน้า "ฉันเห็นชัดเลย บนกระเช้าเขียนว่า บริษัท เซินเจิ้น ต้าเจียง เทคโนโลยี จำกัด"
ประธานหนิวได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นยืน ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วสั่งเลขาสาวว่า "ไป สั่งกระเช้าดอกไม้ส่งไปให้พวกเขาเดี๋ยวนี้เลย"
"รับทราบค่ะ!"
......
เดิมทีสำหรับการย้ายเข้าอาคารสำนักงานใหม่ อู๋ฮ่าวและพรรคพวกไม่ได้วางแผนจะจัดพิธีการอะไร แต่ผลปรากฏว่าเพิ่งเปิดประตูได้ไม่นาน พวกเขาก็ได้รับกระเช้าดอกไม้จากอาลี ตามด้วยต้าเจียง เชียนตู้ เอสเฟิง และยังมีบริษัทอื่นๆ ที่พวกเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ด้วยอีกจำนวนหนึ่ง
ต่อมาก็ต้องต้อนรับผู้อำนวยการคณะกรรมการบริหารที่จู่ๆ ก็โผล่มาแสดงความยินดีและถือโอกาสตรวจเยี่ยม ทำเอาเขาจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่บ้าง
จากนั้นบรรดา 'เพื่อนบ้าน' ในละแวกใกล้เคียงต่างก็พากันส่งกระเช้าดอกไม้มา จนหน้าประตูทางเข้าเต็มไปด้วยดอกไม้
เรื่องที่อาลีกับต้าเจียงส่งดอกไม้มานั้นเขาพอเข้าใจได้ เพราะเป็นพาร์ตเนอร์กัน ส่วนเชียนตู้กับเอสเฟิงแม้จะไม่มีความร่วมมือโดยตรง แต่ก็เคยติดต่อกันมาบ้าง การส่งกระเช้ามาก็พอเข้าใจได้
แต่บริษัทที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลยนี่สิที่ทำให้เขาสงสัย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีพวกเพื่อนบ้านที่มามุงดูความคึกคักอีกกองโต
ดังนั้นในวันแรกที่บริษัทเปิดทำการอย่างเป็นทางการ ก็สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ผู้คนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่า 'เฮ่าอวี่ เทคโนโลยี' ที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่นี้มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่
คนที่พูดคุยกันไม่ได้มีแค่คนภายนอก แต่ยังรวมถึงพนักงานที่เพิ่งเข้ามาทำงานในเฮ่าอวี่เทคโนโลยีด้วย เพราะในวันแรกที่บริษัทเปิดทำการ พวกเขากลับไม่เห็นเงาของบอสใหญ่เลย
แน่นอนว่าอู๋ฮ่าวไม่มีเวลามาจัดพิธีเปิดหรือฉลองการย้ายเข้า เพราะในขณะนี้เขาได้พาหยางฟานและทีมงานเทคนิคที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่อยู่ที่เมืองกวางโจว (หยางเฉิง) เพื่อเตรียมตัวร่วมกับซุนเส้าหยางในการเข้าร่วมงานประมูลที่จัดโดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกวางโจว
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกวางโจวให้ความสำคัญกับกิจกรรมการแสดงครั้งนี้เป็นอย่างมาก เพื่อให้การประมูลมีความยุติธรรม จึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องมาเป็นผู้ตรวจสอบโดยเฉพาะ
สิ่งที่อู๋ฮ่าวและทีมต้องเข้าร่วมคือการประชุมชี้แจงทางเทคนิคและการหารือเกี่ยวกับแผนการแสดง ก่อนอื่นพวกเขาต้องนำเสนอแผนงานที่สมบูรณ์ออกมาให้ได้เสียก่อน เฉพาะแผนงานที่ผ่านการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น จึงจะมีโอกาสเข้าสู่รอบการประมูลในขั้นตอนสุดท้าย
หลังจากเตรียมการสำรวจพื้นที่อยู่หลายวัน ในที่สุดพวกเขาก็ยื่นแผนงานที่เตรียมไว้ก่อนวันประชุมชี้แจงเพียงหนึ่งวัน
ทว่าทันทีที่แผนงานนี้ถูกยื่นขึ้นไป ก็สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนอย่างแท้จริง หากไม่ใช่เพราะมีชื่อของ 'ต้าเจียง' แปะอยู่ เกรงว่าคงจะถูกพวกผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นกระดาษเปื้อนหมึกแล้วโยนลงถังขยะไปนานแล้ว
"หนึ่งหมื่นลำ พวกคุณบ้าไปแล้วเหรอ?" ในที่ประชุมชี้แจงทางเทคนิค ศาสตราจารย์ซุนซึ่งสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกวางโจวเอ่ยถามพวกเขาด้วยเสียงตวาด
อู๋ฮ่าวยิ้มและตอบกลับไปว่า "เรามั่นใจในเทคโนโลยีของเราครับ"
"เหอะ ราคาคุยชัดๆ"
ศาสตราจารย์ซุนพูดเหน็บแนม ก่อนจะเหลือบมองแผนงานที่พวกเขายื่นมาแล้วกล่าวว่า "คุณน่าจะรู้ถึงความสำคัญของโปรเจกต์นี้ ดังนั้นทางที่ดีอย่าพูดจาโอ้อวดเกินจริง หากเกิดอุบัติเหตุหรือการแสดงล้มเหลว พวกคุณจะต้องเผชิญกับผลที่ตามมาอย่างไรบ้าง"
อู๋ฮ่าวส่ายหัวแล้วตอบว่า "ผมมั่นใจในเทคโนโลยีของพวกเราครับ ตัวเลขหนึ่งหมื่นลำนี้พวกเราก็ได้ผ่านการพิจารณาและพิสูจน์มาอย่างถี่ถ้วนแล้วถึงตัดสินใจ"
"พิสูจน์อย่างถี่ถ้วน? พวกคุณมีหลักฐานอะไร?" ผู้เชี่ยวชาญอีกท่านที่นั่งข้างศาสตราจารย์ซุนถามสวนขึ้นมา
อู๋ฮ่าวเปิดแผนที่ขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่ แล้วอธิบายให้พวกเขาฟังว่า "พวกเราได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณรอบๆ 'ตึกแคนตันทาวเวอร์' (เสี่ยวหมานเอว) ทั้งหมด และได้ขอข้อมูลสภาพอากาศและข้อมูลอุทกวิทยาย้อนหลังในช่วงเวลานี้ของพื้นที่ดังกล่าวมาจากกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทานของกวางโจวแล้วครับ
เมื่อพิจารณาร่วมกับสภาพภูมิประเทศโดยรอบและผลลัพธ์ของการแสดง เราจึงตัดสินใจย้ายน่านฟ้าสำหรับการแสดงจากลานกิจกรรมทางทิศใต้ ไปยังน่านฟ้าเหนือแม่น้ำจูเจียงทางทิศเหนือแทนครับ
การทำแบบนี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้น่านฟ้าในการแสดงกว้างขวางขึ้นมาก แต่ยังอยู่ห่างจากตึกระฟ้าและเขตที่อยู่อาศัยโดยรอบ ช่วยรับประกันความปลอดภัยได้ครับ
ที่สำคัญกว่านั้น คือยังสามารถนำการแสดงแสงสีของตึกระฟ้าทั้งสองฝั่งแม่น้ำมารวมเข้าไว้ในการแสดงทั้งหมด ทำให้เกิดเป็นภาพรวมเดียวกัน ซึ่งจะสร้างความตื่นตาตื่นใจทางสายตาได้มากยิ่งขึ้นครับ"
"โอ้?" ผู้อำนวยการซู หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญอุทานขึ้น เขาเริ่มสนใจในแผนงานของอู๋ฮ่าวและทีมงานเป็นอย่างมาก เพราะแผนนี้สามารถแสดงความงดงามของเมืองกวางโจวได้ดียิ่งขึ้น และดูน่าตื่นตาตื่นใจกว่าเดิม
ที่สำคัญ สถิติใหม่ในระดับหนึ่งหมื่นลำนั้น มันน่าตกตะลึงจริงๆ และจะทำให้กวางโจวได้รับความสนใจจากทั่วโลกได้อย่างแน่นอน
"ช่วยอธิบายรายละเอียดหน่อยได้ไหมครับ?"
เมื่อได้ยินคำถามจากท่านผู้นำ อู๋ฮ่าวก็ดีใจอยู่ลึกๆ ก่อนจะพยักหน้าและอธิบายต่อ "อย่างแรก น่านฟ้าบริเวณนี้อยู่เหนือแม่น้ำ จึงไม่มีอาคารสิ่งก่อสร้างและไม่มีผู้คน ดังนั้นจึงสามารถรับประกันความปลอดภัยของกิจกรรมได้ครับ
อย่างที่สอง น่านฟ้าบริเวณนี้ถือเป็นจุดอับแสงไฟของเมือง จึงเอื้อต่อการใช้ขบวนโดรนแปรอักษรแสดงแสงสีได้ดียิ่งขึ้น
สุดท้าย คือน่านฟ้าบริเวณนี้กว้างขวางพอที่จะรองรับโดรนจำนวนมหาศาลขนาดนี้ได้ อันที่จริงน่านฟ้าตรงนี้ยังสามารถรองรับฝูงโดรนได้มากกว่านี้อีกครับ แต่เพื่อความปลอดภัย เราจึงลดจำนวนลงเหลือแค่หนึ่งหมื่นลำ"
"พื้นที่ตรงนี้อยู่บนแม่น้ำ แล้วโดรนจำนวนมากขนาดนี้จะขึ้นลงอย่างไร?" ศาสตราจารย์ซุนตั้งข้อสงสัยใหม่
อู๋ฮ่าวพยักหน้าแล้วชี้ไปที่แผนที่บนหน้าจอ "ถูกต้องครับ มันอยู่บนแม่น้ำ ดังนั้นโดรนทั้งหนึ่งหมื่นลำนี้ จะถูกแบ่งออกเป็น 5 ฝูงบิน บินขึ้นจากลานขึ้นลงโดยรอบ แล้วบินมารวมตัวกันที่น่านฟ้าสำหรับการแสดง
หลังจบการแสดง พวกมันจะลงจอดรวมกันที่พื้นที่ว่างบนเกาะกลางแม่น้ำ และจะมีเจ้าหน้าที่ของเราไปเก็บกู้ครับ"
หลังจากได้ยินคำตอบ ศาสตราจารย์ซุนก็พยักหน้า แล้วมองเขาพลางกล่าวว่า "ผมยังถามคำถามเดิม พวกคุณจะรับประกันได้อย่างไรว่ากระบวนการแสดงทั้งหมดจะประสบความสำเร็จอย่างราบรื่น
ต้องรู้นะว่ากระแสลมบนแม่น้ำนั้นแปรปรวนหลากหลาย ฝูงบินขนาดใหญ่ขนาดนี้ จะรับประกันได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดการชนกันหรือเสียรูปขบวนเพราะกระแสลม หากมีโดรนสักลำเกิดเหตุขัดข้องจนบินเบี่ยงออกจากจุดพิกัด ก็อาจไปชนโดรนลำข้างๆ จนเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ทำให้โดรนทั้งขบวนได้รับผลกระทบ จนการแสดงล้มเหลวได้"
"เรื่องนี้ผมต้องขอแนะนำเทคโนโลยีของเราให้ท่านรู้จักครับ เทคโนโลยีของเราตัวนี้..."