- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 31 : แยกย้ายกันไม่สวย
บทที่ 31 : แยกย้ายกันไม่สวย
บทที่ 31 : แยกย้ายกันไม่สวย
บทที่ 31 : แยกย้ายกันไม่สวย
อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็จ้องมองเสิ่นซิงหยวนครู่หนึ่ง แล้วกล่าวเรียบๆ ว่า "สิ่งที่คุณพูดถึงน่าจะเป็น 'บัญชีรายชื่อเทคโนโลยีที่ห้ามหรือจำกัดการส่งออก' ที่รัฐประกาศใช้สินะครับ แต่เท่าที่ผมทราบ ในนั้นไม่ได้มีการระบุการควบคุมเทคโนโลยีเกี่ยวกับการควบคุมโดรนเอาไว้เลย
ถึงต่อให้มี เราก็ยังมีสิทธิบัตรระดับนานาชาติ (PCT) ที่ยื่นขอโดยอิงจากเทคโนโลยีนี้อยู่ ลำพังแค่ขายลิขสิทธิ์หรือสิทธิความเป็นเจ้าของสิทธิบัตรนี้ ก็ทำให้เราได้รับรายได้มหาศาลแล้ว"
"ดูเหมือนคุณจะรู้เรื่องพวกนี้ด้วยสินะ"
เสิ่นซิงหยวนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ยังหยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมาแล้วกล่าวว่า "เอกสารในมือผมฉบับนี้คือรายงานการประเมินเกี่ยวกับเทคโนโลยีของพวกคุณ ผมเชื่อว่าไม่ใช่แค่เรา แต่ยังมีอีกหลายบริษัทและหลายหน่วยงานที่มีมัน
ในงานเปิดตัวคุณก็พูดเองไม่ใช่เหรอ ว่าเทคโนโลยีนี้ไม่ได้ใช้ได้แค่ในวงการโดรน แต่ยังใช้ในด้านอื่นๆ ได้อีก เช่น อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ อาวุธทางการทหาร และอื่นๆ
นอกจากนี้ เทคโนโลยีของพวกคุณไม่ได้เกี่ยวข้องแค่การควบคุมโดรน แต่ยังมีเทคโนโลยีการสื่อสาร เทคโนโลยีแอปพลิเคชันคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนอยู่ในขอบเขตการควบคุมที่ระบุไว้ใน 'บัญชีรายชื่อ' อย่างชัดเจน"
หลังจากฟังสิ่งที่เสิ่นซิงหยวนพูด สีหน้าของอู๋ฮ่าวก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาพิงพนักเก้าอี้มองดูเสิ่นซิงหยวนแล้วกล่าวว่า "งั้นประธานเสิ่นครับ ในเมื่อพวกคุณรู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ทำไมยังต้องทุ่มเงินมหาศาลขนาดนี้เพื่อมาขอซื้อเทคโนโลยีนี้อีกล่ะครับ"
"หึๆ บัญชีรายชื่อฉบับนี้มีไว้เพื่อควบคุมและจำกัดการส่งออกเทคโนโลยี แต่เราเป็นบริษัทภายในประเทศ ย่อมไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของมันอยู่แล้ว" เสิ่นซิงหยวนเผยรอยยิ้มออกมา
อู๋ฮ่าวนั่งตัวตรง มองเขาด้วยสายตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรนัก "ถ้าอย่างนั้น ทำไมเราถึงต้องเจาะจงร่วมมือกับพวกคุณด้วยล่ะครับ บริษัทในประเทศมีตั้งเยอะแยะ ทางเลือกของเรามีถมไป"
"ต้าเจียงของเราคือบริษัทที่ดีที่สุดในวงการโดรน การร่วมมือกับเราคือทางเลือกที่ฉลาดที่สุดของพวกคุณ" เสิ่นซิงหยวนเน้นเสียงใส่เข้มใส่อู๋ฮ่าว
"แล้วมันยังไงครับ สิทธิ์ในการเลือกอยู่ที่เรา จะร่วมมือกับใครมันเป็นเสรีภาพของเรา" อู๋ฮ่าวย้อนถามกลับไปประโยคหนึ่ง แล้วมองหน้าเขาพลางกล่าวว่า "ดูเหมือนความเห็นของเราจะแตกต่างกันมาก งั้นการพบปะในวันนี้ก็พอแค่นี้ดีกว่า พวกเราขอตัวครับ"
พูดจบ อู๋ฮ่าวก็ลุกขึ้นเก็บของเตรียมตัวจะไป จางจวิ้นและเพื่อนอีกสองคนเห็นดังนั้นก็รีบลุกตามขึ้นมาทันที
ในตอนนั้นเอง ซุนเส้าหยางที่นั่งเงียบอยู่ข้างเสิ่นซิงหยวนมาตลอดก็รีบลุกขึ้นพูดห้ามว่า "เอ้ยๆๆ นักศึกษาอู๋ อย่าเพิ่งใจร้อนสิ มีอะไรเราค่อยๆ คุยกันได้น่า
ประธานเสิ่นเขาแค่หวังดีอยากเตือนพวกคุณไม่ให้ทำผิดพลาดเฉยๆ ก็แหม ประเทศเรากว่าจะวิจัยเทคโนโลยีสำคัญออกมาได้สักอย่างมันไม่ง่าย จะปล่อยให้ต่างชาติแย่งไปไม่ได้หรอกนะ
คนชาติเดียวกันทั้งนั้น ก็ต้องช่วยเหลือกันจริงไหมล่ะ วางใจเถอะ เรื่องเงื่อนไขต่างๆ มีปัญหาตรงไหนเรายังคุยกันได้ พวกเรามาครั้งนี้พกความจริงใจมาเต็มเปี่ยมเลยนะ"
ได้ยินซุนเส้าหยางคนนี้พูด อู๋ฮ่าวก็หัวเราะ หึๆ ในใจ นี่มันเล่นบทคนหนึ่งตบหัว คนหนึ่งลูบหลัง (Good Cop, Bad Cop) ชัดๆ ถึงแม้สิ่งที่เสิ่นซิงหยวนพูดจะไม่ได้ผิดอะไร แต่ท่าทางวางก้าม ยะโสโอหังแบบนั้น อู๋ฮ่าวรับไม่ได้จริงๆ
คิดว่าพวกเขาเป็นแค่นักศึกษาธรรมดาที่ไม่เคยเห็นโลกกว้างหรือไง ใช้ทั้งไม้แข็งไม้นวมจะให้เขายอมจำนน ดูถูกกันเกินไปแล้ว
อู๋ฮ่าวมองดูคนทั้งสอง แล้วกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า "ข้อแรก อย่ามาอ้างเรื่องคุณธรรมกดดันกันครับ ถ้าเทียบเรื่องความรักชาติแล้ว พวกเราที่เป็นนักศึกษาเพิ่งจบใหม่ เรื่องความศรัทธาและความรู้สึก พวกเราสะอาดบริสุทธิ์กว่าพวกคุณเยอะ
สอง ต่อให้เราไม่ร่วมมือกับต่างชาติ บริษัทในประเทศที่สนใจเทคโนโลยีของเราก็มีเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นอาลี (Ali), เชียนตู้ (Baidu) หรือแม้แต่หัวเว่ย (Huawei) กับเจิงตง (JD) ต่างก็แสดงความต้องการที่จะร่วมมือกับเราอย่างมาก
ส่วนพวกคุณ พูดตามตรงผมผิดหวังมาก เดิมทีผมมีความรู้สึกดีๆ และความเคารพต่อต้าเจียงอย่างเต็มเปี่ยม แต่ตอนนี้บอกตรงๆ ว่าผมผิดหวัง แม้ว่าพวกคุณจะมีความได้เปรียบมหาศาลในวงการโดรน แต่มันก็ไม่ใช่เจ้าเดียว นอกจากนี้ก็เหมือนที่พวกคุณพูดไปก่อนหน้านี้ เทคโนโลยีของเราไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวงการโดรน
สาม ถึงแม้พวกเราจะยังเป็นแค่นักเรียนที่ยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่สังคมอย่างเป็นทางการ แต่ได้โปรดอย่ามองพวกเราเป็นไอ้หนูที่หลอกง่าย ถ้าพวกคุณอยากจะคุยกับเรา ผมหวังว่าพวกคุณจะแสดงความจริงใจออกมา และวางตัวกับเราในฐานะที่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่มาวางท่าสั่งสอนหรือข่มขู่กันแบบนี้
ผมดูแล้วการเจรจาวันนี้คงดำเนินต่อไปไม่ไหวแล้ว ไว้เจอกันใหม่ หวังว่าถึงตอนนั้นพวกคุณจะมีความจริงใจมากพอ"
พูดจบ อู๋ฮ่าวก็หันหลังเดินออกไป จางจวิ้นและเพื่อนอีกสองคนมองหน้ากันแวบหนึ่งแล้วรีบเดินตามออกไป
มองดูแผ่นหลังของพวกอู๋ฮ่าวที่เดินจากไป ซุนเส้าหยางที่ยังคงรักษาลอยยิ้มอยู่ก็หันขวับมาตวาดใส่เสิ่นซิงหยวนทันที "ฉันบอกนายตั้งนานแล้ว ว่าพวกเขาไม่กินลูกไม้นี้ของนายหรอก นายคิดว่าพวกเขาเป็นแค่ไอ้หนูซื่อบื้อที่เพิ่งออกจากโรงเรียนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ หรือเป็นพวกเนิร์ดบ้าเทคโนโลยีที่หมกตัวอยู่แต่ในห้องแล็บไม่ประสีประสาโลกหรือไง
คนหนุ่มสาวสมัยนี้ ฉลาดกว่าที่นายคิดเยอะ นายคิดจริงๆ เหรอว่าพวกเขาจะเป็นเหมือนพวกเราตอนจบใหม่ๆ น่ะ"
สำหรับคำบ่นของซุนเส้าหยาง เสิ่นซิงหยวนไม่ได้พูดอะไรโต้ตอบ เพียงแต่นั่งเหม่อมองประตูที่เปิดอ้าอยู่ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เมื่อเดินออกจากห้องประชุม จริงๆ แล้วในใจอู๋ฮ่าวก็รู้สึกเสียใจอยู่บ้าง เขาแอบคิดว่าเมื่อกี้ตัวเองทำเกินไปหรือเปล่า ไม่น่าระเบิดอารมณ์กะทันหันแล้วเดินหนีออกมาด้วยความโมโหแบบนั้นเลย
ดูเหมือนตัวเองจะยังเด็กเกินไปจริงๆ แค่โดนเขาพูดไม่กี่คำก็สติหลุดจนเสียกระบวน แต่จะว่าไป ถ้าเป็นคนหนุ่มสาวอย่างพวกเขา ใครมาเจอท่าทางวางก้ามใหญ่โตของไอ้แซ่เสิ่นเมื่อกี้ ก็คงอดทนไม่ไหวเหมือนกันนั่นแหละ
ทั้งสามคนที่เดินตามมาเห็นเขาหยุดเดิน จางจวิ้นก็เดินเข้ามาถาม "ไอ้ฮ่าว เป็นไรไหมวะ"
อู๋ฮ่าวมองดูเพื่อนทั้งสามที่มีสีหน้าเป็นห่วง แล้วส่ายหน้า "ไม่เป็นไร เมื่อกี้ฉันใจร้อนไปหน่อย โทษทีนะ ฉันทำเรื่องพังซะแล้ว"
"เฮ้ย พูดอะไรแบบนั้น ฉันก็เหม็นขี้หน้าไอ้แซ่เสิ่นนั่นเหมือนกัน แม่งเอ๊ย คิดว่าพวกเราขาดเขาไม่ได้หรือไง" จางจวิ้นโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
โจวเสี่ยวตงยื่นบุหรี่ให้เขาตัวหนึ่งแล้วพูดว่า "ก็วู่วามไปหน่อยจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็ไม่มีอะไรใหญ่โตหรอก ฉันสงสัยเรื่อง 'บัญชีรายชื่อ' ที่นายพูดถึงมากกว่า เราขายเทคโนโลยีให้ต่างชาติไม่ได้จริงๆ เหรอ?"
อู๋ฮ่าวจุดบุหรี่สูบหนึ่งคำ "ก็ไม่แน่เสมอไป ต้องดูว่าเป็นสาขาไหน บางอย่างก็ห้ามส่งออกโดยเด็ดขาด บางอย่างก็แค่ถูกควบคุม เช่น อาจจะเปลี่ยนรูปแบบ เป็นการให้สิทธิ์ใช้งาน หรือขายตัวผลิตภัณฑ์แทน เป็นต้น
รายละเอียดต้องดูเอกสารที่เรายื่นกับดูว่าเบื้องบนจะพิจารณายังไง ถ้าเป็นแค่สิทธิบัตรทางเทคโนโลยี 16 รายการที่เรายื่นขอไปโดยอิงจากเทคโนโลยีนี้ การส่งออกก็น่าจะไม่มีปัญหาใหญ่อะไร"
"ต่อให้ถูกห้ามก็ไม่เห็นเป็นไร ต่างชาติไม่ได้ก็ยังมีในประเทศ คนอยากร่วมมือกับเรามีถมเถไป" จางจวิ้นพูดปลอบใจพร้อมรอยยิ้ม
อู๋ฮ่าวพยักหน้า ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วมองเพื่อนทั้งสาม "ช่างมันเถอะ พรุ่งนี้เก็บข้าวของ พวกเรากลับอันซีไปเตรียมสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ก่อน รอสอบเสร็จค่อยมาคิดเรื่องนี้ ไม่ต้องรีบร้อนแค่วันสองวันนี้หรอก"
"โอเค" ทั้งสามคนพยักหน้ารับ
***
*หมายเหตุผู้แปล:*
*สิทธิบัตรทางเทคโนโลยีสามารถขายสิทธิ์การใช้งาน หรือโอนกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของก็ได้ ในเนื้อเรื่องระบุว่าเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ ดังนั้นราคาจึงค่อนข้างสูง*
*ผู้เขียนได้ลองตรวจสอบราคาค่าโอนสิทธิบัตรเทคโนโลยีบางอย่างดูแล้ว โดยทั่วไปราคาของสิทธิบัตรเทคโนโลยีจะอยู่ที่หลักหมื่น หลักแสน หรือหลักล้านหยวน แต่ถ้าเป็นสิทธิบัตรเทคโนโลยีสำคัญๆ ราคาก็จะแพงขึ้นมาก*
*ยกตัวอย่างเช่น บริษัทวัสดุศาสตร์แห่งหนึ่งเคยจ่ายเงินถึง 500 ล้านหยวน เพื่อซื้อสิทธิ์การใช้งานแต่เพียงผู้เดียว (Exclusive License) เป็นเวลา 20 ปี สำหรับสิทธิบัตรสารเคมีโฟมโพลียูรีเทนแบบไร้สารคลอโรฟลูออโรคาร์บอน ที่วิจัยโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีลู่ตง*